เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ดวงตาของน้องรองหายดีแล้ว

ตอนที่ 17 ดวงตาของน้องรองหายดีแล้ว

ตอนที่ 17 ดวงตาของน้องรองหายดีแล้ว


เมื่อตู้หว่านชุนเห็นว่าเรื่องราวคลี่คลายลงแล้ว นางก็เริ่มลงมือคัดหัวไชเท้า เลือกหัวที่ดีใส่ลงในกระด้งเพื่อนำไปล้างคราบโคลนออก

ในขณะที่กำลังคัดเลือกอยู่นั้น มือของนางบังเอิญไปสัมผัสถูกมือของใครอีกคน ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วทำให้ร่างของนางชะงักเกร็ง นางรีบเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นโจวรุ่ยหยวน

โจวรุ่ยหยวนนั่งอยู่บนเก้าอี้ โน้มตัวลงมาช่วยนางคัดหัวไชเท้า ท่าทางของเขาคล่องแคล่วยิ่งนัก จังหวะการก้มเงยของช่วงเอวนั้นดูจะรวดเร็วกว่าตู้หว่านชุนเสียอีก

ทุกจังหวะที่เขาขยับตัว ปอยผมของเขาก็จะแกว่งไกว ปัดผ่านมือของตู้หว่านชุนไปมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

"ท่านพี่ ท่าน...?" ตู้หว่านชุนตกใจระคนประหลาดใจ นางเบิกตากลมโตจ้องมองเขา นางคิดมาตลอดว่าสามีพิการจนขยับตัวลำบาก ไม่นึกเลยว่าเอวของเขาจะแข็งแรงถึงเพียงนี้

โจวรุ่ยหยวนสังเกตเห็นสายตาของนาง จึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า "ไม่ต้องเกร็ง ถึงข้าจะเดินไม่ได้ แต่ก็ยังพอช่วยงานไร่งานสวนได้บ้าง"

ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นหางตาชี้ขึ้นเล็กน้อย ชั้นตาสวยได้รูป ขนตายาวงอนงาม ราวกับบุรุษผู้งดงามที่เดินออกมาจากภาพวาด วิจิตรบรรจงไร้ที่ติ

ตู้หว่านชุนอยู่ใกล้เขามาก จนแทบจะมองเห็นขนตาทุกเส้น สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดใบหน้า หัวใจของนางพลันเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกครั้ง

นางรีบก้มหน้าลง มือไม้ปั่นป่วนรีบหยิบหัวไชเท้าพลางเอ่ยว่า "ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพี่"

โจวรุ่ยหยวนมองมือเล็กๆ ที่กำลังลนลานของนาง นัยน์ตาฉายแววขบขันระคนเอ็นดู

ทั้งสองไม่ได้เอ่ยคำใดต่อ ต่างคนต่างทำงานเงียบๆ ทว่ายิ่งหัวไชเท้าลดน้อยลง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองก็ยิ่งขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ

ภายนอกเรือน สายลมวสันต์พัดพาปุยดอกหลิวและกลีบดอกท้อลอยเข้ามา

เส้นผมยาวสลวยที่ข้างขมับของโจวรุ่ยหยวน ปลิวไสวไปตามแรงลมหยอกล้อกับพวงแก้มของตู้หว่านชุนเบาๆ

กลิ่นหอมจางๆ ของดอกสาลี่โชยมาแตะจมูก ใกล้ชิดจนทำให้นางเกิดภาพลวงตาราวกับกำลังถูกโอบกอด

ในห้วงภวังค์นั้น ตู้หว่านชุนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษที่อบอุ่นและทรงพลัง ซึ่งทำให้นางรู้สึกวางใจอย่างน่าประหลาด

ป้าโจวเห็นดังนั้นก็ไม่อยากขัดจังหวะความสัมพันธ์ของหนุ่มสาว จึงลุกเดินเลี่ยงออกไปที่ลานหลังบ้านเงียบๆ

ที่ลานหลังบ้าน โจวเฟิงกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนก้อนหิน ใบหน้าแหงนมองดวงอาทิตย์

ป้าโจวเห็นเข้าจึงรีบเอ่ยทัก "เฟิงเอ๋อ เป็นอะไรไปลูก?"

โจวเฟิงยังคงจ้องมองไปที่ดวงอาทิตย์แล้วเอ่ยว่า "ท่านแม่ ข้ารู้สึกเหมือนมองเห็นแสงสว่าง แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า"

"มองเห็นแสงหรือ?" ป้าโจวเอ่ยด้วยความยินดี "หรือว่าดวงตาของเจ้าจู่ๆ ก็หายดีเหมือนกับน้องสาม?"

โจวเฟิงส่ายหน้า "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ ข้ารู้สึกเหมือนมีแสงสว่าง แต่พอลองเพ่งมองดูดีๆ กลับไม่เห็นอะไรเลย"

ป้าโจวเดินเข้าไปหาเขา ยื่นมือออกไปโบกผ่านหน้าดวงตาของเขาไปมา "เฟิงเอ๋อ มองเห็นมือแม่ไหม?"

โจวเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าฉายแววผิดหวัง "มองไม่เห็นขอรับ"

ป้าโจวลองใหม่อีกครั้ง คราวนี้ใช่มือปิดดวงตาของเขาไว้ แล้วถามว่า "เฟิงเอ๋อ ยังมองเห็นแสงอยู่ไหม?"

โจวเฟิงพยายามสังเกตอย่างตั้งใจ ก่อนจะส่ายหน้า "ไม่เห็นแล้วขอรับ มืดสนิทเลย"

จากนั้นป้าโจวก็เอามือออก "แล้วตอนนี้ล่ะ?"

โจวเฟิงรวบรวมสมาธิอยู่ครู่ใหญ่ เปลือกตากระพริบถี่ๆ "ท่านแม่ ดูเหมือนข้าจะเห็นแสงจริงๆ ด้วยขอรับ เหมือนตะเกียงดวงเล็กๆ ในค่ำคืนที่มืดมิด อยู่ไกลมากและเลือนรางมากขอรับ"

ป้าโจวปิดตาเขาอีกครั้ง "ยังเห็นอยู่ไหม?"

โจวเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า "ไม่เห็นแล้วขอรับ"

ป้าโจวเอามือออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้เอ่ยถามอะไร

โจวเฟิงรีบพูดขึ้นทันที "ท่านแม่ ข้าเห็นแสงนั่นอีกแล้วขอรับ"

ป้าโจวทั้งประหลาดใจและดีใจ นางคว้าแขนลูกชายแน่นด้วยความตื่นเต้น "เฟิงเอ๋อ! ตาของเจ้ามองเห็นแล้ว!"

โจวเฟิงยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ สีหน้าว่างเปล่า ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความจริง

หากเทียบกับความสุขุมนุ่มลึกของโจวรุ่ยหยวน และความร่าเริงสดใสของโจวเจาแล้ว โจวเฟิงเปรียบเสมือนคุณชายบัณฑิตในสำนักศึกษา ผู้สง่างามและอ่อนโยน

ยามที่ดวงตามืดบอด เขาเปรียบเสมือนหยกล้ำค่าที่สูญเสียประกายแวววาว

ป้าโจวดีใจจนทำอะไรไม่ถูก หันหลังเตรียมจะเดินไปที่เรือนหน้า "แม่จะไปบอกพี่ใหญ่ของเจ้า"

โจวเฟิงรีบรั้งนางไว้ทันที "ท่านแม่ อย่าเพิ่งบอกพี่ใหญ่เลยขอรับ ดวงตาของข้ายังไม่แน่ว่าจะหายดีจริงหรือไม่ หากบอกไปแล้วไม่หาย พี่ใหญ่รู้ทีหลังจะผิดหวังเปล่าๆ"

ป้าโจวเข้าใจความหมายของลูกชาย นางตบหลังมือเขาเบาๆ แล้วว่า "ได้จ้ะ แม่จะยังไม่บอกพี่ใหญ่ของเจ้า ช่วงนี้เจ้าอย่าเพิ่งจ้องมองดวงอาทิตย์มากนัก พักผ่อนให้เยอะๆ อีกสักสิบวันหรือครึ่งเดือนอาจจะหายดีเป็นปลิดทิ้งก็ได้"

โจวเฟิงพยักหน้า น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย "ท่านแม่ หากตาข้าหายดีเมื่อไหร่ ให้ข้าไปเมืองหลวงเถิดนะขอรับ!"

จบบทที่ ตอนที่ 17 ดวงตาของน้องรองหายดีแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว