- หน้าแรก
- วันพีซ ฉันกลายเป็น การ์ป
- ตอนที่ 26: การหลบหนี
ตอนที่ 26: การหลบหนี
ตอนที่ 26: การหลบหนี
ตอนที่ 26: การหลบหนี
การ์ป ตะเกียกตะกายออกมาจากกองขยะ เริ่มหอบหายใจอย่างหนัก พอเห็นซามูไรยังคงนั่งแทะน่องไก่ที่คุ้ยมาจากกองขยะอย่างเอร็ดอร่อย เขาก็อดชื่นชมไม่ได้
“ลุงนี่สุดยอดจริงๆ! อยู่ในที่แบบนี้มาตั้งนานยังรอดมาได้! แถมที่นี่ก็หนาวจะตายชัก!”
ซามูไรมองการ์ปแล้วหัวเราะร่า
“ตาแก่อย่างข้ายังมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้ ก็นับเป็นการไถ่บาปในตัวมันเองแล้ว จะสนสภาพแวดล้อมไปทำไม? ที่นี่ช่วยลดทอนความรู้สึกผิดในใจข้าได้บ้าง แต่ถ้าจะพูดถึงความหนาว! หัวใจของคนข้างบนนั่นหนาวเหน็บยิ่งกว่านี้ซะอีก ข้าเคยทนทุกข์จนอดรนทนไม่ไหว ตะโกนขอความช่วยเหลือขึ้นไป แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงขยะที่ไม่รู้จบและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่น”
การ์ปขยับตัวเพราะรู้สึกว่าเหยียบโดนอะไรแข็งๆ เขาเขี่ยมันออกมาดู... เป็นกระดูกมือมนุษย์! ทำเอาการ์ปสะดุ้งโหยง
“ลุง... ที่นี่มีคนตายด้วยเหรอ?”
“อ้อ! นั่นน่ะเหรอ! แน่นอนสิ! ของเสียของเน่าเหม็น พวกขุนนางมันก็ต้องเอามากำจัดรวมกันที่นี่แหละ! ที่นี่คือที่ซ่อนความมืดมิดและความเน่าเฟะที่สุดของ อาณาจักรโกอา!”
ซามูไรมองไปรอบๆ อย่างหดหู่ หัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ แล้วพูดว่า
“ถ้าเป็นข้าคนก่อน ข้าคงอยู่ไม่ถึงสามวันหรอก จิตวิญญาณบูชิโดที่คลั่งไคล้คงค่อยๆ กัดกินข้า ทำให้ข้ารู้สึกอับอายที่ต้องมาอยู่ในที่อัปยศแบบนี้ และสุดท้ายข้าคงคว้านท้องตัวเองเพื่อไถ่โทษไปแล้ว!”
ซามูไรมองน่องไก่ในมือ สีหน้าเศร้าหมอง แต่แววตากลับมีประกายแห่งความหวัง
“แต่ตอนนี้ข้าตายไม่ได้! ข้ายังทำตามคำฝากฝังของเพื่อนรักไม่สำเร็จ ความปรารถนาของเขายังไม่บรรลุ ข้าจะตายแบบนี้ได้ยังไง? ต่อให้ต้องอยู่ในนรก ข้าก็ต้องมีชีวิตอยู่อย่างน่าสมเพช ยอมคลานลอดใต้หว่างขาคนอื่นอย่างต่ำต้อย และอดทนกัดฟันสู้ต่อไป!”
การ์ปยืนฟังอยู่ข้างๆ ซามูไรเล่าต่อ
“ข้าเคยคิดจะถอดใจ! ต่อให้ข้าไม่ใช่ซามูไร แต่ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง ข้าจะเป็นคนทรยศหักหลังได้ยังไง? มันน่าละอาย... น่าละอายเกินไป!”
ซามูไรเงยหน้าขึ้นเห็นการ์ปกอดอกทำท่าครุ่นคิด เข้าใจไปเองว่าเด็กน้อยคงซาบซึ้งและเศร้าไปกับเรื่องราวของเขา จึงพูดปลอบ
“การ์ป เจ้าไม่ต้องเศร้าแทนข้าหรอก! เจ้าควรจะคิดหาวิธีออกไปจากที่นี่ดีกว่า อย่าปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพเดียวกับข้าเลย! ...การ์ป?”
“ครอกกกกกกก... ฟี้...”
จู่ๆ การ์ปก็กรนสนั่น ยืนหลับหน้าหงายไปซะงั้น ซามูไรโกรธจนเส้นเลือดปูด ตะคอกใส่
“ไอ้เด็กเวร! ให้เกียรติคนกำลังดราม่าหน่อยสิวะ?!”
โพละ!
ฟองน้ำมูกแตกดังโพละ การ์ปสะดุ้งตื่น เงยหน้าหัวเราะร่า
“โทษทีๆ! มันอดไม่ได้น่ะ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ซามูไรพูดไม่ออกกับความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเด็กคนนี้ หน้ามีเส้นดำคาดผ่าน การ์ปหัวเราะอยู่พักใหญ่ แล้วก็พูดขึ้น
“จริงสิลุง เดี๋ยวชั้นพาลุงออกไปจากที่นี่เอง!”
“หือ?”
“ลุงยังมีความปรารถนาที่ต้องทำให้สำเร็จไม่ใช่เหรอ? ลุงอยากออกไป ชั้นก็จะพาลุงออกไป!”
ซามูไรแปลกใจ แล้วก็ดีใจ จากนั้นก็ยิ้มจางๆ แล้วส่ายหน้า
“ขอบใจมากการ์ปที่มีน้ำใจ! แต่การพาข้าออกไปจากที่นี่ไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างเจ้าจะทำได้ นี่มันนรกชัดๆ!”
“ชั้นทำได้น่า ลุง!”
ซามูไรมองเข้าไปในดวงตาที่ใสซื่อและจริงใจของการ์ป รู้ว่าเขาพูดจริง จึงถามกลับไป
“แล้วเจ้าจะพาข้าออกไปยังไง?”
การ์ปชี้ขึ้นไปข้างบน
“ข้างบนนั่นมีรูไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวชั้นแบกลุงขึ้นไปเอง!”
“เจ้าไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ย?”
ซามูไรมองการ์ปอย่างพูดไม่ออก คิดว่าเด็กนี่เพ้อเจ้อจริงๆ เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“บ่อยักษ์นี่ลึกตั้งห้าร้อยเมตร ผนังหินก็เคลือบไปด้วยขยะและน้ำเน่าเสียจนลื่นปรื๊ดแถมเหม็นเน่าสุดขีด ข้ายังไม่เคยเห็นตุ๊กแกสักตัวเกาะอยู่ได้เลย แล้วเจ้าจะปีนขึ้นไปยังไง? แถมยังจะแบกผู้ใหญ่ตัวโตอย่างข้าไปด้วยเนี่ยนะ?”
ซามูไรลุกขึ้น โยนกระดูกไก่ทิ้ง แล้วควานมือไปบนพื้นอย่างส่งเดช จับหนูขึ้นมาตัวหนึ่ง ชูให้ดูแล้วพูดว่า
“ตอนนี้ข้าก็เหมือนหนูที่ติดอยู่ในกรงขัง อยู่ในความมืดมิดชั่วนิรันดร์ มีชีวิตรอดไปวันๆ ด้วยขยะและเศษอาหารเน่าเปื่อย จะออกไปเหรอ? คงต้องสวดอ้อนวอนขอปาฏิหาริย์อย่างเดียว”
ซามูไรโยนหนูทิ้ง แล้วกลับไปนั่งที่มุมเดิม
“ส่วนเจ้า การ์ป... เดี๋ยวพอยามมาเยี่ยมข้า ข้าจะบอกพวกเขาว่าเจ้าพลัดตกลงมา แล้วให้เขาพาเจ้าออกไป แต่เจ้าต้องรอหน่อยนะ นานๆ ทีพวกเขาถึงจะมาเยี่ยมข้า เพราะกว่าจะลงมาถึงที่นี่มันยุ่งยาก...”
ผัวะ!
ยังพูดไม่ทันจบ ซามูไรก็ตาเหลือก สลบเหมือดไป การ์ปถือกระดูกท่อนยักษ์ไว้ในมือ อีกมือแคะขี้มูก พูดหน้าตาย
“ลุงนี่! ขี้บ่นชะมัด! ทุบให้สลบไปเลยดีกว่า!”
จากนั้นการ์ปก็หาเชือกจากกองขยะมามัดตัวซามูไรติดกับหลังตัวเอง ดึงให้แน่น ตบมือปัดฝุ่น แล้วยิ้มร่า
“เอาล่ะ เริ่มกันเลย! ปฏิบัติการแหกคุก! ฮิฮิฮิ!”
การ์ปเงยหน้ามองหาปากปล่องที่ตกลงมา แต่มันมืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลย เขาจำใจต้องแบกซามูไรเดินไปที่ผนัง แล้วเริ่มปีนอย่างทุลักทุเล เรียกว่าแบกก็ไม่ถูกนัก เพราะการ์ปตัวเล็กนิดเดียว ส่วนซามูไรตัวเบ้อเริ่ม ขาสองข้างของซามูไรเลยลากพื้นครูดไปตามทาง ดูเหมือนการ์ปกำลังลากศพมากกว่า การ์ปแตะผนัง... จริงอย่างที่ลุงบอก มันทั้งลื่น ทั้งเหนียว ทั้งเหม็นเน่า!
การ์ปให้กำลังใจตัวเอง แล้วเริ่มปีน ด้วยสายตาที่ดีเยี่ยม การ์ปมองเห็นรอยนูนของผนังในความมืด หาจุดยึดเกาะแล้วเริ่มไต่ขึ้นไป
แต่ปีนไปได้ไม่เท่าไหร่ การ์ปก็ลื่นไถลลงมา เขารวบรวมแรงปีนใหม่ พยายามอยู่นานกว่าจะขึ้นไปได้สูงอีกนิด เท้ายันผนังไว้ การ์ปหันกลับไปมอง... ขาของลุงยังลากพื้นอยู่เลย แทบไม่ได้ขยับขึ้นมาสักนิด แล้วเขาก็เผลอลื่นไถลลงมาอีก ตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเมือกสีเขียวเหม็นเน่า การ์ปสำรวจดูว่าลุงไม่บาดเจ็บ แล้วก็เริ่มใช้ความคิดอย่างใจเย็น
‘ไม่ได้การ แบบนี้ปีนให้ตายก็ไม่ถึงยอด ผนังลื่นเกินไป แถมสูงขนาดนี้ จะทำยังไงดี? จะเอามือเจาะผนังเข้าไปก็ไม่ได้... เอ้อ... อ้อ! คิดออกแล้ว!’
หลอดไฟสว่างวาบในหัวการ์ป เขาปิ๊งไอเดีย ลากร่างซามูไรที่หมดสติไปที่กองขยะ แล้วเริ่มคุ้ยเขี่ยอย่างบ้าคลั่ง โยนขยะกระจัดกระจายไปทั่ว จนแม้แต่หนูยังไม่กล้าโผล่หัวออกมากลัวโดนลูกหลง
“อันนี้ไม่ใช่ อันนี้ก็ไม่... นั่นไง... นั่นไง...”
คุ้ยอยู่พักใหญ่ การ์ปก็เจอท่อแป๊บเหล็กปลายแหลมสองอัน เขาตะโกนอย่างตื่นเต้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เจอแล้ว! ชั้นนี่มันฉลาดจริงๆ! ฮิฮิฮิ!!!”
จากนั้น การ์ปก็เริ่มปีนผนังอีกครั้งโดยมีซามูไรอยู่บนหลัง แต่คราวนี้ในมือถือท่อแป๊บเหล็กสองอัน การ์ปใช้พละกำลังมหาศาลตอกท่อแป๊บเข้าไปในผนังหิน แล้วดึงตัวขึ้นด้วยสองแขน ถ่ายน้ำหนักไปที่แขนข้างหนึ่ง ดึงท่อแป๊บอีกข้างออก ตอกลงไปในจุดที่สูงขึ้น ยึดให้แน่น แล้วดึงอีกข้างตามขึ้นไป ทีละก้าว... ทีละก้าว... การ์ปค่อยๆ ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ สายตามุ่งมั่นจับจ้องไปที่แสงสว่างจากปากปล่องด้านบน
นี่เป็นวิธีการที่เหนือมนุษย์ และไม่รู้ว่าการ์ปทนทานขนาดนี้ได้ยังไง ขาของเขาออกแรงช่วยไม่ได้เลย ต้องใช้แต่กำลังแขนล้วนๆ แถมยังต้องแบกน้ำหนักผู้ใหญ่ตัวโตๆ ไปด้วย คนธรรมดาทำไม่ได้แน่ และจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะยากลำบากขนาดไหน
หลังจากปีนขึ้นมาได้ประมาณห้าสิบเมตร การ์ปหวังว่าจะเจอทางระบายน้ำ คิดว่าถ้าเข้าไปในท่อได้คงจะง่ายขึ้น แต่ความจริงโหดร้ายกว่านั้น ผนังยังคงเป็นหินลื่นๆ สกปรก และมืดมิดเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่การ์ปไม่ย่อท้อ ยังคงก้มหน้าก้มตาปีนต่อไป...