เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ลู่ยู่ไม่เอาเจ้าต้าหวงแล้วเหรอ?

บทที่ 37 ลู่ยู่ไม่เอาเจ้าต้าหวงแล้วเหรอ?

บทที่ 37 ลู่ยู่ไม่เอาเจ้าต้าหวงแล้วเหรอ?


อาศัยเป้บังสายตา เจียงเฝ่ยหยิบไส้กรอกออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแท่ง แบ่งให้ลู่ยู่ทั้งสามคน

จากนั้น เจียงเฝ่ยก็แกะห่อไส้กรอกต่อหน้าต่อตาหลี่เยี่ยนผิงและเจียงจื่อซวน กัดเข้าไปคำหนึ่ง "หอมจัง"

เซียวชูเซี่ยกับหลิงเจ้าหรุยเข้าใจความหมายของเจียงเฝ่ยทันที ทำท่ากินตามเธอ แกล้งทำหน้าทำตาเว่อร์วัง

"ว้าว ข้าวโพดในไส้กรอกหวานจังเลย"

"ตอนนี้ได้กินไส้กรอกมีความสุขจัง ไม่เหมือนบางคน อยากกินก็ไม่ได้กิน"

ลู่ยู่ทำหน้าฟินแบบนั้นไม่ไหว เลยก้มหน้าก้มตากินเงียบๆ

เขาหน้าตาดี แถมท่วงท่าสง่างาม ราวกับถือมีดส้อมกินอาหารหรูระดับห้าดาว ยิ่งยั่วน้ำลายเข้าไปใหญ่

นี่ถือเป็นการทรมานสำหรับหลี่เยี่ยนผิงที่ต้องแทะบิสกิตอัดแท่งทุกวัน

โดยเฉพาะกลิ่นหอมของไส้กรอกข้าวโพด

หลี่เยี่ยนผิงกลืนน้ำลาย ดังเอือกๆ กัดฟันกรอด "พวกแกไสหัวไปให้หมด!"

มีอะไรน่าอวดกันนักกันหนา?!

รอภัยพิบัติจบเมื่อไหร่ เธอจะไปกินสเต๊กไก่ย่าง! ไส้กรอกน่ะสวะ!

สีหน้าของเจียงจื่อซวนก็น่าเกลียดพอกัน

เจียงเฝ่ยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของหลี่เยี่ยนผิง ยังคงกินไส้กรอกอย่างเชื่องช้า

ชอบจริงๆ เวลาเห็นพวกแกหมั่นไส้ฉัน แต่ทำอะไรฉันไม่ได้เนี่ย

รอจนกินหมด พวกเจียงเฝ่ยถึงเดินจากไปอย่างสบายใจ

เซียวชูเซี่ยเดินผ่านหลี่เยี่ยนผิง ยังจงใจสะบัดเปลือกไส้กรอกใส่ "หอมไหม?"

"ป้าไม่ได้กินหรอก!"

แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ทีหนึ่ง เซียวชูเซี่ยก็วิ่งตามเจียงเฝ่ยไป

หลี่เยี่ยนผิงที่ยืนอยู่ที่เดิม โกรธจนความดันขึ้น เซไปเกาะเจียงจื่อซวน "ไม่ไหวแล้ว ฉันเวียนหัว..."

นังเด็กเวรพวกนี้มันกวนประสาทจริงๆ!

ได้ระบายอารมณ์ เซียวชูเซี่ยอารมณ์ดีสุดๆ "พี่สาว พี่ไม่เห็นสีหน้าหลี่เยี่ยนผิงเมื่อกี้ ตาแทบจะพ่นไฟออกมาแล้ว"

"ให้มันโมโหอกแตกตายไปเลยที่หาเรื่องพี่! ยั่วให้อยากตายกันไปข้าง!"

หลิงเจ้าหรุยที่อยู่บนเรือยางข้างๆ ถามอย่างสงสัย "พี่เจียง หลี่เยี่ยนผิงเป็นป้าสะใภ้พี่จริงๆ เหรอครับ?"

"ผมรู้สึกว่าเขาไม่รักพี่เลย เหมือนมองพี่เป็นศัตรูมากกว่า"

หลิงเจ้าหรุยไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน เลยไม่รู้ความขัดแย้งระหว่างเจียงเฝ่ยกับครอบครัวหลี่เยี่ยนผิง

กลัวจะไปสะกิดแผลใจเจียงเฝ่ย เซียวชูเซี่ยขยิบตาให้หลิงเจ้าหรุย บอกให้หยุดถาม

รู้ตัวว่าพูดผิด หลิงเจ้าหรุยสมองแล่นจี๋ คิดหาวิธีเปลี่ยนเรื่อง แต่เจียงเฝ่ยก็เอ่ยปากขึ้นมา

"แม่ฉันเคยทำธุรกิจ หลี่เยี่ยนผิงอยากให้แม่พาเจียงเจิ้งคังไปลงทุนรวยด้วยกัน แต่แม่ฉันไม่ตกลง"

"เจียงเจิ้งคังนิสัยขี้ขลาดไม่กล้าเสี่ยง แถมไม่มีหัวการค้า พาไปทำธุรกิจรังแต่จะทำร้ายเขา"

"หลี่เยี่ยนผิงแค้นฝังใจเรื่องนี้ เลยเกลียดฉันมาตลอด"

"ต่อมาแม่ฉันเสีย พ่อหนีตามเมียน้อยไป หลี่เยี่ยนผิงอยากได้มรดกที่แม่ทิ้งไว้ให้ฉัน ก็เลยรับฉันไปอยู่ด้วย เป็นผู้ปกครองฉัน"

เจียงเฝ่ยอธิบายง่ายๆ น้ำเสียงราบเรียบ

เซียวชูเซี่ยกับหลิงเจ้าหรุยสายตาเต็มไปด้วยความสงสาร

ลู่ยู่ก็หันมามองเจียงเฝ่ย

ต่อให้เจียงเฝ่ยไม่พูด พวกเขาก็เดาได้ว่า ด้วยนิสัยปากตลาดและร้ายกาจของหลี่เยี่ยนผิง เจียงเฝ่ยคงโดนทารุณมาขนาดไหน

เซียวชูเซี่ยล้วงลูกอมรสผลไม้จากกระเป๋า ยัดใส่มือเจียงเฝ่ย

หลิงเจ้าหรุยตั้งมั่นในใจเงียบๆ ——

วันหน้าเจอหลี่เยี่ยนผิงเมื่อไหร่จะซ้อมให้น่วม! ระบายแค้นให้พี่เจียง!

ส่วนลู่ยู่คิดว่า จะหาข้ออ้างอะไรปล่อยต้าหวงออกมาให้เพื่อนบ้านเล่นดีนะ

เทียบกับคำพูดที่ไร้น้ำหนัก ทั้งสามคนเลือกใช้วิธีของตัวเองปลอบโยนเจียงเฝ่ย

ใกล้ค่ำ พวกเจียงเฝ่ยกลับมาถึงยวี่หลานย่วน

กระจกบานใหญ่ตรงกลางชั้นสองยังคงอัดแน่นไปด้วยผู้รอดชีวิต

เจียงเฝ่ยกับลู่ยู่เก็บเรือยาง กำลังจะขึ้นตึก กลับถูกผู้ชายสวมเสื้อชูชีพสีส้มขวางทาง

"ผมเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ชุมชน หลินปั๋ว ตอนนี้คนจะไปจัตุรัสกลางเมืองเยอะเกินไป ชุดแรกยังไม่กลับมา ขอยืมเรือยางพวกคุณหน่อยครับ"

ปากถาม แต่มือหลินปั๋วยื่นออกมาแล้ว กะจะคว้าเรือยางไปเลย

เจียงเฝ่ยเบี่ยงหลบมือเขา "ไม่ให้ยืม"

ตอนนี้ยานพาหนะทางน้ำเป็นทรัพยากรหายาก

พอเริ่มให้ยืม อย่าว่าแต่ของพังใครจะรับผิดชอบ คนอื่นจะแห่กันมาไม่จบไม่สิ้น ทำลายความสงบสุขของชั้น 22

เห็นเจียงเฝ่ยปฏิเสธ มือที่ค้างกลางอากาศของหลินปั๋วก็เก้อเขิน เลยยกเอาศีลธรรมมากดดัน "พวกคุณ 4 คน ใช้เรือยางสองลำมันสิ้นเปลือง ทำไมไม่ให้คนที่เขาจำเป็นยืมล่ะครับ?"

"คนที่นี่รอไปรับเสบียงกันทั้งนั้น จะไปกินข้าวให้อิ่มท้องสักมื้อ คุณทนดูพวกเขาหิวโหยแช่อยู่ในน้ำได้ลงคอเหรอ?"

เจียงเฝ่ยย้อนถามอย่างไม่เกรงใจ "เกี่ยวอะไรกับพวกฉัน?"

"นี่ทรัพย์สินส่วนตัวของพวกเรา จะให้ยืมหรือไม่เป็นสิทธิ์ของพวกเรา ถ้าคุณจะใช้ศีลธรรมมากดดันฉัน งั้นต้องขอโทษด้วย ฉันมีทุกอย่าง ยกเว้นศีลธรรม"

หลินปั๋วหน้าเขียวคล้ำ ตอนนั้นเองผู้หญิงอีกคนที่ใส่เสื้อชูชีพก็เดินเข้ามา

"หลินปั๋ว นายแอบมาอู้งานตรงนี้อีกแล้วเหรอ?"

"ผมเปล่านะ!" หลินปั๋วแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แล้วพูดต่อ "ผมเห็นพวกเขามีเรือยาง เลยมาทางนี้ แต่พวกเขาไม่ให้ยืม แถมยังมองดูชาวบ้านตกระกำลำบากอย่างเย็นชา ไร้จิตสำนึกจริงๆ"

เฝิงเฉินลู่ระอาใจ "ของส่วนตัวของเขา เขาไม่ให้ยืมก็คือไม่ให้ยืม เกี่ยวอะไรกับจิตสำนึก?"

"เมื่อกี้วิทยุสื่อสารฉันดัง บอกว่าคนชุดแรกทำเรือยางพัง นายรีบกลับไปกับฉัน เตรียมรับเรือยางล็อตใหม่ที่กำลังมาส่ง"

หลินปั๋วเดินจากไปอย่างไม่เต็มใจ

ยังไงเขาก็จำหน้าคนพวกนี้ไว้แล้ว ทำให้เขาขายหน้าต่อธารกำนัล อย่าให้เขาหาโอกาสได้นะ!

ไม่มีคนขวางทาง พวกเจียงเฝ่ยขึ้นตึกอย่างราบรื่น

เจียงเฝ่ย: "เช็กดูว่าบนเสื้อผ้ามีแมลงหรือไข่ยุงไหม ค่อยถอดชุดป้องกันเข้าบ้าน"

เซียวชูเซี่ยทั้งสามทำตาม

แน่ใจว่าไม่มีแมลงหรือไข่ยุง ฆ่าเชื้อชุดป้องกันเสร็จ เจียงเฝ่ยก็กลับห้อง 2202

สิ่งแรกที่ทำคือเอาถังไม้สูงระดับเข่ามารองน้ำ ใส่ขดลวดทำความร้อนลงไป เตรียมจะแช่เท้า ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแมวร้องเบาๆ

เจียงเฝ่ยเดินตามเสียงไป เปิดประตูใหญ่

ต้าหวงปีนขึ้นขาเจียงเฝ่ยอย่างชำนาญ "เมี๊ยว!"

เจ้านายไล่หนูออกจากบ้าน!

เขาไม่เอาหนูแล้ว!

"แกออกมาได้ยังไง?"

เจียงเฝ่ยฟังภาษาแมวไม่ออก อุ้มต้าหวงไว้ในอ้อมกอด กำลังจะเอาไปคืนก็ชะงัก

ฟัดให้พอใจก่อนค่อยว่ากัน!

เจียงเฝ่ยขยี้แก้มยุ้ยๆ ของต้าหวงอย่างมันเขี้ยว

จนต้าหวงเคลิ้มเกือบหลับ เจียงเฝ่ยถึงยอมละมืออย่างอาลัยอาวรณ์ ไปที่ห้อง 2203

ก๊อก ก๊อก ก๊อก——

ประตูเปิดออก

ลู่ยู่แสร้งทำเป็นตกใจอย่างเป็นธรรมชาติ "ต้าหวงวิ่งออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?"

"ไม่รู้สิ เมื่อกี้มันร้องอยู่หน้าห้องฉัน ฉันเลยเจอเข้า" เจียงเฝ่ยส่งแมวคืนลู่ยู่

"วันนี้รบกวนคุณแย่เลย ไม่งั้นต้าหวงวิ่งลงไปข้างล่างคงอันตราย"

เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ลู่ยู่กลับเข้าไปหยิบจานใบหนึ่งออกมา

ในจานมีไข่ต้มสำเร็จรูปสองฟองกับแฮมแผ่นฉีกซองวางอยู่ จัดเป็นรูปร่างคล้ายหน้ายิ้ม

"คราวที่แล้วผมเจอที่บริษัทสื่อ วันนี้เตรียมไว้เยอะเกิน ให้คุณชุดหนึ่งครับ"

เจียงเฝ่ยจะปฏิเสธตามความเคยชิน แต่นึกถึงคำพูดลู่ยู่ก่อนหน้านี้ เลยยื่นมือไปรับ "งั้นพรุ่งนี้ฉันเอาจานมาคืนนะ"

"ไม่รีบครับ"

มองส่งเจียงเฝ่ยเข้าบ้าน ลู่ยู่ก็ปิดประตู ลูบต้าหวงในอ้อมกอด พึมพำกับตัวเอง:

"ผมว่า เพื่อนบ้านดูเหมือนจะดูไม่ออกนะว่าเป็นรูปหน้ายิ้ม"

เพื่อนบ้านช่วยเขาไว้เยอะ ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนร่วมทีมกันอีก

ตามหลักเหตุและผล เขาควรจะแสดงน้ำใจบ้างเวลาเพื่อนบ้านอารมณ์ไม่ดี

แต่เขาไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่

ต้าหวงไม่เข้าใจความคิดลู่ยู่ ดวงตาโตๆ เต็มไปด้วยความสงสัย

เจ้านายไม่เอาหนูแล้วไม่ใช่เหรอ?

ทำไมยังอุ้มหนูกลับมาอีกล่ะ???

ผลปรากฏว่า ลู่ยู่จัดจานน่าเกลียดเกินไป เจียงเฝ่ยไม่เพียงดูไม่ออก กินเสร็จยังล้างจานหน้าตาเฉย

จบบทที่ บทที่ 37 ลู่ยู่ไม่เอาเจ้าต้าหวงแล้วเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว