เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: ผมก็แค่เด็กเจ็ดขวบธรรมดาๆ คนนึงครับ

บทที่ 11: ผมก็แค่เด็กเจ็ดขวบธรรมดาๆ คนนึงครับ

บทที่ 11: ผมก็แค่เด็กเจ็ดขวบธรรมดาๆ คนนึงครับ


บทที่ 11: ผมก็แค่เด็กเจ็ดขวบธรรมดาๆ คนนึงครับ

คลื่นลูกแรกยังไม่ทันสงบ คลื่นลูกใหม่ก็ถาโถมเข้ามาอีก

ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น, ชิมูระ ดันโซ และคนอื่นๆ ยังไม่ทันหายช็อกกับการที่คาเซฮายะจัดการสัตว์ยักษ์ได้อย่างง่ายดาย

พวกเขาก็ต้องมาเจอกับข้อมูลอันน่าตื่นตะลึงที่โทบิรามะเพิ่งเปิดเผย!

วิชา “ระเบิดพลังหมัด”  ที่คาเซฮายะเชี่ยวชาญ... ท่านโทบิรามะใช้เวลาฝึกถึง 5 ปี

ท่านฮาชิรามะใช้เวลาฝึก 3 ปี

และพวกเขาทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงตำนานของท่านฮาชิรามะดี!

เขาคือผู้ยุติยุคสงครามแคว้น!

เขาคือผู้ก่อตั้งหมู่บ้านนินจาแห่งแรกในประวัติศาสตร์!

เขาคือผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกนินจา ได้รับการเคารพยกย่องในฐานะ “เทพเจ้านินจา”!

ไม่ต้องสงสัยเลย

ท่านฮาชิรามะคือตำนานที่มีลมหายใจ!

แต่ทว่า... คาเซฮายะกลับเรียนรู้วิชาระเบิดพลังหมัดได้รวดเร็วยิ่งกว่าท่านฮาชิรามะและท่านโทบิรามะ

และที่สำคัญคือ... โดยไม่มีใครสอน

นี่มันน่าทึ่งขนาดไหน?

นี่มันน่ากลัวขนาดไหน?

ลองย้อนกลับมาดูตัวเอง

อย่าว่าแต่ตอนเจ็ดขวบเลย แม้แต่ตอนนี้พวกเขายังควบคุมจักระได้ไม่แม่นยำขนาดนั้น

อย่างมากที่สุด พวกเขาก็แค่รวมจักระไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งเพื่อปล่อยคาถานินจา

แต่การจะคลุมจักระไว้ทั่วทั้งร่างกาย...

พวกเขาจับเคล็ดลับไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ถ้าไม่ได้เห็นกับตา คงไม่มีใครเชื่อเด็ดขาด

ว่าคาเซฮายะ... เด็กน้อยวัยเพียงเจ็ดขวบ จะใช้วิชาระเบิดพลังหมัดได้อย่างคล่องแคล่วขนาดนี้

ใช่

เขาเพิ่งจะเจ็ดขวบ!

เจ็ดขวบ!

นี่มันเรื่องสะเทือนฟ้าสะเทือนดินชัดๆ!

“ไม่ว่าจะเป็นท่านฮาชิรามะหรือท่านโทบิรามะ ทั้งสองท่านล้วนได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะนินจา มีความแข็งแกร่งเหนือกว่านินจานับหมื่น”

หัวใจของฮิรุเซ็นปั่นป่วนราวกับคลื่นทะเลคลั่ง “แต่คาเซฮายะกลับเหนือชั้นยิ่งกว่า... นี่มันอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะชัดๆ ไม่สิ...”

ฮิรุเซ็นอดส่ายหน้าไม่ได้ รอยยิ้มขื่นๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากขณะที่เขาพูดความคิดในใจออกมา

“นายน้อยคาเซฮายะ... แข็งแกร่งอย่างกับ สัตว์ประหลาด ชัดๆ...”

แม้คาเซฮายะจะอายุน้อยกว่าทุกคนในที่นี้ แต่เขามีสถานะเป็นหลานชายของโฮคาเงะรุ่นที่ 1

แม้แต่ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ก็ยังต้องเรียกเขาว่า “นายน้อย”

ความคิดของดันโซและคนอื่นๆ แทบจะไม่ต่างจากฮิรุเซ็น

ก่อนจะได้เจอคาเซฮายะ พวกเขาไม่เคยเชื่อเรื่องพรสวรรค์ และไม่คิดว่าสายเลือดจะกำหนดชะตาชีวิตได้มากขนาดนั้น

ต่อให้อัจฉริยะแค่ไหน ถ้าไม่ขยันฝึกฝน

สุดท้ายก็ต้องจมหายไปกับฝูงชนอยู่ดี

แต่ผลลัพธ์คือ... คาเซฮายะกลายเป็นตัวอย่างที่มีชีวิต ตบหน้าพวกเขาฉาดใหญ่จนหน้าชา

ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเชื่อ

ว่าในโลกนี้... มีคนที่สามารถขยี้ความพยายามทั้งหมดของคุณได้ด้วย “พรสวรรค์” เพียงอย่างเดียว!

คาเซฮายะไม่เคยเข้าร่วมการฝึกฝนใดๆ

วิชาระเบิดพลังหมัดเป็นเพียงสิ่งที่เขาค้นพบโดยบังเอิญ และเขาก็เชี่ยวชาญมันได้เอง

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากปากท่านโทบิรามะ

ด้วยสถานะและนิสัยของท่านโทบิรามะ ท่านไม่มีความจำเป็นต้องโกหก

และไม่มีทางที่จะโกหกเรื่องพรรค์นี้ด้วย

อันที่จริง ฮิรุเซ็นสัมผัสได้ว่าท่านโทบิรามะเองก็ทั้งช็อกและตื่นเต้นไม่แพ้กัน

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่คาเซฮายะ ทำให้เขากลายเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจในวินาทีนี้

ความอิจฉา ความริษยา และแม้แต่ความชิงชัง

อารมณ์หลากหลายผสมปนเปอยู่ในใจของฮิรุเซ็นและพรรคพวก

โทบิรามะไม่ได้คิดว่าฮิรุเซ็นพูดผิดที่ใช้คำว่า “สัตว์ประหลาด” มาอธิบายคาเซฮายะ

อย่าว่าแต่เจ้าหนูพวกนี้เลย แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกว่าคาเซฮายะแข็งแกร่งเหมือนสัตว์ประหลาด

ตอนเขาอายุเจ็ดขวบ... ไม่สิ ตอนสิบเจ็ด เขาอาจจะเทียบคาเซฮายะไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ

แต่ทว่า โทบิรามะก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ

“ข้าเป็นถึงผู้สืบทอดตำแหน่งโฮคาเงะรุ่นที่ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ ทำไมข้าต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเด็กคราวหลานด้วยเนี่ย?”

โทบิรามะปลอบใจตัวเองเงียบๆ

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่อารมณ์เดียวที่โทบิรามะรู้สึก

นอกเหนือจากนั้น เขายังรู้สึกปลื้มปริ่มสุดๆ

ดูสายตาที่ฮิรุเซ็นและคนอื่นมองคาเซฮายะสิ

ความรู้สึกนี้มันเหมือนตอนลูกตัวเองไปสอบจูนิน แล้วมีแค่ลูกเราคนเดียวที่สอบผ่าน ได้เลื่อนขั้นเป็นจูนิน

ในขณะที่ลูกชาวบ้านได้แต่ส่งสายตาอิจฉาริษยามาให้

ใช่แล้ว อารมณ์ของโทบิรามะตอนนี้ก็ประมาณนั้นแหละ

หลานชายของเขา... คาเซฮายะ คือ “ลูกบ้านอื่น” ที่ใครๆ ก็พากันพูดถึง!

อะไรนะ ตระกูลซารุโทบิ?

ตระกูลชิมูระ?

ตระกูลมิโตคาโดะ?

ตระกูลฮิวงะ?

ตระกูลอาคิมิฉิ?

ไหนจะมิโตคาโดะ ไหนจะโคฮารุ

โดยเฉพาะตระกูลอุจิวะ!

ไม่มีใครหน้าไหนเจ๋งเท่าคนของตระกูลเซนจูของข้าหรอกเว้ย!

แม้ว่าซารุโทบิ ฮิรุเซ็นและคนอื่นๆ จะเป็นลูกศิษย์ที่โทบิรามะรักและให้ความสำคัญ

แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นและเปรียบเทียบคาเซฮายะกับพวกนั้น

ยังไงซะ คนเราก็ต้องมีความลำเอียงกันบ้างไม่มากก็น้อย

หลานในไส้กับสิ่งที่เรียกว่าลูกศิษย์...

มันจะไม่ให้มีความแตกต่างเรื่องความสนิทชิดเชื้อได้ยังไง?

“อุจิวะ มาดาระ ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าแกยังมีชีวิตอยู่แล้วได้มาเห็นคาเซฮายะหลานชายของข้า แกจะทำหน้ายังไง”

โทบิรามะพึมพำกับตัวเอง

ในอีกด้านหนึ่ง คาเซฮายะ

แม้ร่างกายปัจจุบันจะอายุเจ็ดขวบ แต่เนื้อแท้เขาคือผู้กลับชาติมาเกิด

ก่อนจะมาโลกนี้ เขาใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาในโลกอื่นมาเกือบยี่สิบปี

จู่ๆ ต้องกลายมาเป็นจุดสนใจแบบนี้ ทำให้คาเซฮายะรู้สึกไม่ชินเอาซะเลย

เขารู้สึกกระอักกระอ่วนชอบกล

“ผมก็แค่เด็กเจ็ดขวบธรรมดาๆ คนนึงครับ”

ทว่า คาเซฮายะไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไงจริงๆ เขาคิดว่าการถ่อมตัวในเวลาแบบนี้น่าจะดีกว่า?

แต่คำพูดของเขากลับยิ่งทำให้ฮิรุเซ็นและคนอื่นเจ็บช้ำน้ำใจหนักกว่าเดิม!

ธรรมดา?

เอ็งเรียกแบบนี้ว่าธรรมดาเรอะ?

นายน้อยคาเซฮายะ คุณมีความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับคำว่า “ธรรมดา” หรือเปล่าครับ!

ถ้าคุณถูกเรียกว่าธรรมดาได้

แล้วพวกเราล่ะคืออะไร?

พวกบ๊วย?

ตัวถ่วงความเจริญ?

ประโยคสั้นๆ นี้เปรียบเสมือนมีดคุไนที่ติดบัฟคริติคอล แทงทะลุหัวใจของทุกคน

เจ็บจี๊ด!

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาสิ้นหวังยิ่งกว่าคือ... พวกเขาไม่มีทางมองข้ามความจริงข้อนี้ไปได้

นายน้อยคาเซฮายะ... ปีนี้เพิ่งจะเจ็ดขวบ!

สัตว์ประหลาดวัยเจ็ดขวบที่มีพรสวรรค์น่ากลัวจนขนลุก!

แล้วพวกเขาล่ะ?

แค่ฝึกคาถานินจาบทไหนสำเร็จ หรือเริ่มชำนาญวิชาอะไรหน่อย ก็ตัวพองคับอก อยากจะรีบไปอวดท่านโทบิรามะกับเพื่อนๆ ใจจะขาด

อยากได้ยินคำชมเชยและการยอมรับ

เมื่อเทียบกันแล้ว...

ความถ่อมตัวของคาเซฮายะทำให้พวกเขารู้สึกละอายใจเหลือเกิน

คาเซฮายะไม่คิดจริงๆ ว่าแค่ระเบิดจักระออกมานิดหน่อย สถานการณ์จะกลายเป็นแบบนี้

ยังไงซะ วิชาระเบิดพลังหมัดก็เป็นแค่การควบคุมจักระให้แม่นยำไม่ใช่เหรอ?

ขนาดฮารุโนะ ซากุระ กับซาราดะ ยังฝึกได้เลย

คงไม่มีใครคิดจริงๆ หรอกนะว่าวิชานี้มันฝึกยาก?

แต่สุดท้าย คาเซฮายะก็ไม่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไป

มองดูเหล่าว่าที่บิ๊กเนมที่นำโดยซารุโทบิ ฮิรุเซ็น... คาเซฮายะไม่อยากจะทำลายกำลังใจพวกเขาไปมากกว่านี้

แต่สายตาของพวกนั้นยังคงทำให้เขารู้สึกอึดอัด

ความรู้สึกที่ถูกจ้องมอง ราวกับทุกคนกำลังรอให้คุณพูดอะไรสักอย่าง

มันไม่ใช่สิ่งที่ใครจะปรับตัวได้ง่ายๆ

ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง หวังจะทำลายบรรยากาศมาคุ “การฝึกเอาชีวิตรอดในป่า จะดำเนินต่อได้หรือยังครับ?”

จุดประสงค์ที่พวกเขาเข้ามาในป่ามรณะแห่งนี้คือเพื่อฝึกฝนและเติบโต

ไม่ใช่มาปิกนิกนั่งคุยกัน

อีกอย่าง คาเซฮายะปรับตัวเข้ากับการฝึกนี้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

เขาหวังว่าท่านโทบิรามะจะกลับไป แล้วปล่อยให้เขาฝึกต่อ

เพื่อดึงความสนใจของทุกคนกลับไปที่การรับมือกับวิกฤติต่างๆ ในป่ามรณะ

แบบนั้นเขาจะได้ไม่ต้องเป็นเป้าสายตามากนัก

แต่ใครจะรู้... ท่านโทบิรามะชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา

“เจ้าหนู เธอคิดว่าการฝึกแบบนี้ยังจะช่วยให้เธอพัฒนาได้อีกเหรอ?”

“ด้วยความแข็งแกร่งระดับเธอตอนนี้ เธอสามารถเดินกร่างไปทั่วป่านี้ได้สบายๆ เลยนะ”

คาเซฮายะ: “???”

โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 11: ผมก็แค่เด็กเจ็ดขวบธรรมดาๆ คนนึงครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว