- หน้าแรก
- เจ้าสาวผู้เปลี่ยนชะตา จากความจำยอมสู่วาสนาที่พาให้มั่งมี
- ตอนที่ 4 เป็ดออกไข่
ตอนที่ 4 เป็ดออกไข่
ตอนที่ 4 เป็ดออกไข่
ตู้หว่านชุนมิได้รู้สึกแปลกใจกับวาจาของเขาแม้แต่น้อย
วันนี้แม่สื่อมาถึงหน้าบ้านแล้ว แต่โจวรุ่ยหยวนกลับไม่ออกไปทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกับนาง แสดงว่าเขาคงมีความคิดอ่านเป็นของตนเองมานานแล้ว
นางค่อยๆ เดินเข้าไปข้างกายเขา หยิบตำราที่เขาอ่านค้างไว้นั้นขึ้นมา แล้วแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า "ในเมื่อข้าก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้ว ข้าก็คือลูกสะใภ้ของตระกูลโจว"
"หากท่านไม่รังเกียจที่ข้าโง่เขลา ข้าเองก็ย่อมไม่รังเกียจที่ท่านขาพิการ"
"พวกเราสองคนช่างศีลเสมอกัน เป็นคู่สร้างคู่สมที่สวรรค์สรรค์สร้างโดยแท้"
ยามเอื้อนเอ่ย ดวงตาของนางโค้งลงเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ลักยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากดูน่าเอ็นดู
โจวรุ่ยหยวนตะลึงงันไปกับคำพูดของนาง เขาเงยหน้าขึ้นมองดรุณีน้อยผู้สดใสและขี้เล่นตรงหน้า พลันเหม่อลอยไปชั่วขณะ
ตู้หว่านชุนก้มลงมองตำราในมือเขา มันเป็นหนังสือที่หาได้ยากยิ่งนัก
หลังจากพลิกดูผ่านๆ นางก็กล่าวต่อว่า "เพียงแต่... จากนี้ไปคงต้องลำบากสามีให้ช่วยอดทนกับข้าสักหน่อย"
"ตัวข้านั้นทั้งเอาแต่ใจ ดื้อรั้น และมุทะลุ... ท่านโปรดอย่าได้นึกรังเกียจข้าเลยนะเจ้าคะ"
น้ำเสียงของนางใสกังวาน ถ้อยคำฉะฉานชัดเจน
โจวรุ่ยหยวนค่อยๆ ได้สติกลับมาจากความตกตะลึง เขาเอื้อมมือไปดึงตำรากลับมาจากมือนางอย่างเชื่องช้า
"แม่นาง... เจ้าไม่ได้โง่หรอกหรือ?"
ตู้หว่านชุนไม่ใช่คนขี้อายเมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษ
เมื่อพูดเปิดอกกันแล้ว นางก็ไม่ถือตัวอีกต่อไป ร่างเล็กเอนกายพิงโต๊ะเขียนหนังสือของเขา มือข้างหนึ่งเท้าคาง ดวงตากลมโตฉายแววขบขันขณะเอ่ยว่า "ไม่ ข้าโง่"
"คนทั้งอำเภอต่างก็บอกว่าข้าโง่ ดังนั้นข้าก็ต้องโง่สิ"
โจวรุ่ยหยวนสบตานาง นิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
อย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี ไม่เคยใกล้ชิดสตรีมาก่อน
ตู้หว่านชุนอยู่ใกล้เขามากจนเขาได้กลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของนาง หัวใจที่เคยสงบนิ่งดุจบ่อน้ำตายพลันปั่นป่วน เต้นระรัวดั่งกลองศึก
ทันใดนั้น เสียงตะโกนของใครบางคนก็ดังขึ้นจากนอกประตู "ท่านแม่! รีบไปดูที่หลังบ้านเร็วเข้า!"
นั่นเป็นเสียงของโจวเจ้า
ตู้หว่านชุนรีบลุกขึ้น เลิกม่านกั้นห้องและผลักประตูเดินออกไป
นางเห็นป้าโจวกำลังถอตะหลิวที่ยังไม่ทันได้วาง รีบเร่งฝีเท้าตรงไปยังหลังบ้าน
"เจ้าเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้น?"
โจวเจ้าไม่ได้ยินเสียงนาง เขายังคงวิ่งนำหน้าไปทางหลังบ้าน
"ท่านแม่ รีบมาดูเร็ว!"
ตู้หว่านชุนรีบเดินตามไปติดๆ
หลังบ้านของตระกูลโจวเป็นลานดินแดงที่มีรั้วล้อมรอบ เนื่องด้วยฝนที่ตกหนักติดต่อกันนับเดือน พื้นที่บริเวณนั้นจึงเต็มไปด้วยแอ่งโคลนเฉอะแฉะ
ขนาบข้างแอ่งน้ำมีรังฟางวางอยู่ ในรังนั้นมีเป็ดตัวผอมโซสองตัวนอนหมอบอยู่เคียงข้างไข่เป็ดฟองโต
เป็ดผอมโซสองตัวนี้ ป้าโจวจำนำเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายในกายเพื่อไปซื้อพวกมันมา
ตอนซื้อมาใหม่ๆ พวกมันยังดูแข็งแรงดี แต่เลี้ยงได้ไม่กี่วันก็ล้มป่วย เพราะถูกพี่สะใภ้ใหญ่ข้างบ้านวางยาเบื่อ
เดิมทีเป็ดสองตัวนี้ร่อแร่ใกล้ตาย คงอยู่ไม่พ้นคืนนี้แน่ แต่บัดนี้พวกมันกลับดูกระปรี้กระเปร่า แถมยังออกไข่ทิ้งไว้ในรังอีกด้วย
ป้าโจวเห็นไข่เป็ดก็ดีใจจนเนื้อเต้น ประคองไข่ใบนั้นไว้ในฝ่ามืออย่างทะนุถนอม พลางยิ้มกว้าง "ดีจริง เจ้าเอ๋อร์ เฟิงเอ๋อร์ ในที่สุดพวกเราก็ได้กินไข่แล้ว!"
ถึงอย่างไรไข่เป็ดก็คือไข่
แม้โจวเฟิงจะมองไม่เห็น และโจวเจ้าจะไม่ได้ยิน แต่พวกเขาทั้งสองต่างสัมผัสได้ถึงความปิติยินดีของมารดา
ครอบครัวของพวกเขามาอยู่ที่หมู่บ้านชางหลิวได้สามปีแล้ว
เดิมทีป้าโจวแซ่เฉิน ถูกขายไปเป็นเจ้าสาวเด็กที่เมืองหลวงตั้งแต่อายุเพียงห้าหกขวบ
ยามที่นางพาลูกชายทั้งสามซมซานกลับมา บิดามารดาก็สิ้นบุญไปหมดแล้ว เหลือเพียงพี่ชายผู้ห่างเหินและน้องสาวอีกสองคน
น้องสาวทั้งสองแต่งงานออกเรือนไปอยู่ที่หมู่บ้านเซียงถานที่อยู่ติดกัน
พวกนางรู้ว่าพี่สาวลำบากตรากตรำเลี้ยงลูกคนเดียว จึงขอร้องให้พี่ชายแบ่งบ้านดินหลังเก่าซอซ่อสามห้องที่ถูกทิ้งร้างให้พี่สาวได้อาศัยซุกหัวนอน
ทว่าพี่ชายและพี่สะใภ้แซ่เจียงกลับรังเกียจแม่ลูกสี่ชีวิตนี้ยิ่งนัก
ไม่เพียงไม่ยื่นมือเข้าช่วยหญิงหม้ายลูกติด แต่ยังหาทางยึดที่ดินทำกิน และกลั่นแกล้งสารพัด หวังจะไล่พวกนางออกไปให้พ้นๆ
ป้าโจวต้องกัดฟันรับจ้างซักผ้าปะผ้าให้พวกขุนนางและเศรษฐีในตัวอำเภอเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ในหมู่บ้านชาวนา หากไร้ที่ดินทำกิน ย่อมยากที่จะอยู่รอด
ป้าโจวพยายามหาหนทางอื่น จึงตัดสินใจซื้อเป็ดสองตัวมาเลี้ยง หวังจะเก็บไข่ไปขายที่ตลาด นึกไม่ถึงว่าพี่สะใภ้จะเกิดความริษยาจนแอบมาวางยาเบื่อเป็ด
แต่ตอนนี้ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้นแล้ว เป็ดรอดตายแถมยังออกไข่ได้ วันข้างหน้าย่อมมีความหวัง
ป้าโจวกุมไข่เป็ดในมือ ขอบตาแดงระเรื่อ น้ำตาแทบจะไหลออกมาด้วยความตื้นตัน
ทันใดนั้น เป็ดสองตัวในรังก็ชูคอขึ้น ยืดคอยาวระหงมองไปทางตู้หว่านชุนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
ดวงตาของพวกมันเป็นประกายสดใสราวดวงดาว จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน ส่ายก้นดุ๊กดิ๊กไปมา พลางกางปีกสีเทาขาวกระพือพั่บๆ
ป้าโจวก้มมองดูอีกครั้ง ก็เห็นไข่เป็ดเพิ่มขึ้นมาในรังอีกหลายฟอง
นางลองนับดู มีประมาณสี่ฟอง รวมกับในมืออีกหนึ่งฟองเป็นห้าฟองพอดี
นางรีบก้มลงเก็บอย่างรวดเร็ว "โอ้! มีห้าฟองพอดี พอให้พวกเรากินกันครบคนเลย"
ตู้หว่านชุนมองไข่เปลือกสีเขียวกลมเกลี้ยงเหล่านั้นด้วยความสนใจ ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ เข้าไปช่วยป้าโจวเก็บ
ป้าโจวประคองไข่ไว้ ร้องทักนางพร้อมรอยยิ้ม "หว่านชุน พื้นมันแฉะ อย่าเข้ามาเลยลูก"
พูดจบนางก็กวักมือเรียกโจวเจ้า
โจวเจ้ารีบก้าวเข้าไปช่วยรับไข่เป็ดจากมือนาง มองดูไข่เหล่านั้นด้วยรอยยิ้มแก้มปริ
อาจเพราะตื่นเต้นดีใจเกินไป เขาจึงเผลอหลุดปากออกมาว่า "ท่านแม่ ไข่เป็ดพวกนี้ดูน่ากินกว่าที่เราเคยกินในว..."
ยังพูดไม่ทันจบประโยค ป้าโจวก็รีบพูดแทรกขึ้นทันควัน "เจ้าเอ๋อร์ ไปกันเถอะ เข้าบ้าน"
พูดจบ นางก็จูงมือตู้หว่านชุนเดินนำเข้าบ้านไป
โจวเจ้าเพิ่งรู้ตัวว่าพูดผิด จึงรีบหุบปากฉับ แล้วเดินตามหลังป้าโจวกับพี่สะใภ้เข้าไป
"ท่านแม่ น้องสาม"
โจวเฟิงได้ยินเสียงฝีเท้าห่างออกไป จึงคลำทางเดินตามเข้าไปด้วย
หลังจากทั้งสามคนเข้ามาในตัวบ้าน โจวเจ้ากลับหยุดยืนนิ่งไม่ขยับ
ป้าโจวหันกลับมามองเขาด้วยความแปลกใจ นางวางไข่เป็ดลงแล้วถามด้วยภาษามือว่า "เจ้าเอ๋อร์ เป็นอะไรไป?"
โจวเจ้าเงยหน้าขึ้น กล่าวด้วยสีหน้าว่างเปล่าและมึนงงว่า "ท่านแม่... เมื่อครู่ตอนเดินเข้ามาจากหลังบ้าน ท่านพูดอะไรกับข้าหรือขอรับ?"