เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : ความลับของร่างสัตว์อสูร

บทที่ 7 : ความลับของร่างสัตว์อสูร

บทที่ 7 : ความลับของร่างสัตว์อสูร


ภายในห้องนอนที่ถูกจัดเก็บจนเป็นระเบียบเรียบร้อย บนระเบียงมีกระถางต้นไม้เซรามิกแสนน่ารักวางเรียงรายอยู่หลายใบ แม้ในกระถางจะยังว่างเปล่าไม่มีต้นไม้งอกเงยขึ้นมา แต่พวกมันก็ดูน่ารักน่าชังในแบบของมัน

แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างบานยาวจรดพื้น หร่วนจูพยายามพับผ้าห่มและเสื้อผ้าบนเตียงอย่างขะมักเขม้น จากนั้นเท้าเล็กๆ ที่สวมรองเท้าสลิปเปอร์ลายกระต่ายขนฟูก็พาร่างป้อมๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กออกจากห้องไป

เธอไม่อยากพลาดมื้อเช้ากับคุณพ่อ

ทันทีที่เดินมาถึงบันได หร่วนจูก็เห็นคุณพ่อนั่งประจำที่อยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนเขากำลังยุ่งอยู่

แม้จะมองเห็นไม่ชัด แต่ตรงหน้าของคุณพ่อมีภาพฉายโฮโลแกรมลอยอยู่และเขากำลังจัดการงานบางอย่าง เธอเคยเห็นสิ่งนี้ตอนอยู่กับเสี่ยวหมี่ มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์สุดๆ ไปเลย!

ข้างมือของคุณพ่อมีถ้วยกาแฟที่ส่งควันกรุ่นลอยขึ้นมา เขานั่งตัวตรงหลังเหยียดตึง สง่างามและดุดันราวกับกระบี่คมกริบที่ซ่อนคมไว้ในฝัก

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณพ่อ"

หร่วนจูรีบเอ่ยทักทายคุณพ่อด้วยน้ำเสียงหวานใสที่แฝงความนุ่มนวล หากตั้งใจฟังดีๆ จะจับได้ว่าน้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความประหม่า

หร่วนเซียวพยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ

ทว่าหางตาของเขากลับจับจ้องไปที่เจ้าก้อนแป้งสีขาวนุ่มนิ่มที่กำลังค่อยๆ กระดึ๊บๆ เข้ามาใกล้เขาอย่างระมัดระวัง

ริมฝีปากบางที่เม้มแน่นยกโค้งขึ้นเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวก็อาจจะไม่ทันรู้ตัว

หร่วนจูค่อยๆ ขยับตัวทีละนิดจนมาหยุดอยู่ที่เก้าอี้ข้างตัวคุณพ่อ แล้วจึงพยายามปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่อย่างทุลักทุเล

ตลอดเวลาเธอไม่กล้าส่งเสียงดังแม้แต่นิดเดียว เมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว สองมือน้อยๆ ก็วางแปะลงบนหัวเข่า ท่าทางเรียบร้อยและว่านอนสอนง่ายจนน่าเอ็นดู

"นายน้อย นมเจ้าค่ะ"

เสี่ยวหมี่เดินเข้าไปในครัวแล้วนำนมอุ่นๆ แก้วหนึ่งมาวางให้หร่วนจู

"ขอบคุณนะ เสี่ยวหมี่"

หลังจากกล่าวขอบคุณเสียงเบา หร่วนจูก็ใช้สองมือประคองแก้วนมขึ้นมาจิบทีละนิด ท่าทางดูบอบบางน่าทะนุถนอม

สองพ่อลูกนั่งเคียงข้างกัน ต่างคนต่างทำธุระของตัวเองเงียบๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความปรองดองอย่างน่าประหลาด

เมื่ออาหารเช้าถูกยกมาเสิร์ฟ ปริมาณอาหารตรงหน้าหร่วนจูนั้นน้อยนิดเสียจนหร่วนเซียวต้องขมวดคิ้ว

"ทำไมกินน้อยจัง?"

เมื่อได้ยินเสียงคุณพ่อทัก ดวงตาของหร่วนจูก็เป็นประกายวิบวับ เงยหน้าขึ้นมองเขา

"คุณพ่อถามจูจูเหรอคะ?"

"อืม"

เด็กหญิงตัวน้อยที่มีเครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราแย้มยิ้มจนตาหยี ดูมีความสุขเปี่ยมล้น

เธอช่างดูนุ่มนิ่มและตัวเล็กนิดเดียว รอยยิ้มเจิดจ้านั้นราวกับดอกทานตะวันดอกจิ๋วที่ส่งความหวานชื่นตรงเข้าสู่หัวใจคนมอง

"จูจูกินได้แค่นี้ค่ะ แค่นี้ก็อิ่มตื้อแล้ว"

หร่วนเซียวปรายตามองอาหารเช้าของเธอ แล้วนึกย้อนไปถึงตอนที่ลูกชายทั้งสามของเขายังเด็ก ปริมาณแค่นี้ยังไม่ถึงครึ่งที่พวกนั้นกินเลยด้วยซ้ำ

"ร่างสัตว์อสูรของเธอคืออะไร?"

สิ้นคำถาม ใบหน้าเล็กๆ ของหร่วนจูก็ซีดเผือดลงทันตา ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มแน่นไม่ยอมเอื้อนเอ่ย ดวงตากลมโตค่อยๆ แดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ราวกับว่าน้ำตาเม็ดโตพร้อมจะร่วงเผาะลงมาได้ทุกวินาที

หร่วนเซียว "..."

หร่วนเซียว "!!!"

ระ... ร้องไห้ทำไมกัน!

ภายนอกเขายังคงดูสงบนิ่งเยือกเย็น แต่ภายในใจกลับทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

"คุณพ่อ... คุณพ่ออย่าทิ้งจูจูนะคะ ฮึก... จูจูจะเป็นเด็กดี จูจูจะไม่สร้างปัญหาให้คุณพ่อเลย"

เธอหวาดกลัวจับใจ น้ำตาไหลพรากอย่างไม่อาจหักห้าม

ร่างสัตว์อสูรของเธอคือแมวแร็กดอลล์ตัวจ้อยที่มีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น เซียวหยวนอี้มักจะมองเธอด้วยสายตารังเกียจเสมอ และเคยพยายามจะทิ้งเธอไปตั้งแต่ตอนเธออายุได้ขวบเดียว

จากคำพูดของผู้หญิงคนนั้น ทำให้เธอรู้ว่าร่างสัตว์อสูรของเธอมันผิดปกติ... เผ่าอสูรดวงดาวไม่เคยมีลูกสัตว์ที่อ่อนแอขนาดนี้มาก่อน ตัวเล็กเท่าฝ่ามือเนี่ยนะ

เธอเป็น 'สัตว์อสูรพิการ' ไม่มีใครชอบเธอหรอก

ถ้าคุณพ่อรู้ความจริง คุณพ่อก็จะทิ้งเธอเหมือนกันใช่ไหม?

ยิ่งคิดหร่วนจูก็ยิ่งเศร้า น้ำตาร่วงหล่นดังเปาะแปะลงมาไม่ขาดสาย

"คุณพ่อขา จูจูเป็นเด็กดีจริงๆ นะคะ อย่าทิ้งจูจูเลยนะ..."

น้ำเสียงหวานใสปนสะอื้นไห้นั้นช่างน่าสงสารจนคนฟังใจอ่อนยวบ

หร่วนเซียวเม้มริมฝีปากแน่น เงียบไปครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดเมื่อไม่รู้จะพูดอะไร เขาจึงยื่นมือออกไปอุ้มเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยขึ้นมาวางบนตัก

หร่วนจูที่กำลังร้องไห้จนตัวโยนสูดจมูกฟุดฟิด มือน้อยๆ ขาวซีดกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น

"ฉันไม่ทิ้งเธอหรอก"

เสียงทุ้มต่ำและมั่นคงของคุณพ่อดังมาจากเหนือศีรษะ แม้จะไม่มีอารมณ์อื่นเจือปน แต่หร่วนจูกลับรู้สึกราวกับได้ยินคำสัญญาที่หนักแน่นที่สุด

หร่วนจูเงยใบหน้าเล็กๆ ที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมอง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่ฉ่ำวาวสะท้อนภาพใบหน้าหล่อเหลาคมคายของคุณพ่อ

"นะ...หนูเป็นแมวแร็กดอลล์ตัวเล็กนิดเดียว... อ่อนแอมากด้วย"

เสียงของหร่วนจูสั่นเครือขณะสารภาพความลับเรื่องร่างสัตว์อสูรของตนเองอย่างกล้าๆ กลัวๆ เธอยกมือขึ้นทำท่าประกอบอย่างอ่อนแรง แสดงให้เห็นว่ามันตัวเล็กกว่าฝ่ามือของคุณพ่อเสียอีก

"เขาบอกว่า จูจูเป็นสัตว์อสูรพิการที่ไร้ค่า ไม่มีใครต้องการ..."

พอพูดถึงคำว่าสัตว์อสูรพิการ หร่วนจูก็หลุบตาต่ำลง กำเสื้อคุณพ่อแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเขาจะสะบัดเธอทิ้ง

เธอไม่กล้ามองสีหน้าของคุณพ่อในตอนนี้เลย กลัวว่าจะเห็นแววตาแห่งความผิดหวังและรังเกียจ

สัมผัสอุ่นๆ วางลงบนเรือนผมนุ่มฟูแล้วขยี้เบาๆ

หร่วนจูเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าน้ำแข็งของคุณพ่อที่ไม่มีแววรังเกียจหรือขยะแขยงแม้แต่น้อย มีเพียงความสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย

"คุณพ่อ..."

เธอเอนหัวซบลงกับฝ่ามือใหญ่ของคุณพ่อ ถูไถไปมาอย่างออดอ้อน พลางสูดจมูก อยากจะร้องไห้หนักกว่าเดิมเสียอีก

"คุณพ่อยังต้องการจูจูอยู่ใช่ไหมคะ?"

หร่วนเซียวส่งเสียงตอบรับในลำคอเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรมากความ

"เธอไม่ใช่สัตว์อสูรพิการ"

ดวงตาของหร่วนจูเบิกกว้าง เปล่งประกายระยิบระยับขณะจ้องมองเขา

น้ำเสียงของหร่วนเซียวจริงจัง "บนโลกนี้ไม่มีสัตว์อสูรพิการหรอกนะ"

ริมฝีปากของหร่วนจูค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มหวานหยด ทว่าน้ำตายังคงไหลรินอาบแก้ม

"คุณพ่อใจดีที่สุดเลยค่ะ"

ทั้งในชาติที่แล้วและชาตินี้ เขาเป็นพ่อที่ดีที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาเลย

ปมในใจของหร่วนจูค่อยๆ คลายออก ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกแน่นแฟ้นขึ้นมากจากเหตุการณ์นี้

หลังจากมื้อเช้า หร่วนเซียวต้องออกไปทำงาน

หร่วนจูเดินตามต้อยๆ ไปส่งคุณพ่อที่รถโฮเวอร์คาร์

"บ๊ายบายค่ะ คุณพ่อ"

แววตาของเด็กหญิงตัวน้อยเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์

หร่วนเซียวเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือออกไปยีหัวทุยๆ ของลูกสาวเบาๆ

"กลับเข้าบ้านไปเถอะ"

ใบหน้าของหร่วนจูแย้มยิ้มอย่างมีความสุข ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว

"ตกลงค่ะ งั้นวันนี้คุณพ่อจะกลับบ้านไหมคะ?"

หร่วนจูตัวน้อยมองเขาอย่างคาดหวัง

หร่วนเซียว ".....น่าจะกลับ"

"งั้นจูจูจะรอคุณพ่อนะคะ รีบกลับมาน้า!"

เธอโบกมือลาคุณพ่อหยอยๆ รอจนกระทั่งรถโฮเวอร์คาร์แล่นออกไปไกลลับสายตา เธอถึงยอมละสายตาเดินกลับเข้าบ้านอย่างเสียดาย

"คุณหนูหร่วนจู อยากดูการ์ตูนไหมครับ?"

พ่อบ้านที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาเองก็ประหลาดใจกับความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ที่พัฒนาไปเร็วมาก

ท่านประมุขไม่เคยอุ้มใครมาก่อน แม้แต่กับนายน้อยทั้งสามตอนเป็นทารกก็ไม่เคยอุ้ม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการปลอบโยนเด็ก แต่มาวันนี้ท่านกลับทำ... แต่คุณหนูหร่วนจูทั้งนุ่มนิ่ม ว่านอนสอนง่าย และน่าสงสารขนาดนี้ ก็คงไม่แปลกอะไรกระมัง

ใบหน้าเล็กของหร่วนจูแดงระเรื่อขณะพยักหน้า "อยากดูค่ะ"

เสี่ยวหมี่วิ่งจู๊ดเข้าครัวไปอีกรอบ แล้วนำน้ำผลไม้รสมิลค์ฟรุตมาเสิร์ฟให้เธอ ราวกับกลัวว่าเธอจะหิว

หร่วนจูประคองแก้วน้ำผลไม้ นั่งเข่าชิดกันอย่างสง่างามและเรียบร้อยบนเก้าอี้ตัวเล็กพิเศษที่พ่อบ้านเตรียมไว้ให้

มันเป็นเก้าอี้รูปอุ้งเท้าแมวสีชมพู และมีเบาะรองนั่งนุ่มนิ่มวางอยู่บนนั้นด้วย

จบบทที่ บทที่ 7 : ความลับของร่างสัตว์อสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว