เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 เจอสองพี่น้องตระกูลอู๋

บทที่ 39 เจอสองพี่น้องตระกูลอู๋

บทที่ 39 เจอสองพี่น้องตระกูลอู๋


"ถ้าแกกล้าลากคนของทางการมา ฉันจะส่งแกไปเป็นอาหารแมลงในน้ำ"

เสียงนี้คุ้นหูเหลือเกิน

เจียงเฝ่ยหันกลับไป "แกแน่ใจเหรอ?"

"บอกว่าไม่ให้หันมาไง... เอ่อ... ลูกพี่?"

หวังขาเป๋บนเรือยางงงเป็นไก่ตาแตก

เขาฟังรายงานจากลูกน้องว่า มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งขนเสบียงมาเยอะมากที่เขตแลกเปลี่ยนอิสระ เลยจงใจรอให้คนของทางการไปก่อน ถึงค่อยๆ ย่องเข้ามาปล้น

นึกไม่ถึงว่า จะเป็นลูกพี่!

ปิดมิดชิดขนาดนี้ ใครจะไปดูออก?

เจียงเฝ่ยสายตาลึกล้ำ "แกคิดจะปล้นฉัน?"

"มิกล้าๆ เข้าใจผิดกันแล้วครับ" หวังขาเป๋ยิ้มประจบ น้ำเสียงจริงใจ:

"ผมเชื่อคำพูดลูกพี่ตุนยาไล่แมลงไว้ ครั้งนี้ถึงรอดตายมาพร้อมกับพี่น้อง แถมยังทำกำไรได้อีก ผมขอบคุณลูกพี่ยังไม่ทันจะพอ จะกล้าปล้นได้ยังไง?"

"ลูกพี่จะไปนั่งเล่นที่ที่พักผมไหมครับ?"

"ผมเก็บทองคำไว้ให้ลูกพี่ตั้ง 10 กว่ากิโลแน่ะ"

พอได้ยินแบบนั้น เจียงเฝ่ยก็แก้เชือกผูกเรือยางทันที "นำทางไป"

ถนนเฟิงหลินเป็นถนนสายภัตตาคารของเมืองหลินเฉิง รับจัดงานเลี้ยงต่างๆ เป็นหลัก

เถ้าแถวนี้มีเบื้องหลังไม่มากก็น้อย ไม่ขาดแคลนเสบียง ดังนั้นงู แมลง และยุงพิษจึงถูกกำจัดไปจนสะอาด

หวังขาเป๋พาลูกน้อง จอดเรือยางที่ระเบียงชั้นสองของภัตตาคารหมั่นซิง

เจียงเฝ่ยตามขึ้นไปติดๆ

"ที่นี่คือฐานบัญชาการของผม เมื่อก่อนรับจัดงานเลี้ยงทำธุรกิจ ตอนนี้กลายเป็นที่ซุกหัวนอนของผมกับพี่น้อง รกหน่อยนะครับ ลูกพี่อย่ารังเกียจเลย" หวังขาเป๋แนะนำพลางสั่งลูกน้องให้เก็บขยะบนพื้น

ภัตตาคารมีทั้งหมด 8 ชั้น สูงกว่าตึกที่พักอาศัยทั่วไป เทียบเท่าชั้น 16 ของยวี่หลานย่วน

ชั้นสองสามสี่เป็นที่พักของลูกน้องหวังขาเป๋และครอบครัว ชั้นบนๆ ส่วนใหญ่ใช้เก็บเสบียง มีคนเฝ้าอยู่ไม่กี่คน

สังเกตเห็นว่าบนผนังทางเดินทุกชั้นมีรูปถ่ายใบหนึ่งแปะอยู่ เจียงเฝ่ยดูดีๆ แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป

คนในรูปคือเธอ ยืนอยู่บริเวณไหล่เขาของภูเขาตงซาน

มุมภาพเป็นการแอบถ่าย แต่ก็พอมองเห็นหน้าชัดเจน

"ทำไมรูปฉันถึงมาอยู่ที่นี่?"

"คราวที่แล้วอาเหมิ่งเกือบจะปล้นลูกพี่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตโฟร์ซีซั่น ผมเลยหาโอกาสแอบถ่ายรูปลูกพี่มา ล้างออกมาหลายสิบใบ แปะไว้ที่ทางเดิน ให้พี่น้องจำหน้าคนกันเองให้แม่น จะได้ไม่ทำร้ายพวกเดียวกันเองอีก"

ผลคือเขาจำไม่ได้เป็นคนแรก

หวังขาเป๋เกาหัวอย่างเก้อเขิน

อาเหมิ่งก็คือชายรอยสักที่โดนเจียงเฝ่ยฟันบาดเจ็บคนนั้น

เจียงเฝ่ย: "เอารูปออกให้หมด"

ขาวดำด้วย ดูน่ากลัวพิลึก

"งั้นเดี๋ยวผมบอกพี่น้องให้เอาออก..."

"คุณเจียง!" จู่ๆ เสียงดีใจก็ขัดจังหวะหวังขาเป๋

อู๋เสี่ยวเวยวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น ข้างหลังมีอู๋ต้าหย่งตามมา

สังเกตเห็นแขนเสื้อข้างขวาของอู๋เสี่ยวเวยว่างเปล่า เจียงเฝ่ยชะงัก

หวังขาเป๋ผู้สังเกตสีหน้าท่าทางเก่ง กระซิบอธิบาย "วันที่สองที่น้องชายผมเข้าร่วมกลุ่ม เจอแก๊งเจิ้นหู่ลอบโจมตี เขาช่วยรับมีดแทนผม โดนฟันแขนขาดไปข้างหนึ่ง"

"ด้วยน้ำใจนี้ ผมเลยรับเขาเป็นน้องชาย"

"บังเอิญด้วย ผมพาพี่น้องไปโรงพยาบาลเพื่อหาหมอมารรักษาเขา เลยเจอพ่อกับพี่ชายเขาพอดี"

เจียงเฝ่ยพยักหน้ารับรู้

บางทีสำหรับอู๋เสี่ยวเวย นี่อาจจะเป็นโชคดีในโชคร้ายก็ได้

ตุบ——

อู๋เสี่ยวเวยกับอู๋ต้าหย่งคุกเข่าลงต่อหน้าเจียงเฝ่ย

อู๋เสี่ยวเวย: "ขอบคุณครับคุณเจียง ถ้าไม่มีคุณ ผมคงไม่ได้รู้จักพี่หวัง และคงไม่ได้เจอกับพ่อและพี่ชายอีก"

"ถ้าไม่ใช่เพราะเสบียงที่คุณเจียงทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลที่หนึ่ง ผมคงอยู่ไม่ถึงตอนที่เสี่ยวเวยมาตามหาพวกเราเจอ"

พูดถึงตรงนี้ เสียงของอู๋ต้าหย่งก็เบาลง "ปู่เจิ้งพวกเขาฝากผมไว้ว่าวันหนึ่งถ้าเจอคุณเจียง ให้บอกขอบคุณคุณด้วย"

"เพื่อประหยัดอุปกรณ์ป้องกัน พวกเขาเลยสละโอกาสรอดชีวิตให้คนธรรมดาที่ไม่ได้ป่วย แล้วเลือกที่จะฆ่าตัวตาย..."

เจียงเฝ่ยเงียบ

คนเรามีชะตาลิขิต เธอทำในสิ่งที่ควรทำไปแล้ว

เห็นขอบตาอู๋ต้าหย่งแดงก่ำ หวังขาเป๋ก็พยุงเขาขึ้น "พอเถอะน้องรอง นายกับน้องเล็กกลับไปดูแลพ่อเถอะ ฉันยังมีธุระต้องคุยกับลูกพี่"

เจียงเฝ่ย: "?"

"อู๋ต้าหย่ง ก็เป็นน้องชายนายเหมือนกัน?"

หวังขาเป๋หัวเราะแหะๆ "พวกเขาไม่รังเกียจสิ่งที่ผมเคยทำมาก่อน ผมเลยรับพวกเขาเป็นครอบครัวหมดเลย"

"ผมเป็นเด็กกำพร้า ไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกของการมีบ้านเป็นยังไง แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ผมมีน้องชายดีๆ สองคน ยังมีพ่ออีกคน ผมกำไรเห็นๆ"

เจียงเฝ่ยยกนิ้วโป้งให้

สมกับเป็นคนทำธุรกิจ

รับคนในครอบครัวยังไม่ยอมขาดทุน

อู๋ต้าหย่ง: "คุณเจียง รอพ่อผมรักษาตัวดีขึ้น ผมจะพามาหาคุณนะครับ พ่อบอกว่า ต้องมาขอบคุณคุณด้วยตัวเองให้ได้"

"คุณเจียง ถ้าว่างมาหาพวกเราได้นะครับ พวกเราพักอยู่ที่ห้องดอกไม้บานสะพรั่งมั่งมีศรีสุขชั้น 4" พูดจบ อู๋เสี่ยวเวยก็เดินจากไปพร้อมอู๋ต้าหย่งอย่างอาลัยอาวรณ์

เจียงเฝ่ยตามหวังขาเป๋มาที่ห้องทำงานชั้นบนสุด

หวังขาเป๋ยกกล่องใบหนึ่งมาวางบนโต๊ะ "ลูกพี่ ผมหาทองมาได้แค่นี้ ตอนนี้คนของทางการเดินเพ่นพ่านข้างนอก เราออกไปบ่อยไม่ได้ ต้องรออีกสองสามวันถึงจะหาต่อได้"

"หาได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น" เจียงเฝ่ยยังไม่รีบเก็บทองเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต นั่งลงบนโซฟา:

"ที่นายมีเครื่องจักรการเกษตรไหม?"

"เพื่อนฉันต้องการน่ะ"

เครื่องจักรการเกษตรปกติมีขนาดใหญ่ เธอไม่สะดวกพาไปที่ยวี่หลานย่วน ได้แต่กุเรื่องเพื่อนขึ้นมา

ถ้าหวังขาเป๋มี เธอจะเลือกสถานที่เก็บของ แล้วค่อยแอบมาเก็บทีหลัง

หวังขาเป๋ส่ายหน้า "ผมไม่มีเครื่องจักรการเกษตร แต่ผมรู้ว่าที่ไหนมี นี่ก็เป็นเรื่องที่ผมอยากจะปรึกษาลูกพี่เหมือนกัน"

"ตั้งแต่พายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วมเริ่มขึ้น แก๊งเจิ้นหู่ก็ฉวยโอกาสปล้นจี้ขโมยของ กวาดต้อนเสบียงไปได้เพียบ แถมยังยึดฟาร์มที่ภูเขาทางเหนือไว้ด้วย"

"ผมสงสัยว่าพวกมันเอาเสบียงไปซ่อนที่นั่นหมด เลยอยากหาโอกาสไปปล้น คนของผมไปดูลาดเลามาแล้ว พวกมันจะไปที่นั่นทุกสัปดาห์ เพื่อเปลี่ยนกะคนเฝ้าฟาร์ม"

"เวลาเปลี่ยนเวรครั้งล่าสุดคือวันเสาร์อีกสามวันข้างหน้า ผมกะว่าจะลงมือวันนั้น ลูกพี่สนใจจะร่วมวงไหม?"

"พองานสำเร็จ ส่วนแบ่งเสบียงก็เหมือนกฎเดิม ให้ลูกพี่ 10 ลัง เลือกได้ตามใจชอบ"

เขาไม่รู้สถานการณ์ภายในฟาร์มแน่ชัด แต่มีคนเพิ่มอีกคนก็อุ่นใจขึ้นอีกเปราะ

ลูกน้องในมือมีตั้งเยอะ หวังขาเป๋ไม่กล้าวู่วาม

เจียงเฝ่ยคิดครู่หนึ่ง ถามว่า "ฉันพาคนไปด้วยได้ไหม?"

เสบียงของพวกลู่ยู่เหลือไม่มากแล้ว ควรเติมสต็อกบ้าง

"ได้น่ะมันก็ได้ แต่ผมให้ 10 ลังไม่ไหว มากสุดคนละสามลัง"

เขากลัวจริงๆ ว่าลูกพี่จะเกณฑ์คนมาเป็นร้อย

"ตกลง บอกเวลาเดินทางมา"

"บ่ายโมงตรงอีกสามวันข้างหน้า เรามาเจอกันที่ภัตตาคารหมั่นซิง" หวังขาเป๋ขยับเข้ามานั่งข้างเจียงเฝ่ย ยิ้มประจบ:

"ลูกพี่ ผมมีเรื่องอยากถามหน่อย ลูกพี่คิดว่าต่อไปผมควรตุนอะไรดีครับ?"

ที่เขารอดตายมาได้สองครั้ง แถมรวยเละ ก็เพราะคำชี้แนะของลูกพี่ เลยเดามาตลอดว่าอีกฝ่ายมีสายวงใน ได้ข่าวกรองชั้นหนึ่งมา

วันนี้เขาเจอจังๆ เลย!

ผู้กองสวีหน่วยกู้ภัย คุยกับลูกพี่อย่างสนิทสนม!

สองคนนี้ต้องเป็นคนรู้จักเก่าแก่! เพื่อนซี้กันแน่!

เจียงเฝ่ยถามหวังขาเป๋กลับ "ตอนนี้เดือนกรกฎาคม เข้าหน้าร้อนแล้ว แต่เรากลับต้องใส่เสื้อคลุมทุกวันถึงจะไม่หนาว แกคิดว่าของอะไรมีประโยชน์ล่ะ?"

จบบทที่ บทที่ 39 เจอสองพี่น้องตระกูลอู๋

คัดลอกลิงก์แล้ว