- หน้าแรก
- เมี๊ยวเกิดใหม่พิชิตจักรวาล
- บทที่ 18 : คุณพ่อเลือกโรงเรียนให้จูจู
บทที่ 18 : คุณพ่อเลือกโรงเรียนให้จูจู
บทที่ 18 : คุณพ่อเลือกโรงเรียนให้จูจู
หร่วนจูรู้สึกเขินอายเล็กน้อยภายใต้สายตาตกตะลึงของคุณพ่อบ้าน เธอจึงใช้อุ้งเท้าน้อยๆ กอดหางตัวเองขึ้นมาปิดบังใบหน้าเอาไว้
"เมี๊ยว~"
แม้จะอายแสนอาย แต่เธอก็ยังส่งเสียงทักทายออกไปตามมารยาท
เพียงแต่แมวแร็กดอลล์นั้นพูดภาษาคนไม่ได้
พ่อบ้านเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด
"นี่... นี่คือคุณหนูเหรอครับ?"
"อืม"
พ่อบ้าน: ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
นั่นคือคุณหนูจริงๆ ซึ่งหมายความว่านี่คือร่างสัตว์อสูรของคุณหนูสินะ ตัวเล็กจิ๋วนุ่มนิ่มขนาดที่ท่านจอมพลสามารถอุ้มไว้ได้ด้วยมือเดียวเชียวหรือ!
"อยากกินอะไร?"
หร่วนจูยืนสองขาบนฝ่ามือของคุณพ่อ ขาหลังเหยียดตรง สองอุ้งเท้าหน้าเกาะที่ขอบโต๊ะ ยืดคอเล็กๆ ชะเง้อมองอาหารเช้าบนโต๊ะอย่างสนใจ
เมื่อเห็นอาหาร หูที่ลู่ตกลงเมื่อครู่ของเจ้าตัวเล็กก็ตั้งชันขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
กลิ่นหอมจังเลย ทุกอย่างดูน่าอร่อยไปหมด
"ชามของแกอยู่ไหน?"
พ่อบ้านที่เพิ่งได้สติรีบกุลีกุจอไปหยิบชามใบเล็กสำหรับทานอาหารของหร่วนจูมาวางให้ แต่สายตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะลอบมองรูปลักษณ์สุดน่ารักนั้นอีกหลายครั้ง
หร่วนเซียววางแมวแร็กดอลล์ตัวจ้อยลงบนโต๊ะ วางชามลงตรงหน้าเธอ แล้วคีบซาลาเปาลูกเล็กใส่ลงไป
"กินสิ"
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แม้จะพูดน้อยแต่กลับแฝงความอดทนไว้อย่างเต็มเปี่ยม
"เมี๊ยว~"
หร่วนจูเอียงคอเล็กน้อยแล้วเอาหัวถูไถฝ่ามือของคุณพ่ออย่างออดอ้อน ก่อนจะก้มหน้าก้มตาสนใจอาหารในชาม
เธอกินอย่างตั้งอกตั้งใจ หางพวงใหญ่ฟูฟ่องด้านหลังส่ายไปมาซ้ายขวาอย่างมีความสุข
พอกินเสร็จ เธอก็ยังเลียปากเล็กๆ เพื่อทำความสะอาดขน สมกับเป็นแมวแร็กดอลล์รักสะอาดจริงๆ
จังหวะนี้เอง หร่วนเซียวก็จะคีบเกี๊ยวนึ่งหรืออาหารอย่างอื่นเติมลงในชามให้เธอ
จนกระทั่งพุงกะทิน้อยๆ ป่องออกมาจนตึง เธอถึงจะร้องเมี๊ยวแล้วกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของเขา ดวงตาใสแจ๋วที่สะอาดสะอ้านเงยหน้ามองคุณพ่อราวกับจะบอกว่า 'หนูอิ่มแล้ว'
หร่วนเซียวส่งเสียงตอบรับในลำคอเบาๆ หลังจากป้อนเจ้าตัวเล็กเสร็จ เขาถึงเริ่มทานมื้อเช้าของตัวเองอย่างจริงจังบ้าง
หร่วนชิงหรันเท้าคาง นัยน์ตาเรียวรีทอดมองเจ้าตัวเล็กด้วยความรู้สึกเสียดายนิดๆ เขายังไม่ได้ป้อนอาหารเธอสักคำเลย
แต่ไม่เป็นไร ยังไงเธอก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา โอกาสหน้ายังมีถมเถ
หลังจากหร่วนจูอิ่มแปล้ เธอก็เผลอแสดงท่าทางซุ่มซ่ามน่ารักตามสัญชาตญาณของแมวแร็กดอลล์ออกมาในอ้อมกอดของคุณพ่อ ทั้งใช้อุ้งเท้าตะปบหางเล่น ทั้งล้างหน้า และส่งเสียงครางครืดคราดในลำคอ
หลังจากแปลงร่างเป็นแมวแร็กดอลล์ ร่างกายของเธอก็ได้รับอิทธิพลจากสัญชาตญาณสัตว์ ทำให้พฤติกรรมต่างๆ ติดนิสัยแมวมามากขึ้น
หร่วนชิงหรันยังมีธุระต้องไปทำ แม้จะอยากอยู่ศึกษาลูกพี่ลูกน้องตัวน้อยต่ออีกสักหน่อย แต่ทางโรงพยาบาลก็โทรตามยิกๆ เร่งให้เขากลับไป
"พี่ไปก่อนนะจูจู ไว้เจอกันคราวหน้า อย่าลืมกินยาด้วยล่ะ"
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่หางตา บุคลิกของเขาดูสะอาดสะอ้านและสูงส่ง หากเขาไม่ยิ้ม คงดูห่างเหินจนคนไม่กล้าเข้าใกล้
"เมี๊ยว~"
หร่วนจูยังมีความประทับใจที่ดีต่อพี่ชายคนนี้ที่เคยมอบลูกอมให้เธอในวันที่ไร้ที่พึ่ง และที่สำคัญที่สุดคือเขาไม่ได้รังเกียจเธอ!
มันจะดีกว่านี้มากถ้าเขาไม่ทิ้งท้ายประโยคนั้นไว้ก่อนไป
ลิ้นของแมวแร็กดอลล์ไวต่อรสสัมผัสมากกว่ามนุษย์มาก และแมวก็เกลียดการกินยาที่สุด มันขมปี๋จะตายไป QAQ
แมวน้อยผู้ว่านอนสอนง่ายนั่งตัวตรงอยู่ในอ้อมแขนคุณพ่อ ยกอุ้งเท้าหน้าข้างหนึ่งขึ้นโบกหยอยๆ ให้เขา
บ๊ายบาย~
วันนี้คุณพ่อไม่ไปทำงานเหรอคะ?
เจ้าแมวน้อยเอียงคอเงยหน้ามองคุณพ่อตาแป๋ว
หร่วนเซียววางมือลงบนศีรษะเล็กๆ แล้วกดลงเบาๆ
แม้เขาจะออกแรงเพียงน้อยนิดแบบน้อยมากๆ แล้ว แต่หัวของแมวน้อยก็ยังยุบยวบลงไปตามแรงมือทันที
ส่งผลให้หางและขาหลังของเธอลอยชี้ฟ้า ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย เผยให้เห็นอุ้งเท้าสีชมพูพีชน่าบีบ
หร่วนเซียว "..."
เขาดึงมือกลับมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถึงท่าทางจะดูทุลักทุเลเสียทรงไปหน่อย แต่ทำไมถึงได้ดูน่ารักขนาดนี้นะ?
"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว~"
แมวน้อยที่เพิ่งหน้าทิ่มกลับมีนิสัยอ่อนโยนอย่างยิ่ง นอกจากจะไม่โกรธเคืองแล้ว ยังเอาหัวกลมๆ ฟูๆ ดันมือคุณพ่อกลับไปอย่างออดอ้อนอีกต่างหาก
ดูเป็นเด็กประเภทที่โดนรังแกได้ง่ายจริงๆ
หร่วนเซียวขมวดคิ้ว นิสัยนุ่มนิ่มยอมคนขนาดนี้ ถ้าไปโรงเรียนจะโดนเพื่อนแกล้งเอาหรือเปล่า?
ยิ่งคิดถึงโรงเรียนที่เขาเลือกให้หร่วนจูก่อนหน้านี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่เข้าท่า
เขาจึงตัดสินใจอุ้มเจ้าตัวเล็กไว้ แล้วเปิดเทอร์มินัลขึ้นมาเริ่มค้นหาข้อมูลใหม่ทันที
"มาดูสิ อยากเข้าเรียนที่ไหน?"
เขาชี้ไปยังรายชื่อสิบอันดับโรงเรียนชั้นนำบนหน้าจอโฮโลแกรม โดยไม่ปรายตามองพวกที่อยู่อันดับต่ำกว่าสิบเลยแม้แต่น้อย
ในวินาทีนี้ หร่วนเซียวลืมไปเสียสนิทเลยว่าก่อนหน้านี้เขาตั้งใจจะให้เจ้าตัวเล็กเข้าเรียนที่ 'โรงเรียนเตรียมทหารอันดับหนึ่ง' และยังเคยกำชับพ่อบ้านอย่างดิบดีว่าลูกหลานตระกูลหร่วนไม่ควรกลัวความลำบาก
ส่วนพ่อบ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก็ก้มหน้าสงบนิ่ง แสร้งทำเป็นลืมคำพูดเหล่านั้นของเจ้านายไปเสียสนิทเช่นกัน
"เซนต์เดอราน... ไม่ดี ที่นี่เน้นผลการเรียนวิชาการมากเกินไป"
ลูกสาวเขาดูซื่อบื้อนิดๆ แววตาก็ฉายความเด๋อด๋าชัดเจน โรงเรียนที่แข่งขันสูงขนาดนั้นคงไม่เหมาะ
"อัลเบอรี... การสอนเข้มงวดและเน้นความเป็นผู้ดีเกินไป ไม่เอา"
ลูกสาวเขาไม่เคยเรียนรู้เรื่องพวกนั้นมาตั้งแต่เด็ก แถมร่างกายบอบบางคงรับการเรียนการสอนที่หนักหน่วงไม่ไหว
"โรงเรียนอนุบาลทหารหงหยวน... เน้นฝึกทักษะการต่อสู้เป็นหลัก ไม่ได้"
จูจูของเขาต้องโดนรังแกแน่ๆ ตัวกะเปี๊ยกแค่นี้ แค่โดนต่อยทีเดียวคงปลิว
เขาไล่ดูโรงเรียนหลายแห่งติดต่อกัน และปฏิเสธทั้งหมดด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
ใบหน้าฟูฟ่องของหร่วนจูยังคงดูงุนงงตั้งแต่ต้นจนจบ
จริงสินะ ตอนนี้เธอสี่ขวบแล้ว ถึงวัยต้องเข้าโรงเรียนแล้วนี่นา
แต่หร่วนจูก็ยังอดรู้สึกกลัวและประหม่าไม่ได้
ทว่าเมื่อเห็นคุณพ่อตั้งอกตั้งใจเลือกโรงเรียนให้เธอขนาดนี้ ความกังวลก็เปลี่ยนเป็นความปิติยินดี
นี่หมายความว่า... คุณพ่อเองก็ชอบเธอใช่ไหม?
ปลายหางของแมวน้อยกระดิกไปมาอย่างมีความสุข
หลังจากปัดตกไปถึงหกโรงเรียนรวด เป้าหมายสุดท้ายของหร่วนเซียวก็ไปหยุดอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลอันดับเจ็ด
มันเป็นโรงเรียนอนุบาลสำหรับ 'สัตว์อสูรประเภทกินพืช' โดยเฉพาะ
แม้แต่ในหมู่สัตว์อสูรด้วยกันเอง ก็ยังมีความขัดแย้งระหว่างสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้ออยู่มาก
สัตว์อสูรประเภทกินพืชส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบแรงกดดันและกลิ่นอายนักล่าจากพวกสัตว์กินเนื้อ และนิสัยโดยรวมก็จะค่อนข้างอ่อนโยนกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศการเรียนที่นั่นก็ดูผ่อนคลายกว่ามาก และทำเลที่ตั้งก็อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเตรียมทหารอันดับหนึ่งด้วย
ลูกชายคนเล็กของเขาเรียนอยู่ที่เตรียมทหารอันดับหนึ่ง พอดีเลย จะได้ฝากให้พี่ชายช่วยดูแลน้องหน่อย
ส่วนเรื่องโรงเรียนอนุบาลในสังกัดเตรียมทหารอันดับหนึ่งนั้น ตอนนี้เขาตัดทิ้งแบบไม่เก็บมาพิจารณาเลย เพราะที่นั่นจัดการเรียนการสอนแบบทหาร เด็กๆ จะได้กลับบ้านแค่สัปดาห์ละครั้ง
จะว่าไป เขายังไม่ได้บอกพวกลูกชายเรื่องหร่วนจูเลยนี่นา
ช่างเถอะ ไว้พวกมันกลับมาค่อยบอกทีเดียวแล้วกัน
หร่วนจูมองดูโรงเรียนไปพร้อมกับคุณพ่ออย่างตั้งใจ
"พ่อว่าที่นี่เหมาะกับลูกที่สุดแล้ว"
หร่วนจูพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง ดวงตาสีฟ้าราวกับอัญมณีใสสะอาดเป็นประกายวิบวับด้วยความดีใจ อะไรที่คุณพ่อเลือกให้ เธอชอบทั้งนั้น
เธอส่ายหางดุ๊กดิ๊กอย่างร่าเริง คุณพ่อใช้เวลาเลือกให้เธอนานขนาดนี้ จูจูมีความสุขจังเลย
ในชาติที่แล้ว ไม่เคยมีใครมาใส่ใจธุระกงการของเธอแบบนี้เลย
เธอไม่ได้เข้าเรียนอนุบาลด้วยซ้ำ แต่ถูกส่งเข้าชั้นประถมเลยทีเดียว
พ่อกับแม่มักจะทะเลาะกันเรื่องการเรียนของเธอเสมอ
เหตุผลก็เพราะ... ไม่มีใครอยากเสียเวลาไปรับไปส่งเธอที่โรงเรียน แม้ว่าโรงเรียนนั้นจะอยู่ใกล้บ้านที่สุดก็ตาม