- หน้าแรก
- ฉันได้เป็นโฮคาเงะตั้งแต่อายุแปดขวบ
- บทที่ 4: พวกเรากลายเป็นตัวถ่วงไปแล้วเหรอ?
บทที่ 4: พวกเรากลายเป็นตัวถ่วงไปแล้วเหรอ?
บทที่ 4: พวกเรากลายเป็นตัวถ่วงไปแล้วเหรอ?
บทที่ 4: พวกเรากลายเป็นตัวถ่วงไปแล้วเหรอ?
ในช่วงแรก การเคลื่อนไหวของคาเซฮายะดูเก้ๆ กังๆ อยู่บ้างจริงๆ
ด้วยวัยเพียงเจ็ดขวบ และไม่เคยมีนิสัยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การต้องมาออกแรงอย่างหนักในทันทีทำให้ชีพจรของเขาพุ่งทะยานไปถึง 160 ครั้งต่อนาทีในชั่วพริบตา
ทว่า ทันทีที่คาเซฮายะเริ่มดึง “จักระของฮาชิรามะ” ออกมาใช้ อัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งสูงก็กลับมาเสถียร ลมหายใจที่หอบถี่ก็กลับมาสงบนิ่ง
ใช้เวลาเพียง 10 นาที คาเซฮายะก็ปรับตัวเข้ากับความเร็วของพวกฮิรุเซ็นได้จนทัน
ไม่ใช่แค่นั้น เขายังไม่ต้องทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการวิ่งอีกต่อไป และเริ่มกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่คาเซฮายะรู้สึกว่า ป่ามรณะ แห่งนี้กว้างใหญ่กว่าตอนสอบจูนินในอนิเมะเสียอีก
ความดุร้ายของพวกสัตว์ป่าก็รุนแรงกว่าด้วย
“ถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นเพราะเรื่องจำนวนประชากร”
คาเซฮายะสันนิษฐานในใจว่า ตอนนี้ประชากรของ หมู่บ้านโคโนฮะ ยังมีน้อย พื้นที่ป่าจึงกินอาณาบริเวณกว้างขวางตามธรรมชาติ
แต่ในอนาคตเมื่อประชากรเพิ่มขึ้น พื้นที่ของป่ามรณะก็จะหดเล็กลงตามไปด้วย
นี่อธิบายได้ว่าทำไมโทบิรามะถึงกำหนดเวลาเดินทางถึงหอคอยกลางป่าไว้ที่ 10 วัน
เพราะระยะทางไกลกว่าตอนสอบจูนิน และสัตว์ร้ายก็ดุเดือดกว่าตอนนั้นมาก
ดังนั้น แม้แต่กับซารุโทบิ ฮิรุเซ็นและคนอื่นๆ การฝึกเอาชีวิตรอดครั้งนี้ก็ถือว่ามีความยากในระดับหนึ่ง
เพียงแต่คาเซฮายะไม่รู้ตัวเลยว่า...
นี่มันไม่ใช่แค่ ‘ยากในระดับหนึ่ง’ แต่มันคือ โคตรยาก ต่างหาก
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นหันกลับมามองคาเซฮายะเป็นระยะๆ ในใจเต็มไปด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น!
เขาไม่เข้าใจเลยว่าเด็กเจ็ดขวบจะปรับตัวกับสภาวะทั้งหมดนี้ได้ภายใน 10 นาทีได้ยังไง
ครั้งแรกที่เขาเข้ามาในป่ามรณะ เขาอายุ 12 ปี
ไม่ว่าจะกระบวนท่า, คาถานินจา, หรือความสามารถในการปรับตัว เขาคืออันดับหนึ่งในรุ่น
แม้แต่อุจิวะ คางามิ จากตระกูลอุจิวะ ก็ยังด้อยกว่าเขาอยู่หนึ่งขั้น
ถึงอย่างนั้น ตอนที่เขาเข้าป่ามรณะมาพร้อมกับท่านโทบิรามะ เขาต้องวิ่งแบบรากเลือดเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งห่าง
และผ่านไปไม่ถึง 5 นาที เขาก็อ้วกแตก!
เพราะกลัวว่าคาเซฮายะจะเป็นเหมือนตัวเองในอดีต ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นจึงจงใจไม่เร่งความเร็วนัก
แต่พอเห็นคาเซฮายะเริ่มปรับตัวได้ เขาจึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น
จนเข้าสู่นาทีที่ 5 เขาก็วิ่งเร็วกว่าท่านโทบิรามะในตอนนั้นไปแล้ว
เรียกได้ว่าตอนนี้เขาแทบจะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดของตัวเอง!
แต่คาเซฮายะยังคงตามติดอยู่ข้างหลังอย่างมั่นคง ลมหายใจสม่ำเสมอ ฝีเท้าหนักแน่น ดูสบายๆ เหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรมาก
ที่สำคัญ ท่านโทบิรามะย้ำนักย้ำหนาว่า... นี่คือการฝึกครั้งแรกของคาเซฮายะ!
“เจ้าหนูคาเซฮายะนี่... การปรับตัวมันจะเวอร์เกินไปแล้ว...”
“นี่... นี่คือหลานชายของท่านฮาชิรามะงั้นเหรอ?”
ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ต่อให้ใครมาโม้ให้ฟังจนน้ำลายแตกฟอง ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
นี่มันเรื่องแฟนตาซีชัดๆ!
จู่ๆ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นก็รู้สึกว่า ‘คนเปรียบคนมีแต่ช้ำ ของเปรียบของมีแต่ทิ้ง’
พรสวรรค์ของคาเซฮายะเหมือนภูเขาสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านขวางหน้า จู่ๆ ก็กดทับลงมาจนเขาหายใจไม่ออก มองขึ้นไปก็ไม่เห็นยอดเขา
อย่าว่าแต่จะปีนข้ามไปเลย
“ร่างกายและความเร็วของชั้นในตอนนี้ ทั้งหมดสร้างขึ้นจากการฝึกฝนอย่างหนักวันแล้ววันเล่า ขัดเกลามานับสิบปี”
“แต่คาเซฮายะกลับไล่ตามทันในเวลาแค่ 10 นาที”
“พรสวรรค์ที่มีมาแต่เกิดแบบนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว”
หัวใจของซารุโทบิ ฮิรุเซ็นเหมือนมีหินก้อนยักษ์ตกลงกลางบึง ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมที่ไม่สงบลงง่ายๆ
เขาเชื่อมาตลอดว่าขอแค่พยายามและอดทน... สักวันเขาจะไล่ตามท่านโทบิรามะได้ทัน
ความเชื่อมั่นและความมั่นใจนั้นแข็งแกร่งเพียงใด...
ตอนนี้ ความรู้สึกสูญเสียและแรงกระแทกในใจก็รุนแรงเพียงนั้น
ดันโซที่วิ่งอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกแทบไม่ต่างกัน
ตอนก้าวเท้าเข้าป่ามรณะ สิ่งแรกที่ดันโซคิดคือเขาต้องดูแลคาเซฮายะให้ดี
ยังไงซะอีกฝ่ายก็เป็นถึงหลานชายของท่านโฮคาเงะรุ่นที่ 1
เผื่อว่าจะทำคะแนนกับท่านโทบิรามะได้บ้าง
แต่ใครจะไปรู้... คาเซฮายะต้องการคนดูแลที่ไหนกันเล่า?
พรสวรรค์ของหมอนี่มันระดับปีศาจชัดๆ
ผลลัพธ์ที่เขาพยายามมาเกือบสิบปี
คาเซฮายะใช้เวลาแค่สิบนาทีก็ไล่ทัน!
นี่ทำให้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่า ที่ผ่านมาเขาเอาเวลาช่วงวัยรุ่นไปทิ้งขว้างหรือเปล่า
สายตาที่ดันโซมองคาเซฮายะตอนนี้ ไม่ใช่แค่แปลกใจ แต่ถึงขั้นตะลึงงัน
เดิมทีดันโซไม่เชื่อเรื่องอัจฉริยะ
เพราะรอบตัวเขามีอัจฉริยะอยู่เต็มไปหมด
ฮิรุเซ็น จากตระกูลซารุโทบิ
คางามิ จากตระกูลอุจิวะ
ไหนจะโทริคาเสะ จากตระกูลอาคิมิฉิ และชิราคาวะ จากตระกูลฮิวงะ
เมื่ออยู่ต่อหน้าคนพวกนี้ ดันโซไม่เคยรู้สึกด้อยกว่าเลยสักนิด
ตรงกันข้าม เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าอัจฉริยะพวกนี้ก็งั้นๆ
เขาจะใช้ความพยายามและความฉลาดเฉลียวเอาชนะพวกนั้นทีละคน และก้าวขึ้นเป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ในอนาคตให้ได้
ทว่า ตอนนี้ การปรากฏตัวของคาเซฮายะเหมือนตบหน้าเขาฉาดใหญ่
เหมือนจะบอกเขาว่า โลกนี้ไม่เพียงแค่มีอัจฉริยะ
แต่มันเป็นอัจฉริยะโดยกำเนิด
และเป็นประเภทที่เอื้อมไม่ถึง!
“คาเซฮายะ... ชั้นเรียกนายแบบนี้ได้ใช่ไหม?” อุจิวะ คางามิ ที่เงียบมาตลอด ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว “ชั้นขอถามอะไรหน่อย ก่อนจะเข้าป่ามรณะ นายไม่เคยฝึกมาก่อนจริงๆ เหรอ?”
คำถามเด็ด!
วินาทีนี้ อุจิวะ คางามิ ได้พูดแทนใจของทุกคนไปหมดแล้ว
ทุกคนที่อยู่ที่นั่นอยากได้ยินประโยคทำนองว่า:
“อ๋อ เปล่าหรอก เมื่อก่อนชั้นก็ฝึกอยู่ทุกวันแหละ”
ทว่า...
“อืม นี่เป็นครั้งแรกของชั้น หวังว่าชั้นคงไม่เป็นตัวถ่วงพวกนายนะ” คาเซฮายะตอบกลับไป
ตอนนี้เขามีแค่จักระมหาศาล และยังดูไม่ออกว่าระดับของฮิรุเซ็นกับคนอื่นๆ อยู่ตรงไหน
ยังไงซะคนพวกนี้ก็คือว่าที่ผู้บริหารระดับสูงของโคโนฮะในอนาคต!
เป็นบิ๊กเนมเชียวนะ!
ในมุมมองของคาเซฮายะ คนพวกนี้อาจจะแค่ออมมือให้เขาอยู่ก็ได้
ไม่ว่ายังไง เขาก็เป็นเด็กเส้นที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เหรอ?
แต่ความจริงก็คือ... ตัวถ่วงเหรอ?
พวกเราต่างหากที่รู้สึกเหมือนกำลังถ่วงนายอยู่เนี่ย!
ถ้านายไม่อายุแค่เจ็ดขวบ ป่านนี้นายคงทิ้งพวกเราไม่เห็นฝุ่นไปนานแล้ว!
โดยเฉพาะอุจิวะ คางามิ
เขาเบิก “เนตรวงแหวน” ขีดจำกัดสายเลือดเฉพาะตัวของตระกูลอุจิวะได้แล้ว
พูดได้เต็มปากว่าเขาคืออัจฉริยะแห่งตระกูลอุจิวะ!
สักวันเขาจะเติบโตและแข็งแกร่งยิ่งกว่ามาดาระ
บวกกับความขัดแย้งที่มีมาเนิ่นนานระหว่างตระกูลเซนจูและตระกูลอุจิวะ
ตอนนี้ พอเห็นชื่อเสียงอัจฉริยะของตัวเองโดนคาเซฮายะเหยียบย่ำจนจมดิน หัวใจเขาก็รู้สึกเหมือนเพิ่งกลืนของแสลงลงไป
อึดอัดสุดๆ!
ตระกูลอุจิวะมีชะตากรรมต้องโดนคนชื่อเซนจูกดหัวตลอดไปเลยหรือไง?!
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดในใจที่ไม่มีใครแสดงออกมา
“อืม...”
หลังจากวิ่งมาได้ครึ่งชั่วโมง บวกกับการถูกโจมตีเป็นระยะจากสัตว์ป่าและแมลงยักษ์ ทำให้คาเซฮายะเริ่มเข้าใจความโหดร้ายของป่ามรณะมากขึ้น
มันอันตรายกว่าที่เขาจินตนาการไว้เยอะ!
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ แต่พวกเขายังหาแหล่งน้ำไม่ได้เลย
ในฐานะผู้กลับชาติมาเกิด คาเซฮายะเคยดูรายการสอนเอาตัวรอดของ Bear Grylls แก้เบื่อมาก่อน
ในการเอาชีวิตรอดกลางป่าแบบนี้ แหล่งน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญมหาศาล
เสียงของคาเซฮายะเรียกความสนใจของทุกคนทันที
“พวกนายไม่ต้องลดความเร็วรอชั้นหรอก ชั้นตามพวกนายทันน่า” คาเซฮายะพูดขึ้น
ทุกคน: ???
สรุปพวกเราเป็นตัวถ่วงมันเรอะ?!
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═