เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 เจียงเฝ่ยเปิดร้านรอบสอง

บทที่ 49 เจียงเฝ่ยเปิดร้านรอบสอง

บทที่ 49 เจียงเฝ่ยเปิดร้านรอบสอง


คราวนี้เจียงเฝ่ยงงจริงๆ "หลินปั๋วเป็นอะไรคะ?"

สวีเชียนเหยาอธิบาย "หลายวันก่อน ไม่รู้ใครเอางูและแมลงสาบไปโยนใส่บ้านหลินปั๋ว เขาตกใจจนป่วย แถมโดนกัดไปหลายแผล"

"หลินปั๋วไปร้องเรียนกับทางการ สงสัยว่าคุณแก้แค้นเขา พอดีผมรับผิดชอบเขตนี้ เลยมาถามคุณดูครับ"

เจียงเฝ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา "ฉันไม่ได้ทำค่ะ"

"ผมก็คิดว่าไม่น่าใช่ฝีมือคุณ แต่ตามกฎแล้วต้องมาสอบถามครับ"

"พูดไปก็น่าแปลก คนของเราไปดูที่บ้านหลินปั๋วมาแล้ว ประตูหน้าต่างไม่มีร่องรอยงัดแงะ ท่อระบายน้ำก็อุดด้วยกาวโฟมสนิท ถ้าคนคนนั้นเดินทะลุกำแพงไม่ได้ จะเอางูกับแมลงเข้าไปได้ยังไง?"

เจียงเฝ่ยจับจุดสำคัญได้ "ท่อระบายน้ำค่ะ"

"กาวโฟมใช้อลกอฮอล์ทำให้ละลายได้ แล้วเอาไม้เล็กๆ แหย่เบาๆ ก็เปิดออก"

"คนคนนั้นอาจจะขึ้นไปห้องข้างบนบ้านหลินปั๋ว โยนงูกับแมลงลงไปทางท่อระบายน้ำ แล้วค่อยอุดกาวโฟมใหม่ทีหลัง"

ลู่ยู่ที่ยืนอยู่หลังสุด เหงื่อตกพลั่ก

ไม่ทันสังเกตความผิดปกติของลู่ยู่ สวีเชียนเหยาถึงบางอ้อ "เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะเราถึงหาเบาะแสไม่เจอ"

"แต่เจ้าของห้องข้างบนบ้านหลินปั๋วตายเพราะภัยแมลงไปแล้ว กล้องวงจรปิดก็ไม่มี เกรงว่าเรื่องนี้คงต้องปล่อยผ่านไป"

"ช่วงนี้อุณหภูมิลดลงผิดปกติ พวกคุณพยายามอย่าออกไปข้างนอก รักษาร่างกายให้อบอุ่นไว้นะครับ"

กำชับเสร็จ สวีเชียนเหยาก็ออกจากชั้น 22

เซียวชูเซี่ยเก็บความอยากรู้ไว้ไม่อยู่ ถามเจียงเฝ่ย "พี่สาวคะ เมื่อกี้พวกเขาค้นห้อง 2202 จนทั่ว ไม่เจอปืนกับเครื่องพ่นไฟเลย พี่เอาของอันตรายไปซ่อนไว้ไหนคะ?"

"ในคอมเพรสเซอร์แอร์" เจียงเฝี่ยมั่วไปส่งเดช แล้วพูดต่อ:

"เธอควรไปวิดพื้นได้แล้วมั้ง?"

เซียวชูเซี่ย: "......"

เซียวชูเซี่ยหมดอารมณ์คุยทันที เดินคอตกเข้าไปในห้อง 2203 ให้หลิงเจ้าหรุยช่วยดูท่าทาง

เจียงเฝ่ยยังคงคอยนับจำนวนอยู่ข้างๆ จู่ๆ ก็มีอะไรมาถูที่ข้อเท้า

ก้มลงไปดู

ลู่ยู่ปล่อยต้าหวงออกมาจากคอนโดแมว

ต้าหวงกำลังเอาหัวถูไถเจียงเฝ่ยอย่างออดอ้อน

"ต้าหวงอยู่ข้างในคงเบื่อ รบกวนคุณช่วยเล่นเป็นเพื่อนมันหน่อยนะครับ" ลู่ยู่หาไม้ตกแมวส่งให้เจียงเฝ่ย ตลอดเวลาหลุบตาลงอย่างรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตาเธอ

หลินปั๋วรู้ว่าชั้น 22 มีปืน มีโอกาสสูงมากที่จะไปแจ้งทางการ

เดิมทีเขาตั้งใจใช้งูกับแมลงจัดการภัยคุกคามนี้ ไม่นึกว่าหมอนั่นจะดวงแข็งรอดมาได้ แถมเกือบทำเพื่อนบ้านเดือดร้อนไปด้วย

นอกจากต้าหวงกับทองคำ เขาคิดไม่ออกว่าจะใช้อะไรชดเชยให้เพื่อนบ้านดี

เจียงเฝ่ยไม่รู้หรอกว่านี่คือ "ค่าชดเชย" ของลู่ยู่ เธอแกว่งไม้ตกแมวด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจบานฉ่ำ

มิมิน่ารักจัง!

อยากซุกหน้าลงไปพุงนุ่มๆ สูดให้เต็มปอด!

พอต้าหวงเล่นจนเหนื่อย เจียงเฝ่ยอุ้มมันกลับไปนอนในคอนโดแมวอย่างอาลัยอาวรณ์

เซียวชูเซี่ยยังฝึกไม่เสร็จ กำลังกระโดดกบอย่างขยันขันแข็ง ลู่ยู่ก็กำลังซ้อมต่อสู้กับหลิงเจ้าหรุย

เจียงเฝ่ยไม่รบกวนทั้งสามคน แอบย่องออกมา เตรียมกลับไปนอนต่อ

แต่พอถึงหน้าห้อง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตูไฟฟ้า

เหมือนมีคนเดินวนเวียนอยู่ตรงบันได

เจียงเฝ่ยหยิบมีดสั้นออกมาซ่อนไว้ข้างหลังตามความเคยชิน เดินไปเปิดประตูไฟฟ้า

เป็นคุณยายสวี ถุงใบใหญ่สองใบในมือ

เจียงเฝ่ยเก็บมีดเข้าโกดังซูเปอร์มาร์เก็ตทันที

"ยายสวีมาทำไมคะ?"

"แม่หนูเจียง เรื่องวันนี้ยายขอโทษนะ ยายเกือบทำหนูเดือดร้อน ของพวกนี้หนูต้องรับไว้นะ"

ไม่เปิดโอกาสให้เจียงเฝ่ยพูด คุณยายสวียัดถุงใส่มือเธอ แล้วรีบวิ่งลงบันไดไป ปากก็พร่ำบอก

"ถ้าหนูตามมา ยายตกใจตกลงไปแข้งขาหัก ยายไม่รู้นะ"

เจียงเฝ่ยจำใจต้องหยุดฝีเท้า สายตาเหลือบเห็นสีแดงในถุง

ในถุงสองใบมีอาหารสำเร็จรูป บนสุดของถุงใบหนึ่ง มีผ้าพันคอถักมือวางอยู่

ทั้งหมดสองผืน สีแดงสดใส

ตรงชายผ้าพันคอ ปักตัวอักษรเล็กๆ สีเหลืองสองตัว——ผิงอัน (ปลอดภัย)

มีกระดาษโน้ตแนบอยู่ในผ้าพันคอ

[หนูกับแม่หนูเซียวคนละผืน อย่ารังเกียจฝีมือยายนะลูก]

เจียงเฝ่ยลูบผ้าพันคอนุ่มนิ่มในมือเบาๆ มุมปากยกยิ้ม

อุ่นจัง

สังเกตเห็นว่าอุณหภูมิคงที่อยู่ที่ลบ 1 องศาเซลเซียสมาสองวันแล้ว เจียงเฝ่ยตัดสินใจออกจากบ้าน

เธออยากไปรับซื้อทองคำที่จัตุรัสกลางเมืองก่อนที่ความหนาวเหน็บจะมาเยือนจริงๆ

เจียงเฝ่ยไม่ได้เรียกเพื่อนร่วมทีม ให้เซียวชูเซี่ยฝึกกับลู่ยู่ต่อไป ส่วนตัวเองเปลี่ยนชุดกันหนาว แบกเรือยางลงไปข้างล่าง

ชั้น 22 มีฮีตเตอร์เลยไม่หนาว แต่ข้างล่างไม่เหมือนกัน

ผ่านพ้นภัยหนูและภัยแมลงมา ตึก A ไม่มีอะไรให้จุดไฟได้อีกแล้ว ต้องอาศัยเสื้อนวมที่ทางการแจกให้ประทังความหนาว

หน้าต่างทางเดินบางบานแตก ลมหนาวพัดกรูเข้ามา ผู้คนจำต้องเบียดเสียดกันอยู่ในห้องเดียว กอดกันกลมเพื่อความอบอุ่น

พอเห็นเจียงเฝ่ยแต่งตัวเต็มยศ บางคนก็ตาลุกวาว

นังบ้าเจียงมีหน้ากากกันหนาวด้วย ต้องมีของกันหนาวเพียบแน่ๆ

แต่พอนึกถึงคนที่ตายอย่างน่าอนาถก่อนหน้านี้ ทุกคนก็เลิกล้มความคิดที่จะไปขอ

ตอนนี้ทางการแจกอาหารและเสื้อนวม วันนี้ชุมชนก็ไปรับผ้านวมมาแล้ว อย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า

ไม่แน่อีกไม่กี่วัน ยวี่หลานย่วนอาจจะมีฮีตเตอร์ใช้ก็ได้?

ทุกคนต่างละสายตากลับมา

เจียงเฝ่ยสูบลมเรือยาง ออกจากหน้าต่างบานใหญ่ชั้นสอง

ระดับน้ำค้างอยู่ที่ประมาณสี่เมตร ยังไม่แข็งตัวเป็นน้ำแข็ง แต่เป็นวุ้นน้ำแข็งผสมน้ำ ต้องใช้ไม้พายแหวกทาง

รำคาญเรือยางที่ช้าเกินไป เจียงเฝ่ยหาที่ลับตาเปลี่ยนเป็นเรือบอร์ดยาง รอบข้างไม่เห็นวี่แววของงูน้ำและยุงพิษแล้ว

แต่ยังพอเห็นตะขาบและแมลงสาบอยู่บ้าง ไม่เป็นอันตราย

โซนน้ำพุจัตุรัสกลางเมืองคึกคักกว่าครั้งที่แล้วที่เจียงเฝ่ยมา

คนส่วนใหญ่นั่งกะละมังพลาสติก อ่างอาบน้ำมาที่นี่ เพื่อเอาเสบียงที่ได้รับจากโรงแรมจี๋เสียง มาแลกของกันหนาว หรือของที่ตัวเองขาดแคลน

เจียงเฝ่ยเลือกทำเลดีๆ ตรงกลาง หยิบผ้าม่านที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมออกมาจากเป้ ใช้ไม้พายทำเป็นเสา ปักไว้บนเรือบอร์ดยาง

บนผ้าม่านสีขาวนวล เขียนด้วยปากกาสีแดงตัวเบ้อเริ่ม——[รับซื้อทองคำ แลกสิ่งของ]

จากนั้น เจียงเฝ่ยก็จัดเรียงสินค้าที่เตรียมมา

ถุงมือผ้าฝ้ายธรรมดา 5 คู่ หมวกไหมพรม 5 ใบ ถุงเท้าผ้าฝ้าย 10 คู่ แผ่นแปะความร้อนแพ็ค 5 ชิ้น 10 แพ็ค ผ้าห่มฉุกเฉินอเนกประสงค์ 10 ผืน

ไม่ถึงสองนาที ก็มีคนพายเรือเข้ามา

"แม่หนู ของพวกนี้แลกยังไง?"

เจียงเฝ่ย: "ทองคำ 10 กรัมแลกได้หนึ่งอย่าง เลือกได้เลย"

เธอมีของกันหนาวเยอะแยะ ตัวเองกับเพื่อนร่วมทีมใช้ไม่หมดหรอก ลดราคาลงมาหน่อยดีกว่า

เน้นขายถูก เอากำไรน้อยแต่ขายได้เยอะ

"สร้อยคอเส้นนี้ 80 กรัม แลก 8 อย่าง" ชายคนนั้นโยนสร้อยทองให้เจียงเฝ่ย

แถวนี้มีคนของทางการอยู่ ไม่กลัวโดนโกง

เจียงเฝ่ยเก็บทองใส่กระเป๋า แต่ความจริงใช้ซูเปอร์มาร์เก็ตตรวจสอบ

ระบบ: [ติ๊ง——ตรวจพบทองคำ: 80 กรัม]

"เลือกได้เลยค่ะ"

ชายคนนั้นเอาผ้าห่มฉุกเฉินหนึ่งผืน ถุงมือผ้าฝ้ายหนึ่งคู่ หมวกไหมพรมหนึ่งใบ ถุงเท้าสองคู่ แผ่นแปะความร้อนสามแพ็ค

"เฮ้อ——รอดตายแล้วเรา"

มีคนคิดว่าคุ้ม ก็ต้องมีคนคิดว่าเจียงเฝ่ยหน้าเลือด

"ทองคำกรัมหนึ่งตั้งแพง แลกของได้แค่นี้ ปล้นกันชัดๆ"

"หากินบนความทุกข์ยากคนอื่น ระวังกรรมจะตามสนอง"

"ของราคาไม่ถึงร้อยไม่กี่ชิ้น กล้าแลกทองตั้ง 10 กรัม จนตรอกแล้วสินะ"

เจียงเฝ่ยทำหูทวนลม ถอดหน้ากากกันหนาวออก ล้วงเมล็ดทานตะวันออกมาแทะ

ไม่ฟัง ไม่ฟัง เสียงหมาเห่าใบตองแห้ง

คนรอบข้างเห็นเจียงเฝ่ยไม่ตอบโต้ พูดไปสักพักก็เบื่อ แยกย้ายกันไป

คนพกทองติดตัวมีน้อย บวกกับพวกเขาคิดว่าภัยพิบัติคงจบลงสักวัน ต้องเก็บของมีค่าไว้ สรุปเจียงเฝ่ยตั้งแผงอยู่หลายชั่วโมง ไม่นับลูกค้ารายแรก รับซื้อทองมาได้แค่ 150 กรัม

อีกไกลกว่าจะถึง 64,000 กรัม

เจียงเฝ่ยเก็บป้ายผ้าและของที่เหลือใส่เป้อย่างเซ็งๆ เตรียมกลับบ้าน

ทันใดนั้นเรือบอร์ดยางลำหนึ่งที่มีลายเสือโคร่งก็แล่นเข้ามาใกล้

"โอ้โห ไม่เจอกันไม่กี่วัน น้องสาวตกอับถึงขั้นมาตั้งแผงขายของที่นี่แล้วเหรอ?"

จบบทที่ บทที่ 49 เจียงเฝ่ยเปิดร้านรอบสอง

คัดลอกลิงก์แล้ว