- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 48 เจียงเฝ่ย: ปืนอะไรคะ? อย่าพูดมั่วสิ
บทที่ 48 เจียงเฝ่ย: ปืนอะไรคะ? อย่าพูดมั่วสิ
บทที่ 48 เจียงเฝ่ย: ปืนอะไรคะ? อย่าพูดมั่วสิ
เฝิงเฉินลู่: "ผัวเมียแซ่โจวเชิญคนของทางการมาสอบสวน เธอต้องลงไปข้างล่างกับฉันหน่อย"
"ได้" เจียงเฝ่ยไม่ให้พวกลู่ยู่ไปด้วย เธอตามเฝิงเฉินลู่ไปที่ชั้น 21 คนเดียว
ประตูห้อง 2101 เปิดอ้าอยู่
ชายหญิงคู่นึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู อายุราวๆ สามสิบต้นๆ
ตรงข้ามเป็นทหารสวมเสื้อชูชีพ ที่ถูกผัวเมียแซ่โจวเชิญมาให้ความยุติธรรมตอนกำลังลาดตระเวน
คุณยายสวียืนอยู่ข้างๆ ผัวเมียแซ่โจว ร้อนรนจนขึ้นเสียง: "ยายบอกพวกเธอสองผัวเมียไปหลายรอบแล้ว ลิลลี่ไม่ออกจากห้องมาครึ่งเดือนกว่า ยายเป็นห่วงความปลอดภัยของแก เลยไหว้วานแม่หนูเจียงให้ช่วยฟันกุญแจห้อง 2101 ให้"
"ลิลลี่อดตาย ไม่เชื่อพวกเธอก็ไปดูขยะในห้องสิ พวกเราไม่ได้แตะต้องอะไรเลย ศพยังอยู่บนเตียงในห้องนอน"
แม่โจวไม่ฟังคำอธิบายของคุณยายสวีเลยสักนิด ร้องไห้จับมือทหารไว้: "คุณทหารต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะคะ!"
"ก่อนไปพวกเราทิ้งอาหารและเงินไว้ให้ลูกสาวตั้งเยอะ ตอนนี้หายไปหมดแล้ว ต้องเป็นยายแก่คนนี้ กับนังเจียงเฝ่ยชั้น 22 เอาไปแน่ๆ!"
"พวกมันบุกปล้นห้อง ฆ่าลูกสาวที่น่าสงสารของฉัน! ยังปล่อยให้แมลงกับหนูกัดกินศพแกอีก! เดรัจฉานชัดๆ!"
พ่อโจวดึงแม่โจวเข้ามากอดปลอบใจ: "แม่มัน ทำใจดีๆ ไว้ คุณทหารจะให้ความเป็นธรรมกับเรา ให้ยายแก่แซ่สวีกับเจียงเฝ่ย เอาอาหารและเงินมาคืนเราให้หมด"
ในแววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยแผนการ
พวกเขาอุตส่าห์หนีกลับมาจากต่างถิ่นอย่างยากลำบาก เดิมทีคิดจะฉวยโอกาสช่วงชุลมุนขายบ้าน เอาเงินกลับไปลี้ภัยที่บ้านเกิด ใครจะรู้ว่าลูกสาวดันอดตายคาบ้าน ศพเน่าเหม็นไปหมดแล้ว
รู้ว่าคุณยายสวีกับเจียงเฝ่ยเคยเข้ามา พวกเขาก็เลยถือโอกาสโยนความผิดเรื่องลูกสาวตายให้ฝ่ายนั้น หวังจะขูดรีดเงินและอาหาร
ยังไงลูกสาวก็เป็นตัวล้างผลาญ ตายไปพวกเขาก็สบายใจขึ้น
เห็นเฝิงเฉินลู่พาเจียงเฝ่ยเดินมา แม่โจวก็คว้าแขนทหารอีกครั้ง: "คุณทหาร! มันนั่นแหละคือฆาตกร!"
ทหาร: "ก่อนเรื่องราวจะกระจ่าง ขอให้ทั้งสองท่านระวังคำพูดด้วยครับ"
"คุณเจียง คุณเคยทำลายแม่กุญแจประตูห้อง 2101 หรือไม่?"
"ใช่ค่ะ เพราะคุณยายสวีมาขอให้ฉันช่วย อยากดูอาการของโจวลิลลี่ ตอนเราเข้าไป เธอตายไปแล้วค่ะ"
เจียงเฝ่ยตอบอย่างใจเย็น มองไปที่ผัวเมียแซ่โจว: "พวกคุณบอกว่าฉันบุกปล้นห้อง งั้นพวกคุณลองบอกสิว่าฉันปล้นอะไรไป?"
แม่โจวพูดโพลงออกมาทันที: "เงินสดสองหมื่น เครื่องประดับแหวนหนึ่งกล่อง แล้วก็ข้าวสารหนึ่งกระสอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับไส้กรอกอีกตั้งเยอะ"
พ่อโจว: "นานขนาดนี้ ของกินแกคงกินหมดไปแล้ว เงินก็คงใช้ไปเกือบหมด แต่เครื่องประดับแกต้องซ่อนไว้แน่"
ผัวเมียแซ่โจวจงใจไม่บอกวัสดุของเครื่องประดับ เพื่อที่เดี๋ยวไปบ้านเจียงเฝ่ย เจออะไรจะได้หยิบอันนั้น
เป็นไปตามคาด เจียงเฝ่ยเสนอให้ค้นบ้าน
"คุณทหารคะ คุณไปค้นบ้านฉันได้เลย ดูซิว่ามีของที่ผัวเมียแซ่โจวพูดถึงไหม แล้วค่อยให้คนมาชันสูตรศพ ตรวจสอบสาเหตุการตายของโจวลิลลี่"
"ถ้าฉันเป็นคนฆ่าเธอ ศพของโจวลิลลี่ย่อมต้องมีบาดแผลภายนอกนอกจากรอยกัดของหนูและแมลง"
"ต่อให้ศพเน่าเปื่อย ก็ยังหาเบาะแสที่เป็นประโยชน์ได้ค่ะ"
พอได้ยินแบบนี้ ผัวเมียแซ่โจวก็เริ่มลนลาน ยังคิดไม่ออกว่าจะปฏิเสธการชันสูตรศพยังไง สวีเชียนเหยาก็กลับมา
คุณยายสวีเหมือนเจอที่พึ่ง รีบดึงสวีเชียนเหยาเข้ามา: "เชียนเหยา พวกเขาใส่ร้ายยายกับแม่หนูเจียง"
สวีเชียนเหยาถามทหาร: "เกิดอะไรขึ้น?"
ทหารเล่าต้นสายปลายเหตุให้เขาฟัง
พอดูการตอบสนองของผัวเมียแซ่โจวที่ดูกระวนกระวาย เหมือนคนทำเรื่องผิดมา สวีเชียนเหยาก็รู้ทันที: "เราจะไม่ปล่อยคนชั่วลอยนวล และจะไม่ปรักปรำคนดี"
"ในเมื่อพวกคุณยืนยันว่าพวกเธอเป็นฆาตกร ส่วนพวกเธอก็บอกว่าไม่ได้ทำ งั้นก็ให้คนมาชันสูตรศพ"
"แต่ผมมีคำพูดหนึ่งอยากเตือนพวกคุณ ตอนนี้หลินเฉิงอยู่ในช่วงเวลาพิเศษ ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันต้านภัยพิบัติ ใครกล้ามาก่อความวุ่นวายตอนนี้ ทางการไม่ปล่อยไว้แน่"
พูดจบ สวีเชียนเหยาก็โชว์บัตรประจำตัวของตัวเอง
ผัวเมียแซ่โจวกลัวจนหัวหด
พวกเขาแค่อยากรีดไถ ไม่ได้อยากทำเรื่องให้ใหญ่โตจนโดนจับ
แม่โจวฝืนยิ้ม: "ฉันคิดว่าพวกเราคงเข้าใจผิดกัน ลูกสาวฉันตอนมีชีวิตอยู่ก็ลำบากมามาก ให้แกจากไปอย่างสงบเถอะ เรื่องนี้จบแค่นี้ รบกวนคุณเจ้าหน้าที่ทั้งสองแล้ว พวกเราจะไปฝังศพลูกสาว......"
"ช้าก่อน"
เจียงเฝ่ยเรียกผัวเมียแซ่โจวที่คิดจะหนีเอาไว้: "แค่คำว่าเข้าใจผิดคำเดียว จะลบล้างบาดแผลที่พวกคุณทำไว้กับฉันและคุณยายสวีได้เหรอ?"
"เรื่องนี้ทำลายชื่อเสียงของพวกเรา และสร้างปมในใจให้พวกเราอย่างมาก คุณยายสวีเกือบจะป่วยเพราะโดนพวกคุณยั่วโมโหแล้วนะ"
คุณยายสวีกุมหน้าอกทันที: "โอ๊ย หัวใจฉัน......"
แม่โจวกัดฟัน: "แล้วแกต้องการอะไร?"
"ขอโทษและจ่ายค่าเสียหาย ค่าเสียหายไม่ต้องเยอะ เอาตามรายการของที่พวกคุณพูดเมื่อกี้ก็พอ"
พ่อโจวไม่ยอม "พวกแกนี่มันขูดรีดกันชัดๆ!"
เจียงเฝ่ยรีบไปยืนหลบหลังสวีเชียนเหยาทันที แกล้งทำตัวอ่อนแอ: "เขาจะตีหนู!"
"ฉันเปล่านะ!" พ่อโจวรีบลดมือที่ชี้หน้าเจียงเฝ่ยลง
สุดท้าย ผัวเมียแซ่โจวต้องโค้งคำนับขอโทษเจียงเฝ่ยและคุณยายสวี พร้อมทั้งจ่ายค่าเสียหายตามเสบียงที่มีอยู่
คนของทางการอยู่ด้วย เจียงเฝ่ยเรียกร้องมากไม่ได้ เอามาแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 10 ห่อ ขนมปัง 6 ถุง เธอกับคุณยายสวีแบ่งกันคนละครึ่ง
เสบียงที่ผัวเมียแซ่โจวอุตส่าห์ขนกลับมาอย่างยากลำบาก หายไปหนึ่งในสามแบบนี้เอง
ทั้งสองคนกะจะได้กำไรกลับขาดทุน ให้ของเสร็จก็รีบมุดหัวกลับเข้าห้อง 2101 ปิดประตูแน่น กลัวเจียงเฝ่ยแม่จอมโจรคนนี้จะตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก
"ผู้กองสวี งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ"
"เดี๋ยวก่อนค่ะ" เฝิงเฉินลู่หยุดทหารไว้กะทันหัน:
"ฉันสงสัยว่าห้อง 2202 ซุกซ่อนอาวุธปืนและเครื่องพ่นไฟ รบกวนคุณเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบด้วยค่ะ"
เธอฟังมาจากผู้รอดชีวิตคนอื่น
ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ เธอต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนในตึก
พอเกี่ยวกับปืน ทหารก็มีท่าทีจริงจังขึ้นมา "คุณเจียง พาผมไปที่ห้อง 2202 ได้ไหมครับ?"
สวีเชียนเหยาขมวดคิ้ว กำลังจะขอรับหน้าที่ค้นห้องเอง
เจียงเฝ่ยพยักหน้าอย่างใจกว้าง "ได้ค่ะ"
สวีเชียนเหยางงเป็นไก่ตาแตก
คุณเจียงเบื่อโลกแล้วเหรอ???
ด้วยความเป็นห่วงเจียงเฝ่ย สวีเชียนเหยาจึงตามพวกเขาขึ้นไปที่ชั้น 22
พวกลู่ยู่ก็ออกมาจากห้อง 2203 ยืนอยู่ที่ทางเดิน
เจียงเฝ่ยเปิดประตูห้อง 2202 ให้ทหารเข้าไปค้น
เสบียงและของอันตรายทั้งหมดของเธออยู่ในโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต ในห้องนอนมีแค่มีดสั้นเล่มเดียว ไม่กลัวโดนค้น
ถ้าทหารไปค้นบ้านเพื่อนร่วมทีม เธอก็มีวิธีเข้าไปก่อนเพื่อซ่อนอาวุธ
ทว่า ลู่ยู่ไม่รู้แผนการของเจียงเฝ่ย แอบกำหมัดแน่น
บ้านเขาเต็มไปด้วยของอันตราย ไม่มีที่ซ่อนเลย
โชคดีที่ทหารค้นแค่ห้อง 2202
แม้จะตกใจกับลมร้อนในห้อง 2202 แต่ก็ไม่พบของอันตรายใดๆ ทหารจึงบอกลาสวีเชียนเหยา
เฝิงเฉินลู่มองเจียงเฝ่ยอย่างรู้สึกผิด "ขอโทษนะ ฉันเข้าใจเธอผิดไป"
"ฉันนึกว่าที่คนข้างล่างบอกว่าเธอมีปืน เป็นเรื่องจริง"
"ไม่เป็นไรค่ะ" เจียงเฝ่ยรับคำขอโทษของเฝิงเฉินลู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย พูดอย่างจริงจังว่า:
"พวกเราออกไปหาเสบียงบ่อยๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนอิจฉาตาร้อน"
ไม่สน พวกมันอิจฉาริษยาเลยใส่ร้ายฉัน
เฝิงเฉินลู่ยิ่งเกรงใจเข้าไปใหญ่ "วันนี้ทางการส่งเสื้อนวมมา ให้ชุมชนแจกจ่ายให้ทุกคน อีกไม่กี่วันจะมีผ้านวมมาด้วย"
"พวกเธอไม่ต้องลงไปข้างล่างหรอก เดี๋ยวฉันเอาขึ้นมาส่งให้"
เจียงเฝ่ยปฏิเสธความหวังดีของเฝิงเฉินลู่ "เสื้อนวมพวกเรามีแล้ว แบ่งให้คนที่จำเป็นเถอะค่ะ"
"ไว้มีผ้านวมเมื่อไหร่ เราค่อยลงไปเอา"
ได้ยินดังนั้น เฝิงเฉินลู่จึงยอมเลิกรา เดินลงไปข้างล่าง
พอไม่มีคนนอก สวีเชียนเหยาถามด้วยความอยากรู้ "คุณเอาปืนไปซ่อนที่ไหนหมดครับ?"
เจียงเฝ่ยตีหน้ามึน "ปืนอะไรคะ?"
"ผู้กองสวีอย่าพูดมั่วสิคะ"
ใครจะไปรู้ว่าเขามาหลอกถามเพื่อจับกุมหรือเปล่า?
สวีเชียนเหยาไม่เชื่อเจียงเฝ่ยเลยสักนิด แต่ก็ไม่ซักไซ้ไล่เลียง เปลี่ยนเรื่องคุย "เรื่องหลินปั๋ว เกี่ยวข้องกับคุณไหม?"
เจียงเฝ่ย: ?
ลู่ยู่ที่ยืนอยู่หลังสุด หันหน้าหนีไปเงียบๆ