เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ผมเป็นลูกบ้านห้อง 2203

บทที่ 9 ผมเป็นลูกบ้านห้อง 2203

บทที่ 9 ผมเป็นลูกบ้านห้อง 2203


"เฮ้ย! ฉันจะไปห้างสรรพสินค้า! พวกแกไปส่งฉันหน่อย! ฉันให้พวกแก 30 หยวน! สามเท่าของราคาแท็กซี่ปกติเลยนะ!"

ชายที่อยู่นอกรถตะโกนเสียงดัง ท่าทางขึงขังราวกับว่าเสนอราคาให้สามล้าน

เจียงเฝ่ยเมินเฉย เหยียบคันเร่งขับรถบรรทุกออกไป แต่เหลือบเห็นหน้าตาของชายคนนั้นสะท้อนในกระจกมองข้าง

อายุประมาณสามสิบ ผมเกรียน มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดเด่นชัด ลากยาวจากหว่างคิ้วลงมาถึงกราม

โจวหลาง!

เจียงเฝ่ยจำคนคนนี้ได้แม่น

ชาติที่แล้ว เธอหนีออกจากบ้านหลี่เยี่ยนผิง ไปยังค่ายผู้รอดชีวิตส่วนตัวขนาดเล็กแห่งหนึ่ง

นึกว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข ที่ไหนได้ ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องหลอกลวง

คนพวกนั้นใช้คำพูด "กินอิ่มนอนอุ่น" หลอกล่อผู้รอดชีวิตให้เข้าไปในค่าย รับเฉพาะผู้หญิง เด็กหนุ่มหน้าตาดี และเด็กเล็ก

จากนั้นใช้กำลังบังคับให้พวกเขาไปบริการ "ลูกค้า" ที่มาเยือนค่าย เพื่อแลกกับเสบียง

ไม่ต่างจากซ่องโจรในอดีต

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอหนีออกมาได้ทันเวลา คงต้องเสียความบริสุทธิ์แลกกับขนมปังหมดอายุถุงเดียว

และโจวหลาง ก็คือรองหัวหน้าค่ายนั้น

มองชีวิตคนเหมือนผักปลา ย่ำยีดูถูกผู้หญิงตามใจชอบ โทษทัณฑ์หนักหนาสาหัส

ไอ้สวะพรรค์นี้ หาโอกาสกำจัดทิ้งซะดีกว่า

แววตาของเจียงเฝ่ยฉายเจตนาฆ่าฟัน

เนื่องจากถนนมีน้ำท่วมขังสูง และยังมีสิ่งกีดขวางมากมายซ่อนอยู่ใต้น้ำ เจียงเฝ่ยจึงขับไม่เร็วนัก

ถึงแม้ใต้ท้องรถบรรทุกจะสูงถึง 1 เมตร ก็จะขับส่งเดชไม่ได้

เธอมีพาหนะแค่คันเดียว!

เฮ้อ ความรันทดของคนจน

ระหว่างทางมีคนเห็นรถบรรทุกที่ขับมาอย่างช้าๆ ต่างพากันตะโกนเรียก——

"ลูกพี่! จอดรับฉันหน่อยได้ไหม!"

"รับฉันก่อน! ฉันให้เงินคุณ!"

"ทำไมเป็นผู้หญิงขับวะ? ช่างเถอะ! รีบจอดรถ! ให้ฉันขึ้นไป!"

เจียงเฝ่ยทำหูทวนลม ขับรถมุ่งไปข้างหน้า

กลับเป็นเซียวชูเซี่ยที่นั่งข้างคนขับ ที่รู้สึกสงสาร "พี่สาวคะ ถ้ามีคนให้ราคาดี เราลองรับเขาขึ้นมาไหมคะ?"

"งั้นเธอก็ลงไป?"

เซียวชูเซี่ยหุบปากฉับทันที

เห็นรถบรรทุกไม่มีทีท่าจะจอด คนรอบข้างก็เผยธาตุแท้ออกมา——

"ไม่ให้ขึ้นก็ไม่ต้องขึ้น ขับรถบรรทุกบุโรทั่งทำมาเป็นหยิ่งอะไร? ในโรงรถข้ามีรถคัลลิแนนจอดอยู่ตั้งหลายคันโว้ย!"

"ฉันว่าแล้ว ผู้หญิงขับรถพึ่งพาไม่ได้!"

"ไม่มีน้ำใจเลย ระวังยางแตก ชนตายโหงนะมึง!"

เสียงด่าทอและคำสาปแช่งของผู้คนลอยตามลมมา เซียวชูเซี่ยในรถแสดงสีหน้าสับสน "ช่วยถือเป็นน้ำใจ ไม่ช่วยถือเป็นสิทธิ์ ทำไมพวกเขาต้องว่าเราแบบนั้นด้วยคะ?"

เจียงเฝ่ยเอ่ยเสียงเรียบ "คนบางประเภทคิดว่าโลกต้องหมุนรอบตัวเขา ถ้าไม่ทำตามใจก็คือไม่ถูกต้อง"

"ต่อให้เรารับพวกเขาขึ้นมาฟรีๆ พวกเขาก็ไม่สำนึกบุญคุณหรอก เผลอๆ จะรังเกียจสภาพรถ หรืออาจจะแย่งรถเราไปด้วยซ้ำ"

"ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ถึงจะเห็นธาตุแท้ของคน"

เซียวชูเซี่ยตกอยู่ในห้วงความคิด

ประมาณสิบนาทีต่อมา

เจียงเฝ่ยเลี่ยงผู้คน ขับรถไปจอดในตรอกแห่งหนึ่ง แล้วพาเซียวชูเซี่ยลงจากรถ

ซูเปอร์มาร์เก็ตโฟร์ซีซั่นตั้งอยู่ในที่สูง แถมมีพนักงานคอยระบายน้ำท่วมขัง สถานการณ์จึงดีกว่าข้างนอกมาก ระดับน้ำสูงแค่ข้อเท้า

ชาวบ้านแถวนั้นแห่มาซื้อของกันที่นี่ จนในซูเปอร์มาร์เก็ตแน่นขนัดเบียดเสียดกันเหมือนปลากระป๋อง

พนักงานขายถือโทรโข่งยืนบนเคาน์เตอร์คอยจัดระเบียบ "สินค้าทุกชิ้นติดราคาไว้แล้ว! กรุณาเข้าแถวจ่ายเงินอย่างเป็นระเบียบ! อย่าเบียดกันครับ!"

เซียวชูเซี่ยที่ยืนอยู่หน้าประตูเห็นภาพนี้แล้วถึงกับอึ้ง "ไม่น่าเชื่อเลย......"

"ฝนตกหนักไม่กี่วัน ทำไมทุกคนถึงได้คลุ้มคลั่งขนาดนี้?"

เจียงเฝ่ยไม่ตอบ มือไวตาไวคว้าตะกร้าได้สองใบ ยัดใส่มือเซียวชูเซี่ยใบหนึ่ง แล้วลากเธอเบียดเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต

"เชี่ย! ผักกาดขาวถุงละร้อยหยวน?! เมื่อก่อนสามหยวนยังไม่มีใครเอาเลยนะ! ราคามันบ้าไปแล้วเหรอ?!"

"คุณไม่เอาฉันเอา! เอามานี่!"

"อะไรนะ น้ำแร่ขวดละห้าสิบ? ไอ้เถ้าแก่หน้าเลือด!"

"ฮือๆ แม่จ๋าอยู่ไหน หนูจัว——"

เสียงบ่นของผู้คนและเสียงร้องไห้ของเด็กดังระงม บาดหูเป็นที่สุด

เจียงเฝ่ยเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว แย่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาได้หนึ่งตะกร้าก็รีบถอยออกมา

พอหันกลับไป ก็เห็นเซียวชูเซี่ยกำลังยื้อแขนหญิงชราอยู่ "ฉันหยิบบะหมี่ห่อนี่ได้ก่อนนะ! คืนมานะ!"

"ปล่อยนะ! ไม่รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่หรือไง! โอ๊ยๆ หัวใจฉันเจ็บ!"

หญิงชราแกล้งกุมหน้าอกทำท่าจะล้ม

เซียวชูเซี่ยโกรธจนหน้าแดง "คุณ! คุณทำตัวไม่น่าเคารพเลย!"

เจียงเฝ่ยกันตะกร้าใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไว้ แล้วเดินเข้าไป "ไม่อยากอดตาย ก็ไปแย่งคืนมา"

พูดจบ เจียงเฝ่ยก็ไปจุดอื่นต่อ

เธอแค่รับผิดชอบพาเซียวชูเซี่ยมา ไม่ได้หมายความว่าจะต้องช่วยอีกฝ่ายทุกเรื่อง

ส่วนเซียวชูเซี่ยที่ยืนอยู่ที่เดิม มองหญิงชราที่ทำตัวไร้เหตุผล กัดฟันแน่น แล้วกระชากตะกร้ากลับมา เอาบะหมี่คืนมาได้

หญิงชราโกรธจัด "คืนมานะ! นั่นของฉัน!"

"ใครแย่งได้ก็เป็นของคนนั้น!"

เซียวชูเซี่ยพูดจบก็วิ่งตามเจียงเฝ่ยไป ไม่ลืมที่จะฉกวุ้นเส้นในตะกร้าหญิงชราติดมือมาด้วยอีกห่อ

กว่าเจียงเฝ่ยกับเซียวชูเซี่ยจะฝ่าฟันจ่ายเงินออกมาได้ ในมือก็หิ้วถุงใบใหญ่กันคนละสองใบ ได้ของมาเพียบ

เซียวชูเซี่ยเดินไปบ่นไป "ซูเปอร์มาร์เก็ตโฟร์ซีซั่นปล้นกันชัดๆ หากินบนความทุกข์ยากคนอื่น"

"ปกติซื้อของพวกนี้ไม่กี่ร้อย ตอนนี้แพงขึ้นตั้งหลายเท่า"

เจียงเฝ่ยคำนวณเงินในบัญชี เหลืออยู่ประมาณห้าร้อย ลังเลว่าจะกลับไปซื้อให้หมดดีไหม ทันใดนั้นก็เหลือบเห็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาพวกเธอ

ในมือถือท่อนเหล็ก มีคนหนึ่งถือมีดด้วย

แววตาเจียงเฝ่ยเย็นลง ยัดของสองถุงใหญ่ใส่มือเซียวชูเซี่ย แล้วจับมีดสั้นในเป้ไว้

"พี่สาว เอาของให้ฉันหมดทำไมคะ?"

เซียวชูเซี่ยยังงงๆ ก็ถูกพวกผู้ชายล้อมไว้แล้ว

ชายรอยสักที่เป็นหัวหน้าโชว์มีด "ส่งของที่ซื้อมาให้หมด แล้วก็ของมีค่าในตัวด้วย!"

"ไม่อยากตายก็รีบส่งมา!"

เซียวชูเซี่ยหน้าซีดเผือด ยิ่งพวกเธออยู่ในที่เปลี่ยว ไม่มีใครช่วยได้

ข่มความกลัว เซียวชูเซี่ยเอาตัวบังเจียงเฝ่ยไว้ กระซิบว่า "ฉันเคยเรียนเทควันโด พี่หนีไปก่อน ไปตามคนมาช่วย ฉันจะถ่วงเวลาไว้เอง"

หวังว่าเธอยังจำท่าพวกนั้นได้นะ!

จังหวะที่เซียวชูเซี่ยจะส่งของให้เจียงเฝ่ย เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งออกไป

เจียงเฝ่ยพุ่งเข้าใส่ ชกเข้าที่โหนกแก้มชายรอยสักเต็มแรง

อาศัยจังหวะที่ชายรอยสักเซถลา เจียงเฝ่ยชักมีดสั้นออกมาตวัดฟันไปที่ไหล่ของเขา

เลือดสาดกระเซ็น

"อ๊าก!"

"ลูกพี่!" ลูกน้องรอบข้างรีบพุ่งเข้ามา หวดท่อนเหล็กใส่เจียงเฝ่ย

เจียงเฝ่ยหลบหลีกรวดเร็ว เตะหมุนตัวอย่างสวยงาม ถีบลูกน้องกระเด็นไป

ไม่ถึงอึดใจ เจียงเฝ่ยก็จัดการทุกคนจนหมอบ จ่อมีดที่คอชายรอยสัก พูดสั้นๆ ได้ใจความ:

"ปล้นของดีๆ มาได้เยอะเลยสิ"

"ส่งมาให้หมด"

ชายรอยสัก: "......"

นี่มันโจรมาจากไหนเนี่ย?!!!

ที่เขาเลือกผู้หญิงเพราะลงมือง่าย ไม่ได้จะมาโดนปล้นซะเอง!!!

แต่ชีวิตอยู่ในกำมือคนอื่น ชายรอยสักจำต้องยอมจำนน "ผะ ผะ ผมจะรีบไปเอามาครับ"

แต่ในขณะนั้นเอง เสียงดีใจก็ดังขัดจังหวะชายรอยสัก——

"ลูกพี่!"

หวังขาเป๋พาพวกเดินเข้ามา

ชายรอยสักดีใจจนน้ำตาไหล ไม่ทันสังเกตคำเรียกของหวังขาเป๋

ลูกพี่ใหญ่!

ลูกพี่ใหญ่มาช่วยเขาแล้ว!

ชายรอยสักยืดอกขึ้นทันที ไม่กลัวมีดแล้ว "นังหนูแกจบเห่แน่! ลูกพี่ใหญ่ฉันมาแล้ว!"

"ฉันแนะนำให้แกรู้สถานการณ์ รีบขอโทษฉันซะ ระวังเดี๋ยวจะไม่มีศพให้เก็บ!"

เจียงเฝ่ยสายตาแปลกๆ

เธอกับหวังขาเป๋ ช่างมีวาสนาต่อกันจริงๆ

ปล้นโจรสองครั้ง ก็เจอเขาตลอด

นึกว่าเจียงเฝ่ยเก็บมีดเพราะกลัว ชายรอยสักยิ่งได้ใจ "ลูกพี่ใหญ่! นังหนูนี่มันคิดจะ......"

เพียะ!

หวังขาเป๋ตบหน้าชายรอยสักฉาดใหญ่ "เรียกใครนังหนูวะ?!"

"นี่ลูกพี่กู!"

ชายรอยสัก: ???

ชายรอยสักนึกขึ้นได้ถึงข่าวลือที่ลูกน้องเล่าให้ฟังเมื่อวันก่อน——

"รู้ไหม ลูกพี่ใหญ่ยอมรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเป็นลูกพี่ ชื่อเจียงเฝ่ย ถ้าได้ยินชื่อนี้ อย่าเสือกสงสัย ให้ทำตัวเป็นหมาเชื่องๆ"

อ้อ

ตอนนี้เขาจบเห่แล้ว

สัญชาตญาณเอาตัวรอดของชายรอยสักทำงานทันที ยกมือตบหน้าตัวเองรัวๆ "ขอโทษครับคุณเจียง! ผมมีตาหามีแววไม่! เข้าใจผิดกันไปใหญ่! ยกโทษให้ผมเถอะครับ! อย่าถือสาหาความผมเลย!"

หวังขาเป๋สังหรณ์ใจไม่ดี "แกไปทำอะไรไว้?"

ชายรอยสัก: "ปล้น......"

เจียงเฝ่ยเสริม: "ฉันปล้นคืนมาแล้ว และของที่มันปล้นมาก่อนหน้านี้ก็เป็นของฉัน"

หวังขาเป๋: "......"

ลูกพี่ เล่นล้วงกระเป๋าเขาชัดๆ

"พวกแก ไปขนของที่ได้มาวันนี้ขึ้นรถลูกพี่ให้หมด"

"แล้วก็ของในรถฉัน เอาไปให้หมดด้วย ถือเป็นการขอขมาลูกพี่"

หวังขาเป๋สั่งการชายรอยสักและพวกลูกน้องให้ทำงาน

ระหว่างที่พวกนั้นไปขนของ หวังขาเป๋ก็เข้ามาประจบสอพลอเจียงเฝ่ย "ลูกพี่อย่าถือสาเลยครับ คนของผมมันไม่รู้เรื่อง"

"ครั้งนี้ต้องขอบคุณลูกพี่จริงๆ ผมถึงรอดตายมาได้! แถมยังกำไรงามอีกต่างหาก!"

เจียงเฝ่ยงง แต่ใบหน้ายังคงนิ่งเฉย

หวังขาเป๋อธิบาย "วันที่เราแยกกัน ผมกลับบ้าน ไม่ได้ไปที่ร้าน ใครจะรู้ว่าคืนนั้นพายุเข้า ถล่มตลาดค้าส่งพังยับเยิน คนตายเพียบ ผมรอดมาได้หวุดหวิด"

"พอดีเลย ยาที่ผมหาให้ลูกพี่คราวก่อน ยังเหลืออยู่ที่ผมบางส่วน เพราะฝนตกหนักแบบนี้ เลยขายได้ราคาดีหมดเกลี้ยง ดังนั้นลูกพี่คือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตผม! ลูกพี่อยากได้อะไรผมจัดให้ได้หมด!"

เจียงเฝ่ยเข้าใจทันที

เชือดหมูได้อีกรอบแล้ว

"แกมีทองไหม?"

"ขอสักหนึ่งตันขึ้นไป"

หวังขาเป๋: "......ลูกพี่นี่ไม่เกรงใจกันเลยนะครับ"

"ผมไม่มีนิสัยตุนทอง แต่ผมหาคนรับซื้อให้ได้"

"ตอนนี้ออกไปไหนลำบาก รับซื้อยาก ผมให้ลูกพี่ได้เต็มที่ 10 กิโลกรัม ใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ เพราะผมก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน"

ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ราคาทองตก เขาคงไม่กล้าให้หรอก

ถือซะว่าตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิต

เจียงเฝ่ยพอใจมาก "แกมีวีแชทฉัน ได้ของแล้วส่งข้อความมา ถ้าติดต่อไม่ได้ งั้นเจอกันวันศุกร์หน้าตอนเที่ยง ที่นี่"

วันนี้ถึงศุกร์หน้า ครบหนึ่งสัปดาห์พอดี

หวังขาเป๋รับปากทั้งน้ำตา

นั่นไง เจอหน้าลูกพี่ทีไร เลือดต้องออกทุกที

ชายรอยสัก: "ลูกพี่ใหญ่ คุณเจียง ของขึ้นรถเรียบร้อยแล้วครับ"

ก่อนไป เจียงเฝ่ยกำชับว่า "ว่างๆ ก็ตุนพวกยากันแมลงยาฆ่าแมลงไว้บ้าง"

"อากาศชื้น แมลงขึ้นง่าย"

นี่มันทองคำตั้ง 10 กิโลนะ

ห้ามตายเด็ดขาด!

หวังขาเป๋ชะงัก ขบคิดคำพูดของเจียงเฝ่ย

ส่วนเจียงเฝ่ยพาเซียวชูเซี่ยกลับขึ้นรถ ขับมุ่งหน้าไปยวี่หลานย่วน

เซียวชูเซี่ยยังอยู่ในอาการตะลึง

เธอเตรียมตัวโดนซ้อมแล้วนะ...... ทำไมจู่ๆ ก็เคลียร์ได้เฉยเลย???

"พี่สาว คนคนนั้นเรียกพี่ว่าลูกพี่ พี่เป็นนักเลงเหรอคะ?"

เห็นเซียวชูเซี่ยจะเริ่มพูดมากอีก เจียงเฝ่ยตัดบทอย่างเย็นชาไร้เยื่อใย "พูดอีกคำเดียวลงรถไปเลย"

เซียวชูเซี่ยหุบปากแน่นทันที ดวงตาเป็นประกายวิบวับ

ถึงพี่สาวจะดุ แต่พี่สาวเท่จัง!

ถึงยวี่หลานย่วน เจียงเฝ่ยหาที่ซ่อนรถบรรทุกที่ใหม่ "เธอขึ้นไปก่อน ฉันจะจัดของหน่อย"

เรื่องซูเปอร์มาร์เก็ตกลืนทอง ให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาด

ทันใดนั้น ถุงช้อปปิ้งใบใหญ่ก็ปรากฏแก่สายตาเจียงเฝ่ย

"วันนี้พี่ช่วยชีวิตหนู ของพวกนี้ให้พี่ค่ะ"

"หนูไปแล้วนะพี่สาว!"

ไม่รอให้เจียงเฝ่ยพูดอะไร เซียวชูเซี่ยหิ้วของถุงหนึ่งวิ่งลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว กลัวเธอจะปฏิเสธ

เจียงเฝ่ยมองดูเสบียงที่ทิ้งไว้บนเบาะรถ ใจลอยไปชั่ววูบ

ชีวิตสองชาติภพ ทำให้เธอยยากที่จะเชื่อใจใคร

เธอไม่ชินกับความกระตือรือร้นของเซียวชูเซี่ย

และเช่นกัน เธอไม่เชื่อว่าจะมีใครใสซื่อจริงๆ

เซียวชูเซี่ยคงยังไม่รู้สินะ ว่าของพวกนี้จะสำคัญแค่ไหน

เจียงเฝ่ยดึงสติกลับมา เก็บเสบียงสามถุงใหญ่เข้าซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วลงไปดูของหลังรถ

น้ำแร่ 10 ลัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 10 ลัง ผักดอง 7 ลัง ผลไม้ 5 ลัง บุหรี่เกรดดีซองละร้อยกว่า 5 คอตตอน ยังมีเหล้าเหมาไถกับเบียร์อีก 3 ลัง

ไม่เลว

วันนี้ออกมาไม่เสียเที่ยว

เจียงเฝ่ยเก็บของทั้งหมดเข้าโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วเดินขึ้นตึก

เพิ่งถึงชั้น 22 ก็เห็นคนยืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเอง

เจียงเฝ่ยจับมีดสั้นในเป้โดยสัญชาตญาณ อีกฝ่ายก็หันกลับมาพอดี

แสงไฟสีส้มจากทางเดินสาดส่องเสี้ยวหน้าของเขา ขับให้คิ้วและดวงตาคู่นั้นดูงดงามชวนฝัน

"สวัสดีครับ ผมเป็นลูกบ้านห้อง 2203 ลู่ยู่"

จบบทที่ บทที่ 9 ผมเป็นลูกบ้านห้อง 2203

คัดลอกลิงก์แล้ว