- หน้าแรก
- จอมเวทเจ้าจักรกลครองพิภพ
- บทที่ 19: ไม่มีพ่อค้าคนกลางกินส่วนต่าง
บทที่ 19: ไม่มีพ่อค้าคนกลางกินส่วนต่าง
บทที่ 19: ไม่มีพ่อค้าคนกลางกินส่วนต่าง
บทที่ 19: ไม่มีพ่อค้าคนกลางกินส่วนต่าง
ทางตะวันออกของทวีป, นครเอลฟ์ทางตะวันออกของทิวเขาหมอก—ลอริเอน “พงไพรทองคำ”
ต้นไม้ยักษ์ที่ต้องใช้คนหลายคนโอบล้อมกลายเป็นแนวกำแพงต้นไม้ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า ล้อมรอบนครที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเผ่าเอลฟ์แห่งนี้
ภายในกำแพงต้นไม้ไม่มีสิ่งก่อสร้างบนพื้นดิน แต่กลับเป็นต้นไม้ใหญ่ที่สูงต่ำไม่เท่ากัน มีเปลือกไม้สีทองอร่าม
“พฤกษาทองคำ” เหล่านี้คือโครงสร้างหลักของนครลอริเอน บ้านเรือนทั้งหมดถูกสร้างขึ้นบนยอดไม้
ระหว่างต้นไม้แต่ละต้นมีสะพานไม้เบาๆ เชื่อมต่อกัน เงาร่างที่ผอมเพรียวและสูงโปร่งนับไม่ถ้วนกำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่บนนั้น
บนเนินเขาที่สูงที่สุดในนครลอริเอน มี “พฤกษาทองคำ” ที่ใหญ่ที่สุดต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่
ยอดของมันสูงเสียดฟ้า บนสุดมีพระราชวังสีขาวโอ่อ่าหลังหนึ่งสร้างอยู่
“ฝ่าบาท เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ...” มหาดรูอิดแคริล แลนดี้ รวบแขนเสื้อคลุมอันหรูหราที่ปักด้วยด้ายสีทอง ยืนหยัดอย่างสง่างามอยู่ข้างบัลลังก์
“ข้าได้ลองพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง สามารถยืนยันได้อย่างสมบูรณ์ว่า วงเวทเคลื่อนย้ายมวลสารที่เรียกว่า... เอ่อ... การซื้อขายออนไลน์นี้ สามารถส่งสารข้ามทวีปในระยะไกลได้จริง”
ยังไม่ทันพูดจบ ในพระราชวังก็มีเสียงอภิปรายจอแจดังขึ้นทันที แคริลหรี่ตามองเล็กน้อย ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมใดๆ
“เพียงแค่เครื่องมือแปรธาตุเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง? กับวงเวทขนาดเล็กที่ใช้เพียงศิลาเวทมนตร์ก็ขับเคลื่อนได้งั้นรึ?”
“ไร้สาระ! มนุษย์มีงานวิจัยวงเวทที่ล้ำหน้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“บางทีอาจจะเป็นกลอุบายอันไร้ยางอายของสหพันธ์ที่น่ารังเกียจ เพื่อหลอกลวงเอาพืชยาอันล้ำค่าของเรา”
“ใช่แล้ว พวกมันแสดงความไม่พอใจต่อการปรับราคาพืชยาของเรามาโดยตลอด”
“หึ เช่นนั้นก็ขึ้นราคาวัตถุดิบพืชยาเวทมนตร์ของปีหน้าขึ้นอีก 10% ดูสิว่าพวกมันจะทำอย่างไรได้”
เจ้าพนักงานพระราชพิธีใช้คทาทองคำในมือกกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง เสียงดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วทั้งท้องพระโรง
เสียงโต้เถียงและอภิปรายหยุดลงในทันที
“แคริล เล่ารายละเอียดของ... วงเวทเคลื่อนย้ายมวลสารนี้ให้ฟังหน่อย” เสียงที่ไพเราะและทุ้มต่ำอ่อนโยนดังมาจากเหนือบัลลังก์
มหาดรูอิดลืมตาขึ้น โค้งคำนับเล็กน้อย
“ฝ่าบาท วงเวทเคลื่อนย้ายมวลสารจะต้องถูกเปิดใช้งานโดยผู้ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนแบบไม่ระบุตัวตนนี้เท่านั้น ข้าคิดว่าเป็นเพราะตัวมันเองได้ผูกติดกับอักขระเวทระบุตำแหน่งในตาข่ายเวทมนตร์ของผู้ที่ได้รับเชิญ”
“นอกจากการส่งของแต่ละครั้งจะมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักสูงสุดแล้ว การซื้อวงเวทและการส่งแต่ละครั้งยังต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมอีกด้วย”
“ดังนั้น ข้าจึงคิดว่าเวทีสนทนาแบบไม่ระบุตัวตนนี้ไม่มีทางที่จะจัดตั้งขึ้นโดยสหพันธ์อย่างแน่นอน แต่น่าจะเป็นองค์กรลึกลับอื่นที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วก็กลับมามีสีหน้าที่เย็นชาอีกครั้ง กวาดตามองสีหน้าของทุกคนในท้องพระโรง
“แต่ข้ารับประกันได้ว่า หากเทคโนโลยีการส่งสารนี้ถูกเราถอดรหัสหรือครอบครองได้ สหพันธ์และอาณาจักรผู้วิเศษของมนุษย์ใดๆ ก็ตาม ในอนาคตจะไม่มีสิทธิพิเศษในการควบคุมราคาวัตถุดิบและยาเวทมนตร์อีกต่อไป”
...
ในเตาผิงที่ฉาบด้วยดิน ไฟกำลังลุกโชนอย่างแรง
บนผนังเหนือเตาผิง แขวนหัวสัตว์ป่าขนาดมหึมาที่มีเขี้ยวแหลมคมอยู่หัวหนึ่ง แสงไฟส่องกระทบ ทำให้เกิดเงาบิดเบี้ยวบนพื้น
บนเก้าอี้พนักพิงสูงที่บุด้วยหนังสัตว์หนา ชายร่างเตี้ยกำยำกล้ามเนื้อเป็นมัดคนหนึ่ง กำลังกัดกินเนื้อย่างที่เสียบอยู่บนปลายมีดสั้น พลางประคองหนวดเคราหนาที่ยาวถึงหน้าอกอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มันเปื้อนไขมัน
“เช่นนั้นแล้ว ไอ้ที่เรียกว่าวงเวทซื้อขายแลกเปลี่ยนนั่น เป็นของจริงรึ?”
“แน่นอน ข้าลองมาสองสามครั้งแล้ว ทุกครั้งก็มีข้อความยืนยันการรับของจากอีกฝ่ายส่งมา”
ชายร่างเตี้ยกำยำวางมีดสั้นลง ใช้นิ้วสั้นๆ อ้วนๆ ถูไปมาบนหนังสัตว์ เช็ดความมันเยิ้มออก
“ค้อนทองแดง เจ้าของเล่นเล็กๆ ที่ประณีตนั่น สามารถลอกเลียนแบบได้หรือไม่? ให้ช่างฝีมือมนุษย์พวกนั้นไปทำ?”
ชายที่ถูกเรียกว่าค้อนทองแดงนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้กว้างอีกตัวหนึ่ง กำลังโยนก้อนแร่ที่ใสราวคริสตัลเล่นไปมา
“ไม่ได้ ต่อให้ลอกเลียนแบบได้ แต่ถ้าไม่ได้รับเชิญให้เข้าเวทีสนทนานั่นเหมือนข้า ก็ขับเคลื่อนวงเวทไม่ได้”
ชายหนวดดกขมวดคิ้วเล็กน้อย “พวกมันมาเจอเจ้าได้อย่างไร? แปลกจริง ยังมีเรื่องดีๆ ที่มาหาถึงที่แบบนี้ด้วยรึ?”
ค้อนทองแดงหัวเราะแหะๆ ดูเหมือนจะภูมิใจในตัวเองไม่น้อย
“ข้าก็มีชื่อเสียงอยู่บ้างในอา'ลาเย อย่างน้อยในเรื่องการประเมินศิลาแร่เวทมนตร์ แม้แต่พวกหนอนหนังสือของสหพันธ์ก็ยังสู้ข้าไม่ได้”
เขาหยิบแปรงโลหะออกมาจากกระเป๋าข้างเสื้อคลุมหนังสัตว์อย่างภาคภูมิใจ ค่อยๆ หวีหนวดเคราสีดำขลับที่ถักเป็นทรงของตนเองอย่างระมัดระวัง
“เวทีสนทนาจะเชิญเฉพาะผู้ที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษในบางสาขาเท่านั้น เช่นข้าเป็นต้น นอร์ลิ ตอนนั้นเจ้าควรจะไปเรียนที่อา'ลาเยกับข้า”
นอร์ลิแค่นเสียงหัวเราะ ไม่สนใจคำเยาะเย้ยและอวดอ้างระดับนี้เลยแม้แต่น้อย
“รอให้หิมะละลายแล้ว ขบวนสินค้าพวกนั้นก็คงจะมาซื้อแร่ใหม่แล้ว”
“เดิมทีข้ายังหวังว่าวงเวทของเจ้า จะช่วยให้เรามีช่องทางการขายที่ดีขึ้นอีกทางหนึ่ง ตอนนี้ดูท่าแล้วเกรงว่าจะเป็นการฝันกลางวัน ไม่รู้ว่าครั้งนี้พวกมันจะกดราคาแร่ดิบของเราอย่างไรอีก”
ค้อนทองแดงรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย “ไอ้พวกพ่อค้าหน้าเลือดนั่น ตั้งแต่ที่ทิวเขาจันทร์อัปมงคลค้นพบเหมืองแร่ขนาดใหญ่ ทุกครั้งก็ใช้เหตุผลนี้มากดราคาแร่ดิบของเรา”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ตบที่วางแขนของเก้าอี้อย่างแรง “จริงสิ ข้าได้ยินมาจากในเวทีสนทนาว่า ราคาของศิลาเวทมนตร์สำเร็จรูปยังขึ้นราคาอีก!”
“หึ เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องนี้รึ? ไอ้พวกแวมไพร์ไร้ยางอายนั่น กดราคาซื้อแร่ดิบ พอแปรรูปแล้วกลับขึ้นราคาขายออกไป สงครามระหว่างอาณาจักรมนุษย์กับเผ่าปิศาจตึงเครียด ปริมาณการใช้ศิลาเวทมนตร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”
“กำไรจากสงครามก้อนนี้ เดิมทีควรจะเป็นเราที่ได้!”
นอร์ลิเหลือบมองค้อนทองแดง ขัดจังหวะคำบ่นพึมพำที่กำลังจะเริ่มขึ้นของเขา
“พอได้แล้ว คำพูดพวกนี้เจ้าก็ไม่กล้าพูดต่อหน้าผู้วิเศษมนุษย์พวกนั้นอยู่ดี คิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงเถอะ”
“หาทางเอาวิธีการลอกเลียนแบบเครื่องมือและวงเวทมาจากเวทีสนทนานั่นให้ได้ ตราบใดที่มีวงเวทแบบนี้สักร้อยชุด หึ ข้ารับประกันได้เลยว่าขบวนสินค้าจะไม่มีทางซื้อแร่ราคาถูกจากมือเราได้อีกแม้แต่ก้อนเดียว!”
...
ฮาร์วีย์คลุมผ้าห่มขนสัตว์หนา สั่นสะท้านนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานพลิกดูข้อมูลจำนวนมากที่ส่งมาจากแผ่นคริสตัล “สมองกลเวท”
ฤดูหนาวของเมืองกาเหมันต์ช่างหนาวเหน็บเสียจริง!
คฤหาสน์ที่เขาเช่าอยู่นี้เป็นของขุนนางเล็กๆ จากป้อมอสุรหมี เป็นวิลล่าเล็กๆ ในชนบทสำหรับพักอาศัยชั่วคราวเมื่อมาล่าสัตว์ที่เมืองกาเหมันต์ในฤดูร้อน
โครงสร้างอาคารเดิมมีเพียงอาคารเล็กๆ สามชั้น หลังหนึ่ง ชั้นหนึ่งเป็นโถงรับแขกและห้องนอนคนรับใช้สองห้อง
ชั้นสองถูกเขาดัดแปลงทั้งหมดเป็นห้องหนังสือและห้องเก็บของ ชั้นสามเป็นห้องนอนและห้องพักผ่อนส่วนตัวของฮาร์วีย์
โรงผลิตทดลองที่อยู่ติดกับอาคารเล็กๆ สามชั้นนั้น เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากที่ย้ายมา โดยจ้างคนงานในเมืองมาสร้างชั่วคราว ตอนนี้กลายเป็นห้องเครื่องของ “เครื่องจักรหมายเลขศูนย์” และห้องทดลองสำหรับเปลี่ยนร่างอสูรแปรธาตุ
เขายังได้ขุดห้องเก็บของใต้ดินไว้ใต้โรงผลิตทดลอง เพื่อเก็บชีวซากศพ และใช้ศิลาเยือกแข็งเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิต่ำ
ปัญหาคือ วิลล่าเล็กๆ ในชนบทสำหรับฤดูร้อนของขุนนางหลังนี้ไม่มีเตาผิง!
ฮาร์วีย์รู้สึกเพียงว่า ตอนนี้ทั้งตัวเขาเย็นเฉียบเหมือนกับกองเหรียญทองที่กองอยู่ในห้องเก็บของ
บริการส่งด่วนเปิดให้บริการได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ ก็ทำรายได้ให้เขาถึง 9,000 เหรียญทองแล้ว
นี่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการส่งของแต่ละครั้งที่เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย
แม้ทุกครั้งจะต้องให้ฮาร์วีย์ลงสนามเอง ทำการส่งสารผ่านตาข่ายเวทมนตร์ แต่เงินนี้ก็ไหลมาเทมาจริงๆ!
เมื่อดูข้อความจำนวนมากที่ส่งเข้ามาในเวทีสนทนา เพื่อสอบถาม “ผู้ดูแลระบบทัวริง” ว่าจะสามารถให้สมาชิกในเวทีสนทนาใช้การค้ำประกันเพื่อแนะนำ เชิญชวนคนเข้าร่วมเวทีสนทนาเพิ่มได้หรือไม่
“แม้ตัวจะหนาว แต่ใจก็ร้อนรุ่ม แพลตฟอร์มออนไลน์ของข้า ในที่สุดก็ใกล้จะเข้ารูปเข้ารอยแล้ว!”
ฮาร์วีย์กระชับผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวแน่น ใช้นิ้วที่แข็งเล็กน้อยเคาะปุ่มเครื่องพิมพ์ดีด
ทำธุรกิจแพลตฟอร์มมีอนาคตทางการเงินมากกว่าทำสินค้าเยอะ!