- หน้าแรก
- ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน บันทึกมรณะเดธโน้ต
- บทที่ 15: ยกตัวอย่างเช่น... มีมนุษย์ต่างดาวอยู่ข้างนอกนั่นไง
บทที่ 15: ยกตัวอย่างเช่น... มีมนุษย์ต่างดาวอยู่ข้างนอกนั่นไง
บทที่ 15: ยกตัวอย่างเช่น... มีมนุษย์ต่างดาวอยู่ข้างนอกนั่นไง
บทที่ 15: ยกตัวอย่างเช่น... มีมนุษย์ต่างดาวอยู่ข้างนอกนั่นไง
ข่าวสารในบริษัทสื่อนี่แพร่สะพัดไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสมอ
ข่าวการตายของ สุวะ มิจิฮิโกะ กระจายไปทั่วตึกสถานีโทรทัศน์นิชิอุริในเวลาอันสั้น ทันทีที่ร่างของเขาถูกตำรวจหามออกไป กลุ่มเพื่อนร่วมงานจากฝ่ายข่าวก็วิ่งกรูกันเข้ามาพร้อมกล้องถ่ายทอดสดและสีหน้าที่ตื่นเต้นระคนอยากรู้อยากเห็น
“คุณมัตสึโอะครับ! คุณมัตสึโอะ!”
“ขอถามความรู้สึกตอนนี้หน่อยครับ!”
“ช่วยตอบหน่อยครับ มีข่าวลือว่ารายการของคุณกำลังจะถูกถอดถอน คุณคิดว่าเป็นเพราะแฟนรายการรับเรื่องนี้ไม่ได้หรือเปล่าครับ?”
“หรือว่าเป็นเพราะคุณมัตสึโอะมีความขัดแย้งส่วนตัวกับโปรดิวเซอร์สุวะ ก็เลย...”
นักข่าวผู้หิวกระหายพากันยื่นไมโครโฟนกระแทกปาก มัตสึโอะ ทาคาชิ ระดมยิงคำถามใส่ราวกับปืนกล สีหน้าของมัตสึโอะมืดครึ้มลงเรื่อย ๆ
“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!” เขาเบิกตาโพลงและตวาดใส่เพื่อนร่วมงาน “พวกนายยังมีความเป็นคนอยู่ไหม!?”
ตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ รีบเข้ามากันกลุ่มสื่อมวลชนออกไป
เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามจะพาตัวมัตสึโอะออกไปด้านข้าง เขาแสร้งทำไหล่สั่นเทา ดวงตาแดงก่ำ ราวกับกำลังพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความโศกเศร้า:
“เรื่องถอดรายการ... เราคุยกันจริงครับ แต่คุณสุวะบอกผมเองว่าเขายังอยากให้ผมทำหน้าที่พิธีกรต่อไป”
“อีกอย่าง ที่คุณสุวะลงมาที่ห้องมิกซ์เสียงระหว่างออกอากาศ ก็เพื่อจะมาคุยเรื่องนี้กับผมนั่นแหละ แกบอกว่าหลังจบรายการเราจะมาปรึกษากันว่าจะทำยังไงให้รายการน่าสนใจขึ้น...”
“แต่ว่า...! ฮึก...”
เมื่อมัตสึโอะพูดมาถึงตรงนี้ น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นออกมา
เหล่านักข่าวต่างพากันลดไมโครโฟนลง บรรยากาศเงียบกริบด้วยความเห็นใจ
“ผม... มัตสึโอะ ทาคาชิคนนี้ ขอสาบานต่อหน้าทุกคน! ผมจะสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณสุวะ ทำรายการนี้ต่อไปให้ดีที่สุด และ...” มัตสึโอะกัดฟัน แววตามุ่งมั่นอย่างแรงกล้า “ผมจะนำคดีนี้มาตีแผ่ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อลากคอคนร้ายที่ฆ่าคุณสุวะมาชดใช้กรรมให้ได้!”
ในวินาทีนั้น ทีวีที่เปิดทิ้งไว้ในห้องมิกซ์เสียงก็กำลังถ่ายทอดสดคำประกาศอันกึกก้องของมัตสึโอะพอดี
“ไอ้หมอนี่... มันเห็นตำรวจเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง?”
สารวัตรเมงูระ ดูไม่สบอารมณ์นักที่ได้ยินแบบนั้น
เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ สุวะนั่งมอนิเตอร์รายการอยู่ที่นี่ ทีวีจึงถูกเปิดช่องนิชิอุริทิ้งไว้ และตอนนี้ทางสถานีกำลังตัดเข้าข่าวด่วนช่วงค่ำ ถ่ายทอดสดเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ภายในตึกตัวเอง
“เพื่อนร่วมงานตายทั้งคน แต่นักข่าวพวกนั้นกลับดูตื่นเต้นที่จะได้ทำข่าวด่วนงั้นเหรอ...”
อาซามิยะ นานาเอะ ยืนมองกลุ่มนักข่าวจากหน้าประตูห้องมิกซ์เสียงด้วยสีหน้าสังเวชใจ
ในทางกลับกัน คิซากิ เอริ กลับมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับชินชาเสียแล้ว:
“ก็นี่แหละ... สื่อมวลชน”
“คุณฮายาชิกิครับ กลับมาเรื่องเมื่อกี้กันต่อ... ตกลงว่าคุณรู้อะไรมางั้นเหรอครับ?” เมงูระหันมาถาม
“ครับ ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าคนร้ายคือ คุณมัตสึโอะ”
ฮายาชิกิ โยชิกิ ที่เพิ่งเดินสำรวจรอบห้องมิกซ์เสียงเสร็จ เดินกลับมาพร้อมรอยยิ้ม
เขาไม่คิดจะลดเสียงลงแม้แต่นิดเดียว
และเนื่องจากนักข่าวกับมัตสึโอะยังยืนอออยู่หน้าประตู... ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น มัตสึโอะที่เมื่อครู่ยังบีบน้ำตาอยู่หน้ากล้อง ก็หันขวับกลับมาทันที ปฏิกิริยารุนแรง:
“คุณพูดบ้าอะไรของคุณครับ คุณฮายาชิกิ!?”
“ผมเนี่ยนะจะฆ่าคุณสุวะ? ถึงเราจะเคยเถียงกันบ้าง แต่นั่นมันไม่ได้หมายความว่า...” เขาสลัดหลุดจากกล้อง เดินตรงปรี่เข้ามาตะโกนด้วยความร้อนรน “นี่พวกคุณตำรวจคงไม่บ้าจี้สงสัยผมแค่เพราะคำพูดพล่อย ๆ ของเขาหรอกใช่ไหม? อีกอย่าง เวลาตายของคุณสุวะยังไม่สรุปออกมาเลยไม่ใช่เหรอครับ?”
“เวลาตายของคุณสุวะ น่าจะอยู่ภายในช่วง 40 นาที ระหว่างเวลา 20:15 น. ถึง 20:55 น. ครับ”
คนที่ตอบกลับไปคือ ฮายาชิกิ
ด้วยรอยยิ้มผู้ดีบนใบหน้าหล่อเหลา เขายกนิ้วชี้ขึ้นมาอธิบาย:
“ตอน 20:15 น. คุณมัตสึโอะให้ทีมงานโทรเช็กตำแหน่งของคุณสุวะ และทีมงานก็ติดต่อได้ทันที ผมอยู่ใกล้ ๆ ตอนนั้นเลยได้ยินชัดเจน”
“ก็ผมเป็นคนให้โทรเอง...”
“รายละเอียดพวกนั้นไม่สำคัญครับ เพื่อความรวดเร็ว ช่วยฟังผมให้จบก่อนได้ไหมครับ?” ฮายาชิกิพูดแทรกอย่างนุ่มนวล “หลังจากรายการจบตอน 20:55 น. ทีมงานโทรหาแกอีกครั้งแต่ไม่มีคนรับสาย ดังนั้น... ผมจึงขอกำหนดเวลาตายคร่าว ๆ ไว้ในช่วง 40 นาทีนั้นครับ”
“ก็ใช่น่ะสิ! ช่วงเวลานั้นผมกำลังอัดรายการอยู่ไม่ใช่เหรอครับ? ผมจะมีเวลาไปฆ่าคุณสุวะได้ยังไง!?”
“ตอนที่รายการใกล้จะจบ มีการเปิด VTR ความยาว 4 นาที... ช่วงนั้นคุณมัตสึโอะเดินออกจากสตูดิโอไปโดยไม่บอกใคร ถูกต้องไหมครับ?”
“นั่นมันแค่ 4 นาทีเองนะโว้ย!?”
มัตสึโอะตะโกนลั่น
ในใจเขากระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าช่วงเวลา 4 นาทีที่แสนสั้นนี่แหละ คือกลอุบายอันสมบูรณ์แบบที่เขาเตรียมไว้
“คุณต้องเข้าใจนะว่าสตูดิโออยู่ชั้น 9 ผมจะวิ่งจากชั้น 9 ลงมาฆ่าคนทีชั้น 4 แล้ววิ่งกลับขึ้นไปได้ยังไง? เวลามันจะไปพอได้ยังไงกัน!?”
“ครับ”
ผิดคาด... ฮายาชิกิพยักหน้ายอมรับง่าย ๆ
เขาถลกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ สีหน้ายังคงราบเรียบและชัดเจนอย่างน่าประหลาด:
“ตอนที่รู้ข่าวว่าคุณสุวะถูกฆ่า พวกเราทุกคนวิ่งจากหลังเวทีลงมาที่นี่ และเพราะบันไดหลักถูกปิดกั้น เราเลยต้องอ้อม... ใช้เวลาไปประมาณ 7 นาที... ผมคิดว่าต่อให้รีบวิ่งสุดชีวิต อย่างมากก็คงย่นเวลาได้เหลือสัก 6 นาที”
“เอ่อ... นี่เธอมีเวลาไปสังเกตเรื่องละเอียดอ่อนแบบนั้นด้วยเรอะ?” สารวัตรเมงูระอดทึ่งไม่ได้
ฮายาชิกิไม่ได้ตอบคำถามนั้น
เมื่อได้ยินดังนั้น มัตสึโอะก็ยืดตัวตรงขึ้นทันที “เห็นไหมล่ะ! ขนาดคุณยังรู้เลยว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะทำ...”
“แต่ถ้า... คุณยิงเขาจาก ชั้น 7 แทน แล้วค่อยวิ่งกลับไปที่สตูดิโอ... เวลาแค่นั้นก็เหลือเฟือครับ ไป-กลับน่าจะใช้เวลาแค่ 2 นาที”
“!!”
น้ำเสียงสงบนิ่งของฮายาชิกิทำให้ใบหน้าของมัตสึโอะซีดเผือดลงทันตา หัวใจของเขาบีบตัวแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
แต่เขายังคงเกาะเกี่ยวความหวังสุดท้ายไว้ พยายามคุมเสียงให้ปกติ:
“ชั้น 7 บ้าบออะไร? เมื่อกี้ตำรวจก็เพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าคนร้ายบุกเข้ามาจากข้างนอก...”
“เพราะดีไซน์ของตึกสถานีโทรทัศน์ที่เน้นความแปลกตา โครงสร้างตึกเลยไม่สม่ำเสมอครับ ตำแหน่งหน้าต่างของแต่ละห้องก็เลยไม่ตรงกัน ถ้าคุณลองมองขึ้นไปจากหน้าต่างบานกระทุ้งของห้องนี้ คุณจะไม่เจอหน้าต่างที่ตรงกันในชั้น 5 หรือ 6... แต่คุณจะเจอมันที่ ชั้น 7 ครับ”
คำพูดของฮายาชิกิทำให้มัตสึโอะเข่าอ่อนยวบ
ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากจะภาวนาให้ปากนั่นหยุดพูดเสียที
ทว่า ฮายาชิกิยังคงพูดต่อ:
“รู้อะไรไหมครับ คุณมัตสึโอะ? เมื่อกี้ตอนที่ผมลองเปิดหน้าต่างบานกระทุ้งแล้วมองออกไปข้างนอก ผมเจอหน้าต่างแบบเดียวกันเป๊ะที่ชั้น 7 อยู่ตรงหัวผมพอดี... ผมก็เลยนึกทริกนี้ขึ้นมาได้”
“แต่เพราะมันดูเรียบง่ายเกินไปหน่อย แถมไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ ผมเลยกะว่าจะไม่เอาไปเขียนลงนิยายหรอกครับ”
“...”
“เดี๋ยวสิ... คุณฮายาชิกิ นี่คุณกำลังจะบอกว่า...”
สารวัตรเมงูระทำหน้างงงวย เขาหันไปมองหน้าต่างบานกระทุ้งเจ้าปัญหา แล้วถามอย่างลังเล:
“สุวะ มิจิฮิโกะ เปิดหน้าต่างบานนั้นแล้วชะโงกหน้าออกไปมองข้างบน... ก็เลยถูกคนร้ายยิงแสกหน้าจากชั้น 7 งั้นรึ?”
“ใช่ครับ”
“แต่ทำไมเขาต้องเปิดหน้าต่างชะโงกออกไปดูด้วยล่ะ?”
“ข้อนั้นผมก็ไม่ทราบแน่ชัดหรอกครับ บางทีคนร้ายอาจจะโทรศัพท์มาบอกให้เขาดูอะไรบางอย่างข้างนอกก็ได้มั้งครับ...”
ฮายาชิกิยิ้มตลกหน้าตาย:
“ข้ออ้างทำนองว่า... ‘เฮ้ย มีมนุษย์ต่างดาวอยู่ข้างนอกนั่นแน่ะ! ออกมาดูเร็ว!’ อะไรแบบนั้นน่ะครับ”
มุมปากของสารวัตรเมงูระกระตุกยิก ๆ
ในขณะที่มัตสึโอะ ทาคาชิ... ผู้ซึ่งเมื่อครู่ยังโวยวายเสียงแข็ง... ตอนนี้กลับยืนแข็งทื่อ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว