- หน้าแรก
- เมี๊ยวเกิดใหม่พิชิตจักรวาล
- บทที่ 19 : คุณพ่อตัวโตของหนู!
บทที่ 19 : คุณพ่อตัวโตของหนู!
บทที่ 19 : คุณพ่อตัวโตของหนู!
ตอนที่ขึ้นประถมหนึ่ง เธอเริ่มเดินทางไปกลับโรงเรียนด้วยตัวเอง
ทุกครั้งที่เห็นเด็กคนอื่นมีผู้ปกครองมารับ หรือพ่อแม่กางร่มมารับในวันฝนตก แววตาของเธอจะฉายเพียงความอิจฉา จากนั้นก็ได้แต่นั่งรอเงียบๆ ให้ฝนหยุดตกถึงจะได้กลับบ้าน
หร่วนจูจำได้แม่นที่สุดคือตอนอยู่ประถมสอง วันนั้นหลังเลิกเรียนฝนตกหนักมาก... หนักมากๆ และตกอยู่นาน
นักเรียนคนอื่นกลับกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงเธอคนเดียวในห้องเรียนที่หนาวเหน็บและเงียบงัน
ต่อมาคุณครูโทรหาผู้ปกครอง พ่อกับแม่เกี่ยงความรับผิดชอบกันไปมา สุดท้ายแม่ที่ห่วงหน้าตาทางสังคมก็มารับเธอ
เดิมทีเธอดีใจมากที่แม่มารับ แต่ตลอดทางกลับบ้าน สิ่งที่เธอได้ยินกลับมีแต่คำบ่นไม่หยุดหย่อน
แม้ตอนนั้นเธอยังเด็ก แต่คำพูดเหล่านั้นกลับฝังลึกในใจจนถึงทุกวันนี้ และยังคงจำได้ขึ้นใจ
"ทำไมไปโรงเรียนถึงไม่พกร่มไปด้วย? หาเรื่องให้ฉันต้องเป็นห่วงตลอด งานฉันก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว ทำตัวให้ว่าง่ายหน่อยไม่ได้หรือไง?"
เธออยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอเป็นเด็กดีและว่าง่ายมากแล้ว
แต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกไป กลัวว่าแม่จะหาว่าเธอดื้อรั้นเถียงคำไม่ตกฟาก ไม่ใช่เด็กดี
ดังนั้นนับแต่นั้นมา เธอจึงสร้างนิสัยพกร่มไปโรงเรียนเองตลอด
หร่วนจูตื่นจากภวังค์ความคิด ศีรษะทุยเล็กๆ ถูไถฝ่ามือของคุณพ่ออย่างออดอ้อนยิ่งกว่าเดิม
เธอไม่เคยคิดเลยว่าตายแล้วจะได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ถึงจะยังไม่มีแม่ที่รักเธอ แต่เธอก็มีคุณพ่อ
เธอไม่ได้โลภมากเลย ขอแค่... ขอแค่มีสักคนที่รักเธอ เธอก็พอใจมากแล้ว
"เป็นอะไรไป?"
เจ้าแมวแร็กดอลล์ดูเหมือนจะมีอารมณ์อ่อนไหวขึ้นมาวูบหนึ่ง แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อยแต่หร่วนเซียวก็สัมผัสได้ น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนลงบ้าง
พูดตามตรง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าแมวน้อยตัวจิ๋วขนาดนี้ ไม่มีใครใจแข็งลงได้หรอก
อ้อ... ยกเว้นผู้หญิงคนนั้นที่เห็นแก่เงินและอำนาจ มองลูกสาวเป็นเพียงเครื่องมือ
"เมี๊ยว~"
ลูกแมวน้อยส่งเสียงแผ่วเบาเพื่อบอกว่าหนูไม่เป็นไร
แม้หร่วนเซียวจะอยู่บ้าน แต่เขาก็ไม่ได้ทิ้งงานเสียทีเดียว
ปัญหาบางอย่างที่ผู้ช่วยจัดการไม่ได้จะถูกส่งมาให้เขาในรูปแบบเอกสาร
ภายในห้องทำงานชั้นสาม หร่วนเซียวนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ กำลังจัดการเอกสาร
ห้องทำงานของเขาเคร่งขรึมและเรียบง่ายเหมือนเจ้าตัว หนังสือและเอกสารถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ
แต่ทว่าตอนนี้ กลับมีสีสันสดใสปรากฏขึ้นในห้องโทนสีเข้มทึมๆ
ไม่ไกลจากเจ้าของห้อง บนโต๊ะน้ำชาตัวเตี้ยมีเบาะนอนแมวขนฟูสีชมพูหวานแหวววางอยู่
ร่างแมวแร็กดอลล์ของหร่วนจูขดตัวอยู่ในนั้นอย่างสบายอารมณ์ เธอเหยียดอุ้งเท้าน้อยๆ ออกมาบิดขี้เกียจ
หันหน้าไปทางคุณพ่อ ดวงตาสีฟ้าใสแจ๋วเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปดูการ์ตูนอย่างมีความสุข
แถมที่หูของเจ้าเหมียวยังมีหูฟังอันจิ๋วครอบอยู่ด้วย เธอจะได้ยินเสียงคนเดียวไม่รบกวนการทำงานของคุณพ่อ... สมบูรณ์แบบ!
หร่วนจูคิดว่าเป็นแผนที่ดีมาก เธอจะเป็นเด็กดีนั่งอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อโดยไม่กวนเขา
แต่ทว่า... เธอลืมไปว่าแมวแร็กดอลล์นั้นรักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่สบายขนาดนี้ ความง่วงงุนมักจะจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว
ดูการ์ตูนไปได้ไม่นาน เปลือกตาของเธอก็เริ่มหนักอึ้ง
เจ้าก้อนขนสีขาวพยายามฝืนลืมตาอย่างกล้าหาญอยู่สองสามครั้ง สุดท้ายหัวทุยๆ ก็ทิ้งดิ่งลงบนเบาะนุ่ม หนวดเส้นเล็กสีขาวกระตุกเบาๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา
เบาะ... เบาะนอนนี่สบายจังเลย!
เสี่ยวหมี่ หุ่นยนต์ AI ที่กำลังฉายการ์ตูนถึงกับงง "???"
เจ้านายน้อยหลับไปแล้ว แบบนี้ยังต้องฉายต่อไหมนะ?
สุดท้ายมันก็ตัดสินใจปิดการ์ตูน แล้วหมุนล้อกลิ้งไปที่ห้องนอนของหร่วนจู คาบผ้าห่มผืนเล็กออกมาห่มให้เจ้าแมวน้อย
ช่างเป็นหุ่นยนต์ที่ขยันขันแข็งและมีความรับผิดชอบเสียจริง
หร่วนเซียวจัดการงานตรงหน้าเสร็จพอดี หันไปเห็นเจ้าแมวน้อยขดตัวเป็นก้อนกลมสีขาวราวกับหิมะหลับสนิท
เขาจึงลุกเดินเข้าไปดู
เบาะนอนแมวนี้สั่งทำมาเป็นพิเศษ ขนาดพอดีตัวกับร่างปัจจุบันของเธอเป๊ะ
ต่อให้เปลี่ยนร่างเป็นสัตว์อสูร เธอก็ยังดูเงียบเรียบร้อยและว่าง่ายเหมือนเดิม
ท่านอนของเธอก็ยังเรียบร้อย อุ้งเท้าทั้งสี่รวบชิดกัน หางพาดเก็บไว้ใต้ศีรษะอย่างเป็นระเบียบ
หน้าท้องขาวปุกปุยกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ดูน่าจิ้มเล่นเป็นที่สุด
หร่วนเซียวอดไม่ได้ที่จะจ้องมองพุงนุ่มๆ ของเจ้าแร็กดอลล์นานขึ้นอีกนิด
ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอนอนอยู่บนมือเขา พุงน้อยๆ นั่นก็นุ่มนิ่มมากจริงๆ แต่ก็บอบบางอย่างน่าใจหาย
ตัวเล็กจ้อยแค่นี้ แทบไม่มีพลังโจมตีอะไรเลย แค่เจอสัตว์อสูรระดับต่ำก็อาจถูกฆ่าตายได้
หร่วนเซียว: 'หรือควรจะจัดคนมาคอยคุ้มกันแกตลอดเวลาดี?'
ท่านจอมพลหร่วนไม่เคยต้องมานั่งกังวลอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
เขาใช้นิ้วบีบสันจมูกเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป
หร่วนจูหลับฝันดีไร้ซึ่งฝันร้ายรบกวน พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเกียจคร้านไปทั้งตัว สับสนเรื่องเวลาเล็กน้อย
ดวงตากลมโตสีฟ้ามองไปรอบๆ อย่างงุนงง ก่อนจะอ้าปากส่งเสียงร้องเบาๆ
หูบนหัวกระดิกยุกยิก พอได้ยินเสียงตัวเองเธอก็สะดุ้งตื่นเต็มตา
"เมี๊ยว?"
คุณพ่อไปไหน?! คุณพ่อตัวโตของหนูหายไปไหนแล้ว?!
พอไม่เห็นคุณพ่อ เจ้าแมวน้อยก็เริ่มร้อนรน กระโดดลงจากเบาะนอนด้วยอุ้งเท้าเล็กๆ หางฟูฟ่องชี้ตั้งขึ้น ร้องเรียกหาอย่างกังวล
เธออยากหาคุณพ่อให้เจอ
จังหวะที่วิ่งไปถึงหน้าประตูห้องทำงาน ประตูก็เปิดออกพอดี ใครบางคนที่มีขาเรียวยาวก้าวเข้ามา
หัวทุยๆ ของเจ้าเหมียวจึงชนเข้ากับขาแข็งๆ ดังปึก จนหน้าผากมึนไปหมด
หร่วนเซียวมองลูกสาวที่วิ่งมาชนตัวเอง "..."
เขาก้มลงช้อนอุ้มเจ้าก้อนขนสีขาวขึ้นมา ฝ่ามือเดียวก็ประคองเธอได้ทั้งตัว
"จะรีบร้อนไปไหน?"
เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณพ่อดังขึ้นข้างหู หูของเจ้าเหมียวกระดิกนิดๆ เสียงนี้ดังไปหน่อยสำหรับหูแมวที่ไวต่อเสียง
"เมี๊ยว~"
แต่ดีจังเลยที่หาคุณพ่อเจอ เจ้าแมวน้อยเอียงหัวถูไถฝ่ามือเขา อุ้งเท้าที่มีเนื้อนุ่มสีชมพูเหมือนกลีบดอกไม้เริ่มขยำๆ นวดมือเขาเบาๆ
"เมี๊ยว..."
กลัวว่าคุณพ่อจะหายไป คุณพ่อใจดีขนาดนี้
"ในครัวทำขนมมา พ่อเลยหยิบมาให้แกด้วย"
พ่อบ้านที่ถือแก้วนมเดินตามหลังมา "..."
นายท่าน ท่านถึงกับโกหกเป็นแล้วหรือเนี่ย! ของพวกนี้ท่านสั่งให้ทำเพื่อคุณหนูโดยเฉพาะชัดๆ!
เขารู้สึกขัดใจนิดหน่อย ท่านจอมพล ทำไมถึงไม่ยอมรับความดีความชอบบ้างนะ บอกคุณหนูไปตรงๆ สิว่าท่านดีต่อเธอแค่ไหน สายสัมพันธ์พ่อลูกจะได้แน่นแฟ้นขึ้นไงเล่า!
หร่วนจูมองขนมกลิ่นหอมนมในมือคุณพ่อ ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความคาดหวัง
เธอนอนหมอบนิ่งๆ บนฝ่ามือข้างหนึ่งของพ่ออย่างว่าง่าย ร้องเมี๊ยวเสียงหวาน
"กินซะ"
เขาวางของลงบนโต๊ะ แล้ววางเจ้าเหมียวลงด้วย
ขนของเจ้าตัวเล็กนุ่มเกินไป เขาไม่กล้าออกแรงจับมากนัก
"เมี๊ยว~"
หร่วนจูมองลูกบอลนมทอดและเค้กเมฆาสีขาวบนจาน แล้วใช้อุ้งเท้าน้อยๆ ดันจานไปทางคุณพ่ออย่างรู้ความ
"เมี๊ยว~" คุณพ่อกินสิคะ
หร่วนเซียวปฏิเสธ "ฉันไม่กิน"
หร่วนจูเอียงคอเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยขนฟู ร้องถามเสียงใสเหมือนเด็กน้อย
คุณพ่อไม่กินจริงๆ เหรอ?
หร่วนเซียวดูเหมือนจะเข้าใจความหมาย "ไม่ พ่อไม่กิน"
เขาไม่มีทางกินของที่เด็กกินกันแบบนี้หรอก