เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: เบิกเนตรที่สาม

บทที่ 25: เบิกเนตรที่สาม

บทที่ 25: เบิกเนตรที่สาม


ความเงียบงันราวกับความตายบนดาดฟ้าถูกทำลายลงด้วยเสียงปรบมือที่ดังสนั่นหวั่นไหว

แปะ! แปะ! แปะ!

เจิ้งหงเย่ปรบมือไปพลางเดินตรงเข้าไปหาเฉินเหลียน ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด

"เสี่ยวเฉิน ยอดเยี่ยมจริงๆ"

"ฉันเฒ่าเจิ้งทำงานสืบสวนอาชญากรรมมาตั้งยี่สิบปี เจอคดีแปลกประหลาดมาก็เยอะ เจอคนเก่งๆ มาก็แยะ"

"แต่คนแบบแกนี่ ฉันไม่เคยเจอมาก่อนเลยจริงๆ"

"แกมันอัจฉริยะชัดๆ"

เขาเดินมาถึงตัวเฉินเหลียนแล้วตบไหล่หนักๆ สองสามที

"ไม่กี่ชั่วโมง"

"ด้วยเบาะแสเพียงน้อยนิด แกกลับคลี่คลายคดีที่สมบูรณ์แบบไร้ช่องโหว่ขนาดนี้ออกมาได้"

"นี่ไม่ใช่แค่การอนุมานด้วยตรรกะแล้ว นี่มันเหมือนแกมีเนตรที่สามมองทะลุปรุโปร่ง!"

"พล็อตเรื่องนี้ จุดหักมุมพวกนี้ วิธีการแบบนี้... ฉันบอกเลย ต่อให้เป็นคนเขียนบทมือทองระดับประเทศก็ยังไม่กล้าเขียนออกมาแบบนี้หรอก"

"ถ้าเอาไปทำละคร คนดูคงด่ายับว่าคนเขียนบทเห็นคนดูเป็นคนโง่"

"แต่ความจริงมักจะไร้เหตุผลยิ่งกว่าละครเสมอ"

ลู่เจ๋อที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ่งตื่นเต้นหนักกว่า หน้าแดงก่ำไปหมด

เขาถูไม้ถูมือ ตาเป็นประกายมอง "อาจารย์เฉิน" ราวกับโคลัมบัสค้นพบทวีปใหม่

"ดังระเบิดแน่ ดังระเบิดแน่! อาจารย์เฉิน ครั้งนี้พวกเราจะดังเป็นพลุแตกแน่!"

เขาแทบจะเต้นเร่าๆ ลดเสียงลงแต่ปิดความตื่นเต้นในน้ำเสียงไม่ได้เลย

"ฆาตกรรมในห้องปิดตายแบบสองคน การร่วมมือกันก่อเหตุ คนรักหักหลังกัน แล้วยังมี 'ผี' ที่ซ่อนตัวอยู่นานกว่าสิบวัน..."

"บ้าเอ๊ย องค์ประกอบพวกนี้มันอัดแน่นไปด้วยบัฟทั้งนั้น!"

"แต่ละอย่างนี่เป็นประเด็นติดเทรนด์ได้สบายๆ!"

"พอกระกาศผลคดีนี้ออกไป รายการเรา... ไม่สิ คุณต่างหาก! คุณจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดทราฟฟิกคนต่อไป เป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ยุคใหม่ เป็นดาวข่มของพวกคนชั่ว!"

เจียงเฟยเฟยก็เดินเข้ามา แววตาที่มองเฉินเหลียนเต็มไปด้วยความเลื่อมใส

แม้เธอจะไม่พูดอะไร แต่ดวงตาที่เป็นประกายวิบวับของเธอก็บอกทุกอย่างแล้ว

เมื่อเห็นปฏิกิริยาอันร้อนแรงของทุกคน เฉินเหลียนกลับยังคงสงบนิ่ง

เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นโบกไปมาตรงจมูก พยายามไล่กลิ่นเหม็นที่ยังตลบอบอวลอยู่

"เอาล่ะๆ หยุดอวยกันเองก่อนเถอะ"

เขาหันไปมองเจิ้งหงเย่ที่ยังคงดื่มด่ำกับความรู้สึกเหมือน "ขุดเจอทอง"

"หัวหน้าทีมเจิ้ง คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า?"

"หือ?"

เจิ้งหงเย่ชะงัก ยังไม่เข้าใจ

เฉินเหลียนพูดอย่างอ่อนใจ

"คนร้ายไงครับ"

"จับคนสิครับพี่ชาย"

"ขืนคุณมัวแต่ร่ายกวีชมโฉมกันอยู่ตรงนี้ ไอ้ฆาตกร 'อัจฉริยะ' สองคนนั่นอาจจะซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมหนีไปฉลองชัยชนะที่เกาะไหนสักแห่งในต่างประเทศแล้วก็ได้มั้ง"

ประโยคเดียวนี้ปลุกเจิ้งหงเย่ให้ตื่นเต็มตา

เขาตบหน้าผากตัวเองดังฉาด

"ใช่ๆๆ! จับคน!"

ความตื่นเต้นและความชื่นชมถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นมืออาชีพในทันที

สีหน้าของเจิ้งหงเย่กลับมาเคร่งขรึม และแววตาคมกริบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ไอ้หนู ฉันมัวแต่ชื่นชมแกจนเกือบลืมงานหลักไปเลย"

เขาหันไปสั่งการเจียงเฟยเฟยทันที

"เฟยเฟย รีบกลับไปที่กองกับฉันเดี๋ยวนี้!"

"ยื่นเรื่องขอหมายจับทันที และให้ฝ่ายเทคนิคเข้ามาเคลียร์พื้นที่ห้องเครื่องนี่ เก็บหลักฐานให้ละเอียดที่สุด!"

"ลายนิ้วมือ เส้นผม ขยะพวกนั้น ห้ามพลาดแม้แต่ชิ้นเดียว!"

"ที่แกพูดมาถูกหมด แต่การอนุมานก็คือการอนุมาน เราต้องมีคำรับสารภาพ พยาน และหลักฐานทางวัตถุ เพื่อสร้างห่วงโซ่พยานหลักฐานที่สมบูรณ์ไปมัดตัวพวกมัน!"

เจิ้งหงเย่พูดพลางก้าวยาวๆ ไปทางบันไดหนีไฟ กลับมาสวมบทบาทหัวหน้าทีมสืบสวนจอมเด็ดขาดอีกครั้ง

"ฉันจะนำกำลังไปรวบตัวหลิวจื่อจวงเดี๋ยวนี้ ส่วนข้อมูลช่างซ่อมคนนั้นต้องรีบสืบให้ได้แล้วเข้าจับกุมพร้อมกัน!"

"ห้ามปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้เด็ดขาด!"

มองดูแผ่นหลังของเจิ้งหงเย่และเจียงเฟยเฟยที่รีบร้อนจากไป เฉินเหลียนก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกในที่สุด

กระบวนการไขคดีมันน่าตื่นเต้นก็จริง แต่ก็เหนื่อยเอาเรื่อง

โดยเฉพาะการใช้สมองที่สูบพลังงานยิ่งกว่าวิ่งสิบกิโลเมตรเสียอีก

"อาจารย์เฉิน คุณนี่... ขอบคุณมากจริงๆ ครับ!"

ผู้จัดการโรงแรมเดินเข้ามา สีหน้าโล่งใจเหมือนคนที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

สายตาที่เขามองเฉินเหลียนตอนนี้เหมือนมองพระโพธิสัตว์เดินดินที่มาโปรดสัตว์ผู้ยาก

"ถ้าไม่ได้คุณ โรงแรมเราคงจบเห่จริงๆ คราวนี้"

"อย่าว่าแต่ชื่อเสียงป่นปี้เลย คงต้องปิดปรับปรุงยาวแน่ๆ"

"คุณคือผู้มีพระคุณของโรงแรมเราแท้ๆ!"

ท่าทีของผู้จัดการจริงใจสุดๆ ถึงขั้นประจบประแจงนิดๆ

"เพื่อเป็นการขอบคุณ ผมได้จัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับคุณกับผู้กำกับลู่ไว้ที่ห้องอาหารที่ดีที่สุดของโรงแรมเราแล้วครับ ให้เกียรติพวกเรา..."

"ไม่จำเป็น"

เฉินเหลียนโบกมือ ปฏิเสธทันที

ตอนนี้เขาอยากทำแค่อย่างเดียว

นอน

"ขอบคุณในน้ำใจ แต่ตอนนี้ผมต้องการแค่เตียงนุ่มๆ ไว้นอนหลับลึกๆ สักตื่น เอาแบบหลับจนกว่าระบบจะรีบูตใหม่เลยยิ่งดี"

เขารู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว

ความผ่อนคลายหลังจากความตึงเครียดทางจิตใจอย่างรุนแรง มาพร้อมกับความง่วงงุนที่ถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์

เห็นดังนั้น ลู่เจ๋อก็รีบเข้ามาไกล่เกลี่ย

"ผู้จัดการครับ ขอบคุณในความหวังดี แต่อาจารย์เฉินท่านเหนื่อยมากจริงๆ รบกวนช่วยจัดรถไปส่งพวกเรากลับที่พักหน่อยได้ไหมครับ?"

"ได้ครับ! ได้แน่นอน!"

ผู้จัดการโรงแรมผงกหัวรับคำทันที

"ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับ จะใช้รถลีมูซีนของโรงแรมไปส่งทั้งสองท่านถึงที่เลย!"

...เฉินเหลียนหลับเป็นตาย ไม่รู้วันรู้คืน

พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที นอกหน้าต่างก็มืดสนิทแล้ว

เขาควานหาโทรศัพท์มาดูเวลา สามทุ่มกว่าแล้ว

ท้องร้องโครกครากด้วยความหิว แต่ร่างกายขี้เกียจขยับเขยื้อน

ขณะที่กำลังชั่งใจว่าจะสั่งเดลิเวอรีหรือจะนอนตายซากต่อไป โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

หน้าจอแสดงชื่อ "เจิ้งหงเย่"

เฉินเหลียนกดรับสาย ส่งเสียงทักทายอย่างอ่อนแรง "ฮัลโหล"

ปลายสายเป็นเสียงของเจิ้งหงเย่ที่เต็มไปด้วยพลังและแฝงความตื่นเต้น

"เสี่ยวเฉิน! ตื่นหรือยัง?"

"เพิ่งตื่นครับ"

"แกนี่หลับลึกจริงๆ นะ"

เจิ้งหงเย่หัวเราะร่า แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นความพึงพอใจที่ปิดจ็อบได้สำเร็จ

"มีข่าวดีจะบอก"

"คนร้าย จับได้แล้วนะ"

"แถมสารภาพหมดเปลือกแล้วด้วย!"

ได้ยินดังนั้น เฉินเหลียนก็ตาสว่างขึ้นมาหน่อย ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง

"เร็วขนาดนั้นเลย?"

"แน่นอน! ฉันนำทีมไปจับเอง จะให้พลาดได้ไง"

น้ำเสียงเจิ้งหงเย่เต็มไปด้วยความภูมิใจ

"การจับกุมราบรื่นมาก สองคนนั้นคงนึกไม่ถึงว่าเราจะเจอตัวเร็วขนาดนี้"

"โดยเฉพาะหลิวจื่อจวง ตอนเราพังประตูเข้าไป เขากำลังฮัมเพลงเลือกดูรถสปอร์ตในเน็ตอย่างสบายใจเฉิบ"

"แล้วการสอบปากคำล่ะ? ราบรื่นไหม?" เฉินเหลียนถาม

"อย่าให้พูดเลย ตอนแรกปากแข็งชิบหาย"

เจิ้งหงเย่เล่า

"หลิวจื่อจวงยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้เรื่อง แถมยังตีหน้าเศร้าถามว่าทำไมต้องมาจับเขาที่เป็นญาติผู้เสียหาย การแสดงนี่ดีกว่าดาราอาชีพซะอีก"

"ส่วนไอ้ช่างซ่อมคนนั้น ยิ่งเขี้ยวลากดิน จิตใจแข็งแกร่งมาก นั่งในห้องสอบสวนเหมือนนั่งเล่นอยู่บ้าน ไม่พูดไม่จา ใช้สายตาเย็นชามองพวกเรา"

"แล้วไงต่อ?"

"แล้วไงต่อน่ะเหรอ?" เจิ้งหงเย่หัวเราะในสาย

"ฉันก็เลยเล่าการอนุมาน 'ฆาตกรรมในห้องปิดตายแบบสองคนอันสมบูรณ์แบบ' ของแกให้พวกมันฟังทีละฉากๆ ไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว"

"ตั้งแต่วิธีที่เขาแอบเข้าไปในห้องเครื่องล่วงหน้าสิบกว่าวัน ไปจนถึงการประสานงานกันจากในและนอกเพื่อขึงลวดสลิง แล้วใช้วิธีไหนฆ่าคนในลิฟต์..."

"เพื่อนเอ๋ย แกน่าจะได้เห็นภาพนั้นจริงๆ"

น้ำเสียงของเจิ้งหงเย่ออกรสออกชาติ

"พอฉันเล่าจบ แล้วตบรูปถ่ายถ้วยบะหมี่กับขวดน้ำที่มีลายนิ้วมือมันที่เจอในห้องเครื่องลงตรงหน้า..."

"สีหน้าของไอ้ช่างซ่อมนั่นพังทลายลงในพริบตา"

"ไอ้ท่าทางมั่นใจว่า 'ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม' นั่นแตกสลายทีละชิ้น สุดท้ายกลายเป็นความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง"

"เขามองหน้าฉัน แล้วพึมพำคำว่า 'เป็นไปไม่ได้' ซ้ำไปซ้ำมา"

"เขาไม่เข้าใจว่าเราไปเจอห้องเครื่องที่แทบจะถูกลืมไปแล้วนั่นได้ยังไง"

"และยิ่งไม่เข้าใจว่าเราจำลองแผนการทั้งหมดของเขาออกมาได้ถูกต้องแม่นยำขนาดนั้นได้ยังไง"

"ส่วนหลิวจื่อจวง พอเห็นแบบนั้นก็กลัวจนหัวหด ยังไม่ต้องใช้วิธีอะไรบีบคั้น ก็คายความลับออกมาหมดไส้หมดพุง สารภาพทุกอย่างเกลี้ยง"

เฉินเหลียนฟังเงียบๆ นึกภาพเหตุการณ์ในห้องสอบสวนออกได้ทันที

อาชญากรรมที่สมบูรณ์แบบแค่ไหน ทันทีที่ถูกเปิดโปง กำแพงจิตใจของคนร้ายมักจะพังทลายลงก่อนเสมอ

"แล้วแรงจูงใจล่ะ?" เฉินเหลียนถามคำถามสุดท้าย

"จะเพราะอะไรได้อีกล่ะ?"

น้ำเสียงเจิ้งหงเย่หม่นลง แฝงความดูแคลนและสังเวช

"เพื่อเงิน"

"หลี่ซูหลี่ถูกลอตเตอรี่เมื่อไม่นานมานี้ สิบล้าน"

"หลิวจื่อจวงในฐานะแฟน อยากให้เธอเอาเงินมาลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน พูดง่ายๆ คืออยากมีส่วนแบ่ง"

"แต่หลี่ซูหลี่ไม่ยอม ทั้งสองคนทะเลาะกันหนักเรื่องนี้ หลี่ซูหลี่ถึงขั้นขอเลิก"

"หลิวจื่อจวงก็เลยเกิดจิตสังหาร"

"เขาไปหาลูกพี่ลูกน้องที่เป็นช่างซ่อม แล้วสองคนก็วางแผนชั่วนี้ขึ้นมา"

"แถมตามคำสารภาพของช่างซ่อม เขาเป็นคนวางแผนหลักทั้งหมด หลิวจื่อจวงแค่คอยแจ้งพิกัดหลี่ซูหลี่และร่วมมือตามแผนเท่านั้น"

ฟังจบ เฉินเหลียนก็ถอนหายใจยาว

ลอตเตอรี่สิบล้าน คนรัก ฆาตกรรม

โศกนาฏกรรมที่เกิดจากความโลภอีกแล้วสินะ

เขาเอนหลังพิงหัวเตียง มองความมืดมิดนอกหน้าต่าง แล้วเอ่ยเบาๆ

"เห็นไหมล่ะ ความปรารถนาคือรากเหง้าของความชั่วร้ายทั้งปวง"

จบบทที่ บทที่ 25: เบิกเนตรที่สาม

คัดลอกลิงก์แล้ว