เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ไม่เจอกันหนึ่งปี คิดถึงหนูไหมคะพี่สาว?

บทที่ 15 ไม่เจอกันหนึ่งปี คิดถึงหนูไหมคะพี่สาว?

บทที่ 15 ไม่เจอกันหนึ่งปี คิดถึงหนูไหมคะพี่สาว?


เจียงเฝ่ยเบี่ยงตัวหลบมือของหลี่เยี่ยนผิงที่ยื่นมาจะจับ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "บ้านใคร?"

หลี่เยี่ยนผิงพูดอย่างเต็มปากเต็มคำ "ก็บ้านของพวกเราที่ยวี่หลานย่วนไง"

"เจียงเฝ่ย อย่าลืมนะว่าหลายปีมานี้แกโตมาในบ้านใคร"

"ถ้าไม่มีฉัน ไอ้เด็กเนรคุณที่พ่อไม่เอาแม่ไม่สั่งสอนอย่างแก คงหนาวตายข้างถนนไปนานแล้ว...... อ๊ากกก!!!"

เจียงเฝ่ยจับสายสะพายเป้ เหวี่ยงกระเป๋าฟาดเข้าที่หัวของหลี่เยี่ยนผิงเต็มแรง

ของในกระเป๋า เธอแอบเปลี่ยนเป็นก้อนหินที่เก็บมาจากใต้น้ำตั้งนานแล้ว

ทั้งหนักทั้งแข็ง ทุบหลี่เยี่ยนผิงจนร้องโหยหวนเหมือนหมูถูกเชือด

เจียงเฝ่ยทำหูทวนลม เหวี่ยงกระเป๋าเร็วขึ้นเรื่อยๆ "ป้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดถึงแม่ฉัน?"

"ถ้าไม่มีเงินที่แม่ฉันทิ้งไว้ ป้าจะมีปัญญากินจนอ้วนเป็นหมูแบบนี้เหรอ?"

"อยากได้ของฉันไม่ใช่เหรอ? กระเป๋าก็ส่งให้ถึงหน้าแล้ว ทำไมไม่รับล่ะ? หลบทำไม?"

ปั้ก!

หลี่เยี่ยนผิงถูกทุบจนล้มคว่ำ ร้องห่มร้องไห้

เจียงจื่อหมิงที่อยู่ข้างๆ โกรธจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปช่วยหลี่เยี่ยนผิง เลยเริ่มยุยงคนรอบข้าง:

"พวกมันมีแค่สามคน มีมีดเล่มเดียว พวกเราช่วยกันรุม ไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการไม่ได้ จะแย่งของไม่ได้?"

"หรือพวกแกอยากจะอดตายต่อไป?"

สิ้นคำพูดนี้ ฝูงคนที่มุงดูอยู่ก็พากันพุ่งเข้ามา

เซียวชูเซี่ยรีบยกมีดขึ้น กวัดแกว่งไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง

ส่วนเจียงจื่อหมิงหยิบก้อนอิฐขึ้นมา อ้อมไปด้านหลังเจียงเฝ่ย

คิดจะฉวยโอกาสลอบกัด ใครจะรู้ว่าจู่ๆ เจียงเฝ่ยก็ตวัดมือกลับหลัง

มีดสั้นคมกริบราวกับตัดเต้าหู้ ฟันแขนขวาของเจียงจื่อหมิงขาดสะบั้น

"อ๊ากกก!!!"

ก้อนอิฐและแขนร่วงหล่นลงพื้นพร้อมกัน

เส้นประสาทที่แขนยังทำงานอยู่ กระตุกเกร็งโดยไม่รู้ตัว เลือดสาดกระเซ็นเป็นฝอย

กลุ่มคนที่กะจะแย่งเสบียง ตกตะลึงจนยืนแข็งทื่อ

มีบางคนโดนเซียวชูเซี่ยที่กำลังสติแตกฟันจนได้รับบาดเจ็บ

ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ลู่ยู่ที่ยืนอยู่หลังสุด แอบเก็บปืนเงียบๆ

เพื่อนบ้านไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา

เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถูกฟันแขนขาด ดิ้นพราดๆ ด้วยความเจ็บปวด หลี่เยี่ยนผิงไม่สนแผลที่หน้าผากแล้ว ตะเกียกตะกายลุกขึ้นพุ่งใส่เจียงเฝ่ยด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว:

"นังแพศยา ฉันจะสู้ตายกับแก!"

ตูม——!

เจียงเฝ่ยถีบหลี่เยี่ยนผิงกระเด็นตกลงไปในน้ำท่วมขังนอกตึกพอดิบพอดี

หลี่เยี่ยนผิงรีบคว้าขอบหน้าต่างไว้อย่างลนลาน ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ:

"ช่วยด้วย! ฉันว่ายน้ำไม่เป็น!"

เจียงเจิ้งคังยืนบื้อทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะช่วยใครก่อนดี

เจียงเฝ่ยยิ่งไม่มีทางช่วย เดินตรงไปที่บันได

ไม่อยากเป็นผู้โชคร้ายรายที่สาม ทุกคนรีบแหวกทางให้เธอ

เผยให้เห็นเจียงจื่อซวนที่แอบอยู่ตรงบันไดตลอดเวลา

ความแค้นพวยพุ่งขึ้นในใจเจียงเฝ่ยทันที เธอถือมีด ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น:

"พี่สาวแอบทำไมคะ ไม่ออกมาเจอหน้ากันหน่อยเหรอ?"

"เราไม่เจอกันหนึ่งปี พี่ไม่คิดถึงหนูเหรอคะ?"

เจียงเฝ่ยขยับเข้าไปใกล้เจียงจื่อซวน

ปากยิ้ม แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความอำมหิต

โดยเฉพาะเลือดที่ติดมีด ยังหยดใส่เสื้อผ้าของเจียงจื่อซวน

เจียงจื่อซวนขยับหนีด้วยความกลัว พยายามจะวิ่งสวนเจียงเฝ่ยลงไปข้างล่าง

ทันใดนั้นเจียงเฝ่ยก็เงื้อมีดขึ้น

เจียงจื่อซวนหลบโดยสัญชาตญาณ แต่ลืมไปว่าอยู่บนบันได เลยก้าวพลาด ตกลงไป

"โอ๊ย!"

เจียงเฝ่ยมองดูเจียงจื่อซวนกลิ้งตกบันไดอย่างเพลิดเพลิน ยังไม่คิดจะฆ่าเธอตอนนี้

ไม่ต้องรีบ

บัญชีแค้นชาติที่แล้ว ต้องค่อยๆ ชำระ

เจียงเฝ่ยละสายตากลับมา เดินขึ้นตึกไป

เซียวชูเซี่ยกับลู่ยู่ตามหลังไปติดๆ

คราวนี้ ไม่มีใครกล้าเรียกพวกเธออีก

เพราะไม่มีใครอยากยุ่งกับคนบ้าถือมีด

ชั้น 21

รู้สึกได้ว่าเจียงเฝ่ยอารมณ์ไม่ดี เซียวชูเซี่ยยัดลูกอมกระต่ายขาวใส่มือเธอหลายเม็ด:

"พี่สาว ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพี่มีเรื่องอะไรกับคนพวกนั้น แต่ฉันอยากให้พี่มีความสุข อย่าไปใส่ใจพวกนั้นเลยค่ะ"

"ลูกอมหวานๆ ช่วยเยียวยาได้เยอะเลยนะ"

เจียงเฝ่ยกำลูกอมไว้อย่างเก้อเขิน "ขอบคุณนะ"

"ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่"

"ถ้าพี่ไม่สอนให้ฉันถือมีดสู้ เมื่อกี้ฉันคงไม่มีความกล้าเผชิญหน้ากับพวกผู้ลี้ภัยนั่นหรอก"

พูดจบ เซียวชูเซี่ยก็แบ่งเสบียงออกมาถุงหนึ่ง ยื่นให้เจียงเฝ่ย "เราแบ่งกันคนละครึ่งค่ะ"

"เธอจ่ายค่าจ้างแล้ว" เจียงเฝ่ยคืนถุงให้เซียวชูเซี่ย ท่าทางเย็นชา

เซียวชูเซี่ยก้มหน้าลงอย่างผิดหวัง รู้สึกว่าเจียงเฝ่ยยังคงเหินห่างกับเธอ แต่แล้วก็พบว่าในถุงมีน้ำตาลทรายแดงเพิ่มมาหนึ่งห่อ

"เอ๊ะ? นี่คือ?"

"น้ำตาลทรายแดงที่เธออยากได้ไง"

เซียวชูเซี่ยนึกถึงคำพูดที่ตัวเองพูดกับเจียงเฝ่ยในห้างสรรพสินค้าขึ้นมาได้

พี่สาวจำได้ตลอดเลย!

งั้นแสดงว่าพี่เขาก็ไม่ได้รังเกียจเรานี่นา!

พอเงยหน้าขึ้น เจียงเฝ่ยก็เดินขึ้นชั้น 22 ไปแล้ว

เซียวชูเซี่ยอดขำไม่ได้

พี่สาวปากร้ายใจดี น่ารักจัง!

เพื่อป้องกันไม่ให้หลี่เยี่ยนผิงรู้ที่อยู่แล้วตามมารังควาน เจียงเฝ่ยเรียกลู่ยู่ไว้:

"ที่บ้านฉันมีประตูไฟฟ้าเหลืออยู่หลายบาน ขนาดเท่ากับประตูทางขึ้นบันไดพอดี เอาไปติดกั้นไม่ให้คนข้างล่างขึ้นมาได้ คุณต่อสายไฟเป็นไหม?"

ลู่ยู่พยักหน้า "พอดีผมมีเครื่องมือครบชุด ต่อเข้ากับเครื่องปั่นไฟห้องผมก็ได้ครับ"

เพื่อนบ้านออกประตู เขาออกค่าไฟ แฟร์ๆ

เจียงเฝ่ยตกลง ทำทีกลับเข้าบ้านไปเอาของ แล้วเอาประตูไฟฟ้าออกมาวางไว้ในห้องนั่งเล่นบานหนึ่ง

ห้อง 2203

ลู่ยู่หยิบเครื่องมือเตรียมจะออกไป เหลือบเห็นเจ้าเหมียวส้มนอนหมอบอยู่บนคอนโดแมว ก็ชะงักฝีเท้า

ดูเหมือนทุกครั้งที่เพื่อนบ้านเห็นเจ้าตัวเล็กนี่ จะดูมีความสุขมากเลยนะ

"อยากออกไปเล่นไหม?"

"เมี๊ยว!" เจ้าเหมียวส้มกระโดดลงจากคอนโดแมว วิ่งจู๊ดออกจากห้องทันที

พอดีกับที่เจียงเฝ่ยเดินออกมาจากห้อง 2202

เจ้าเหมียวส้มปีนขาเจียงเฝ่ยอย่างคุ้นเคย "เมี๊ยว เมี๊ยว!"

เจ้าสองขา!

เจอ "เจิ้น" (คำเรียกแทนตัวของจักรพรรดิ) ดีใจไหมล่ะ!

เจ้าเหมียวส้มซุกไซ้ออเซาะอยู่ในอ้อมกอดเจียงเฝ่ย โชว์พุงนุ่มนิ่ม

อดทนไว้!

ห้ามซุกพุงแมวเด็ดขาด!

มีคนอื่นอยู่!

"เมี๊ยว~" เจ้าเหมียวส้มเอียงคอ มองเจียงเฝ่ยตาแป๋ว เหมือนจะถามว่า——

"ทำไมไม่ลูบหนูล่ะ?"

ใจเจียงเฝ่ยละลายเหลวเป๋ว อดไม่ได้เอาปลายจมูกไปถูกจมูกสีชมพูของเจ้าเหมียวส้ม

น่ารักชะมัด!

มองเจียงเฝ่ยที่ปกติหน้าตาย ในที่สุดก็เผยความสดใสสมวัยออกมา ลู่ยู่กลับเข้าไปหยิบไม้ล่อแมวออกมาจากห้อง:

"แมวผมติดคนมาก รบกวนคุณช่วยเล่นเป็นเพื่อนมันหน่อยนะครับ ผมขอตัวไปติดประตูก่อน"

"จริงสิ ตอนนี้มันมีชื่อแล้วนะ ชื่อต้าหวง (เจ้าเหลือง)"

เจียงเฝ่ย: "......"

ลู่ยู่คงแค้นฝังหุ่นกับหมาสินะ

เนื่องจากลู่ยู่ไม่ต้องใช้ลูกมือ เจียงเฝ่ยจึงเล่นกับต้าหวงอยู่ที่ทางเดิน อยู่เป็นเพื่อนเขา

ไม่นานนัก

ลู่ยู่ก็ถอดประตูทางขึ้นบันไดออก แล้วติดตั้งประตูไฟฟ้าเข้าไปแทน

ตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว ลู่ยู่เก็บเครื่องมือ พูดกับเจียงเฝ่ยว่า "ผมดัดแปลงประตูไฟฟ้านิดหน่อย ถ้าใครพยายามจะพังเข้ามาจากด้านนอก จะโดนไฟช็อตตายทันที"

"ผมติดกริ่งไว้หน้าประตูด้วย ต่อสายเข้ากับห้องคุณและห้องผม"

"แบบนี้ใครมาเราก็จะรู้"

เจียงเฝ่ยส่งสายตาชื่นชม

สุดยอด!

"ต้าหวงคงเล่นจนเหนื่อยแล้ว คุณอุ้มกลับไปเถอะ" เจียงเฝ่ยส่งต้าหวงคืนให้ลู่ยู่อย่างอาลัยอาวรณ์

ลู่ยู่ไม่รับแมว "ประตูไฟฟ้านี่ช่วยลดปัญหาได้เยอะ ถือว่าผมเอาเปรียบคุณ งั้นให้ผมเลี้ยงข้าวเช้าคุณสักมื้อดีไหมครับ?"

เพื่อจะได้อุ้มต้าหวงต่อนานอีกหน่อย เจียงเฝ่ยตกลง และไม่ลืมกลับเข้าบ้านไปเอาของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย

เป็นแครกเกอร์โซดาที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตโฟร์ซีซั่นคราวที่แล้ว รวมทั้งเนื้อบดที่รับปากจะให้ลู่ยู่

ต่างจากห้อง 01 และ 02 ห้อง 2203 ตกแต่งเรียบง่ายมาก

ในห้องนั่งเล่นนอกจากโต๊ะเก้าอี้และโซฟาชุดหนึ่ง ก็มีแต่ของใช้ของต้าหวง ดูซอมซ่อแปลกๆ

เจียงเฝ่ยวางต้าหวงลงบนโซฟา มองลู่ยู่ที่อยู่ในครัวแบบเปิด

บ้านลู่ยู่มีถังน้ำสำรอง เขากำลังหั่นมันฝรั่งที่ล้างแล้ว

ท่าทางเชื่องช้าพิถีพิถัน ทำให้เจียงเฝ่ยเริ่มสงสัย

"คุณทำอาหารเป็นเหรอ?"

ลู่ยู่เม้มปาก "ก็พอถูไถครับ"

เจียงเฝ่ย: "......"

แปลว่าทำไม่เป็นสินะ

"ฉันทำเองดีกว่า"

ไม่อยากกินของไม่อร่อย เจียงเฝ่ยแย่งมีดทำครัวมา ลู่ยู่ถอยไปยืนข้างๆ

เห็นเจียงเฝ่ยซอยมันฝรั่งเป็นเส้นอย่างรวดเร็ว แล้วลงมือผัดอย่างคล่องแคล่ว ลู่ยู่ถามด้วยความสงสัย "คุณทำอาหารบ่อยเหรอครับ?"

เจียงเฝ่ยส่งเสียงอืมคำหนึ่ง

หลังจากย้ายไปอยู่บ้านหลี่เยี่ยนผิง เธอก็กลายเป็นคนรับใช้

ไม่ใช่แค่ต้องหัดทำกับข้าว ยังต้องทำงานบ้านสารพัด ปรนนิบัติครอบครัวนั้น

ทำไม่ดี หลี่เยี่ยนผิงก็ตบตี แล้วงดข้าววันนั้นของเธอ

หนี้แค้นพวกนี้ เธอจะค่อยๆ เอาคืนให้สาสม

เจียงเฝ่ยหลุบตาซ่อนความอำมหิต

รำคาญลู่ยู่ที่ยืนเกะกะ เธอจึงไล่เขาไป "คุณไปอยู่เป็นเพื่อนต้าหวงเถอะ"

"ครับ" ลู่ยู่ทำตามอย่างว่าง่าย

ไม่นาน กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมา

ลู่ยู่อดทึ่งไม่ได้

ทำอาหารเป็น ฆ่าคนได้ เพื่อนร่วมทีมดีๆ แบบนี้หาได้ที่ไหน?

แป๊บเดียว เจียงเฝ่ยก็ทำมื้อเช้าเสร็จ

ผัดมันฝรั่งเส้นหนึ่งจาน บะหมี่มะเขือเทศใส่ไข่ร้อนๆ สองชาม ยังมีหมูผัดพริกอีกจาน

ต้าหวงได้กลิ่นหอมก็กระโดดขึ้นโต๊ะ

วันนี้เจ้านายไม่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแฮะ!

"แมวเด็กกินของพวกนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวตายเอา" เจียงเฝ่ยขู่ต้าหวง

ต้าหวงเหมือนจะฟังรู้เรื่อง หดอุ้งเท้าที่กำลังจะตะปบหมูผัดพริกกลับ หมอบลงกับที่

ส่วนลู่ยู่ชิมหมูผัดพริกคำหนึ่ง รสชาติเผ็ดร้อนนุ่มลิ้น เจริญอาหารสุดๆ อดไม่ได้ที่จะคีบอีกคำ

นี่สิอาหารที่คนควรกิน

กินอิ่มดื่มด่ำ ลู่ยู่ส่งเจียงเฝ่ยกลับ แล้วถือกล่องเครื่องมือที่วางอยู่บนพื้น เดินไปที่ห้องนอนเล็กที่ปิดประตูสนิท

ไขกุญแจเปิดประตู

อาวุธจำนวนนับไม่ถ้วนวางกองอย่างเป็นระเบียบอยู่ในห้อง

ตั้งแต่ปืนกลมือ ปืนกลหนัก ไปจนถึงมีดสั้น เข็มเหล็ก

ยังมีน้ำมันเบนซิน ดีเซลอีกหลายสิบถัง

ที่เด่นสะดุดตาที่สุดคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายลังวางอยู่ตรงกลาง

ได้ลิ้มรสฝีมือเจียงเฝ่ยแล้ว ลู่ยู่ไม่อยากกลับไปกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกเลย

น่าเสียดาย จะไปฝากท้องบ่อยๆ ก็ไม่ได้

เจียงเฝ่ยออกจากห้อง 2203 ไม่ได้กลับบ้าน แต่ลงไปที่ชั้น 21

มือที่ล้วงกระเป๋า ลูบลูกอมกระต่ายขาวที่เซียวชูเซี่ยให้มา

ไม่ว่าจะชาติที่แล้ว หรือชาตินี้ เธอไม่เก่งเรื่องตอบรับไมตรีจิตของคนอื่น

เทียบกับคำพูด เธอถนัดใช้การกระทำพิสูจน์มากกว่า

เธออยากลองดูว่า เซียวชูเซี่ยคุ้มค่าที่จะคบหาต่อไปไหม

เจียงเฝ่ยเคาะประตูห้อง 2103

เซียวชูเซี่ยยังไม่นอน ถามว่าใครแล้วก็เปิดประตู:

"พี่สาวมาทำอะไรคะ?"

จบบทที่ บทที่ 15 ไม่เจอกันหนึ่งปี คิดถึงหนูไหมคะพี่สาว?

คัดลอกลิงก์แล้ว