- หน้าแรก
- วันพีซ ฉันกลายเป็น การ์ป
- ตอนที่ 9: การล่าสัตว์ (3)
ตอนที่ 9: การล่าสัตว์ (3)
ตอนที่ 9: การล่าสัตว์ (3)
ตอนที่ 9: การล่าสัตว์ (3)
แมรี่ ฟังสิ่งที่การ์ปพูด พลางมองดูรอยยิ้มเจิดจ้าบนใบหน้าของเขา เธอวางศีรษะแนบกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรง ไม่สนใจแล้วว่าผมสีทองแสนสวยจะเปรอะเปื้อนเศษดิน ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงด้านชาไร้อารมณ์
“จ้ะ ดีจัง! ดี๊ดี!”
ทันใดนั้น พงหญ้าตรงหน้าแมรี่ก็สั่นไหว แล้วเธอก็เห็นดวงตาวาวโรจน์สองดวงจ้องเขม็งมาอย่างดุร้าย ขนทั่วตัวแมรี่ลุกชันขึ้นทันที เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นไปหลบหลัง การ์ป ทันใดนั้น เสือสองตัวก็โผล่ออกมาจากพงหญ้า ตัวหนึ่งดูคุ้นตามาก...มันคือเจ้าเสือเคราดกที่การ์ปขี่เป็นประจำ ซึ่งเขาเรียกว่า เจ้าเหมียวน้อย ส่วนอีกตัวนั้นใหญ่โตและแข็งแรงกว่าเจ้าเหมียวน้อยมาก มันจ้องการ์ปด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย เจ้าเหมียวน้อยดูเหมือนจะฟ้องอะไรบางอย่างกับเสือตัวใหญ่ ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างน่าสงสาร แล้วก็เข้าไปคลอเคลียออเซาะเสือตัวโต
แววตาของเสือตัวใหญ่ดุร้ายขึ้นเรื่อยๆ มันเงยหน้าขึ้นส่งเสียงคำรามกึกก้อง ประกาศศักดาแห่งเจ้าป่า ทำเอาฝูงนกในป่าแตกตื่นบินว่อน มันก้าวเท้ามาข้างหน้า จ้องเขม็งไปที่การ์ป
การ์ปจ้องตอบเสือตัวนั้น ยกท่อแป๊บเหล็กพาดบ่า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย
“ทำอะไรของแกน่ะ เจ้าเหมียวน้อย! เป็นสัตว์ขี่ให้ชั้นก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ชั้นเองก็ชอบแกจริงๆ นะ!”
เจ้าเหมียวน้อยถอยกรูดไปสองก้าวด้วยความกลัว ในขณะที่เสือตัวใหญ่คำรามลั่นแล้วกระโจนเข้าใส่การ์ป การ์ปไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับหัวเราะอย่างตื่นเต้น ผลักแมรี่ไปข้างหลังเพื่อให้เธออยู่ห่างจากรัศมีการต่อสู้ แล้วพุ่งสวนเข้าไปพร้อมท่อแป๊บเหล็ก
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวผสานกับเสียงเสือคำรามก้องไปทั่วป่าบริเวณนั้น แมรี่ที่ยืนดูอยู่ ตอนแรกก็เป็นห่วงแทบแย่ คิดอยากจะลากการ์ปหนีไปด้วยกัน แต่พอเห็นการ์ปสามารถต่อกรกับเสือยักษ์น่ากลัวตัวนั้นได้อย่างสูสี เธอก็เลิกกังวลและเปลี่ยนมาเชียร์การ์ปแทน โบกไม้โบกมือตะโกนบอกให้เขาอัดเสือให้น่วม
“สู้เขา! สู้เขาเลยการ์ป! ซ้าย... ไม่สิ ขวา... ใช่ๆๆ โจมตีแบบนั้นแหละ...”
...
ประมาณสิบนาทีต่อมา
การ์ปและแมรี่นั่งอยู่บนหลังเจ้าเหมียวน้อย แม้แก้มข้างหนึ่งของการ์ปจะบวมปูด แต่เขากลับดูมีความสุขมากหลังจากการต่อสู้ หัวเราะร่าและตบหัวเจ้าเหมียวน้อยเล่นเหมือนปกติ เจ้าเหมียวน้อยน้ำตาคลอเบ้า มองดูเสือตัวใหญ่นอนหมอบราบคาบอยู่กับพื้น มันส่งเสียงร้องเบาๆ เหมือนพยายามจะปลุกเสือใหญ่ให้ตื่น เสือตัวใหญ่ที่นอนหมดสภาพก็มองเจ้าเหมียวน้อยด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ครางหงิงๆ เหมือนจะขอโทษที่ไม่อาจช่วยมันจากเงื้อมมือของมนุษย์ปีศาจคนนี้ได้
แมรี่มองดูสัตว์สองตัวแสดงความรักต่อกันด้วยสีหน้าเอือมระอา การ์ปเอาท่อแป๊บเคาะหัวเจ้าเหมียวน้อยแล้วสั่ง
“รีบๆ ไปได้แล้ว ทำหน้าที่สัตว์ขี่ให้ดีๆ แล้วชั้นจะไม่จับเจ้าเสือตัวใหญ่นั่นกิน!”
เจ้าเหมียวน้อยสะดุ้งโหยง มันหันไปมองเสือตัวใหญ่ราวกับจะสั่งเสียครั้งสุดท้าย แมรี่มองการ์ปแล้วสวนกลับไปว่า
“นายมันปีศาจชัดๆ การ์ป!”
ทันใดนั้น ท้องของการ์ปก็ร้องจ๊อกๆ ขึ้นมา เขาเอามือลูบท้อง เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย! จังหวะนรก หมูป่าตัวหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาพอดี พอมันเห็นการ์ปกับแมรี่ขี่เสืออยู่ แถมมีเสืออีกตัวนอนกองอยู่กับพื้น มันก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก แล้วก็ได้สติ รีบหันหลังกลับวิ่งหนีสุดชีวิต
มีหรือการ์ปจะปล่อยหมูป่าที่มาเสิร์ฟถึงที่ให้หลุดมือไปได้? เขาชี้ท่อแป๊บไปที่หมูป่าแล้วสั่งเจ้าเหมียวน้อย
“เจ้าเหมียวน้อย ไล่ตามมันไป! ถ้าจับได้ ชั้นจะเลี้ยงมื้อใหญ่นายเอง! ฮ่าฮ่าฮ่า!!”
ตอนแรกเจ้าเหมียวน้อยก็ดูอิดออด แต่พอท้องการ์ปร้องดังขึ้นมาอีกรอบ มันกลัวว่าการ์ปจะหิวจนหน้ามืดจับเสือใหญ่กินจริงๆ มันเลยใส่เกียร์หมา... เอ้ย เกียร์เสือ วิ่งไล่กวดหมูป่าอย่างไม่คิดชีวิต การ์ปพอใจกับความเร็วของเจ้าเหมียวน้อยมาก ร้องเชียร์
“โย่ฮู้ว ฮ่าฮ่าฮ่า! นั่นแหละ ไล่มันไปเลย!”
การ์ปสั่งการอย่างคึกคัก ส่วนแมรี่ที่ซ้อนอยู่ข้างหลังกอดเอวการ์ปแน่น กลัวตกก็กลัว แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับรู้สึกตื่นเต้นไปกับการล่าสัตว์ที่แปลกใหม่และระทึกใจนี้ รอยยิ้มเจิดจ้าสดใสราวกับดวงตะวันผลิบานบนใบหน้า เธอเลิกกลัวแล้ว และเริ่มสนุกไปกับความตื่นเต้นนี้ สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังอันกว้างใหญ่ แข็งแกร่ง และพึ่งพาได้ของการ์ป รู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ
ในที่สุด หมูป่าผู้โชคร้ายก็หนีไม่พ้นชะตากรรม การ์ปจัดการชำแหละและย่างมันบนกองไฟ ไม่นานกลิ่นหอมของเนื้อย่างก็ลอยคลุ้งไปทั่ว เจ้าเหมียวน้อยนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ อย่างสงบเสงี่ยม เหมือนยังขวัญเสียกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่น้ำลายที่ไหลย้อยออกมาจากปากบอกความในใจได้ชัดเจน...หอมชะมัด!
แมรี่นั่งมองการ์ปย่างเนื้อเงียบๆ รู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างประหลาด การ์ปเฝ้าดูเนื้ออย่างตั้งใจ พอเห็นว่าใกล้สุกได้ที่ ก็ควักซอสที่เตรียมมาทาลงไป กลิ่นหอมของเนื้อยิ่งทวีความเข้มข้น รัญจวนใจจนสัตว์น้อยใหญ่รอบๆ อยากจะเข้ามาแจม แต่ติดที่กลัวการ์ปและเจ้าเหมียวน้อย เลยได้แต่ดมกลิ่นอยู่ห่างๆ
แมรี่สูดกลิ่นหอม รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เอ่ยชมว่า
“การ์ป เนื้อย่างของนายนี่หอมจังเลย กลิ่นหอมพอๆ กับที่เชฟบ้านชั้นทำเลยนะเนี่ย”
การ์ปยิ้มกว้าง ฉีกเนื้อชิ้นโตส่งให้แมรี่ เร่งให้เธอกินเร็วๆ แมรี่รับมาลองชิม เนื้อติดมันชุ่มฉ่ำแต่ไม่เลี่ยน รสสัมผัสนุ่มละมุน น้ำซอสรสเข้มข้นกระจายไปทั่วปาก อาจเป็นเพราะเธอออกแรงมาทั้งวันและหิวโซด้วย แต่ในความทรงจำของแมรี่ นี่คือรสชาติที่อร่อยล้ำเลิศที่สุด เธอจดจำรสชาตินี้ไปชั่วชีวิต และรสชาตินี้เองที่ผูกมัดเธอไว้ข้างกายการ์ปอย่างแน่นหนา
ในขณะที่แมรี่กินอย่างเรียบร้อย การ์ปกลับไม่พิถีพิถันเลยสักนิด เขายกหมูย่างทั้งตัวขึ้นมาแทะกินอย่างมูมมาม เจ้าเหมียวน้อยน้ำลายไหลนองพื้น กระดิกหางดิ๊กๆ เหมือนแมว รอคอยส่วนแบ่งอย่างมีความหวัง แต่สิ่งที่มันได้คือ... กองกระดูก เจ้าเหมียวน้อยได้แต่เลียกระดูกทั้งน้ำตา ในขณะที่แมรี่ยังกินเนื้อชิ้นของเธอไม่หมด การ์ปก็จัดการหมูย่างทั้งตัวหมดเกลี้ยง แล้วล้มตัวลงนอนแผ่บนพื้นหญ้าอย่างมีความสุข
แมรี่ค่อยๆ กิน ละเลียดรสชาติความอร่อยที่หาทานยาก เดิมทีเธออยากจะเอ่ยปากชมการ์ปอีกสักหน่อย แต่พอเห็นว่าเขาไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลยสักนิด ไม่แบ่งให้เธอเพิ่ม แถมยังกินหมูที่เหลือคนเดียวหมดเกลี้ยง หน้าของเธอก็มืดครึ้มด้วยความเอือมระอา แล้วก็เลิกสนใจการ์ปไปเลย
การ์ปนอนยิ้มแฉ่งอยู่สักพัก ก็ดีดตัวลุกขึ้น ชูมือขึ้นฟ้าแล้วตะโกนลั่น
“โยช! มาเริ่มล่าสัตว์กันเถอะ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!”
แมรี่กินเสร็จพอดี เช็ดปากด้วยผ้าเช็ดหน้าไหมของตัวเองแล้วท้วง
“เพิ่งจะเริ่มเหรอ? ชั้นเหนื่อยแล้วนะการ์ป เรากลับกันเร็วหน่อยไม่ได้เหรอ?”
การ์ปไม่ได้ยินที่เธอพูด พอท้องอิ่ม พลังงานก็ล้นเหลือ ความตื่นเต้นและคึกคักพุ่งพล่านไม่มีใครหยุดอยู่ เขาตะโกนก้อง
“ลุยกันเล้ย!”
“อ๊ายยยยยยยยยย!!!!!”
การ์ปเริ่มมหกรรมการล่าสัตว์ ซึ่งก็คือการฝึกฝนของเขาไปในตัว แต่มันก็เป็นวันที่ป่าทั้งป่าปั่นป่วนวุ่นวายจนแทบแตก เจ้าเหมียวน้อยเองก็รู้สึกปวดใจที่อาณาเขตของมันถูกรุกรานยับเยินขนาดนี้ แม้ปากแมรี่จะบ่นว่าไม่อยากไป แต่เธอก็ยังวิ่งตามการ์ปไปติดๆ ไม่ใช่แค่เพราะกลัวสัตว์ร้าย แต่เพราะเธออยากจะเฝ้ามองการ์ปต่อไป มองดูเขาทำเรื่องบ้าบิ่นอย่างสุดเหวี่ยง แม้จะเห็นเขาทำเรื่องไร้สาระไปบ้าง แต่ความกล้าหาญ การมองโลกในแง่ดี และความมั่นใจในตัวเองที่แฝงอยู่ในการกระทำเหล่านั้น เป็นสิ่งที่แมรี่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
พอมองดูการ์ป ราวกับความมืดมนในโลกนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นไม่มีที่สิ้นสุด!
...
ไกลออกไป อคิลีสที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางถนน ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของการ์ป เขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข พึมพำกับตัวเอง
“ช่างเป็นเด็กที่มีพลังล้นเหลือจริงๆ! ดีกว่าเจ้าเด็ก นิวเกต นั่นตั้งเยอะ รายนั้นวันๆ ไม่พูดไม่จา เอาแต่ถลึงตาใส่คนอื่น... เจ้าหนู ลูกศิษย์คนนี้ ชั้นตัดสินใจแล้วว่าต้องรับมาให้ได้!”
...