เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 พบหน้าเจ้าบ่าวครั้งแรก

ตอนที่ 3 พบหน้าเจ้าบ่าวครั้งแรก

ตอนที่ 3 พบหน้าเจ้าบ่าวครั้งแรก


สิ้นเสียงป้าโจว เด็กหนุ่มสองคนก็เดินออกมาจากห้องด้านหลัง

คนหนึ่งอายุราวสิบสี่สิบห้าปี นามว่า 'โจวเฟิง' เป็นบุตรคนรอง อีกคนอายุประมาณสิบสองสิบสามปี นามว่า 'โจวเจา' เป็นน้องคนสุดท้อง

พี่รองดวงตามองไม่เห็น ส่วนน้องเล็กหูไม่ได้ยิน

พี่รองส่งสัญญาณมือให้น้องเล็ก จากนั้นน้องเล็กจึงรีบเข้าไปประคองพี่ชายเดินตรงเข้ามาหาตู้หว่านชุน

"คารวะพี่สะใภ้ขอรับ" ทั้งสองประสานมือคำนับพร้อมกัน

สองพี่น้องมีเค้าโครงหน้าคล้ายคลึงกัน คิ้วเข้มดั่งกระบี่ ดวงตาสุกใส ผิวพรรณขาวผ่อง รูปร่างสูงโปร่ง จัดได้ว่าเป็นบุรุษรูปงามอันดับต้นๆ ในอำเภอเฉิงอันเลยทีเดียว

ตู้หว่านชุนรีบยิ้มตอบรับทันที "สวัสดีจ้ะ น้องรอง น้องสาม"

ป้าโจวเดินเข้ามาแทรกระหว่างกลาง แล้วเอ่ยถามโจวเฟิง "พี่ใหญ่ของพวกเจ้าไปไหนเสียล่ะ?"

ในขณะเดียวกัน นางก็ทำไม้ทำมือส่งสัญญาณบอกโจวเจาไปด้วย

โจวเฟิงยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ โจวเจาก็ชิงตอบขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น "พี่ใหญ่อยู่ในห้องขอรับ"

ตู้หว่านชุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเขาตอบโต้ได้อย่างคล่องแคล่ว จึงเอ่ยถาม "น้องสามพูดได้หรือ?"

โจวเจาไม่ได้ยินคำถาม แต่โจวเฟิงที่ได้ยินจึงยิ้มและตอบแทนว่า "เรียนพี่สะใภ้ น้องสามเมื่อก่อนไม่ได้หูหนวก จึงยังพูดได้ขอรับ"

ตู้หว่านชุนชะงักไปเล็กน้อย ป้าโจวจึงเดินเข้ามาจับมือนางแล้วกล่าวว่า "ทั้งเจ้าเจาและเจ้าเฟิง เมื่อก่อนร่างกายปกติดีทุกอย่าง แต่เพราะเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น จึงทำให้กลายเป็นแบบนี้"

"เกิดเหตุอันใดหรือเจ้าคะ?" ตู้หว่านชุนถามด้วยความสงสัย

ป้าโจวหลุบตาลง แววตาฉายความลึกล้ำยากจะคาดเดา หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ นางก็กุมมือตู้หว่านชุนแน่นขึ้นแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย "หว่านชุน เจ้าต้องลำบากแล้ว งานแต่งครั้งนี้ช่างฉุกละหุกนัก วันหน้าพวกเราจะชดเชยให้เจ้าเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน"

ตู้หว่านชุนยิ้มบางๆ นางไม่สนใจเรื่องเปลือกนอกพวกนี้หรอก ขอเพียงแค่ได้หลุดพ้นจากตระกูลตู้ จะเป็นอะไรนางก็ยอมรับได้ทั้งนั้น

"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านป้า ข้าไม่ถือสา" นางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ป้าโจวมองดูตู้หว่านชุน เห็นกิริยาท่าทางที่ผ่าเผยและรู้ความ ก็ให้นึกแปลกใจ เด็กคนนี้ไม่ได้โง่เขลาอย่างที่เขาลือกันสักนิด ต้องเป็นคนแซ่หลิวผู้นั้นที่จงใจปล่อยข่าวลือกลั่นแกล้งแม่หนูน้อยคนนี้เป็นแน่

ครานี้ป้าโจวยิ้มกว้างด้วยความดีใจราวกับได้พบสมบัติล้ำค่า นางจูงมือตู้หว่านชุนเดินเข้าไปในห้อง "หว่านชุน รุ่ยหยวนของพวกเราดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง เว้นเสียแต่ขาของเขาที่ไม่ค่อยดี เดินเหินไม่ได้ แต่ท่านหมอบอกว่าขายังพอมีทางรักษาได้นะ"

พูดพลางนางก็เลิกม่านประตูขึ้นแล้วร้องเรียกคนในห้อง "รุ่ยหยวน เจ้าสาวมาแล้วลูก"

ตู้หว่านชุนมองตามสายตานางเข้าไป เห็นเพียงหน้าต่างบานเล็กในห้องสลัว มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่าง

ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังก้มหน้าอ่านตำราในมือ ปล่อยให้แสงแดดรำไรสาดส่องลงมากระทบร่างราวกับม่านหมอก

เครื่องหน้าของเขาหล่อเหลาคมคาย ใบหน้าดูงดงามราวกับภาพฝันที่จับต้องไม่ได้

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่หน้าประตู เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองตู้หว่านชุนเล็กน้อย นัยน์ตาสีดำสนิทดูลึกล้ำแฝงความเย็นชา แต่เมื่อพิจารณานางอยู่ครู่หนึ่ง แววตานั้นก็ค่อยๆ อ่อนลง

เขาวางตำราในมือลง "ท่านแม่ ท่านออกไปก่อนเถิดขอรับ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าสาว"

ได้ยินดังนั้น ป้าโจวก็ขมวดคิ้ว นางรู้ดีว่าโจวรุ่ยหยวนไม่พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้

ไม่ใช่เพราะเขารังเกียจเด็กสาวปัญญาอ่อน แต่เป็นเพราะเขากังวลว่าจะถ่วงอนาคตของเด็กสาวดีๆ คนหนึ่ง

นางจึงแสร้งตีหน้าขรึมกล่าวว่า "ก็ได้ แม่จะไปเตรียมมื้อเย็นให้ พวกเจ้าคุยกันดีๆ ล่ะ"

"ขอรับ" โจวรุ่ยหยวนรับคำเสียงเบา

ป้าโจวปล่อยม่านลงแล้วหันหลังเดินจากไป

บัดนี้ในห้องเหลือเพียงตู้หว่านชุนและโจวรุ่ยหยวน หากเป็นธรรมเนียมการแต่งงานของชาวบ้านทั่วไป เวลานี้ควรจะเป็นช่วงเวลาทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินที่โถงหน้า

ตู้หว่านชุนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง

โจวรุ่ยหยวนเอ่ยเรียกนางเสียงนุ่ม "ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิ"

ร่างกายของตู้หว่านชุนแข็งทื่อ แม้จะก้าวเท้าเข้าไปหา แต่หางตาก็ยังคอยลอบสังเกตเขาอยู่ตลอด

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ สวมชุดคลุมยาวสีขาวเทา ผิวพรรณขาวสะอาด บุคลิกโดดเด่นเหนือสามัญชน แม้จะอยู่ในสภาพตกต่ำเพียงใด ก็มิอาจปิดบังสง่าราศีของเขาได้

หัวใจของตู้หว่านชุนเต้นรัวแรง นางพลันนึกย้อนไปถึงครั้งแรกที่ได้พบกับโจวรุ่ยหยวนเมื่อหลายปีก่อน

ตอนนั้นนางยังเป็นเด็กปัญญาอ่อน ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายปล่อยให้อดข้าวทั้งวันจนปวดท้อง นางจึงเดินเท้าเปล่าโซซัดโซเซไปตามคันนาเพื่อตามหาตู้ต้าเจียง

เดินไปจนสุดทางก็ไม่พบบิดา จนกระทั่งถูกรถม้าคันหนึ่งขวางทางไว้ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน

สตรีสูงศักดิ์นางหนึ่งลงมาถามทาง บนใบหน้าของทุกคนในขบวนรถม้ามีร่องรอยบาดแผลคล้ายกำลังหลบหนีอะไรบางอย่าง

นางในตอนนั้นสติปัญญาไม่สมประกอบ ใครถามสิบคำตอบไม่ได้แม้แต่คำเดียว สุดท้ายด้วยความหิวโหยจึงลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้น

ทันใดนั้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เลิกม่านรถม้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวแต่งดงาม เขาโยนหมั่นโถวลูกหนึ่งลงมาให้นาง

หมั่นโถวลูกนั้นเปื้อนคราบเลือด ตอนนั้นนางไม่เข้าใจความหมาย รู้เพียงแค่ต้องรีบคว้ามากัดกินคำโต กินไปก็เงยหน้าส่งยิ้มโง่ๆ ให้เขาไป

เมื่อหวนนึกถึงอดีต ตู้หว่านชุนก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า ในตอนนั้นขาของเด็กหนุ่มผู้นั้นดูเหมือนจะชุ่มโชกไปด้วยเลือด เขาคงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสมาตั้งแต่ตอนนั้น

ความรู้สึกสงสารจับใจผุดขึ้นกลางอก

สามีที่ดีเช่นนี้ เหตุใดสวรรค์จึงลิขิตให้ต้องมาพิการด้วยนะ?

ในขณะที่นางกำลังภวังค์ความคิด โจวรุ่ยหยวนก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

"แม่นาง โปรดอย่าได้กังวลเรื่องการแต่งงานครั้งนี้ ท่านแม่ของข้าไหว้วานแม่สื่อหลิวไปจัดการด้วยความหวังดี หากแม่นางไม่เต็มใจ พวกเราจะรับเจ้าไว้ในฐานะน้องสาว และในวันหน้าข้าจะหาคู่ครองที่ดีให้แก่เจ้าเอง"

จบบทที่ ตอนที่ 3 พบหน้าเจ้าบ่าวครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว