- หน้าแรก
- เมี๊ยวเกิดใหม่พิชิตจักรวาล
- บทที่ 21 : อยากออกไปเที่ยวข้างนอกไหม?
บทที่ 21 : อยากออกไปเที่ยวข้างนอกไหม?
บทที่ 21 : อยากออกไปเที่ยวข้างนอกไหม?
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น หร่วนจูก็ฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งหยี เธอพยักหน้าหงึกหงักอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะยื่นมือน้อยๆ อันนุ่มนิ่มไปรับลูกกวาดสองเม็ดนั้นมาจากมือของพี่ชาย
"ขอบคุณค่ะพี่ชาย หนูชอบมากเลยค่ะ"
เธอจะจดจำชายหนุ่มที่มอบลูกกวาดให้และเดินจากไปในวันที่เธอไร้ที่พึ่งพิงคนนี้ไว้ในใจตลอดไป
หร่วนชิงหรานยื่นมือมาขยี้ผมเส้นนุ่มของเด็กน้อยแสนเชื่องคนนี้เบาๆ
"ดูเหมือนว่าเราจะมีวาสนาต่อกันจริงๆ"
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าตัวเล็กที่นั่งยองๆ ร้องไห้อย่างน่าสงสารในวันนั้น จะกลายมาเป็นญาติผู้น้องตัวน้อยของเขาจริงๆ
หร่วนจูยิ้มขัดเขิน พวงแก้มขาวผ่องขึ้นสีระเรื่อจางๆ ดูงดงามราวกับลูกท้อ รอยยิ้มของเธอนั้นเงียบสงบและดูว่าง่าย เชื่องเสียจนน่าเอ็นดู
"พี่ชาย ทานสิคะ"
หร่วนชิงหรานตอบ "เธอกินเถอะ พี่ทานเรียบร้อยแล้ว"
"ค่ะ"
เธอพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ในใจรู้สึกปิติยินดีเล็กๆ พี่ชายไม่ได้รังเกียจหรือเกลียดเธอ แถมยังให้ลูกกวาดเธอทานด้วย
เพียงแต่... ระหว่างที่ทาน พี่ชายก็นั่งเท้าคางจ้องมองเธอจากฝั่งตรงข้าม เล่นเอาใบหน้าเล็กๆ ของจูจูแดงซ่านไปหมด!
เพราะใบหน้าของหร่วนชิงหรานนั้นหล่อเหลาเกินไป แม้แต่ยามนั่งเท้าคางก็ยังดูสูงส่งสง่างาม
เขามีบุคลิกที่ดูปลีกวิเวก ยามที่ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นชา ก็ให้ความรู้สึกสูงส่งเกินเอื้อมราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขาเทียนซาน
"หนูอิ่มแล้วค่ะ"
ทั้งที่พูดแบบนั้น แต่ภายในปากน้อยๆ กลับเคี้ยวตุ่ยจนแก้มยุ้ยๆ ทั้งสองข้างป่องออก
ริมฝีปากของหร่วนชิงหรานยกขึ้นเป็นโค้งจางๆ ทันใดนั้นเขาก็ยื่นนิ้วไปจิ้มแก้มป่องๆ นุ่มนิ่มนั่นเบาๆ
หร่วนจู: "! ! !"
ปากที่เคี้ยวตุ่ยอยู่เกือบจะกลั้นไม่อยู่จนอาหารแทบพุ่งออกมา!
แต่ถึงจะโดนจิ้มแก้ม ดวงตาใสแจ๋วของเจ้าตัวเล็กก็ไม่มีแววตำหนิเลยแม้แต่น้อย มันดูฉ่ำน้ำและสุกใส ดูน่ารังแกเป็นพิเศษจริงๆ
เขาเริ่มมีความคิดเดียวกับหร่วนเซียวขึ้นมา
เจ้าตัวเล็กนี่ทั้งนุ่มนิ่มทั้งดูซื่อบื้อ ถ้าออกไปข้างนอกจะไม่โดนรังแกแย่เหรอ?
ขนาดเจอกันครั้งแรก เจ้าตัวเล็กนี่ยังโดนรังแกจนร้องไห้น่าสงสารจับใจขนาดนั้น
"ไหนขอพี่ดูหน่อยสิว่าหายดีหรือยัง"
หร่วนจูกลืนของกินลงคอ แล้วพยักหน้าเดินเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย
หร่วนชิงหรานแตะหน้าผากเธอ เมื่อวานใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำเพราะพิษไข้ แต่วันนี้กลับขาวผ่องราวกับหยกขาว
ทว่ามันกลับดูขาวซีดและเปราะบาง ราวกับว่าหากออกแรงเพียงนิดเดียว ตุ๊กตาหยกตัวน้อยตรงหน้าก็จะแหลกสลายหายไปได้ทุกเมื่อ
"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ"
ริมฝีปากสีชมพูของหร่วนจูยกยิ้ม ดวงตาโค้งลง เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
"หนูรู้สึกว่าหายดีแล้วค่ะ"
วิทยาการทางการแพทย์ของโลกนี้เทียบกับโลกก่อนไม่ได้เลยจริงๆ แค่ไข้หวัดเล็กน้อย วันเดียวก็หายสนิทแล้ว
หร่วนชิงหรานใช้นิ้วดีดหน้าผากเธอเบาๆ
นิ้วมือของเขาเรียวยาวและมีความเย็นเยียบเล็กน้อย เล็บถูกตัดแต่งจนสะอาดสะอ้าน อาจเป็นเพราะจับมีดผ่าตัดมานาน ปลายนิ้วจึงมีรอยด้านนิดๆ นี่คือมือที่ให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้านมาก ราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ
"อยากออกไปเล่นข้างนอกไหม?"
หร่วนจูกระพริบตาปริบๆ "ออกไปข้างนอกเหรอคะ?"
ตั้งแต่มาที่โลกนี้ ดูเหมือนเธอจะไม่เคยไปที่ไหนเลยนอกจากศูนย์ทดสอบพลังจิต เธอถูกเซียวหยวนอี้เลี้ยงดูอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ในห้องเช่าห่างไกล ราวกับสิ่งที่ไม่อาจเปิดเผยต่อแสงสว่างได้
และหร่วนจูที่ต้องมาอยู่ในโลกที่แปลกประหลาดโดยสิ้นเชิง ก็เลือกที่จะหดตัวอยู่ในกระดอง ไม่กล้าออกไปสำรวจโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้ มีคนมาชวนเธอออกไปข้างนอก
หร่วนจูลังเล นิ้วมือสองข้างบิดไปมา
"หนู... หนูไม่รู้ค่ะ"
เมื่อก่อนเธอไม่กล้าเพราะความกลัว แต่ตอนนี้ เธอแค่ไม่รู้ว่าควรจะออกไปดีไหม
หร่วนชิงหรานคว้ามือเธอไว้ เอ่ยเสียงเรียบ "งั้นก็แปลว่าอยากไป"
หร่วนจูเงยหน้าขึ้นสบกับนัยน์ตาสีอำพันของพี่ชาย แววตาของเขาดูห่างเหินจางๆ ราวกับว่าไม่มีอารมณ์ใดสามารถสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นได้
เขาจูงมือหร่วนจูเดินออกไป และเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ เดินตามหลังเขาไปต้อยๆ
ในเมื่อมีคนจูงมือเธอออกไปดูโลกกว้าง เช่นนั้น เธอก็จะรวบรวมความกล้าก้าวเดินออกไป
รถโฮเวอร์คาร์ของหร่วนชิงหรานเป็นสีเงินยวบยาบ หร่วนจูอดไม่ได้ที่จะร้องว้าวในใจเมื่อได้เห็นมันใกล้ๆ
"ชอบไหม?"
น้ำเสียงเย็นใสเอ่ยถามมาจากด้านบน หร่วนจูพยักหน้า
"สวยจัง!"
"งั้นพี่ให้เธอ"
หร่วนจู: (⊙ o ⊙)
"ไม่เอาค่ะ จูจูนั่งรถพี่ชายก็ได้ หนูยังเด็ก ขับรถไม่เป็นหรอก"
หร่วนชิงหรานอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นรถ "มันมีระบบอัจฉริยะ ไม่ต้องขับเองหรอก"
เขาเดินไปนั่งที่ฝั่งคนขับ ระบบอัจฉริยะในรถโฮเวอร์คาร์เปิดระบบนำทางและระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาวเอนกายพิงเบาะเล็กน้อย ท่วงท่าดูสง่างามดุจคุณชายผู้สูงศักดิ์
หร่วนจูประหม่านิดหน่อย มือน้อยกำชายกระโปรงแน่น นั่งตัวตรงแหน่วตามองไปข้างหน้า ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน
"มีที่ที่อยากไปไหม?"
เมื่อได้ยินคำถามของพี่ชาย ความสนใจของหร่วนจูก็ถูกเบี่ยงเบนไป
"หนู... หนูไม่รู้ค่ะ"
"สโนว์ ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวบันเทิงใกล้ๆ นี้หน่อย"
เสียงของหร่วนชิงหรานเอ่ยขึ้นเรียบๆ
ขณะที่หร่วนจูกำลังสงสัยว่าเขาคุยกับใคร เสียงตอบรับก็ดังขึ้นจากในรถ พร้อมกับภาพฉายโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นด้านหน้า
[รับทราบครับเจ้านาย กำลังค้นหา... ค้นหาสำเร็จ ตามความต้องการของคุณ มีสถานบันเทิงที่เหมาะสำหรับเด็กทั้งหมด 1,300 แห่งครับ]
ขณะที่หร่วนจูกำลังอึ้งกับจำนวนมหาศาล ภาพหน้าจอก็ตัดไปที่สวนสนุกแห่งหนึ่ง
"นี่คือสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ลองดูสิว่ามีเครื่องเล่นอันไหนที่เธอชอบบ้าง"
นิ้วเรียวของเขาเคาะลงบนหน้าจอ ภาพเครื่องเล่นต่างๆ ก็เริ่มเล่นวิดีโอตัวอย่าง
หร่วนจูมองตามนิ้วของพี่ชาย พอได้ยินคำว่าสวนสนุก ดวงตาก็เบิกกว้าง
เธอจ้องมองภาพฉายด้วยความคาดหวังที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่ามี
แต่วินาทีถัดมา เธอก็ตั้งตารอไม่ไหวอีกต่อไป
เมื่อวิดีโอเล่นภาพตัวอย่าง เสียงกรีดร้องก็ดังระงมออกมา
มันก็เป็นเรื่องปกตินั่นแหละ ไปสวนสนุกแล้วไม่กรี๊ดสิแปลก
แต่ทว่า... พวกเขาใช้เครื่องจักรเหวี่ยงพวกลูกสัตว์อสูรขึ้นไปบนฟ้าสูงลิบลิ่ว
สูงอย่างน้อยหลายร้อยเมตรก่อนจะปล่อยให้ตกลงมาอย่างอิสระ จนเกือบจะถึงพื้นอยู่แล้วถึงจะมีคนติดปีกบินมารับไว้
และระหว่างนั้น พวกลูกสัตว์ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยใดๆ เลย
หร่วนจู: "...เปลี่ยน... เปลี่ยนอันอื่นเถอะค่ะ"
เธอรับไม่ได้จริงๆ
อีกกิจกรรมหนึ่งคือลูกสัตว์อสูรวิ่งไล่จับและเล่นบอลกันบนสนามหญ้า
ตอนแรกก็ดูปกติดี แต่สักพักพวกมันก็เลิกเล่นบอล แล้วเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์อสูรตะลุมบอนตีกันเป็นกลุ่มแทน
หร่วนชิงหรานเหลือบตามอง "ต่อไป"
ไม่ต้องคิดเลย ถ้าญาติผู้น้องตัวน้อยของเขาเข้าไปด้วยร่างกายบอบบางแบบนั้น เธอคงไม่ได้ไปเล่นหรอก แต่คงโดนเตะแทนลูกบอลมากกว่า
อันถัดไปดูปกตินิดหน่อย คล้ายกับรถไฟเหาะที่เธอเคยเห็นผ่านๆ ในทีวีชาติที่แล้ว
แต่ทว่า...