- หน้าแรก
- เมี๊ยวเกิดใหม่พิชิตจักรวาล
- บทที่ 20 : กลับสู่ร่างเดิม
บทที่ 20 : กลับสู่ร่างเดิม
บทที่ 20 : กลับสู่ร่างเดิม
เมื่อเห็นว่าคุณพ่อไม่กินจริงๆ หร่วนจูก็นั่งลงที่โต๊ะและเริ่มจัดการขนมตรงหน้าอย่างจริงจัง
ลูกบอลเล็กๆ แต่ละลูก พอเคี้ยวเข้าไปคำเดียวรสชาติก็ระเบิดในปาก!
มันคือเยลลี่รสนมผลไม้ที่ปรุงรสมาอย่างกลมกล่อมพอดิบพอดี และไม่เลี่ยนเลยสักนิด
อร่อยจัง!
ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายวิบวับ หางที่ห้อยลงมาแกว่งไปมาเบาๆ ด้วยความสุขใจ
เจ้าแมวน้อยแร็กดอลล์สีขาวกินอย่างสง่างาม หลังจากกินเสร็จยังรู้จักทำความสะอาดขนรอบปากตัวเองด้วย
เธอเป็นแมวแร็กดอลล์ที่รักความสะอาดมากนะจะบอกให้!
หร่วนเซียวมองดูอยู่ครู่เดียวก็หันกลับไปสนใจงานของตัวเองต่อ ในฐานะจอมพล เขามีเรื่องราวมากมายให้ต้องจัดการในแต่ละวัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียว หร่วนจูก็อยู่ในร่างแมวแร็กดอลล์มาตลอดทั้งวัน
เธอรู้สึกเสียดายไม่อยากคืนร่างเดิมนิดหน่อย เพราะในร่างแมวแร็กดอลล์ตัวจิ๋ว เธอสามารถนั่งบนฝ่ามือของคุณพ่อได้!
การเป็นแมวแร็กดอลล์ที่คุณพ่ออุ้มไว้นั้นมีความสุขที่สุดเลย!
"เมี๊ยว~"
ศีรษะทุยถูไถอ้อนคุณพ่ออีกครั้ง ใครๆ ก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์อันเบิกบานของหร่วนจู
ยิ่งใกล้เวลานอน เจ้าแมวน้อยก็ยิ่งกลายร่างเป็นขนมโมจิเหนียวหนึบ ไม่ว่าคุณพ่อจะเดินไปไหน เธอก็จะตามติดไปทุกฝีก้าว
อุ้งเท้าเล็กๆ ทั้งสี่ขยับวิ่งดุ๊กดิ๊ก ขนฟูฟ่องสั่นไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว
มองจากไกลๆ แล้วเหมือนดอกแดนดิไลออนฟูนุ่มนิ่มกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นไม่มีผิด
หร่วนจูเป็นแมวแร็กดอลล์ขนยาว รูปลักษณ์ดูงดงามราวกับเทพธิดาตัวน้อย ลูกสัตว์อสูรตัวจิ๋วขนาดนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ดึงดูดสายตาผู้คนเสมอ
พ่อบ้านหลงใหลในร่างสัตว์อสูรของคุณหนูจนหัวใจคนแก่ละลายเหลวเป๋ว เขารีบถ่ายรูปเก็บไว้หลายใบ ทุกใบล้วนน่ารักน่าชัง แค่ได้มองรูปพวกนี้ก็ทำให้อารมณ์ดีไปทั้งวัน
"ได้เวลานอนแล้ว"
เจ้าตัวเล็กอยู่กับเขามาทั้งวัน เธอทำตัวดีมาก ไม่ดื้อไม่ซน เพียงแต่ติดคนมากไปหน่อย
"เมี๊ยว~"
หร่วนจูนั่งแหมะอยู่ที่เท้าคุณพ่อ เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตากลมโต จูจูยังไม่ง่วงเลยนะ
สีหน้าของหร่วนเซียวยังคงเรียบเฉย เขาเพียงแค่ก้มลงอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมา
หูของเจ้าแมวน้อยกระดิกตั้งขึ้นด้วยความดีใจ
"นอนซะ"
เขาลูบหัวฟูๆ ของเจ้าแมวน้อยเบาๆ แล้วอุ้มพาเดินขึ้นชั้นบน
ขณะที่กำลังจะวางเจ้าตัวเล็กลงบนเตียง หร่วนเซียวก็นึกขึ้นได้ว่าลูกสัตว์อสูรก็ต้องเช็ดเท้าเหมือนกัน
เขาจับอุ้งเท้าเล็กๆ ขึ้นมาพิจารณา
อุ้งเท้านุ่มนิ่มสีชมพูดูน่ารักเหมือนกลีบดอกท้อ แต่ก็ดูบอบบางเหลือเกิน
หร่วนเซียวอดใจไม่ไหวลองบีบดูเบาๆ มันนุ่มนิ่มและอวบอูม สัมผัสดีจนไม่อยากปล่อยมือ
แต่เธอตัวเล็กมาก เขาใช้นิ้วเพียงสองนิ้วก็คีบอุ้งเท้าเธอได้ทั้งอัน จึงไม่กล้าออกแรงบีบมากนัก
หร่วนเซียวครุ่นคิด อุ้งเท้าเล็กจ้อยแค่นี้ โตไปจะไปสู้รบปรบมือกับใครเขาได้? ด้วยกรงเล็บเล็กๆ นี่ แค่ตะปบขนคู่ต่อสู้หลุดออกมาได้สักเส้นก็เก่งมากแล้ว
เขาใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดอุ้งเท้าให้เจ้าตัวเล็กจนสะอาด ก่อนจะวางลงบนเตียง
"เมี๊ยว~"
หร่วนจูมองตามแผ่นหลังของคุณพ่อตาละห้อย พลางร้องบอก 'ฝันดีนะคะคุณพ่อ'
หร่วนเซียวตอบกลับ "ราตรีสวัสดิ์"
แม้น้ำเสียงจะยังคงเย็นชาเช่นเคย แต่หร่วนจูก็มีความสุขมาก!
พอคุณพ่อออกไป เธอก็กลิ้งเกลือกไปมาบนเตียงด้วยความดีใจจนขนที่เรียบสวยยุ่งเหยิงไปหมด
เจ้าแมวน้อยตื่นเต้นเกินไป เลียขนแต่งตัวอยู่พักหนึ่ง มุดเข้าผ้าห่มแล้วก็โผล่ออกมา
หลังจากเลียขนไปได้ห้าหกรอบ ในที่สุดก็หาวหวอด มุดกลับเข้าไปในผ้าห่มแล้วหลับปุ๋ยไป
เธอหลับยาวจนตะวันโด่งในวันรุ่งขึ้น
หูขนปุยสองข้างโผล่ออกมาจากผ้าห่ม กระดิกยุกยิกเมื่อต้องแสงแดด จากนั้นหัวทุยที่มีผมสีขาวนุ่มสลวยก็ค่อยๆ โผล่ตามออกมา
เจ้าก้อนแป้งขาวนุ่มนิ่มลุกขึ้นนั่งบนเตียง ผิวขาวผ่องดูเปล่งประกายละมุนตาเมื่อกระทบแสงแดด เธอยกมือขยี้ตา ท่าทางงัวเงียมึนงงดูเอ๋อๆ เล็กน้อย
ดวงตากลมโตสุกใสเหมือนแมวเหมียวกระพริบปริบๆ สองครั้ง เมื่อเห็นแสงแดดจ้านอกหน้าต่าง หร่วนจูก็สะดุ้งตื่นเต็มตา
หร่วนจูยังสวมชุดนอนชุดเดิมตอนที่แปลงร่างเมื่อวาน ขาสั้นป้อมขาวอวบเหมือนรากบัวรีบซอยเท้าวิ่งออกไป
วิ่งพ้นประตูออกไปก็ชนเข้ากับเสี่ยวหมี่จังๆ
"เสี่ยวหมี่ คุณพ่อล่ะ?"
น้ำเสียงหวานใสแฝงความร้อนรน
"ท่านจอมพลออกไปตั้งนานแล้วครับ"
เสี่ยวหมี่รีบตามมา "จูจู จูจู ใส่รองเท้าก่อน เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะ"
พอรู้ว่าคุณพ่อไปแล้ว หร่วนจูก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเองนิดหน่อย ทำไมวันนี้ถึงนอนตื่นสายขนาดนี้นะ!
เมื่อถูกเสี่ยวหมี่รบเร้า เธอจึงยอมกลับเข้าห้องไปใส่รองเท้าแตะ แต่พอก้มมองตัวเอง เธอก็เพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ
"หนูคืนร่างเดิมแล้ว!"
เธอหมุนตัวรอบหนึ่งอย่างดีใจ ยกมือป้อมๆ ขึ้นจับบนหัว... หูยังอยู่
ลองจับก้นดู... ใช่แล้ว ยังมีหางนุ่มฟูอยู่ด้วย!
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงร้อนรนรีบเก็บหูเก็บหางไปแล้ว
แต่ตอนนี้เธอไม่กลัวแล้ว!
คุณพ่อไม่รังเกียจเธอสักหน่อย ฮิฮิ... หร่วนจูนั่งบนเตียง แกว่งขาสั้นป้อมไปมา มือประคองแก้มยุ้ยนุ่มนิ่มแล้วหัวเราะคิกคักกับตัวเอง
ต้องยอมรับเลยว่าคนหน้าตาดี ต่อให้ยิ้มเห่ยแค่ไหนก็ยังดูน่ารัก
นั่งยิ้มเปื่อยอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ฮึดสู้ พับผ้าห่มบนเตียงให้เรียบร้อย วิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า เลือกชุดกระโปรงสวยๆ มาเปลี่ยนเอง
เธอมองตัวเองในกระจก แล้วลองพยายามเก็บหูกับหาง
คราวนี้สำเร็จในครั้งเดียว สงสัยเมื่อวานคงจะตื่นเต้นเกินไปหน่อย
ก๊อก ก๊อก...
"คุณหนูครับ ได้เวลาทานข้าวแล้ว"
หร่วนจูขานรับอย่างว่านอนสอนง่าย แล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กด้วยขาสั้นๆ ออกไป
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณปู่พ่อบ้าน"
พ่อบ้านเห็นว่าเธอคืนร่างเดิมแล้วก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ยิ้มตอบรับด้วยความเอ็นดู
คุณหนูของพวกเขา ไม่ว่าจะร่างสัตว์อสูรหรือร่างมนุษย์ก็น่ารักน่าเอ็นดูและเรียบร้อยไปเสียหมด ช่างน่ารักจริงๆ
พ่อบ้านอดบ่นในใจไม่ได้อีกครั้ง ยัยเซียวหยวนอี้คนนั้นต้องประสาทกลับแน่ๆ!
ขณะที่หร่วนจูนั่งทานข้าวอย่างเรียบร้อย จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก
เสียงรถโฮเวอร์คาร์
ข้าวยังเต็มปาก แต่เธอรอไม่ไหวรีบวิ่งออกไปดู
คุณพ่อกลับมาแล้วเหรอ?
ทว่าความดีใจและประกายวิบวับในดวงตาก็หม่นลงเล็กน้อย เมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา
ไม่ใช่คุณพ่อ
หร่วนชิงหรานที่เดินเข้ามา สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ บนใบหน้านั้นได้ทันที เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ทำไม ไม่ดีใจที่เจอพี่เหรอ?"
ท่าทางของเขายังคงดูเย็นชาและห่างเหิน แต่พอลดเสียงลงเล็กน้อยก็ฟังดูอ่อนโยนขึ้น
หร่วนจูรีบส่ายหน้าดิก น้ำเสียงหวานใสละล่ำละลักอธิบายอย่างร้อนรน
"มะ... ไม่ใช่นะคะ หนู... หนูแค่นึกว่าเป็นคุณพ่อ จูจูไม่ได้ไม่ดีใจนะ"
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ค่อยๆ เดินเข้าไปข้างกายชายหนุ่ม แล้วเอ่ยเรียกอย่างว่าง่าย "พี่ชาย"
ประกายรอยยิ้มจางๆ พาดผ่านนัยน์ตาสีอ่อนของหร่วนชิงหราน เขาแบมือที่ขาวผ่องราวกับหยกขาวออก
ลูกกวาดสองเม็ดวางสงบนิ่งอยู่บนฝ่ามือ
"เอาไหม?"
หร่วนจูได้ยินคำถามนั้น
ดวงตาของเธอเบิกกว้างทันที เพราะลูกกวาดสองเม็ดนี้เหมือนกับที่เขาเคยให้เธอในวันนั้นเปี๊ยบ