- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 25 เจียงเฝ่ยพูดประโยคเดียว เจียงเจิ้งคังหุบปากสนิท
บทที่ 25 เจียงเฝ่ยพูดประโยคเดียว เจียงเจิ้งคังหุบปากสนิท
บทที่ 25 เจียงเฝ่ยพูดประโยคเดียว เจียงเจิ้งคังหุบปากสนิท
เสี่ยวก่วนหลบสายตาอย่างร้อนตัว "พวกเราไม่มีใครไปชั้น 22 สักคน"
"มีแต่คุณนั่นแหละ จู่ๆ ก็มาทุบประตูพวกเราพัง คุณต้องเอาเสบียงมาจ่ายค่าเสียหาย"
คนอื่นๆ ในทีมนิติบุคคลพากันสนับสนุน——
"เสี่ยวก่วนพูดถูก! ตอนนี้เราอาศัยประตูใหญ่กันหนู คุณทุบประตูพังก็เท่ากับไม่อยากให้เรามีชีวิตอยู่! ต้องชดใช้!"
"ของที่คุณขนกลับมาวันนี้ อย่างน้อยต้องแบ่งให้เราครึ่งหนึ่ง!"
"ทำอะไรต้องมีเหตุผล ไม่ใช่อ้างว่าป่วยแล้วจะมาอาละวาดใส่พวกเราแบบนี้!"
เจียงเฝ่ยคนจริงไม่พูดเยอะ จามขวานใส่ขาผู้ชายคนหนึ่งทันที
ตวัดมือวูบเดียว คมขวานเฉียดหัวล้านเลี่ยนของอีกคนไปเส้นยาแดงผ่าแปด ทำเอาเจ้าตัวฉี่ราดตรงนั้น
"ตอนนี้ ใครยังอยากได้ค่าเสียหายอีก?"
เงียบกริบ ไม่มีใครกล้าปริปาก
เสี่ยวก่วนกลัวจนถอยกรูด พยายามจะไปหลบหลังเพื่อนร่วมงาน แต่ถูกเจียงเฝ่ยกระชากผมไว้
"อ๊าก! คุณจะทำอะไร?! ปล่อยผมนะ!"
เจียงเฝ่ยไม่ฟัง ลากคอเสี่ยวก่วนไปที่ทางเดิน
จากนั้น ใช้ขวานไล่ต้อนคนที่เหลือออกมา
"ชอบทุบกำแพงทุบประตูนักไม่ใช่เหรอ?"
"วันนี้ถ้าทุบกำแพงนี้ไม่ทะลุ ก็ลงไปเป็นอาหารหนูในน้ำซะ"
เมื่อความจริงเปิดเผย เสี่ยวก่วนเลิกปฏิเสธ ตะโกนอย่างโกรธแค้น "ที่คุณบีบให้พวกเราทำแบบนี้!"
"คุณอยู่ชั้น 22 สุขสบาย มีเสบียงตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่เอามาแบ่งปันกัน?!"
"เพราะความเห็นแก่ตัวเลือดเย็นของคุณ! มีคนต้องอดตายไปตั้งกี่คน!"
"ผมทำเพื่อช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด ผมผิดตรงไหน?"
ปัง!
กระสุนนัดหนึ่งฝังเข้าที่หัวเข่าเสี่ยวก่วน
เสี่ยวก่วนล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
นึกไม่ถึงว่าเจียงเฝ่ยจะมีปืน คนที่คิดจะลอบกัดรีบล้มเลิกความคิดทันที
เจียงเฝ่ยยิ้มเยาะมองเสี่ยวก่วนที่นอนดิ้นพราดๆ "ฉันเสี่ยงชีวิตหาเสบียงมา ทำไมต้องแบ่งให้พวกแก?"
"แกใจดี แกประเสริฐ รับผู้ลี้ภัยเข้ามาเอง แล้วก็พาคนไปยึดชั้น 14 ฆ่าเจ้าของห้องเดิม ฉันทำเรื่องสกปรกแบบนั้นไม่ลงหรอก"
เสี่ยวก่วนกลั้นความเจ็บปวด เถียงอย่างชอบธรรม "เสียสละไม่กี่คน เพื่อปกป้องคนอีกหลายสิบคน ผมทำเพื่อส่วนรวม!"
"ถ้าพวกเขาไม่ขัดขืนสุดชีวิต เราก็คงไม่ลงมือหรอก!"
"บุกรุกบ้านคนอื่นยังมีหน้ามาพูดดีอีกนะ?" เจียงเฝ่ยเตะเข้าที่แผลเสี่ยวก่วน แล้วยกปืนขึ้น:
"นับถึงสาม ใครยังไม่เริ่มทุบกำแพง ฉันจะยิงทิ้ง"
เจียงเฝ่ยเพิ่งนับ "3" คนของนิติบุคคลก็รีบคว้าของมาทุบกำแพงห้อง 1402 ทันที
เสี่ยวก่วนไม่อยากตาย คลานกะเผลกไปที่กำแพง ก้มหน้าก้มตาทำตามอย่างจำใจ
เจียงเฝ่ยเก็บปืน ลากเก้าอี้มานั่งคุมงานอยู่ข้างหลัง
มือหนึ่งถือขวาน อีกมือล้วงกระเป๋าเสื้อคลุม หยิบเมล็ดทานตะวันอบเครื่องเทศออกมาแทะเล่น
เสี่ยวก่วนกับพวกทั้งโกรธทั้งหิว
รู้ทั้งรู้ว่าพวกเขาหิว ยังมานั่งแทะเมล็ดทานตะวันโชว์อีก นี่คนหรือเปล่า?!
แต่ทำได้แค่โกรธ ไม่กล้าพูด ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาทุบกำแพง
มีคนแอบอู้งาน เสียงเย็นยะเยือกของเจียงเฝ่ยก็ลอยมา:
"คนตายเท่านั้นถึงจะได้พัก"
คนคนนั้นสะดุ้งโหยง รีบกลับไปทำงานต่อทันที
เสียงปืนและเสียงเอะอะดึงดูดความสนใจจากลูกบ้านชั้นอื่น
บ้างก็มามุงดู บ้างก็จ้องเมล็ดทานตะวันของเจียงเฝ่ยตาเป็นมัน
ทันใดนั้น มีคนเบียดฝูงชนออกมา พุ่งตรงมาหาเจียงเฝ่ย
ถ้าเจียงเฝ่ยไม่ยกขวานขึ้น หลี่เยี่ยนผิงคงกระโจนใส่เธอไปแล้ว
"เจ้าหมิงจะไม่ไหวแล้ว! รีบเอาเรือยางมาให้ฉัน! ฉันต้องพาเขาไปโรงพยาบาล! ถือว่าฉันขอร้อง!"
แม้จะหอบเหนื่อยเพราะรีบวิ่งมา แต่หลี่เยี่ยนผิงก็ยังวางก้ามสั่งการ
แววตาเจียงเฝ่ยฉายแววร้ายกาจ "ขอร้องคนก็ต้องมีท่าทีของการขอร้อง ป้าคุกเข่าพูดสิ ฉันอาจจะเก็บไปพิจารณา"
"นังสารเลว อย่าให้มันได้คืบจะเอาศอกนะ!"
"ป้าไม่อยากช่วยลูกพี่ลูกน้องแล้วเหรอ?"
หลี่เยี่ยนผิงอยากจะเข้าไปฉีกทึ้งรอยยิ้มนั้นให้แหลกคามือ แต่พอนึกถึงลูกชายที่นอนพะงาบๆ อยู่บนเตียง ก็กัดฟันคุกเข่าลงตรงหน้าเจียงเฝ่ย "พอใจหรือยัง!"
"เรือยางไม่มี แต่ถ้าโลงศพ ฉันพอจะช่วยหาให้ได้"
"เจียงเฝ่ย นี่แกกล้าหลอกฉันเหรอ?!"
หลี่เยี่ยนผิงลุกขึ้นมาสบถด่า ยังไม่ทันจะพุ่งเข้าใส่เจียงเฝ่ย ก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งขวางไว้
"ถ้าฉันช่วยจัดการนังนี่ จะให้ไส้กรอกไหม?"
ไส้กรอกคราวที่แล้ว พวกเขายังกินไม่อิ่มเลย
เจียงเฝ่ย: "มีแต่เมล็ดทานตะวัน"
คนกลุ่มนั้นมองหน้ากัน แล้วรุมสกรัมหลี่เยี่ยนผิงที่กำลังโวยวาย
เมล็ดทานตะวันก็ได้
แก้ขัด!
มีคนลงมือสั่งสอนหลี่เยี่ยนผิงแทน เจียงเฝ่ยเลยนั่งแทะเมล็ดทานตะวันต่ออย่างสบายใจ
ไม่ลืมที่จะหยิบเมล็ดทานตะวันอีกสองถุง วางไว้ที่ขอบหน้าต่าง เป็นค่าตอบแทนให้ "นักเลงรับจ้าง"
"หยุดนะ!"
จู่ๆ เจียงเจิ้งคังก็วิ่งออกมา พยายามจะห้ามคนที่กำลังรุมทุบตีหลี่เยี่ยนผิง
แต่พวกเขาไม่ฟังเลยสักนิด เจียงเจิ้งคังจำต้องหันมาขอร้องเจียงเฝ่ย:
"เฝ่ยเฝ่ย หลานปล่อยป้าไปเถอะนะ?"
"ยังไงเขาก็เป็นป้าสะใภ้แท้ๆ ของหลาน......"
เจียงเฝ่ยจ้องหน้าเจียงเจิ้งคัง "ลุงจำได้ไหมว่าเมื่อก่อนป้าทำกับฉันยังไงบ้าง?"
ประโยคเดียว ทำเอาเจียงเจิ้งคังหุบปากสนิท
เพราะสิ่งที่หลี่เยี่ยนผิงทำกับเจียงเฝ่ยในอดีต คำว่าทารุณกรรมยังน้อยไป
เขาจำได้ไม่ลืม วันแรกที่เจียงเฝ่ยมาถึงบ้าน หลี่เยี่ยนผิงบอกว่าเธอสกปรก จงใจสาดน้ำใส่เธอทั้งถังกลางลานบ้าน ในวันที่อากาศติดลบยี่สิบองศา
คืนนั้นเจียงเฝ่ยไข้ขึ้นสูง เกือบเอาชีวิตไม่รอด
บนโต๊ะกินข้าวก็ไม่มีที่สำหรับเจียงเฝ่ย หลี่เยี่ยนผิงให้เธอนั่งม้านั่งเล็กๆ ในครัว กินเศษอาหารเหลือเดนของคนในบ้าน
ชามที่ใช้ ยังเป็นชามข้าวหมาจรจัดตัวเก่า
เรื่องราวทำนองนี้มีนับไม่ถ้วน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทะเลาะกับหลี่เยี่ยนผิง แต่เธอเป็นคนแข็งกร้าว เขาเลยไม่กล้าหือ
ด้วยความรู้สึกผิด เจียงเจิ้งคังไม่มีหน้าจะขอร้องเจียงเฝ่ยอีก เดินคอตกจากไป
ตอนเดินผ่านหลี่เยี่ยนผิงที่โดนซ้อม เจียงเจิ้งคังเกิดความคิดน่ากลัวแวบหนึ่ง
ความทุกข์ทรมานของเขา ล้วนมาจากหลี่เยี่ยนผิง
ถ้าหลี่เยี่ยนผิงตายไป หัวที่ก้มต่ำมาตลอดชีวิตของเขา ก็คงจะได้เงยขึ้นสักที......
พอรู้ตัวว่าคิดอะไรอยู่ เจียงเจิ้งคังก็รีบวิ่งหนีไปอย่างตื่นตระหนก
หลี่เยี่ยนผิงมีลูกให้เขาตั้งสองคน เขาคิดแบบนี้ได้ยังไง?
เจียงเฝ่ยเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว จึงสั่งให้หยุดมือ
นักเลงรับจ้างพากันไปแบ่งเมล็ดทานตะวันอย่างเบิกบานใจ ทิ้งหลี่เยี่ยนผิงที่บอบช้ำไปทั้งตัวให้นอนสลบไสลอยู่ที่เดิม
เสียดายเจียงจื่อซวนไม่มา
เจียงเฝ่ยผิดหวังนิดหน่อย ไม่สนใจร่างไร้สติของหลี่เยี่ยนผิง หันไปมองพวกนิติบุคคลที่หยุดมือ แล้วยกขวานขึ้น "อยากพักผ่อนตลอดไปไหม?"
พวกนิติบุคคลรีบก้มหน้าก้มตาทุบกำแพงอย่างขยันขันแข็ง เสี่ยวก่วนด่าเจียงเฝ่ยในใจเป็นพันครั้ง
ทำไมสวรรค์ไม่ลงโทษคนชั่วอย่างนังนี่สักที?!
—
ชั้น 22
พอรู้ว่าเจียงเฝ่ยถือขวานไปหาเรื่องพวกเสี่ยวก่วน เจียงจื่อซวนกลัวโดนลูกหลง เลยหนีขึ้นมาข้างบน เคาะประตูไฟฟ้าตรงบันได
อาศัยจังหวะที่นังเด็กเวรไม่อยู่ เธอต้องรีบจับผู้ชายชั้น 22 คนนั้นให้ได้!
มีแค่เขา ที่จะปกป้องเธอได้!
ประตูไฟฟ้าเปิดออกอย่างรวดเร็ว
คนมาเปิดคือเซียวชูเซี่ย
ลู่ยู่ที่ได้ยินเสียงเคาะประตูเหมือนกัน ยืนอยู่ที่ทางเดิน ไม่ได้เดินเข้าไป
จำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่พี่สาวเกลียด เซียวชูเซี่ยพูดเสียงห้วน "เคาะทำไม?"
"ฉะ ฉันไม่ได้มาร้ายนะ...... ฉันมาหาเจียงเฝ่ย ลูกพี่ลูกน้องฉัน......"
เจียงจื่อซวนแสร้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน "เฝ่ยเฝ่ยดูเหมือนจะเข้าใจฉันผิด ฉันเลยอยากจะปรับความเข้าใจกับน้อง ให้ฉันเข้าไปได้ไหมคะ? หรือให้เฝ่ยเฝ่ยออกมาก็ได้"
"ฉันกับน้องยังไงก็คนกันเอง ฉันไม่อยากให้น้องเหินห่างกับฉันไปมากกว่านี้......"
พูดจบ เจียงจื่อซวนก็บีบน้ำตาอย่างเสแสร้ง
จากนั้นก็ทำทีเป็นก้มหน้าเช็ดน้ำตาอย่างเขินอาย แต่ความจริงจงใจใช้แขนดันเสื้อที่ปลดกระดุมไว้ไม่เรียบร้อย ให้เผยเนินอกอวบอิ่ม
แผลบนหน้ายังไม่หายดี เธอต้องใช้เรือนร่างเข้าแลก
เจียงจื่อซวนมั่นใจในรูปร่างตัวเองมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังค้นเจอชุดเดรสของเจ้าของห้องเดิมชั้น 14 มาใส่ ขับเน้นเอวคอดขาเรียวให้ดูโดดเด่น ไม่เชื่อหรอกว่าผู้ชายชั้น 22 จะไม่มีอารมณ์บ้างเลย!
"ฝากถามเฝ่ยเฝ่ยให้หน่อยนะคะ ถ้าน้องไม่อยากเจอหน้าฉัน งั้นวันหลังฉันค่อยมาใหม่......"
ปากพูดกับเซียวชูเซี่ย แต่สายตาฉ่ำน้ำของเจียงจื่อซวนกลับส่งไปให้ลู่ยู่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล
แต่วินาทีต่อมา
เซียวชูเซี่ยก็เอาตัวมาบังสายตาเจียงจื่อซวน ยิ้มตาหยีพูดว่า:
"พี่จื่อซวนคะ นมพี่ยานแล้วนะ อย่าโชว์เลยดีกว่า เดี๋ยวคนอื่นเขาจะอ้วกเอา มันไม่ดีต่อตัวพี่และส่วนรวมนะคะ"
อย่าคิดว่าเธอดูไม่ออกนะว่ายัยนี่คิดอะไรอยู่!
คิดจะอ่อยพี่ลู่งั้นเหรอ?
ถุย!