- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 38 เจียงเฝ่ยตั้งแผงโดนปล้น
บทที่ 38 เจียงเฝ่ยตั้งแผงโดนปล้น
บทที่ 38 เจียงเฝ่ยตั้งแผงโดนปล้น
นึกถึงเรื่องแลกทองคำเพื่อปลดล็อกซูเปอร์มาร์เก็ต เจียงเฝ่ยตื่นแต่เช้าตรู่ แวะไปคืนจานที่ห้อง 2203 ก่อน แล้วสวมชุดป้องกันเดินลงไปข้างล่างคนเดียว
คนที่ชั้นสองหายไปกว่าครึ่ง
คนที่ยังอยู่ที่นี่ ล้วนเป็นคนที่ยังไม่ได้รับเสบียง กำลังรอเรือยางและเรือไม้กลับมา
หลินปั๋วเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ไม่อยู่ เปลี่ยนคนหน้าใหม่มาทำงานคู่กับเฝิงเฉินลู่แทน
เห็นเจียงเฝ่ยลงมา เฝิงเฉินลู่หยิบสมุดบันทึกเดินเข้ามาหา ยิ้มแล้วพูดว่า "คุณลงมาพอดีเลย ฉันจะได้ไม่ต้องปีนขึ้นไปหาถึงชั้น 22"
"เราต้องทำสถิติผู้รอดชีวิตในตึก A คุณกับเพื่อนๆ พักอยู่ห้องไหน? ชื่ออะไรกันบ้างคะ?"
"ฉันชื่อเจียงเฝ่ย ลูกบ้านห้อง 2202 ลู่ยู่ 2203 เซียวชูเซี่ย 2201 หลิงเจ้าหรุย 2103"
เฝิงเฉินลู่ก้มหน้าจดบันทึกทีละคน เอ่ยปากอย่างอ้อมค้อม "ตั้งแต่วันนี้ฉันกับหลินปั๋วจะดูแลตึก A ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น คุณมาหาฉันได้นะคะ"
อย่างน้อยก็ร่วมงานกับหลินปั๋วมาหนึ่งปี เฝิงเฉินลู่รู้ซึ้งดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นใจแคบแค่ไหน
เมื่อวานเธอว่าหลินปั๋วไปคำหนึ่ง วันนี้หลินปั๋วก็อ้างว่าป่วยขอลางาน โยนงานทั้งหมดมาให้เธอ
ห้อง 2202 อายุน้อย แถมยังอยู่คนเดียว เกิดโดนหลินปั๋วรังแกจะทำยังไง?
ผู้หญิงก็ต้องช่วยผู้หญิงสิ!
เฝิงเฉินลู่ที่เพิ่งมาตึก A ยังไม่รู้กิตติศัพท์ความร้ายกาจของชั้น 22 มองเจียงเฝ่ยเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง
เจียงเฝ่ยตอบรับคำเดียวว่า "ค่ะ" นั่งเรือยางที่สูบลมเต็มแล้วออกจากยวี่หลานย่วน
โซนน้ำพุจัตุรัสกลางเมืองอยู่ทางทิศตะวันออกสุด
ต้นไม้โดยรอบถูกน้ำท่วมไปเกินครึ่ง เหลือเพียงกิ่งไม้โผล่พ้นน้ำ พอใช้ผูกเรือยางได้
ทางการจะพ่นยาที่จัตุรัสกลางเมืองทุกวัน เพื่อกำจัดงูน้ำ ดังนั้นที่นี่จึงแทบไม่เห็นเงาของงู แมลง หรือยุงพิษ
วันนี้คนมาแลกเปลี่ยนสินค้าอิสระมีไม่มากนัก เจียงเฝ่ยเลือกทำเลที่สะดุดตา จอดเรือยาง หยิบป้ายที่เขียนเมื่อคืนออกมาวางไว้ข้างตัว
บนกระดาษลังเขียนด้วยปากกาสีแดงว่า——
[รับซื้อทองคำ เครื่องตรวจจับโลหะใต้น้ำ ชุดดำน้ำ แลกเปลี่ยนสิ่งของ]
การแลกเปลี่ยนครั้งแรก เจียงเฝ่ยไม่ได้เอาของมาเยอะ วางแค่หม้อไฟอุ่นร้อนเอง 5 กล่อง แชมพูขนาด 700 มล. 2 ขวด เอเนอร์จี้บาร์ 10 แท่ง เครื่องปั่นไฟแบบเท้าเหยียบ 1 เครื่อง บนเรือยาง ล้วนเป็นของหายากในตอนนี้
ทว่า เจียงเฝ่ยรอมาทั้งเช้าก็ยังไม่มีลูกค้าสักคน
ขณะที่เธอกำลังเบื่อจนง่วงงุน ชายสวมหน้ากากป้องกันก็พายกะละมังพลาสติกใบใหญ่เข้ามา
"แม่หนู ฉันมีแหวนทองวงหนึ่ง ขอแลกของกินทั้งหมดของเธอได้ไหม?"
ชายคนนั้นควักแหวนทองออกมา งานหยาบ สีอ่อนมาก
เจียงเฝ่ยไม่ต้องเก็บเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ก็รู้ว่าเป็นของปลอม "ฉันรับแค่ทองแท้"
นึกไม่ถึงว่าเจียงเฝ่ยจะดูออกในแวบเดียว ชายคนนั้นยิ้มแก้เก้อ "งั้นเอาแบบนี้ ฉันให้ข่าวอย่างหนึ่ง แลกกับเอเนอร์จี้บาร์หนึ่งแท่ง"
"ไม่ต้องกลัวฉันหลอกนะ ฉันบอกก่อนเลย ย่านการค้าในหลินเฉิง มีร้านชื่อ UN ตึกสามชั้น ขายพวกอุปกรณ์ดำน้ำ แล้วก็เครื่องตรวจจับโลหะใต้น้ำ"
พูดถึงตรงนี้ ชายคนนั้นก็ลดเสียงต่ำลง "เถ้าแก่ร้าน UN ไปเที่ยวตั้งแต่ก่อนพายุเข้า ร้านปิดมาตลอด เธอแอบไปเอาตอนกลางคืนได้ ไม่ต้องเสียเงินสักแดง"
ได้ยินดังนั้น เจียงเฝ่ยก็โยนเอเนอร์จี้บาร์ให้ชายคนนั้นหนึ่งแท่ง
ไม่ว่าข่าวจะจริงหรือเท็จ ชายคนนั้นก็ชี้ทางให้เธอแล้ว ก่อนหน้านี้น้ำท่วมสูง ร้านค้าในย่านการค้าส่วนใหญ่เป็นตึกสองสามชั้น จมน้ำไปหมดแล้ว เธอเลยลืมไปว่ายังมีแหล่งช้อปฟรีดีๆ แบบนี้อยู่
คืนนี้ลองไปดูหน่อย
ชายคนนั้นได้เอเนอร์จี้บาร์แล้วกลับไม่ยอมไป พายขยับเข้ามาใกล้เรือยางของเจียงเฝ่ย
เจียงเฝ่ยกระชับไม้พายในมือแน่นอย่างแนบเนียน
"ฉันไม่อยากได้อันนี้แล้ว เปลี่ยนเป็นบิสกิตได้ไหม?"
"เอ๊ะ? ตรงนี้ไม่มีนี่นา งั้นช่างเถอะ...... มีตะขาบ!"
ชายคนนั้นจู่ๆ ก็ตะโกนลั่น ความจริงตั้งใจจะรีบฉกหม้อไฟอุ่นร้อนเองในเรือยาง
มือยังไม่ทันแตะโดน เจียงเฝ่ยก็หวดสวนอย่างรวดเร็ว
"อ๊าก!"
พร้อมกับเสียงน้ำกระจาย ชายคนนั้นถูกตีตกลงไปในน้ำ คราวนี้ร้องจริงแล้ว
"เหมือนมีตัวอะไรกัดฉัน! รีบให้ฉันขึ้นไปเร็ว!"
ชายคนนั้นกำเอเนอร์จี้บาร์ไว้แน่น พยายามจะปีนขึ้นเรือยาง
เจียงผู้ไร้หัวใจใช้ไม้พายดันตัวคนออกไปไกลๆ ทันที
กลับไปที่กะละมังของแกซะ!
ขึ้นเรือยางไม่ได้ ชายคนนั้นจำใจต้องไปเกาะกะละมังตัวเอง กว่าจะปีนเข้าไปได้ เรือยางสีเขียวทหารก็เข้ามาพอดี
"เขตแลกเปลี่ยนอิสระห้ามก่อเรื่อง พวกคุณใครลงมือก่อน?"
ชายคนนั้นโยนความผิดให้ทันที "ก็ต้องเป็นหล่อนสิ!"
"ฉันเข้ามาจะดูว่าบนกระดาษเขียนว่าอะไร ใครจะรู้ว่าหล่อนไม่พูดพร่ำทำเพลงตีฉันตกน้ำเฉยเลย คุณทหารต้องให้ความเป็นธรรมกับฉันนะ! ขาฉันโดนตะขาบกัดไปหมดแล้ว!"
เจียงเฝ่ย: "เขาคิดจะแย่งของฉัน"
"เอเนอร์จี้บาร์ในมือเขาก็เป็นของฉัน"
ชายคนนั้นตัวแข็งทื่อ เถียงข้างๆ คูๆ อย่างร้อนตัว "นี่มันของฉันเอง คุณบอกว่าเป็นของคุณ มีหลักฐานไหมล่ะ?"
"มีสิ" เจียงเฝ่ยหยิบเอเนอร์จี้บาร์แท่งอื่นขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน:
"ฉันกลัวว่าจะมีคนมาแย่งของแล้วยึดเป็นของตัวเอง ก่อนมาเลยใช้ปากกาสีแดงวาดวงกลมไว้บนห่อทุกอัน"
ทหารรับเอเนอร์จี้บาร์ไปตรวจสอบ เป็นจริงอย่างที่เจียงเฝ่ยพูด "ทางการมีกฎระบุไว้ ผู้ที่แย่งชิงเสบียง จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าพื้นที่แลกเปลี่ยนอิสระ"
ชายคนนั้นลนลาน "ฉันไม่ได้แย่งเอเนอร์จี้บาร์นะ! นี่เธอแลกกับข่าวสารของฉันต่างหาก!"
เจียงเฝ่ยย้อนถามเลียนแบบน้ำเสียงชายคนนั้นเมื่อกี้ "คุณมีหลักฐานไหมล่ะ?"
ชายคนนั้นสะอึก
เขาไม่มีทั้งปากกาอัดเสียงและกล้อง แล้วจะพิสูจน์ยังไง?!
ตอนนั้นเองเรือบอร์ดยางลำหนึ่งก็แล่นเข้ามาเทียบ
คนที่นั่งอยู่บนนั้น คือสวีเชียนเหยา
"เกิดอะไรขึ้น?"
ทหารเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ
สวีเชียนเหยาเข้าใจเรื่องราว "พาตัวเขาออกไป"
ชายคนนั้นถูกทหารพาตัวไปพร้อมกับใบหน้าเหมือนคนจะร้องไห้
สวีเชียนเหยามองเจียงเฝ่ย "ถึงคุณจะไม่ผิด แต่เขตแลกเปลี่ยนห้ามใช้กำลัง คราวหน้าถ้ามีเรื่องอะไร ให้เรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยจัดการนะครับ"
"เอ่อ...... คุณเจียงครับ ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าอ่านนิยายเล่มหนึ่งที่โรงเรียน เป็นโรงเรียนไหนเหรอครับ?"
"มหาวิทยาลัยสถาปัตยกรรมหลินเฉิงค่ะ"
เจียงเฝ่ยพูดแทงใจดำสวีเชียนเหยาตรงๆ "คุณอยากตามหานิยายเล่มนั้นสินะคะ"
"นิยายเล่มนั้นฉันอ่านเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้น่าจะไม่มีแล้วค่ะ"
"คราวก่อนฉันแค่นึกขึ้นได้เลยเล่าให้ฟัง ไม่เกี่ยวกับความจริงหรอกค่ะ คุณเองก็บอกฉันแล้วนี่นา ว่ามันเป็นเรื่องแต่ง"
อยากจะล้วงความลับคนอย่างสวีเชียนเหยา ต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง
"ถ้าเป็นเรื่องแต่งก็ดีสิครับ" สวีเชียนเหยาถอนหายใจ พูดย้ำเสียงเบา:
"คราวก่อนผมคุยกับผู้กำกับหนิง เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง ปรากฏว่าวันนั้นได้รับข่าว ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าเราจะเจอกับคลื่นความหนาวเย็น เบื้องบนเริ่มดำเนินมาตรการรับมือแล้วครับ"
"ผู้กำกับหนิงก็ตื่นตัว สั่งคนไปตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นพิเศษ จนเจอไข่ยุง พวกเราถึงควบคุมยุงพิษได้ทันท่วงที"
สวีเชียนเหยาพูดออกมาอย่างเปิดเผย
เจียงเฝ่ยโล่งอก
ที่แท้ก็เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่มีคนเกิดใหม่เหมือนเธอ
"ผู้กองสวี! ผู้กำกับหนิงเรียกพบครับ!"
ได้ยินคนเรียก สวีเชียนเหยาขานรับ แล้วหันมาบอกเจียงเฝ่ย "ช่วงนี้คุณอย่าออกมาบ่อยนะครับ ไม่มีใครรู้ว่าอากาศจะหนาวขึ้นเมื่อไหร่"
แม่หนูคนนี้เป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตยาย ดูแลได้ก็ต้องดูแลหน่อย
หลังจากสวีเชียนเหยาจากไป เจียงเฝ่ยกำลังคิดว่าจะเก็บร้านดีไหม ทันใดนั้นเหล็กสามง่ามก็พุ่งมาจากด้านข้าง
เหล็กสามง่ามแหลมคม จ่อจะทิ่มทะลุเรือยางของเธอได้ทุกเมื่อ
"ห้ามร้อง ห้ามหันกลับมา ส่งเสบียงบนเรือยางมาให้หมด"