- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 11 หนูเป็นโรคจิต
บทที่ 11 หนูเป็นโรคจิต
บทที่ 11 หนูเป็นโรคจิต
ลู่ยู่ลากคนให้ออกห่างจากหน้าต่างอย่างเป็นธรรมชาติ "เมื่อกี้ผมออกมาทิ้งขยะ เห็นคนนี้กำลังงัดประตูบ้านคุณ ยังไม่ทันได้ห้าม เขาก็โดนไฟช็อตสลบไปซะก่อน"
"ผมสงสัยว่าเขาเป็นขโมย กะจะพาไปหานิติบุคคลเพื่อแจ้งตำรวจ"
"เป็นแบบนี้นี่เอง" เจียงเฝ่ยรู้ทันแต่ไม่พูด วางมีดทำครัวลงแล้วเดินเข้าไป
คนที่ลู่ยู่ลากอยู่ ก็คือโจวหลางที่ปากเก่งเมื่อตอนกลางวันนั่นเอง
"ดึกป่านนี้แล้ว นิติคงพักผ่อนกันหมด ไม่มาหรอกค่ะ คุณทิ้งเขาไว้ตรงนี้ก่อนเถอะ มือถือฉันยังมีแบต เดี๋ยวฉันโทรแจ้งตำรวจเอง"
"ได้ครับ" ลู่ยู่ปล่อยโจวหลาง กวาดตามองประตูห้องไม่ไกลนัก แล้วพูดต่อว่า:
"ประตูไฟฟ้าบ้านคุณทำได้ไม่เลวเลย"
ใจเจียงเฝ่ยกระตุกวูบ
ตอนนี้ยวี่หลานย่วนไฟดับ มีบ้านเธอที่เดียวที่มีไฟ ย่อมดึงดูดความสนใจจากคนอื่นได้ง่าย
เธอติดประตูไฟฟ้าที่ทางเดินได้ เพื่อกันคนจากชั้นล่าง
แต่ลู่ยู่เป็นเพื่อนบ้านห้องข้างๆ เธอป้องกันเขาไม่ได้
เจียงเฝ่ยเริ่มประเมินความน่าจะเป็นในการฆ่าลู่ยู่ทันที
"ถ้ารู้ก่อนว่าเครื่องปั่นไฟดีเซลใช้กับประตูไฟฟ้าได้ ผมก็คงเปลี่ยนเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องกังวลเวลาไฟดับ ว่าจะมีพวกขโมขโจรแอบขึ้นมา"
พูดพลาง ลู่ยู่จงใจเปิดประตูห้อง 2203 เผยให้เห็นแสงไฟสีขาวนวลในห้องนั่งเล่น พร้อมทำหน้าจนใจ:
"ดูสิครับ ประตูห้องผมบางเฉียบ รู้สึกเหมือนขวานจามทีเดียวก็พังแล้ว"
การที่ลู่ยู่เปิดเผยเรื่องมีเครื่องปั่นไฟ ทำให้เจียงเฝ่ยผ่อนคลายลงเล็กน้อย พูดตามมารยาทว่า "รอฝนหยุด ฉันจะแนะนำบริษัทตกแต่งเจ้านี้ให้คุณนะคะ"
"งั้นตกลงตามนี้นะครับ"
"เจ้าแมวบ้านผมชอบกินเนื้อบดที่คุณทำมาก ร้านสัตว์เลี้ยงแถวนี้ปิดหมดแล้ว หาซื้ออาหารแมวไม่ได้ ผมขอน้ำมันดีเซลถังร้อยลิตรแลกกับเนื้อบดของคุณสักหน่อยได้ไหมครับ?"
ดีเซลเป็นทรัพยากรใช้แล้วหมดไป เจียงเฝ่ยตอบตกลงด้วยความยินดี กลับบ้านไปเอาเนื้อบดที่เหลือทั้งหมดออกมา
ลู่ยู่ก็หิ้วดีเซลมาสองถัง "ถังที่เกินมานี่ ผมให้เป็นค่าตอบแทนที่คุณช่วยดูแลเจ้าแมวนะครับ"
เจียงเฝ่ยรับไว้อย่างไม่เกรงใจ
"เมี๊ยว เมี๊ยว!" เจ้าเหมียวส้มวิ่งออกมาจากห้องที่ไม่ได้ปิดประตู มาคลอเคลียที่เท้าของเจียงเฝ่ยอย่างสนิทสนม
หางน้อยๆ ชูตั้งตรง เหมือนเสาอากาศ
เจียงเฝ่ยตีหน้านิ่ง แต่นิ้วมือที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัวกลับขยับยุกยิก
มีคนนอกอยู่ เธอจะเสียกิริยาไม่ได้
เว้นแต่ว่ามิมิจะร้องอีกครั้ง! เธอจะอุ้มทันที!
แต่ลู่ยู่ส่งสายตาปราดเดียว เจ้าเหมียวส้มก็เดินหงอยๆ กลับบ้านไปอย่างว่าง่าย
ใจเจียงเฝ่ยแทบสลาย
ทำไมมิมิที่น่ารักเชื่อฟังและฉลาดขนาดนี้ถึงไม่ใช่ของเธอ?!!!
เจียงเฝ่ยทนไม่ไหว ถามลู่ยู่ว่า "มันชื่ออะไรคะ?"
"ไม่มีชื่อครับ"
เจียงเฝ่ย: "?"
"แล้วปกติคุณเรียกมันยังไง?"
ลู่ยู่เงียบไปครู่หนึ่ง "จุ๊ๆๆ"
วิธีเรียกหมา
เจียงเฝ่ย: "......ก็ดีค่ะ"
แปลกดี
พอลู่ยู่จากไป เจียงเฝ่ยกลับไปที่โถงทางเดิน เชือดคอโจวหลางทิ้งอย่างรวดเร็ว แล้วโยนร่างออกนอกหน้าต่าง
โจวหลางรู้ว่าบ้านเธอมีไฟ จะปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด
น้ำฝนจะชะล้างศพของโจวหลางไป ไม่ต้องกลัวว่าคนในตึกจะมาเจอ
เช็ดเลือดที่เหลืออยู่บนพื้นจนสะอาด เจียงเฝ่ยกลับเข้าบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โดยไม่ทันสังเกตว่า ที่โถงทางเดิน แจกันตั้งพื้นใบหนึ่งที่ดูธรรมดา มีแสงสีแดงกระพริบจางๆ
ห้อง 2203
ลู่ยู่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดูภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างสนใจ
เขาติดกล้องรูเข็มไว้ในแจกันหน้าประตู เดิมทีตั้งใจจะเอาไว้เฝ้าระวังพวก "หนู" เพื่อป้องกันตัวเอง ไม่นึกว่าจะได้เห็นเพื่อนบ้านฆ่าคน
ลู่ยู่ยิ่งสงสัยในตัวตนของเจียงเฝ่ยมากขึ้น
ลงมือโหดเหี้ยมชำนาญ ไม่เหมือนทำครั้งแรกเลยสักนิด
ระวังตัวแจ แถมตุนอาวุธไว้เพียบ
หรือว่า เธอเป็นฆาตกรหนีคดี?
มีเวลาต้องให้ซูหลิวหย่วนช่วยเช็กหน่อย
หางตาเหลือบไปเห็นเจ้าเหมียวส้มกำลังกินเนื้อบด ลู่ยู่หวนนึกถึงอดีต
ลูกแมวตัวนี้ เขาเก็บได้ตอนออกภารกิจครั้งสุดท้าย
รู้ภาษา ไม่ดื้อไม่ซน ไล่ไปหลายครั้งก็ไม่ไป เขาถึงยอมให้มันอยู่ด้วย
ตั้งชื่อให้มันหน่อยดีไหมนะ?
—
ฝนที่ซาลง กลับตกหนักขึ้นอีกครั้งในพริบตา
พายุฝนกระหน่ำ ท้องฟ้ามืดมิดราวกับถูกฉีกขาด สายฝนเทลงมาไม่ขาดสาย
เพียงแค่สองวัน ระดับน้ำที่เคยสูงถึงเอวก็เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า จนกลายเป็นอุทกภัย
น้ำประปาที่ยวี่หลานย่วนก็หยุดไหล คนที่ไม่ได้ตุนน้ำไว้ ต้องกินน้ำฝนหรือน้ำท่วมขังประทังชีวิต
เจียงเฝ่ยไม่ได้รับข่าวจากหลี่เยี่ยนผิงและกลุ่มลูกบ้านอีกเลย
ไฟดับมาเกือบอาทิตย์แล้ว บ้านใครที่มีพาวเวอร์แบงก์ แบตก็คงหมดเกลี้ยง
ทางฝั่งหวังขาเป๋มีเครื่องปั่นไฟ ส่งข้อความทางวีแชทมาหาเธอ เลื่อนเวลาส่งทองคำเป็นอีกสามวันให้หลัง เจียงเฝ่ยตอบกลับไปว่า "ได้"
ต่อให้หวังขาเป๋ไม่ให้ เธอก็ไม่เสียหายอะไร ทำไมจะไม่รออีกล่ะ?
เพื่อป้องกันไม่ให้พลาดข้อความจากหวังขาเป๋ เจียงเฝ่ยชาร์จมือถือ พร้อมกับเอาปูนซีเมนต์ที่ตุนไว้ออกมา
ชาติที่แล้ว ภัยแมลงเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่สามของพายุฝน
แต่ชาตินี้พายุฝนมาเร็วขึ้น
เธอไม่แน่ใจว่าภัยแมลงจะมาเมื่อไหร่ ต้องเตรียมตัวไว้ก่อน
อุดท่อระบายน้ำในห้อง 2202 และ 2201 เสร็จเรียบร้อย เจียงเฝ่ยกำลังจะออกกำลังกาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น——
"พี่สาวคะ! หนูเซียวชูเซี่ยห้อง 2103 เอง! หนูมีเรื่องด่วน!"
เจียงเฝ่ยปิดไฟ เปิดประตู "มีอะไร?"
เซียวชูเซี่ยพูดรัวเร็ว "เมื่อกี้หนูลงไปข้างล่าง กะจะดูว่าน้ำท่วมถึงไหนแล้ว เจอกับคุณก่วนนิติบุคคลของหมู่บ้านเรา"
"ห้องพักชั้น 1 ถึง 3 ถูกน้ำท่วมหมดแล้ว คุณก่วนกำลังพาผู้ประสบภัยพวกนั้นขึ้นมา อยากให้คนชั้นสูงๆ ช่วยรับพวกเขาไปอยู่ด้วย แล้วเขายังช่วยผู้ลี้ภัยที่ลอยมาติดที่นี่อีกหลายคน"
"มือถือหนูแบตหมด เลยต้องวิ่งขึ้นมาบอกพี่ อย่ารับปากเด็ดขาดนะคะ"
"ชั้น 8 รับคนชั้น 1 ไปอยู่ด้วย ไม่ถึงชั่วโมงก็วุ่นวายจนบ้านแตก"
"ช่วงนี้ทุกคนต้องประหยัดอดออม ยอมอดมื้อกินมื้อ คนพวกนั้นไม่มีมารยาทเลย แย่งเสบียงคนอื่นหน้าด้านๆ แถมยังลงไม้ลงมือด้วย!"
พูดถึงตรงนี้ เซียวชูเซี่ยก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง "คุณก่วนพ่อพระเอกนั่นก็เข้าข้างคนผิด บอกว่าคนพวกนั้นไม่มีบ้านน่าสงสาร ให้เจ้าของห้องชั้น 8 อย่าถือสา ให้ใจกว้างหน่อย"
"นี่มันสมองนิ่มชัดๆ!"
เจียงเฝ่ยพอจะจำคุณก่วน นิติบุคคลคนนี้ได้ ชอบส่งคำคมปลุกใจในกลุ่มลูกบ้าน
ตอนพายุฝนเริ่มรุนแรง สำนักงานนิติฯ ถูกน้ำท่วม คุณก่วนรู้ว่าชั้น 10 มีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง ก็อาสารับผิดชอบพาเพื่อนร่วมงานเข้าไปอยู่
ก่อนหน้านี้มีคนด่าเขาในกลุ่ม เขาก็ไม่โกรธ กลับขอโทษและปลอบใจอีกฝ่าย คิดว่าเป็นเพราะคนเราเครียดเกินไป
มีแววเป็นพ่อพระจริงๆ
เจียงเฝ่ยหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่ง ส่งให้เซียวชูเซี่ย "เอามีดนี่ไว้ป้องกันตัว"
"รีบกลับบ้านไปอุดประตู ใครเคาะก็อย่าเปิด คุณก่วนคุมคนพวกนั้นไม่อยู่หรอก ถ้าหาที่อยู่ไม่ได้ พวกมันอาจจะพังประตูเข้าไป"
"ค่ะ!" เซียวชูเซี่ยรีบวิ่งลงบันไดไป
พี่สาวพูดถูก!
ถ้าพวกนั้นบุกเข้ามา เธอคงแย่แน่!
เจียงเฝ่ยบอกเรื่องนี้กับลู่ยู่เพื่อนบ้าน เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่คิดจะรับใครมาอยู่ด้วย ก็วางใจกลับเข้าบ้าน
เธอไม่กลัวคนพวกนั้นจะมาหรอก
ในโกดังซูเปอร์มาร์เก็ตมีปืนอยู่หลายกระบอก อย่างมากก็แจกกระสุนคนละเม็ด จัดการให้เกลี้ยง
ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เดาว่านิติบุคคลคงมาถึงแล้ว เจียงเฝ่ยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
เสียงตะโกนของคุณก่วนดังขึ้นข้างนอก——
"คุณเจียงครับ! ผมก่วนนิติบุคคล! ไม่ทราบว่าตอนนี้สะดวกเปิดประตูไหมครับ?"
เจียงเฝ่ยไม่เปิด ข้างนอกก็ตะโกนเรียกอยู่นั่น ราวกับจะเรียกวิญญาณ
หนวกหูจริง!
เจียงเฝ่ยคว้ามีดทำครัว เปิดประตูออกไป
จู่ๆ ก็เจอกับคมมีดเย็นเฉียบ คุณก่วนสะดุ้งโหยง "คุณเจียงอย่าเพิ่งใจร้อนครับ ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย"
"ผมตรวจสอบข้อมูลลูกบ้านแล้ว คุณเช่าห้องไว้สองชุด ตอนนี้ห้อง 2201 ว่างอยู่ คุณช่วยสละห้องให้พวกเขาสักหน่อยได้ไหมครับ?"
"พายุฝนทำลายบ้านพวกเขาหมดแล้ว ถ้าคุณไม่รับไว้ พวกเขาก็ไม่มีที่ไปแล้วนะครับ"
ด้านหลังคุณก่วนมีลูกบ้านชั้นหนึ่งยืนอยู่หลายคน ยังมีคนหน้าแปลกๆ อีกสี่ห้าคน น่าจะเป็นผู้ลี้ภัยที่รับมา
เจียงเฝ่ยปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่ได้ ไม่ให้ อย่ามารบกวนฉันอีก"
"เดี๋ยวสิครับคุณเจียง!" คุณก่วนพยายามเกลี้ยกล่อมไม่เลิก "คุณปล่อยห้องว่างไว้ก็เปล่าประโยชน์ ทำไมไม่ช่วยเหลือคนที่เขาลำบากล่ะครับ?"
ทุกคนพยายามใช้ศีลธรรมกดดันเจียงเฝ่ย——
"คนจีนด้วยกัน เจอเรื่องลำบากก็ต้องช่วยเหลือกันสิ ทำไมเธอถึงเลือดเย็นแบบนี้?"
"ต้องให้พวกเราคุกเข่าขอร้องเธอหรือไง ถึงจะยอมตกลง?"
"อายุน้อยแค่นี้จิตใจก็สกปรกโสมม พ่อแม่เธอรู้เข้าคงผิดหวังน่าดู!"
ชายอ้วนร่างท้วมคนหนึ่ง ถึงกับเบียดคุณก่วนที่ตัวผอมแห้งออกมา ขู่เจียงเฝ่ย:
"อย่าให้พูดดีๆ ไม่ชอบนะ รีบให้พวกเราเข้าไป แล้วเอาตึกกุญแจห้อง 2201 มา ไม่งั้นพ่อจะต่อยให้คว่ำเลย คอยดูสิ...... โอ๊ย!!!"
เจียงเฝ่ยเงื้อมีดฟันฉับเข้าที่ตัวชายอ้วน
ฝูงคนที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเงียบกริบในวินาทีเดียว ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
เจียงเฝ่ยดึงมีดกลับมา ถีบชายอ้วนที่ร้องโหยหวนออกไป:
"หนูเป็นโรคจิต อย่ามาแหยม"