- หน้าแรก
- เจ้าสาวผู้เปลี่ยนชะตา จากความจำยอมสู่วาสนาที่พาให้มั่งมี
- ตอนที่ 11 ทวงคืนที่ดิน
ตอนที่ 11 ทวงคืนที่ดิน
ตอนที่ 11 ทวงคืนที่ดิน
ใบหน้าของเจียงซื่อมืดครึ้มลงทันตา นางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ "นี่เจ้ากล้าบุกมาทวงที่ดินคืนจากข้าถึงที่นี่เชียวรึ?"
เมื่อครั้งป้าโจวเพิ่งย้ายกลับมาจากเมืองหลวง แม้นางจะไม่ใช่คนหัวอ่อนยอมคนง่ายๆ แต่เมื่อเทียบกับความดุดันร้ายกาจของเจียงซื่อแล้วก็นับว่าห่างชั้นกันนัก
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ป้าโจวจึงมักจะเลือกอดทนอดกลั้นในสิ่งที่พอทนได้ น้อยครั้งนักที่นางจะบุกมาทวงที่ดินถึงหน้าบ้านเจียงซื่ออย่างแข็งกร้าวเช่นนี้
ใบหน้าของป้าโจวเรียบตึง นางขึ้นเสียงกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ที่ดินผืนนั้นข้าใช้เงินของข้าซื้อมา ข้าควรจะมาทวงคืนตั้งนานแล้ว"
"ถุย!" เจียงซื่อหรี่ตาเรียวเล็ก พองแก้มแล้วถ่มน้ำลายใส่ป้าโจวเต็มคำ ด่าทอเสียงแหลม "ที่ดินผืนนี้พ่อแม่สามีแบ่งให้พวกข้า! ใครหน้าไหนบอกว่าเป็นของเจ้า!"
ป้าโจวรู้อยู่แล้วว่านางต้องมาไม้นี้ จึงล้วงเอาโฉนดที่ดินออกมาจากอกเสื้อแล้วประกาศก้อง "ตอนนี้โฉนดที่ดินอยู่ในมือข้า จะไปคุยกันที่ที่ว่าการอำเภอไหมล่ะ ให้ท่านนายอำเภอตัดสินดูว่าที่ดินผืนนี้เป็นของใครกันแน่!"
เจียงซื่อจ้องมองโฉนดในมือตาค้าง นางจำได้แม่นว่าโฉนดใบนั้นถูกนางขโมยไปเผาทิ้งกับมือแล้ว เหตุใดถึงยังอยู่อีก!
ป้าโจวคลี่โฉนดออกแล้วโบกไปมาตรงหน้านาง "ดูให้เต็มตาเสีย ว่านี่ใช่ของจริงหรือไม่?"
โฉนดใบจริงถูกเผาไปแล้วไม่ผิดแน่ ใบนี้เป็นของปลอมที่โจวรุ่ยหยวนทำขึ้นจากความทรงจำ นอกจากลายมือจะงดงามแล้ว เขายังเชี่ยวชาญการปลอมแปลงตัวอักษรและการประทับตรา จนแทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม
เจียงซื่ออ่านหนังสือไม่ออก เพียงแค่เหลือบเห็นตราประทับสีแดงบนกระดาษก็ทึกทักเอาว่าเป็นของจริง ใบหน้าพลันซีดเผือด "เป็นไปได้ยังไง? หรือว่าใบก่อนหน้านี้จะเป็นของปลอม?"
ป้าโจวไม่ปล่อยโอกาสให้นางได้ตั้งตัว รีบกล่าวต่อทันที "เจียงชิวจวี๋ ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นญาติพี่น้อง เรื่องถึงโรงถึงศาลไปก็รังแต่จะขายหน้าชาวบ้าน บ้านเจ้ามีที่นาตั้งเยอะแยะ ขาดไปสักผืนสองผืนคงไม่ถึงตายกระมัง ไยไม่คืนให้พวกเราเสียดีๆ"
เวลานี้สมองของเจียงซื่อสับสนไปหมด บ้านนางเพิ่งจะเสียไก่ไปยกเล้า ลูกหมูก็หนีหาย ตอนนี้ยังมีคนมาทวงที่ดินอีก ความโกรธแค้นจุกอกจนแทบระเบิด นางตวาดลั่น "นังแม่หม้ายแพศยา! คิดจะมาแย่งที่ดินข้าหรือ? ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ!"
พูดจบนางก็หันหลังกลับเข้าไปหยิบคีมคีบถ่านเหล็กออกมา แล้วเงื้อฟาดใส่ป้าโจวอย่างบ้าคลั่ง "ไสหัวไป! พวกเจ้ารีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!"
ที่ดินที่ป้าโจวซื้อไว้นั้นอยู่ติดริมบ่อน้ำ เป็นดินดำที่อุดมสมบูรณ์มาก เจียงซื่อแบ่งครึ่งหนึ่งไว้ปลูกข้าว อีกครึ่งหนึ่งไว้ปลูกผัก
ลำพังของเดิมก็มีกินมีใช้อยู่แล้ว ยิ่งยึดที่ดินผืนนี้มาได้ ฐานะความเป็นอยู่ของบ้านนางก็ยิ่งดีขึ้น จะให้นางคายคืนออกมาง่ายๆ ได้อย่างไร
เมื่อเห็นคีมเหล็กกำลังจะฟาดลงมา โจวเจ้าที่ยืนอยู่ข้างหลังป้าโจวก็พุ่งตัวเข้ามาขวางทันที เขาคว้าหมับเข้าที่คีมเหล็กแล้วตวาดกลับ "บ้านเมืองมีขื่อมีแป เที่ยวไล่ตีคนกลางถนนแบบนี้ กะจะฆ่าคนหรือไง!"
โจวเจ้าตัวสูงใหญ่ แม้จะอายุเพียงสิบสามสิบสี่ปี แต่ก็สูงกว่าป้าโจวถึงหนึ่งช่วงศีรษะ เมื่อเขายืนขวางหน้าป้าโจว ก็ดูราวกับกำแพงเหล็กอันน่าเกรงขาม ทำให้เจียงซื่อผงะถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น
นางตกใจจนไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ ได้แต่พึมพำเสียงเบา "เมื่อก่อนไม่ยักเห็นว่าไอ้เด็กหนวกนี่จะดุขนาดนี้"
"ป้าสะใภ้ ท่านลืมที่ข้าพูดไปแล้วหรือ? หูข้าไม่ได้หนวกแล้ว!" โจวเจ้าผลักเจียงซื่อพร้อมกับสะบัดคีมเหล็กออกไปให้พ้นตัว
"โอ๊ย!" เจียงซื่อเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด นางกุมก้นกบพลางเงยหน้ามองโจวเจ้าด้วยความตื่นตระหนก "ไอ้เด็กบ้า นับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน ถึงกับกล้าลงมือกับป้าสะใภ้เชียวรึ!"
ตอนที่โจวเจ้าเพิ่งมาถึงหมู่บ้านชางหลิว เขาเพิ่งจะหูหนวกใหม่ๆ จึงรู้สึกมีปมด้อย เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้านกับโจวเฟิง บัดนี้เมื่อหูหายเป็นปกติ นิสัยใจคอย่อมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
"ป้าสะใภ้?" โจวเจ้าแค่นเสียง "คนอย่างท่านไม่คู่ควรหรอก!"
"แก... แก..." เจียงซื่อโกรธจนตัวสั่น กัดฟันกรอด
ป้าโจวชำเลืองมองเข้าไปในบ้าน ตะโกนเรียกเฉินเถียหนิวที่แอบอยู่หลังประตู "พี่ใหญ่ ท่านออกมาพูดให้ยุติธรรมหน่อยสิ ว่าจะคืนที่นาผืนนี้หรือไม่!"
เฉินเถียหนิวเหลือบมองเจียงซื่ออย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วหดหัวกลับเข้าไป ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว
ทันใดนั้น เฉินเหล่าต้าก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา เขาเพิ่งมาจากทุ่งนา วิ่งหน้าตั้งตะโกนมาแต่ไกล "ท่านพ่อ ท่านแม่ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
หัวใจของเจียงซื่อกระตุกวูบ ช่วงนี้มีเรื่องซวยๆ เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน พอได้ยินลูกชายพูดแบบนั้น นางก็เริ่มตื่นตระหนก
ป้าโจวเองก็นึกสงสัย จึงจับแขนตู้หว่านชุนแล้วถอยออกมาสองก้าวเพื่อสังเกตการณ์
เฉินเหล่าต้าร้อนรนจนไม่ทันได้สนใจป้าโจว เขาวิ่งอ้อมพวกนางไปหาเจียงซื่อแล้วละล่ำละลักบอก "ท่านพ่อ ท่านแม่ ที่นาเกิดเรื่องแล้ว!"
"นาปลูกข้าวกับแปลงผักนั่นจะมีเรื่องอะไรได้อีกล่ะ?!" เจียงซื่อถามพลางเอามือกุมเอวลุกขึ้นยืน
สีหน้าของเฉินเหล่าต้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาปากคอสั่นจนพูดไม่เป็นประโยค สุดท้ายจึงกระทืบเท้าเร่าๆ แล้วลากแขนเจียงซื่อวิ่งตรงดิ่งไปยังทุ่งนา "ท่านพ่อ ท่านแม่ รีบไปดูกับข้าเร็วเข้า!"
เจียงซื่อที่ยังมึนงงยอมให้ลูกชายลากตัวออกไป เฉินเถียหนิวที่อยู่ในบ้านเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งตามออกไปเช่นกัน
ป้าโจวมองตามหลังคนบ้านเฉินไปด้วยความงุนงง ขมวดคิ้วสงสัย "เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?"
ตู้หว่านชุนที่เกาะแขนนางอยู่ยิ้มพลางเอ่ยว่า "ท่านแม่ พวกเราลองตามไปดูกันดีไหมเจ้าคะ?"
ป้าโจวเห็นด้วยจึงพยักหน้า แล้วหันไปเรียกโจวเจ้าที่อยู่ข้างๆ "เจ้าเอ๋อร์ มาเถอะ ไปดูกันว่ามีเรื่องใหญ่โตอะไรเกิดขึ้น"
"ขอรับท่านแม่ รีบตามไปดูกันเถอะ" โจวเจ้ารับคำ แล้วก้าวยาวๆ เดินนำหน้าพาทุกคนมุ่งไปทางทุ่งนา