- หน้าแรก
- เจ้าสาวผู้เปลี่ยนชะตา จากความจำยอมสู่วาสนาที่พาให้มั่งมี
- ตอนที่ 22 สามีของนางเป็นของนางเพียงผู้เดียว
ตอนที่ 22 สามีของนางเป็นของนางเพียงผู้เดียว
ตอนที่ 22 สามีของนางเป็นของนางเพียงผู้เดียว
ตู้หว่านชุนยิ้มตาหยีจนดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เอ่ยอ้อนว่า "ท่านแม่ ข้าก็เป็นลูกสาวของท่านไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"
ป้าโจวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมาย นางยื่นมือออกไปลูบแก้มของหว่านชุนเบาๆ แล้วช่วยทัดปอยผมที่ร่วงลงมาปรกหน้าผากไปไว้ที่หลังใบหู พลางยิ้มตอบ "ใช่แล้ว เจ้าเป็นลูกสาวของแม่"
"ท่านแม่ น้องหญิง เตรียมตัวเสร็จหรือยัง?"
โจวรุ่ยหยวนค่อยๆ เข็นรถเข็นออกมาจากในเรือนอย่างเชื่องช้า
แม้ตอนนี้เขาจะพอพยุงตัวยืนด้วยขาข้างเดียวได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังกินแรงมากเกินไป ส่วนใหญ่เขาจึงยังต้องนั่งรถเข็นอยู่
ตู้หว่านชุนค่อยๆ หันกลับไปมอง ก็พบว่าวันนี้โจวรุ่ยหยวนรวบผมด้านหน้าขึ้นไปทั้งหมด เผยให้เห็นหน้าผากเกลี้ยงเกลา ตรึงผมด้วยเครื่องประดับเรียบง่าย
ใบหน้าขาวผ่องที่ได้รูป เครื่องหน้าคมคายเด่นชัด ยิ่งส่งให้เขาดูหล่อเหลางดงามจับตายิ่งกว่าเดิม
ตู้หว่านชุนรู้อยู่แล้วว่าสามีของนางหน้าตาดี แต่ก็คาดไม่ถึงว่าขนาดนางที่เป็นภรรยาเองแท้ๆ ยังเผลอตกตะลึงในความงามของเขาอยู่บ่อยครั้ง
พูดตามตรง ตอนนี้นางอยากจะเอาตัวเขาไปซ่อนไว้ในบ้านเสียจริงๆ ไม่อยากให้ใครได้เห็นเขาเลย
สามีผู้น่ารักของนาง ต้องเป็นของนางเพียงคนเดียว
ตู้หว่านชุนเก็บความหวงแหนเล็กๆ นี้ไว้ในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยเข็นรถให้โจวรุ่ยหยวน พลางเอ่ยว่า "ท่านพี่ วันนี้กลับไปที่บ้านตระกูลตู้ ท่านไม่ต้องเกรงใจท่านพ่อกับแม่เลี้ยงของข้าหรอกนะเจ้าคะ นับตั้งแต่วันที่ข้าแต่งออกมา ข้ากับพวกเขาก็ถือว่าขาดกันแล้ว"
โจวรุ่ยหยวนทอดสายตามองไปข้างหน้า แล้วเอ่ยเนิบๆ ว่า "การกลับไปวันนี้ไม่ใช่เพื่อไปเยี่ยมเยียนผู้อาวุโสทั้งสอง แต่ไปเพื่อทวงคืนของที่เป็นของเจ้า"
"ของหรือ?" ตู้หว่านชุนประหลาดใจเล็กน้อย ดูเหมือนนางจะไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้โจวรุ่ยหยวนฟังมาก่อน
โจวรุ่ยหยวนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นโดยอาศัยแรงพยุงจากที่วางแขน ฝืนทนความเจ็บปวดที่ขาเพื่อยืนขึ้นหันมามองนาง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ของต่างหน้าที่ท่านแม่ของเจ้าทิ้งไว้ให้เจ้าอย่างไรเล่า"
ตู้หว่านชุนรีบก้าวเข้าไปพยุงเขาไว้ แล้วถามด้วยความงุนงง "ท่านพี่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ?"
อาศัยแรงพยุงจากหว่านชุน โจวรุ่ยหยวนค่อยๆ ก้าวขึ้นรถม้าอย่างทุลักทุเลทีละนิด "แม่สื่อหลิวเป็นคนบอกข้า นางบอกว่าแม่เลี้ยงของเจ้าจิตใจโหดเหี้ยม ย่อมต้องยึดสินเดิมของเจ้าไว้แน่ๆ"
"ข้าคิดว่าของที่มารดาเจ้าทิ้งไว้ให้ ย่อมต้องสำคัญกับเจ้ามาก ไม่ควรยกให้คนอื่นไปง่ายๆ"
พูดจบ เขาก็จัดท่านั่งให้เข้าที่ ก่อนจะโอบเอวตู้หว่านชุนรั้งนางขึ้นมานั่งบนรถม้าข้างกายเขา จากนั้นจึงบังคับบังเหียนออกรถ
ตู้หว่านชุนเอนกายพิงอกเขา เงยหน้ามองสันกรามคมสัน ความอบอุ่นสายหนึ่งพลันแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
รถม้าเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ สายลมวสันต์พัดเอื่อยเฉื่อยปะทะใบหน้า ตู้หว่านชุนซบไหล่สามี มองดูทิวไม้เขียวขจีที่เคลื่อนผ่านและดอกท้อเดือนสามที่กำลังบานสะพรั่ง จิตใจที่เคยสับสนว้าวุ่นพลันสงบลง สงบจนรู้สึกราวกับว่าอยากให้ช่วงเวลานี้ทอดยาวไปชั่วชีวิต
แม้หมู่บ้านชางหลิวจะอยู่ห่างจากหมู่บ้านเซียงถานของตู้หว่านชุนพอสมควรหากต้องเดินเท้า แต่เมื่อนั่งรถม้าเพียงไม่นานก็มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน
เมื่อตู้หว่านชุนและโจวรุ่ยหยวนมาถึงหน้าบ้านตระกูลตู้ ก็พบว่ามีรถม้าคันหนึ่งจอดเทียบรออยู่ก่อนแล้ว
รถม้าคันนั้นดูแตกต่างจากของพวกนางอย่างสิ้นเชิง มันตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ บอกยี่ห้อว่าเป็นรถม้าของตระกูลเศรษฐีมีเงิน
หากเดาไม่ผิด คงเป็นหลิวหลานจือ น้องสาวต่างแม่ของนางที่กลับมาเยี่ยมบ้านพร้อมกับคุณชายตระกูลนายอำเภอหลี่
ตู้หว่านชุนค่อยๆ ลงจากรถม้า แล้วประคองโจวรุ่ยหยวนเดินตรงไปที่ประตูบ้าน
ก่อนหน้านี้ ตู้หว่านชุนตั้งใจจะนำเก้าอี้จากที่บ้านติดมาด้วย แต่โจวรุ่ยหยวนยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง เขาฝืนใช้ขาที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว เดินก้าวเท้าทีละก้าวเข้าไปยังตระกูลตู้ด้วยตัวเอง
ตู้หว่านชุนพยุงเขาไว้ สัมผัสได้ถึงความยากลำบากในทุกย่างก้าวของเขา นางบีบมือเขาแน่นแล้วกระซิบถาม "ท่านพี่ ให้ข้าไปหาเก้าอี้มาให้ท่านนั่งดีหรือไม่?"
โจวรุ่ยหยวนส่ายหน้า ข่มความเจ็บปวดที่ขาแล้วก้าวต่อไปข้างหน้า "ไม่เป็นไร ข้าไหว"
ตู้หว่านชุนเห็นท่าทางของเขาแล้วก็เข้าใจในทันที เขาตั้งใจจะยืนหยัดด้วยขาของตัวเอง เพื่อไม่ให้นางต้องเสียหน้าต่อหน้าน้องสาวและแม่เลี้ยง
ทันใดนั้น แม่นางหลิวที่อยู่ในบ้านก็เหลือบมาเห็นตู้หว่านชุน นางอุ้มท้องโย้เดินมาที่ประตู แล้วเอ่ยเหน็บแนมด้วยน้ำเสียงแดกดัน "อ้าว หว่านชุน เจ้าก็มากับเขาด้วยรึ"
ตู้หว่านชุนประคองโจวรุ่ยหยวนเดินผ่านนางไปหน้าตาเฉย ราวกับมองไม่เห็นหัวนาง มุ่งหน้าตรงเข้าไปในเรือน
จังหวะที่โจวรุ่ยหยวนเดินสวนกับแม่นางหลิว
แม่นางหลิวเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องตะลึงงันเมื่อเห็นใบหน้าของโจวรุ่ยหยวนชัดๆ ไหนเขาเล่าลือกันว่าลูกชายคนโตตระกูลโจวพิการไม่ใช่หรือ? เหตุใดนอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้ว ขาก็ดูเหมือนจะไม่ได้พิการเดินไม่ได้เสียหน่อย?!
นางตกตะลึงจนตาค้าง ก่อนจะตั้งสติได้ รีบเดินตามหลังตู้หว่านชุนไปแล้วตวาดเสียงแหลม "ตู้หว่านชุน! นังเด็กอกตัญญู เห็นแม่เจ้าแล้วทำไมไม่ทักทายฮะ?!"
ตู้หว่านชุนชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยสายตาเย็นชาแล้วตอบกลับไปเรียบๆ
"แม่ของข้าถูกฝังอยู่ในดิน ไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้"