เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ยังไม่ตาย แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น

บทที่ 32 ยังไม่ตาย แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น

บทที่ 32 ยังไม่ตาย แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น


ชายสองหญิงหนึ่งโชว์ของที่เอามา พลางพูดหน้าด้านๆ ว่า:

"ถึงแผ่นไม้นี่จะชื้นไปหน่อย แต่ก็พอถูไถใช้ได้นะ"

"ผ้าม่านผืนนี้สีสันสดใสดีออก พวกคุณเอาไปตัดเสื้อใส่ได้นะ"

"กระติกน้ำร้อนของฉันเป็นของแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเลยนะ ซื้อมาตั้งหลายพัน แลกยากับพวกคุณแค่กล่องเดียวเอง"

เรื่องโหวจึโดนงูกัดไม่ใช่ความลับ

พวกเขารู้ว่าจู้จื่อขอยาที่ทำเองจากชั้น 22 ได้ เลยจงใจรอดูอาการสองวัน พอแน่ใจว่าโหวจึปลอดภัย ถึงได้คิดจะมาแลกยาบ้าง

ติดที่ไม่มีของดี เลยไปเก็บขยะที่คนอื่นทิ้งไว้ตามทางเดินมา

ยังไงยาก็ไม่มีอย.รับรอง ชั้น 22 ยังจะกล้าเรียกร้องอะไรมากอีกเหรอ?

เจียงเฝ่ยพูดสั้นๆ ได้ใจความ "ไม่แลก ไสหัวไป"

ทั้งสามคนไม่พอใจทันที

"ทำไมจู้จื่อกับโหวจึแลกได้ แต่พวกเราแลกไม่ได้? คุณลำเอียงนี่!"

"ถือว่าฉันขอร้องล่ะ ตอนนี้ข้างล่างงูเยอะจะตาย ไม่มียา ถ้าพวกเราโดนกัดก็มีแต่รอความตาย พวกคุณอย่าใจดำนักเลย"

เซียวชูเซี่ยหัวเราะด้วยความโมโห "พวกเราใจดำ หรือพวกคุณหน้าด้านกันแน่? เก็บขยะมาหลอกใครไม่ทราบ?"

"บอกไม่แลกก็ไม่แลก! ขืนพูดยืดยาดอีกแม่จะฟันให้ตาย!"

เซียวชูเซี่ยชักมีดสั้นพกพาออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

จู้จื่อที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้น "พี่ชูเซี่ยไม่ต้องลงมือหรอกครับ เดี๋ยวผมกับเจ้าลิงจัดการเอง"

ยังไงซะคนพวกนี้เขาก็เป็นคนชักศึกเข้าบ้าน

โทษที่เขาใจร้อนเกินไปเมื่อสองวันก่อน ไม่ทันระวังตอนทายาให้โหวจึ

จู้จื่อพอมีวิชาการต่อสู้อยู่บ้าง จัดการชายสองคนลงไปกองกับพื้นได้อย่างง่ายดาย มือหนึ่งหิ้วคนหนึ่ง โยนลงไปข้างล่าง

โหวจึแรงน้อยกว่า เลยลากผู้หญิงที่เหลือลงไป

ชั้น 22 กลับมาสงบสุขอีกครั้ง

ลู่ยู่ที่ได้ยินเสียงเอะอะเมื่อครู่เดินออกมา พอจับใจความได้ก็พูดขึ้นว่า "คนพวกนี้ไม่ยอมตัดใจง่ายๆ หรอกครับ"

"พวกเขาทุบประตูไฟฟ้าไม่ได้ เดี๋ยวผมถอดกริ่งออก ใครมาเคาะประตูก็ทำเป็นไม่ได้ยินไปซะ"

เจียงเฝ่ยเห็นด้วย "หลานชายคุณยายสวีข้างล่างเป็นคนของทางการ ช่วงนี้เรางดใช้ปืนกันก่อนดีกว่า จะได้ไม่เกิดปัญหา"

ลู่ยู่: "ตกลงครับ"

"พี่ลู่อย่าเพิ่งไปค่ะ หนูมีของจะให้"

เซียวชูเซี่ยกลับเข้าห้องไปหยิบกล่องเก็บของออกมา หยิบตลับยาเล็กๆ 6 ตลับส่งให้ลู่ยู่ "นี่เป็นยาที่หนูทำค่ะ ตลับกลมเป็นยาทาภายนอก ช่วยฆ่าเชื้อแก้อักเสบ ลดบวมถอนพิษ ใช้ทาแผลแมลงสัตว์กัดต่อยได้ผลดีมากค่ะ"

"ตลับเหลี่ยมเป็นยากิน ช่วยแก้ปวด บรรเทาอาการปวดท้องไม่สบายท้องค่ะ"

รับซื้อตะขาบกับแมลงสาบมาไม่น้อย แต่เซียวชูเซี่ยทำพลาดไปหลายครั้ง ที่ทำสำเร็จเป็นยามีแค่ 40 ตลับเล็ก

หลังจากลู่ยู่ขอบคุณและจากไป เจียงเฝ่ยกับเซียวชูเซี่ยก็ลงไปที่ชั้น 21 ให้ยากับหลิงเจ้าหรุยและคุณยายสวีคนละ 6 ตลับ แบ่งเป็นอย่างละ 3 ตลับเหมือนกัน

รวมกับที่ให้จู้จื่อไปลองยา 2 ตลับ เซียวชูเซี่ยเหลือยาในมือแค่ 22 ตลับ

"พี่สาวคะ พี่ต้องออกไปข้างนอกบ่อยๆ มันอันตราย 20 ตลับนี้ให้พี่นะคะ หนูเก็บไว้ 2 ตลับก็พอแล้ว"

เจียงเฝ่ยไม่ปฏิเสธ รับยา 20 ตลับไว้

เธอเก็บเข้าโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต ไว้ให้ยัยหนูช่างจ้อใช้ทีหลังได้

เป็นไปตามคาด ยังมีคนวิ่งขึ้นมาขอแลกยาอยู่เรื่อยๆ

แม้จู้จื่อกับโหวจึจะพาลูกน้องเฝ้าชั้น 21 ไว้ ใครขึ้นมาก็ซัดร่วงหมด แต่ก็ยังมีพวกไม่ยอมแพ้ ยืนตะโกนอยู่ตรงบันไดชั้นล่าง

พอไม่เจอเจียงเฝ่ย ก็เริ่มด่าทอ

จู้จื่ออยากลงไม้ลงมือให้หุบปาก แต่พวกนี้มันร้าย พอจู้จื่อขยับตัวก็วิ่งหนีทันที

พอจู้จื่อเหนื่อยกลับมาประจำที่ ก็วิ่งกลับมาด่าต่อ กะจะด่าให้เจียงเฝ่ยโผล่หัวออกมาให้ได้

สามวันติดๆ กัน คนสิบกว่าคนส่งเสียงดังหนวกหู จนคนทั้งสองชั้นไม่ได้หลับได้นอน

จู้จื่อกับลูกน้องยิ่งเหนื่อยแทบขาดใจ

ข้างบน

เซียวชูเซี่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป คว้ามีดทำครัวขึ้นมา "ไอ้พวกเวรตะไลหน้าด้าน! แม่จะส่งพวกแกไปเป็นอาหารงูเดี๋ยวนี้แหละ!"

"ฉันไปด้วย" เจียงเฝ่ยหยิบเครื่องพ่นไฟที่ไม่ได้ใช้มานานออกมา แล้วเดินลงไปพร้อมเซียวชูเซี่ย

พอเห็นเจียงเฝ่ยปรากฏตัว ทุกคนก็ส่งเสียงเซ็งแซ่——

"พวกเราไม่ได้ขออะไรมาก แค่อยากได้ยาแก้พิษงูคนละตลับ ถ้าให้มาคนละตลับ เราจะไปทันที"

"พวกเธอจับตะขาบแมลงสาบไปตั้งเยอะ ไม่รู้ทำยาได้เท่าไหร่ แบ่งให้พวกเราหน่อยจะเป็นไรไป?"

"ขี้งกชะมัด ไม่กลัวตายไปแล้วต้องแบกยาลงโลงไปด้วยหรือไง"

"มึงพูดหมาๆ อะไรวะ?!" จู้จื่อถลกแขนเสื้อเตรียมจะเข้าไปสั่งสอน แต่ได้ยินเสียง "หลีกไป"

จู้จื่อหลบทางให้โดยสัญชาตญาณ

ฟู่——

ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย เปลวไฟร้อนระอุพุ่งออกมา กลืนกินสองคนที่ยืนหน้าสุดในพริบตา

รวมถึงคนที่อยู่ข้างๆ ก็พลอยโดนไฟลวกไปด้วย

"โอ๊ย แขนฉัน! เจ็บ!"

"เจียงเฝ่ย นี่เธอถึงกับกล้าฆ่าคนเชียวเหรอ!"

"ตอนนี้ทางการมาช่วยแล้วนะ! ฉันจะเอาเรื่องชั่วๆ ของเธอไปฟ้องพวกเขา!"

เจียงเฝ่ยท่าทางไม่ยี่หระ "มีใครตายหรือยัง?"

ทุกคนมองไปที่พื้น

เจียงเฝ่ยคุมไฟได้ดีมาก เปลวไฟไม่ได้คร่าชีวิตคน แค่ทำให้ผิวหนังไหม้เกรียมระดับรุนแรง นอนดิ้นพราดๆ อยู่กับพื้น

ยังไม่ตาย แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น

"ยาของชั้น 22 รักษาแผลไฟไหม้ได้ด้วยนะ อยากลองไหม?" เจียงเฝ่ยยกเครื่องพ่นไฟขึ้นอย่างใจเย็น

ฝูงคนแตกฮือวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

พวกเขาลืมไปได้ยังไง ว่าเจียงเฝ่ยมันคนบ้า!

จู้จื่อรู้งาน พอเรื่องจบก็พาลูกน้องถอย แต่ไม่ลืมจับสองคนที่โดนไฟลวกจนตัวแดงเถือกโยนลงไปข้างล่าง

เซียวชูเซี่ยยังโกรธไม่หาย ฮึดฮัดว่า "ไม่เจ็บตัวไม่สำนึก คนพวกนี้มันน่าสมเพชจริงๆ"

"รอภัยพิบัติจบ พี่สาวคะเราย้ายที่อยู่กันเถอะ!"

เจียงเฝ่ยเงียบกริบ ไม่ได้บอกความจริงกับเซียวชูเซี่ย

หนึ่งคือเรื่องเกิดใหม่บอกใครไม่ได้ สองคือเธอไม่แน่ใจว่าวันสิ้นโลกจะจบลงเมื่อไหร่

ถ้าให้ความหวังไม่ได้ ก็อย่าทำให้อีกฝ่ายวิตกกังวลกับอนาคต ไม่งั้นจะป่วยทางจิตเอาได้

ที่สำคัญที่สุด ยัยหนูช่างจ้อจะพูดไม่หยุด หนวกหูแย่

เห็นเซียวชูเซี่ยยังบ่นงึมงำ เจียงเฝ่ยตัดสินใจเอาของกินอุดปากเธอ "กินหม้อไฟไหม?"

"ถือว่าฉลองย้อนหลังที่เราตั้งทีมสำเร็จ"

ความสนใจของเซียวชูเซี่ยถูกเบี่ยงเบนทันที "เอาค่ะ! หนูเกือบลืมรสชาติหม้อไฟไปแล้ว!"

"เธอไปตามหลิงเจ้าหรุยกับลู่ยู่ บอกให้อีกครึ่งชั่วโมงมาเจอกันที่ห้อง 2202"

พูดจบ เจียงเฝ่ยก็กลับบ้านไปเตรียมของ

ตอนเก็บเครื่องครัวคราวก่อน เธอเจอเตาแก๊สปิกนิกหลายอัน แถมมีแก๊สกระป๋องเพียบ เอามาต้มหม้อไฟได้พอดี

เพื่อไม่ให้กลิ่นแรงจนเป็นที่สังเกต เจียงเฝ่ยเลือกน้ำซุปใส แล้วเอาผักกาดขาวที่ปลูกเอง เส้นอุด้ง วุ้นเส้นเส้นใหญ่ น้ำจิ้มแบบซอง และแฮมกระป๋องออกมา

ซองบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นถูกเจียงเฝ่ยขยำจนยับยู่ยี่ สร้างภาพว่าเป็นของเก่าเก็บมานาน

เนื้อสัตว์สดๆ อธิบายที่มายาก เจียงเฝ่ยเลยไม่เอาออกมา แต่แกะซองผักซองเนื้อจากหม้อไฟอุ่นร้อนเองมาใส่แทน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ลู่ยู่และคนอื่นๆ ก็มาพร้อมหน้า

"ว้าว! พี่สาวเล่นมายากลเหรอคะ?! มีน้ำจิ้มแบบซองด้วย!"

เซียวชูเซี่ยตื่นเต้น วางเหล้าผลไม้สามขวดกับเนื้อหนูตากแห้งถุงใหญ่ลงบนโต๊ะ

ลู่ยู่กับหลิงเจ้าหรุยก็มีของติดมือมาด้วย

ลู่ยู่เอาแฮมกระป๋องมาสามกระป๋อง

หลิงเจ้าหรุยเอาผักกาดหอมที่ปลูกเอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งห่อ และมันฝรั่งทอดสองถุง

เจียงเฝ่อธิบายอย่างใจเย็น "ของพวกนี้หามาได้ตอนออกไปหาเสบียงเมื่อก่อนน่ะ"

"น้ำเดือดแล้ว นั่งลงกินเถอะ"

ทั้งสามคนนั่งลงตามลำดับ

เซียวชูเซี่ยหาแก้วมารินเหล้าผลไม้ให้ทุกคน ยกเว้นหลิงเจ้าหรุย

"แผลคุณยังไม่หาย ห้ามดื่มเหล้า ดื่มน้ำเปล่าไปก่อนนะ"

หลิงเจ้าหรุยเดินไปกดน้ำใส่แก้วมาครึ่งแก้วอย่างว่าง่าย

เซียวชูเซี่ยชูแก้วขึ้น "ฉลองการก่อตั้งทีมของเรา! ชนแก้ว!"

นานทีปีหนจะได้กินหม้อไฟ มีทั้งผักทั้งเนื้อ ทุกคนไม่มีเวลาคุยกัน ก้มหน้าก้มตากิน มีเพียงหลิงเจ้าหรุยที่ค่อยๆ คีบเส้นบะหมี่ในชามกินช้าๆ ไม่ยอมตักกับข้าวสักที

สังเกตเห็นท่าทีของเขา เจียงเฝ่ยคีบแฮมหลายชิ้นใส่ชามให้ พูดสั้นๆ "กิน"

เทียบกับเจียงเฝ่ยที่เย็นชา เซียวชูเซี่ยดูจะกระตือรือร้นกว่าเยอะ คีบผักใส่ชามหลิงเจ้าหรุยจนพูน "กินๆ ดื่มๆ ไม่ต้องคิดมาก"

"ในเมื่อพี่สาวชวนคุณมา ก็แปลว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งในทีมเราแล้ว"

ลู่ยู่ยกแก้วขึ้นชนกับหลิงเจ้าหรุยเบาๆ "แผลหายแล้วมาหาผม ผมจะฝึกคุณให้ ต่อไปจะได้ปกป้องทีมได้"

เข้าใจเจตนาของทุกคนว่าอยากให้เขาผ่อนคลาย หลิงเจ้าหรุยจมูกแสบร้อน ส่งเสียงอืมคำหนึ่ง แล้วตักผักเข้าปากคำโต

เขาทำบุญด้วยอะไรมา ถึงได้มาเจอเพื่อนดีๆ แบบนี้

รอแผลหายเมื่อไหร่ เขาต้องเลี้ยงหม้อไฟทุกคนคืนให้ได้!

กินอิ่มดื่มด่ำ เซียวชูเซี่ยเอนหลังพิงเก้าอี้ พูดความคิดตัวเองออกมา "พี่สาวคะ พรุ่งนี้พี่ว่างไหม? หนูอยากลงไปจับงู"

"งูน้ำเอามาทำยา ช่วยขับร้อนถอนพิษ ขับลมขจัดความชื้น กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้"

"มีประสบการณ์ครั้งที่แล้ว รอบนี้หนูต้องทำได้ดีกว่าเดิมแน่!"

ตอนนี้ความมั่นใจเธอพุ่งปรี๊ด!

เจียงเฝ่ย: "เธอช่วยฉันเก็บโต๊ะ ฉันจะไปจับงูเอง"

ยัยหนูช่างจ้อไม่กลัวแมลงกลัวงูแล้ว ไม่จำเป็นต้องพาออกไปฝึกความกล้า

งูน้ำจับง่าย เธอไปคนเดียว แป๊บเดียวก็กลับ

เจียงเฝ่ยสายลุย ดื่มเหล้าอึกสุดท้ายหมด ก็คว้าถังมีฝาปิดเดินลงไปข้างล่าง

เซียวชูเซี่ยเก็บกวาดเศษอาหารบนโต๊ะ

ลู่ยู่กับหลิงเจ้าหรุยก็ลุกขึ้นช่วย

กินข้าวด้วยกันมื้อหนึ่ง หลิงเจ้าหรุยที่ร่าเริงขึ้นเยอะ กระซิบถามลู่ยู่ "คุณรู้สึกไหมว่าพี่เจียงตามใจชูเซี่ยมาก?"

ลู่ยู่เห็นด้วย

คนสุดท้ายที่ได้รับสิทธิพิเศษแบบนี้ คือเจ้าต้าหวงของเขา

เจียงเฝ่ยเพิ่งลงมาถึงชั้น 21 ก็สังเกตเห็นประตูห้อง 2102 เปิดแง้มอยู่ ได้ยินเสียงผู้ชายขู่ลอดออกมาเบาๆ——

"อย่าบีบให้ผมต้องฆ่าคุณนะ"

จบบทที่ บทที่ 32 ยังไม่ตาย แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น

คัดลอกลิงก์แล้ว