- หน้าแรก
- ส่งหายนะสู่ทางสว่าง เมื่อผมสร้างเกมดัดนิสัยและแจกรางวัลสุดโกง
- บทที่ 4: ข้าไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนเลยจริงๆ
บทที่ 4: ข้าไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนเลยจริงๆ
บทที่ 4: ข้าไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนเลยจริงๆ
บทที่ 4: ข้าไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนเลยจริงๆ
“ค่าความรู้สึก +124”
“ค่าความรู้สึก +221”
“ว้าว รุนแรงจริง พุ่งขึ้นมาทีเดียว 534 แต้ม คนคนนี้ไปเจออะไรมากันแน่เนี่ย?”
ค่าความรู้สึกคือตัวเลขที่สะท้อนผ่าน ‘หนอนกู่เร้นกาย’ ภายในร่างกายของหลินหยวน ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงความผันผวนทางอารมณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างคร่าวๆ
โดยปกติแล้ว ค่าความรู้สึกเพียงไม่กี่สิบแต้มก็แสดงถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอย่างรุนแรงแล้ว การที่พุ่งสูงเกินห้าร้อยแต้มเช่นนี้ สันนิษฐานได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะตายแบบกะทันหันด้วยอุบัติเหตุในเกม จากนั้นด้วยความเจ็บใจจึงเผลอบีบม้วนตำราไม้ไผ่จนแตกคามือ ซึ่งนั่นหมายความว่าคืนนี้พวกเขาจะอดเล่นต่อโดยปริยาย
หลังจากไว้อาลัยให้กับเด็กน้อยผู้นั้นในใจเงียบๆ หลินหยวนก็เริ่มคำนวณผลกำไรที่ได้รับ
เกม ‘จอมยุทธกระบี่’ ดังเป็นพลุแตก
มันได้รับความนิยมเกินกว่าที่หลินหยวนจินตนาการไว้เสียอีก
เดิมทีเขาคิดว่าเกมนี้จะฮิตแค่ในวงแคบๆ พอให้เขาเก็บเกี่ยวค่าความรู้สึกได้บ้าง เพื่อนำมาพัฒนาการบ่มเพาะและทำภารกิจให้สำเร็จ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะประเมินอานุภาพทำลายล้างของ ‘เกม’ ในยุคสมัยนี้ต่ำเกินไป
แม้จะเป็นเพียงเกมเล็กๆ ที่เขาสร้างขึ้นมาเล่นๆ แต่ด้วยท่วงท่าการต่อสู้ที่ลื่นไหลและคอมโบที่ดึงดูดใจหลากหลายรูปแบบ ก็มากพอที่จะทำให้เหล่าศิษย์สายนอกไม่อาจต้านทานได้
เวลานี้ศิษย์สายนอกแทบทั้งรุ่นต่างพากันถลำลึก บางคนเล่นเพลินจนลืมกลับบ้าน ยามจับกลุ่มสนทนากันในแต่ละวัน หัวข้อสนทนาไม่ใช่เรื่องข้อดีข้อเสียของเคล็ดวิชาต่างๆ อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นถกเถียงกันว่าอาวุธชนิดไหนใช้ได้คล่องมือที่สุด
ศิษย์บางคนถึงขั้นแอบแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างลับๆ ในระหว่างเรียน ใครทำลายสถิติด้วยวิธีไหน เรื่องจะรู้ไปถึงหูคนอื่นทันที ตามมาด้วยการวิเคราะห์ไม่จบไม่สิ้นว่าทำไมวิธีนั้นถึงทรงพลัง และจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีกหรือไม่
แม้ว่า ‘จอมยุทธกระบี่’ จะเปิดให้เล่นฟรี แต่ทุกครั้งที่ศิษย์คนหนึ่งเริ่มเล่นเกม มันจะมอบค่าความรู้สึกจำนวนหนึ่งให้แก่เขา
ค่าความรู้สึกเหล่านี้จะถูกหนอนกู่เร้นกายในร่างของเขาลบร่องรอยที่มา บันทึกเก็บไว้ และใช้เป็นเกณฑ์วัดความสำเร็จของภารกิจ
ในขณะเดียวกัน อารมณ์เหล่านี้ยังสามารถสะสมอยู่บน ‘คัมภีร์นิรันดร์’ ช่วยผลักดันให้พลังเวทของเขาก้าวหน้าไปได้ไกลขึ้น
ผู้เล่นจะมอบค่าความรู้สึกให้เขาเมื่อพวกเขาทะลุขีดจำกัด และมอบให้เช่นกันในยามที่ตัวละครตาย ทว่าช่วงเวลาที่ได้แต้มมากที่สุดคือตอนที่กำลังจะ ‘ผ่านด่าน’ อยู่แล้วแต่ดันตายตอนจบ ซึ่งมักจะให้ค่าความรู้สึกเกือบร้อยแต้มในคราวเดียว
เมื่อสะสมยอดตลอดหลายวันที่ผ่านมา ค่าความรู้สึกที่ได้จากเหล่าศิษย์สายนอกมีจำนวนมากกว่าแปดแสนแต้ม ส่งผลให้คัมภีร์นิรันดร์ของเขาทะลวงระดับขึ้นไปได้อีกขั้นโดยตรง
และความสำเร็จนี้ยังจะทำให้เขาได้รับรางวัลอย่างงามจากพรรคมาร เมื่อกลับไปถึงพรรค เขาถึงขั้นสามารถแลกศิษย์สายนอกหลายคนมาเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวได้เลยทีเดียว
เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะแบ่งหน้าที่ให้คนที่ถนัดศิลปะไปดูแลงานศิลป์ คนที่ถนัดงานเขียนบทไปดูเนื้อเรื่อง แล้วค่อยๆ พัฒนาไปสู่ทิศทางของการสร้างเกมฟอร์มยักษ์
เกมที่สร้างขึ้นด้วยเคล็ดวิชาอาคม... ทั้งกราฟิก ระบบการเล่น และความสมจริง แค่คิดหลินหยวนก็น้ำลายสอแล้ว
มิน่าล่ะท่านป้าผู้นั้นถึงบอกว่างานนี้เป็นงานบ่อเงินบ่อทอง ทำภารกิจเดียวแต่ได้กำไรสองต่อ ช่างน่าอภิรมย์เสียจริง
เมื่อทบทวนเรื่องดีๆ เสร็จแล้ว ต่อไปก็ต้องมาดูวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นบ้าง
พูดตามตรง หากหลินหยวนจะทิ้งงานแล้วหนีไปดื้อๆ หลังจากจบจ็อบนี้ เรื่องนี้ก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามแล้ว
แต่ปัญหาตอนนี้คือ ยังมีเคล็ดวิชาอีกมากมายในสำนักวั่นฝ่าที่เขายังไม่ได้เรียนรู้ และเขาก็ยังไม่อยากจากไปมือเปล่า
ยิ่งไปกว่านั้น แค่ ‘จอมยุทธกระบี่’ เกมเดียวก็ทำให้ศิษย์ที่นี่มีความสุขจนลืมวันลืมคืนขนาดนี้ หากเป็นเกมอื่น คงกลายเป็นอาวุธสังหารที่ปิดฉากทุกอย่างได้แน่นอน
แต่สภาพของศิษย์สายนอกในตอนนี้...
หลินหยวนเหลือบมองเพื่อนร่วมห้อง เห็นอีกฝ่ายกำลังถึอม้วนตำราไม้ไผ่ ทำทีเป็นศึกษาอย่างขยันขันแข็ง แต่ร่างกายที่โยกไปมาเป็นจังหวะกลับทรยศอาการที่เป็นอยู่
โดยเฉพาะเสียงโอดครวญที่หลุดออกมาเป็นพักๆ บ่งบอกชัดเจนว่าหมอนี่ต้องกำลังเล่น ‘จอมยุทธกระบี่’ อยู่แน่ๆ
ปกติเพื่อนร่วมห้องคนนี้เป็นคนขยันมาก ถึงขั้นใช้เคล็ดวิชาจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเพราะไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
อีกทั้งเขายังเป็นคนกระตือรือร้น มักจะคอยช่วยเหลือหลินหยวนในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสมอ นับว่าเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ดีมากคนหนึ่ง
ทว่านับตั้งแต่ได้รู้จักกับ ‘จอมยุทธกระบี่’ เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ
“เฮ้อ ข้าเองก็ประมาทไป ทำไมดันสร้างให้มันสนุกขนาดนี้กันนะ?”
ถ้าขนาดเพื่อนร่วมห้องของเขายังเป็นหนักขนาดนี้ คนอื่นคงยิ่งติดงอมแงมกว่า และในไม่ช้าความลับนี้จะต้องแตกแน่นอน
เมื่อนั้น ‘ผู้ตรวจการ’ ก็จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม หลินหยวนไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเท่าใดนัก ท้ายที่สุดแล้ว เขาเป็นเพียงนักพัฒนาเกมที่บังเอิญสร้างม้วนตำราไม้ไผ่ยอดฮิตขึ้นมา แล้วม้วนตำรานั้นก็ดันแพร่กระจายออกไปเอง
เมื่อวางใจได้เปราะหนึ่ง หลินหยวนก็เตรียมจะเข้านอน แต่ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออก
ผู้มาเยือนมีทั้งหมดสามคน ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำกลุ่มมีหนวดโค้งงอนงามอันเป็นเอกลักษณ์ เวลาเขามองใครมักจะใช้นิ้วม้วนปลายหนวดเล่นพร้อมเอียงคอ สายตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและจับผิดอยู่เสมอ
พวกเขาสวมชุดนักพรตสีดำรัดรูป ที่เอวของแต่ละคนห้อยอาวุธวิเศษรูปทรงไม้บรรทัด แผ่กลิ่นอายสังหารออกมาจางๆ
ทั้งสามเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เมื่อเข้ามาในห้อง พวกเขาเพียงหรี่ตามองหลินหยวนและเพื่อนร่วมห้องด้วยสายตาที่ดูแคลนและมุ่งร้าย
เพื่อนร่วมห้องของหลินหยวนยังคงไม่รู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก เขายังคงออกท่าออกทางอย่างบ้าคลั่ง พร้อมส่งเสียงหัวเราะแปลกๆ ออกมา
หลินหยวนไว้อาลัยให้เพื่อนร่วมห้องในใจอยู่สามวินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าวทักทายผู้มาเยือนทั้งสาม “ท่านผู้ตรวจการทั้งสาม มีธุระอันใดหรือขอรับ?”
พวกเขาคือผู้ตรวจการของสำนักวั่นฝ่าจริงๆ
กลุ่มผู้ตรวจการประกอบด้วยศิษย์สายใน มีหน้าที่จับกุมสายลับพรรคมาร ติดตามกิจกรรมผิดกฎหมาย และมีอำนาจในการลงโทษศิษย์สายนอก
และการที่พวกเขาปรากฏตัวที่นี่ หมายความว่าสำนักวั่นฝ่าได้กลิ่นความผิดปกติแล้ว
ชายหนวดงามผู้เป็นหัวหน้าปรายตามองหลินหยวนอย่างเย็นชา เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้กำลังเล่น ‘จอมยุทธกระบี่’ ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
และเมื่อเห็นหน้าหลินหยวนชัดๆ เขาก็ถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร “เจ้าคือหลินหยวนใช่หรือไม่?”
“ขอรับ”
“เจ้าทำได้ดีมาก” ชายหนวดงามเอ่ยชม “การสอบประจำเดือนเมื่อเดือนที่แล้วเจ้าทำผลงานได้ดี หากเจ้ารักษาอันดับหนึ่งได้ติดต่อกันอีกสามครั้ง เจ้าจะได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าศิษย์สายนอกรุ่นนี้”
แม้จะเริ่มบ่มเพาะช้ากว่าคนอื่น แต่หลินหยวนผู้ผ่านชีวิตมาแล้วสองชาติ พบว่าการเรียนรู้เคล็ดวิชาต่างๆ นั้นทำได้รวดเร็วกว่าปกติถึงสองเท่า ดังนั้นการสอบได้ที่หนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
ทว่าในหมู่ศิษย์สายนอกก็ยังมีคนเก่งๆ อีกมาก หลินหยวนจึงต้องพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำเอาไว้
หลังจากชื่นชมหลินหยวนเสร็จ ชายหนวดงามก็หันไปมองเพื่อนร่วมห้องของหลินหยวน สายตากลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งอีกครั้ง
“เจ้าสวะ”
ชายหนวดงามกระชากม้วนตำราไม้ไผ่จากมือเพื่อนร่วมห้องอย่างแรง
เพื่อนร่วมห้องที่ถูกแย่งของรักไปกำลังจะโมโห แต่พอเห็นสายตาเย็นยะเยือกของชายหนวดงาม เขาก็รีบก้มหน้าลง ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว
ชายหนวดงามแค่นเสียงเยาะเย้ยสองครั้ง ก่อนจะโยนม้วนตำราไม้ไผ่ไปด้านหลัง ซึ่งผู้ตรวจการอีกคนก็รับมันไว้และยัดใส่กระเป๋าอย่างคล่องแคล่ว
หลินหยวนมองตามไปเห็นว่ากระเป๋าของอีกฝ่ายตุงไปด้วยม้วนตำราไม้ไผ่ ดูเหมือนพวกเขาจะยึดมาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
มิน่าล่ะค่าความรู้สึกถึงเริ่มลดฮวบลง ที่แท้ผู้ตรวจการก็เริ่มลงมือกวาดล้างแล้วนี่เอง
แม้จะน่าเสียดายไปบ้าง แต่เกมนี้ก็น่าจะจบลงเพียงเท่านี้
คืนนั้น เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วเขตศิษย์สายนอก ศิษย์สายนอกทุกคนถูกยึดม้วนตำราไม้ไผ่และได้รับคำสั่งให้กลับไปตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
ม้วนตำราไม้ไผ่เหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังท่านเซียนอาวุโสของสำนักวั่นฝ่าเพื่อทำการตรวจสอบ
กองภูเขาม้วนตำราไม้ไผ่นับพันที่กองรวมกันทำเอาชายหนวดงามถึงกับมึนงง
เขาคิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล่นสนุกในวงเล็กๆ ไม่คิดเลยว่ามันจะแพร่ระบาดไปทั่วขนาดนี้
ศิษย์สายนอกแทบทุกคนมีมันคนละอัน เจ้าสิ่งนี้มันสนุกขนาดนั้นเชียวหรือ?
ม้วนตำราไม้ไผ่หนึ่งอันราคาครึ่งหินวิญญาณ เฉพาะกองที่อยู่ตรงหน้านี้ก็มีมูลค่ารวมกว่าห้าร้อยหินวิญญาณ เกือบเท่ารายได้ของเขาทั้งสองปีรวมกัน
นี่มันคดีใหญ่ชัดๆ!
เขากำลังจะอ้าปากถามท่านเซียนอาวุโสว่านี่อาจเป็นแผนการร้ายของพรรคมารหรือไม่ แต่กลับเห็นท่านเซียนหยิบม้วนตำราอันหนึ่งขึ้นมาประทับที่หน้าผากเรียบร้อยแล้ว
“ท่านเซียน นั่นมันไม่เหมาะสมขอรับ!”
“ไม่เป็นไร” เซียนอาวุโสผู้รับหน้าที่ตรวจสอบกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าผ่านโลกมามาก มีอะไรบ้างที่ข้าไม่เคยเห็น? แค่ม้วนตำรากระจอกๆ อันเดียว... นี่มันอะไรกัน?!”
ข้าไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนเลยจริงๆ!