- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 10 อย่าเงียบสิ! ผมกลัว!
บทที่ 10 อย่าเงียบสิ! ผมกลัว!
บทที่ 10 อย่าเงียบสิ! ผมกลัว!
เจียงเฝ่ยเก็บมีดกลับไปอย่างเงียบเชียบ แนะนำตัวเองว่า "ลูกบ้านห้อง 2202 เจียงเฝ่ยค่ะ"
ลู่ยู่ทวนชื่อของเด็กสาวในใจหนึ่งรอบ ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "มือถือผมแบตหมด กลับมาถึงเห็นข้อความบนประกาศตามหาแมว ผมเคาะประตูแล้วไม่มีคนตอบ ก็เลยมารอคุณที่หน้าประตูครับ"
"เราเคยเจอกันครั้งหนึ่ง คุณจำผมได้ไหม?"
เจียงเฝ่ยส่งเสียงอืมคำหนึ่ง ไม่อยากจะทักทายพูดคุยให้มากความ "คุณรอตรงนี้ ฉันจะไปอุ้มมิมิมาให้"
ลู่ยู่พยักหน้าแล้วหลีกทางให้
เจียงเฝ่ยเปิดประตูห้อง 2202 เข้าไป แล้วปิดประตูตามหลังทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ลู่ยู่เห็นแสงไฟในห้อง
บนโซฟา เจ้าเหมียวส้มนอนหงายท้องแผ่หลาอย่างเกียจคร้าน เผยให้เห็นอุ้งเท้าสีชมพูระเรื่อ
พุงน้อยๆ กลมดิกกระเพื่อมขึ้นลง ทำให้คนเห็นอดใจไม่ไหวอยากจะเข้าไปขยำ
น่าเสียดายที่ไม่ใช่แมวของเธอ
เจียงเฝ่ยอุ้มเจ้าเหมียวส้มขึ้นมาอย่างอาลัยอาวรณ์ หยิบเนื้อบดที่ทำไว้ล่วงหน้าสองถุงออกมาจากโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วกลับออกไปที่ทางเดิน
"นี่เป็นเนื้อวัวบดกับเนื้อไก่บดที่ฉันทำเอง ไม่มีการปรุงรส เก็บในอุณหภูมิห้องได้สองสามวัน เอาไว้ป้อนมันนะคะ"
"ขอบคุณที่ช่วยดูแลมันให้นะครับ" ลู่ยู่ยื่นมือมารับเจ้าเหมียวส้ม
ประจวบเหมาะกับที่เจ้าเหมียวส้มนอนสะลึมสะลือ ลืมตาตื่นขึ้นมา เจอกับใบหน้าเปื้อนยิ้มขนาดใหญ่ของชายหนุ่มเข้าพอดี
เมี๊ยววว!
เจ้านายโผล่มาได้ยังไงเนี่ย?!
เจ้าเหมียวส้มดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของลู่ยู่โดยสัญชาตญาณ คิดจะวิ่งหนี
เจียงเฝ่ยยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว รับเจ้าเหมียวส้มที่กระโดดลงมาไว้ได้อย่างมั่นคง
"มันอาจจะเพิ่งตื่น เลยยังมึนๆ น่ะค่ะ"
"มิมิ เจ้านายแกมารับแล้ว เป็นเด็กดีกลับบ้านไปกับเขานะ"
เจียงเฝ่ยส่งเจ้าเหมียวส้มกลับเข้าสู่อ้อมกอดของลู่ยู่อีกครั้ง
เจ้าเหมียวส้มน้ำตาคลอเบ้า
เจ้าสองขา เธอแค่อยากเห็นฉันโดนตีใช่ไหมเนี่ย!
ส่งแมวเสร็จ เจียงเฝ่ยก็กลับเข้าห้อง
ลู่ยู่ยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อครู่
ความเร็วของเธอ เร็วเกินไปแล้ว
ตอนอยู่ที่อำเภอเจ๋ออัน ความเยือกเย็นที่เจียงเฝ่ยแสดงออกมา ก็ดูไม่เหมือนคนธรรมดา
เพื่อนบ้านคนนี้มีความลับเยอะจังนะ
"เมี๊ยว~"
เสียงแมวร้อง ดึงสติลู่ยู่กลับมา
เจ้าเหมียวส้มเอาหัวถูไถฝ่ามือลู่ยู่อย่างประจบเอาใจ
เจ้านายอย่าเงียบสิ! หนูจัว!
"หาเรื่องให้ปวดหัวไม่หยุดเลยนะ" ลู่ยู่ดีดหน้าผากเจ้าเหมียวส้มเบาๆ
"คราวหน้าถ้ากล้าแอบหนีเที่ยวอีก จะไม่เอาแกแล้วนะ"
เจ้าเหมียวส้มกระพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสา เอียงคอซบลงบนมือของลู่ยู่
มันก็แค่แมวตัวน้อยๆ ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นแหละ!
—
ห้อง 2202
พอเสียเจ้าเหมียวส้มไป เจียงเฝ่ยก็นั่งจมปุ๊อยู่บนโซฟาอย่างหงอยๆ เปิดกลุ่มลูกบ้านขึ้นมาดู
โจวหลางโผล่มาที่ลานจอดรถได้ แสดงว่าเขาเป็นลูกบ้านของยวี่หลานย่วน
ถ้าอยู่ใกล้ๆ ออกไปข้างนอกคราวหน้าค่อยจัดการซะ
ผิดคาด พอเจียงเฝ่ยเข้ากลุ่มก็เห็นวีแชทของโจวหลางทันที
ใช้รูปตัวเองเป็นโปรไฟล์ ชื่อในกลุ่มระบุว่า ตึก A—1101
ตึกเดียวกับเธอ
สองชั่วโมงก่อน โจวหลางส่งข้อความแรกเข้ามาในกลุ่ม——
ตึก A—1101: [ผมมีข้อเสนอ ตอนนี้น้ำข้างนอกท่วมสูง เรียกรถไม่ได้ บ้านใครที่มีพาหนะควรช่วยฟรี ไปส่งทุกคนซื้อเสบียง]
มีคนบอกว่าโจวหลางหน้าด้าน มีคนเออออเห็นด้วย
เจียงเฝ่ยเลื่อนดูประวัติการแชทลงมาเรื่อยๆ
โจวหลางไม่เพียงแอบถ่ายรูปรถบรรทุกของเธอ แต่ยังปล่อยข่าวลือในกลุ่มอีกด้วย
ตึก A—1101: [รถบรรทุกคันนี้ของบ้านไหน?]
[เมื่อกี้ผมขอร้องพวกเธอดีๆ ให้ไปส่งผมหน่อย รับปากว่าจะให้เงินด้วย แต่พวกเธอไม่ช่วยไม่พอ ยังด่าผมโดยไม่มีสาเหตุ เป็นบ้าชัดๆ]
[ข่าวด่วน! ผมเห็นรถคันนี้ขนของกลับมาเพียบเลย! ผมถามนิติแล้ว! เป็นรถของห้อง 2202!]
ตึก A—1101: [@ตึก A—2202 ตอนนี้ยวี่หลานย่วนเจอวิกฤต ทุกคนในฐานะสมาชิกตึก A สมควรร่วมมือกันฝ่าฟัน คุณมีรถบรรทุก ให้ทุกคนยืมใช้หน่อยได้ไหม?]
[ถ้าคุณไม่เต็มใจ งั้นก็เอาของที่คุณขนกลับมา ขายให้พวกเราในราคาต้นทุนสิ]
[ญาติไกลไม่สู้เพื่อนบ้านใกล้เคียง คุณคงไม่ใจดำทนดูพวกเราอดตายหรอกนะ]
ตึก A—2103: [@ตึก A—1101 โตป่านนี้แล้ว ยังกล้าหน้าด้านตอแหล เขาจะให้ยืมรถหรือไม่ จะขายของหรือไม่ มันหนักหัวคุณเหรอ]
[อีกอย่าง ตอนนี้ผักกาดขาวถุงละเป็นร้อย คุณเอาหน้าไหนมาขอซื้อราคาทุน? ยุงยังกัดหน้าหนาๆ ของคุณไม่เข้าเลยมั้ง]
[ถือโอกาสที่ทุกคนยังมองคุณเป็นคน ช่วยทำตัวให้เหมือนคนหน่อยเถอะ]
2103 ด่ากราดใส่โจวหลาง จนอีกฝ่ายไม่กล้าพิมพ์ตอบโต้
เจียงเฝ่ยนับถือใจเลย
ฝีปากเซียวชูเซี่ยร้ายกาจจริงๆ
แต่ว่า โจวหลางเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่แน่อาจจะตามที่อยู่ไปแก้แค้นเธอ
คิดดูแล้ว เจียงเฝ่ยก็ @โจวหลาง ส่งข้อความดึงดูดความเกลียดชังไปที่ตัว——
[ไอ้ขยะ แน่จริงก็มาเอาเองสิ]
จะได้ประหยัดเวลาเธอไม่ต้องวิ่งไปฆ่าไอ้หมาเวรนี่ถึงที่
เจียงเฝ่ยปิดมือถือ เอาข้าวเที่ยงของวันนี้ออกมาจากโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต
บะหมี่คลุกน้ำมันต้นหอมรสเข้มข้นกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่มลื่น ไก่ทอดคลุกซอสเผ็ดหวาน กัดลงไปหนังกรอบเนื้อนุ่ม ปิดท้ายด้วยชาพีชเย็นเจี๊ยบสักแก้ว เจียงเฝ่ยอิ่มอกอิ่มใจสุดๆ
ไม่มีอะไรเยียวยาจิตใจได้ดีไปกว่าของอร่อยอีกแล้ว
วันนี้มีเวลาเหลือเฟือ ทำกับข้าวไว้กินกับข้าวสวยดีกว่า
เธอตุนเนื้อไก่ไว้เพียบ ทำไก่ผัดพริกเสฉวน ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ไก่สามรส โครงไก่คั่วพริกเกลือ ไก่อบเต้าซี่ ไก่น้ำลายสอ......
เจียงเฝ่ยคิดแล้วทำเลย หยิบวัตถุดิบที่ต้องใช้ออกมา แล้วเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตกลืนทอง หาจอบกับเมล็ดผักกาดขาวหนึ่งถุง ตั้งใจจะลองดูว่าดินที่นี่ปลูกพืชได้ไหม
แต่เธอไม่มีประสบการณ์ปลูกผัก ได้แต่ลองเสี่ยงดวงดู
เจียงเฝ่ยเริ่มขุดหลุม เทเมล็ด กลบดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ย อย่างเก้ๆ กังๆ
หวังว่าจะงอกนะ
พอจัดการเสร็จ เจียงเฝ่ยก็ออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตกลืนทอง มาเตรียมทำกับข้าว
ทำไปทำมา ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่ม
เจียงเฝ่ยกำลังเก็บขยะในครัว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงติ๊ดๆ แหลมสูงดังมาจากประตูหน้า
มีคนพยายามบุกรุกเข้ามา จนสัญญาณเตือนประตูเหล็กไฟฟ้าดังขึ้น
เจียงเฝ่ยคว้ามีดทำครัวทันที ปิดไฟทุกดวง แล้วเดินไปที่ประตู
ข้างนอกมีเสียง "ตุบ!" "ปัง!" ดังขึ้นเป็นระยะ ราวกับมีของหนักตกลงพื้น
ไม่นาน ข้างนอกก็ตกอยู่ในความเงียบ
เจียงเฝ่ยค่อยๆ บิดลูกบิดประตู กระชับมีดในมือแน่น
3...... 2......
เจียงเฝ่ยกระชากประตูเปิดออก แต่ข้างนอกกลับว่างเปล่า
หันไปมอง ประตูทางหนีไฟเปิดอ้าอยู่
ลู่ยู่ลากคนคนหนึ่ง ยืนอยู่ตรงหน้าต่างทางเดิน ดูเหมือนกำลังจะโยนอีกฝ่ายลงไป
เหมือนฉากฆ่าคนอำพรางศพไม่มีผิด
สบตากัน
บรรยากาศกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก