- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 35 แยกเขี้ยวใส่ใคร?
บทที่ 35 แยกเขี้ยวใส่ใคร?
บทที่ 35 แยกเขี้ยวใส่ใคร?
เจียงเฝ่ยเปิดประตู เป็นเซียวชูเซี่ย
"พี่สาวคะ เมื่อกี้ทางการประกาศว่า ชาวเมืองทุกคนสามารถนำบัตรประชาชนไปรับเสบียงที่จัตุรัสกลางเมืองได้ พวกเราไปกันไหมคะ?"
เจียงเฝ่ย: "อืม เธอกลับไปเปลี่ยนชุดป้องกัน ใส่รองเท้าบูท"
"อย่าลืมรัดปลายแขนเสื้อกับคอเสื้อให้แน่นด้วยล่ะ ข้างนอกอาจจะยังมียุงพิษหรือแมลงอยู่"
ถึงชุดป้องกันจะดูสะดุดตา แต่ความปลอดภัยสำคัญที่สุด
ถ้าดึงดูดพวกคิดไม่ซื่อมา ก็แค่ใช้มีดจัดการจบๆ ไป
ระหว่างที่เซียวชูเซี่ยกลับไปเปลี่ยนชุดป้องกัน เจียงเฝ่ยก็ไปเรียกลู่ยู่กับหลิงเจ้าหรุย
แผลที่ขาของหลิงเจ้าหรุยหายดีแล้ว ไม่ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน หลายวันก่อนก็เริ่มฝึกกับลู่ยู่แล้ว
กำชับทั้งสองคนให้ใส่ชุดป้องกันเสร็จ เจียงเฝ่ยก็กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ชุดป้องกันเป็นแบบจั๊มสูทมีฮู้ด แนบสนิทกับศีรษะ บวกกับมีหน้ากากใสคลุมหน้าและถุงมือ ปิดมิดชิด เจียงเฝ่ยเลยไม่ได้ทำให้ตัวเองดูมอมแมม เอาเรือยางออกมาแล้วลงไปข้างล่าง
เธอมีเรือยาง ไม่จำเป็นต้องไปเบียดเบียนทรัพยากรของทางการ
เซียวชูเซี่ยและอีกสองคนรออยู่ที่ชั้น 21 แล้ว สะพายเป้กันทุกคน
ลู่ยู่ก็ถือเรือยางมาด้วย เห็นได้ชัดว่าคิดเหมือนเจียงเฝ่ย
"กันไว้ดีกว่าแก้ ฉีดสเปรย์กันยุงใส่เสื้อผ้าให้ทั่ว พกผงไล่แมลงติดตัวไว้ด้วย"
เจียงเฝ่ยแบ่งสเปรย์กันยุงกับผงไล่แมลงให้ทั้งสามคน
ฉีดสเปรย์เสร็จ พวกเจียงเฝ่ยก็เดินลงไปข้างล่าง
คนที่อยู่ตามทางเดินเห็นชั้น 22 ยกพลลงมากันหมด ก็อดมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
"พี่เจียง เสบียงพวกพี่มีตั้งเยอะ ยังต้องไปรับที่จัตุรัสกลางเมืองอีกเหรอครับ?"
คนที่พูดคือชายที่เอาถังขยะครอบหัวคนนั้น
เทียบกับเมื่อก่อน ถังขยะมีถุงพลาสติกคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง
เจียงเฝ่ยปรายตามองเขา แกล้งถามกลับ "นายลืมเรื่องที่ฉันรับซื้อแมลงไปแล้วเหรอ?"
"ถ้าไม่เอาเสบียงไปแลกพวกนั้นมา ป่านนี้ฉันก็นอนสบายอยู่บ้านแล้ว"
"โธ่ ตอนนี้ทางการมาช่วยแล้ว ต่อไปเราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องของกินแล้วครับ" ชายคนนั้นปลอบใจตามมารยาท ไม่ได้สงสัยคำพูดเจียงเฝ่ย คนอื่นๆ ก็เช่นกัน
ทุกคนเห็นกับตาว่าเจียงเฝ่ยเอาเสบียงออกมาแจกทีละลังๆ
ชั้น 22 ก็มีตั้งหลายปากท้องที่ต้องกิน
ต่อให้มีซูเปอร์มาร์เก็ตในบ้าน ก็คงอยู่ได้ไม่นานขนาดนี้หรอก
คนที่เคยอิจฉาตาร้อนชั้น 22 ตอนนี้เริ่มสมน้ำหน้า——
"ฉันได้ยินมาว่า กริ่งประตูที่ชั้น 22 ติดไว้ ต่อกับเครื่องปั่นไฟ มีไฟฟ้าแล้วไง? สุดท้ายก็ไม่มีจะกินเหมือนกัน"
"เมื่อก่อนทำตัวสูงส่งแจกเสบียง นึกว่าจะรวย ที่แท้ก็มีแค่นั้น"
"นึกไม่ถึงว่าชั้น 22 ก็ขาดแคลนอาหารเหมือนกัน ทำไมไม่อดตายไปซะล่ะ?"
เจียงเฝ่ยกวาดตามองปราดเดียว
พวกปากหอยปากปูรีบหุบปากฉับโดยสัญชาตญาณ
เซียวชูเซี่ยพูดเยาะ "พวกขี้ขลาด"
คนพวกนั้นโกรธแต่ไม่กล้าพูด
อยากจะทำเก่ง แต่ไม่เห็นเหรอว่าสายตาของนังบ้าเจียงแทบจะฆ่าคนได้อยู่แล้ว?!
ชีวิตมีแค่ชีวิตเดียว จะพอให้หล่อนสับไหมเนี่ย?!
เพื่อไม่ให้ทางการมาสนใจ เจียงเฝ่ยละสายตากลับมา เดินลงมาถึงชั้น 2
น้ำท่วมสูงเลยเอวผู้ใหญ่มานิดหน่อย
ขยะลอยฟ่องเต็มผิวน้ำ แต่ไม่เห็นศพแมลงและหนู
เจียงเฝ่ยเดาว่าทางการคงเก็บกวาดไปทำ "เนื้อบดอัดก้อน" หมดแล้ว
หน้าหน้าต่างบานใหญ่ของห้องตรงกลางชั้น 2 คนเบียดเสียดกันแน่น เอะอะโวยวายจะออกไปข้างนอก
"ทำไมเราต้องรอให้คนชุดก่อนกลับมาก่อน ถึงจะไปรับเสบียงได้? ไม่ยุติธรรมเลย! พวกเราก็หิวเหมือนกันนะ! ชุมชนพวกคุณเลือกปฏิบัติ!"
"ทางการแจกเรือยาง 2 ลำ เรือไม้ 2 ลำ ให้แต่ละตึก นั่งได้ตั้งสิบกว่าคน เมื่อกี้ถ้าคุณให้ฉันเบียดเข้าไปด้วย ฉันก็ได้ออกไปแล้ว!"
"บอกเวลาที่แน่นอนมาสิ ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน เราแช่น้ำอยู่ตลอดไม่ได้หรอกนะ"
นิติบุคคลของยวี่หลานย่วนตายหมดแล้ว เลยเป็นหน้าที่ของชุมชนมาจัดการเรื่องรับเสบียง
ชายหญิงคู่หนึ่งสวมเสื้อชูชีพสีส้ม ใส่หน้ากากป้องกันแบบคลุมทั้งหน้า พยายามปลอบประโลมทุกคนอย่างสุดความสามารถ
"ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ นะคะ คนที่ไม่ได้ไปวันนี้ พรุ่งนี้ก็ไปได้ ทางการจะแจกเสบียงเรื่อยๆ ค่ะ"
"ทุกคนรออีกหน่อยนะคะ เรือชุดแรกใกล้จะกลับมาแล้ว"
ยิ่งพูด คนก็ยิ่งอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม
เจียงเฝ่ยไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน ช่วยกันสูบลมเรือยางกับลู่ยู่ตรงบันได
คนที่ยืนอยู่หลังสุดเห็นเรือยาง ก็ดีใจจะเข้าไปขอยืม แต่พอเห็นว่าเป็นของชั้น 22 ก็รีบหันหลังกลับทันที
ตึก A ใครไม่รู้กิตติศัพท์นังบ้าเจียงบ้าง?
ยอมอดตาย ดีกว่าไปแหยมกับหล่อน
มีแต่จู้จื่อที่ไม่กลัว ขยับเข้าไปหา "พี่เจียง ให้ช่วยไหมครับ?"
"ไม่" เจียงเฝ่ยเงยหน้ามอง
จู้จื่อเอาถุงพลาสติกคลุมหัว ใช้เชือกรัดที่คอ เจาะรูเล็กๆ ไว้หายใจ
แก้มขวามีรอยยุงพิษกัด ผิวขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ
"โหวจึล่ะ?"
จู้จื่อหลุบตาลง "มันไม่รอด ตายแล้วครับ......"
"ก่อนทางการจะมาพ่นยาไม่กี่วัน มันสละของป้องกันให้ผม เลยโดนฝูงยุงรุมดูดเลือดตาย"
"คนตายแบบนี้เยอะมาก ผมถือว่าโชคดี โดนกัดไปไม่กี่แผล ได้ยาของพี่ชูเซี่ยช่วยไว้ เลยไม่เน่าลาม"
จู้จื่อข่มความเศร้า ฝืนยิ้ม "ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า พี่เจียง เมื่อกี้ผมเห็นคนรู้จักของพี่ ชื่อหลี่เยี่ยนผิงอะไรนั่น"
"พวกหล่อนลงมาเป็นชุดแรก นั่งเรือไปจัตุรัสกลางเมืองแล้ว รอพวกหล่อนกลับมา ผมจะไปปล้นเสบียงมาให้พี่นะครับ"
จู้จื่อใจกล้าแถมรู้ใจ
เจียงเฝ่ยพอใจมาก "เสบียงไม่ต้องให้ฉัน นายเก็บไว้เถอะ"
"ข้างนอกมีคนของทางการแล้ว ทำอะไรระวังหน่อย"
ลูกน้องคนนี้ใช้ได้ เธอยังไม่อยากเปลี่ยนคนใหม่ตอนนี้
จู้จื่อทำมือโอเค
ทำเรื่องชั่ว ก็ต้องทำเงียบๆ สิ!
สูบลมเรือยางเสร็จ โรยผงไล่แมลงเรียบร้อย เจียงเฝ่ยกับพวกก็พายเรือออกจากหน้าต่างบานใหญ่ที่แตก
เธอกับเซียวชูเซี่ยลำหนึ่ง
ลู่ยู่กับหลิงเจ้าหรุยลำหนึ่ง
แม้ทางการจะพ่นยาเป็นวงกว้าง แต่ก็ยังมีพวกเล็ดลอดไปได้
ถ้าสังเกตดีๆ บนถุงขยะที่ลอยอยู่บนน้ำ มีไข่ยุงสีดำทรงกรวยเกาะอยู่เพียบ
บางฟองฟักตัวออกมาเป็นลูกน้ำแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีแมลงสาบและตะขาบที่รอดตาย
พายเรือสิบครั้ง ต้องมีแปดครั้งที่เขี่ยงูน้ำขึ้นมาได้
"ฟ่อ——"
เจียงเฝ่ยเหวี่ยงงูกลับลงน้ำหน้านิ่ง ใช้ไม้พายตบหัวงูอย่างแรง
แยกเขี้ยวใส่ใคร?
เซียวชูเซี่ยที่นั่งข้างหน้า หยิบขวดเปล่ากับสวิงทำมือออกมาจากเป้ กะจะจับแมลงกลับไปทำยาต่อ แต่ดันตักได้หัวคนขึ้นมา
"กรี๊ด!"
เซียวชูเซี่ยตกใจโยนทิ้ง
หัวคนที่ลอยอยู่บนน้ำ ผลุบๆ โผล่ๆ ตามแรงกระเพื่อมของน้ำ
ใบหน้าที่เน่าเปื่อยจนเห็นกระดูก มีแมลงยั้วเยี้ยเจาะออกมา
ขาตะขาบที่ขยับรัวเร็ว ขูดเนื้อเน่าสีดำที่เหลืออยู่บนหน้าออก
เศษเนื้อมร่วงกราวลงน้ำ ถูกงูน้ำที่ว่ายอยู่กลืนกิน
เหมือนยังไม่อิ่มหนำ งูน้ำเลื้อยรัดหัวคน หางงูโผล่ออกมาจากเบ้าตาที่กลวงโบ๋
เซียวชูเซี่ยหน้าซีดเผือด อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ
บนผิวน้ำยังมีคนอื่นอีก
คนที่ไม่ได้นั่งเรือยางหรือเรือไม้ของทางการ ก็ใช้แผ่นไม้ กะละมังพลาสติก มุ่งหน้าไปจัตุรัสกลางเมือง
บนตัวทุกคนมีรอยแผลถูกกัด หรือตุ่มหนองจากยุงพิษกัด
พวกเขาแหวกศพ เศษซากอวัยวะ และกระดูกที่ขวางทางออกอย่างด้านชา
บางคนป้องกันไม่ดี ถูกแมลงกัด ร้องโหยหวนตกลงไปในน้ำ
บางคนเหมือนชินชา ปล่อยให้ตะขาบไต่ขึ้นตัว
ตึกสูงระฟ้า ถนนหนทางที่เคยเจริญรุ่งเรือง บัดนี้เต็มไปด้วยความเสียหายยับเยิน
ท้องฟ้ามืดครึ้ม เมฆดำทะมึนปกคลุมเมือง ราวกับจะกลืนกินสีสันสดใสทั้งหมดไป
เซียวชูเซี่ยกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าตัวเองได้รับการปกป้องดีแค่ไหน "พี่สาวคะ โลกเรากลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง......"
"หายนะจะจบลงจริงๆ เหรอคะ......"
นึกว่าเจียงเฝ่ยจะเงียบเหมือนทุกที
ผิดคาด น้ำเสียงเจียงเฝ่ยอ่อนโยนและมั่นคง "จบสิ"
ชาติที่แล้ว เธอไม่ทันได้เห็นวันสิ้นสุดของวันสิ้นโลก
แต่เธอยังคงเชื่อมั่นเสมอว่า แสงสว่างจะฉีกกระชากความมืดมิด นำพาฤดูกาลทั้งสี่กลับคืนมา