- หน้าแรก
- ก็อดซิลล่า ราชามังกรหายนะ
- บทที่ 6: ดวงตาปีศาจ?
บทที่ 6: ดวงตาปีศาจ?
บทที่ 6: ดวงตาปีศาจ?
บทที่ 6: ดวงตาปีศาจ?
ภายในอุโมงค์เหมืองฝั่งที่ติดกับภูเขา กลุ่มโคโบลด์ต่างพากันมีท่าทีหวาดผวา เสียงร้องครวญครางแผ่วเบาดังขึ้นเป็นระยะ ยิ่งทำให้บรรยากาศอึมครึมและน่ากังวลมากขึ้นไปอีก
นี่เป็นเพียงเผ่าเล็กๆ เผ่าหนึ่ง แม้นับรวมพวกโคโบลด์วัยเยาว์เข้าไปด้วยแล้ว ก็ยังมีจำนวนเพียงสี่สิบถึงห้าสิบตัวเท่านั้น ทว่าในยามนี้ เหลือโคโบลด์อยู่ในเหมืองเพียงแค่สิบกว่าตัว
เมื่อไม่นานมานี้ หัวหน้าเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาได้นำโคโบลด์ตัวเต็มวัยส่วนใหญ่ออกไปล่าสัตว์ แต่ใครจะคาดคิดว่าผ่านไปเพียงครึ่งวัน จะมีโคโบลด์หนีตายกลับมาด้วยความแตกตื่น
โคโบลด์ที่ออกไปล่าสัตว์เกือบทั้งหมดถูกสังหารโดยกลุ่มนักผจญภัย แม้แต่หัวหน้าเผ่าก็ไม่อาจรอดชีวิตกลับมาได้
มีเพียงโคโบลด์สามตัวเท่านั้นที่หนีรอดกลับมาถึงเหมือง ดูเหมือนว่าพี่น้องคนอื่นๆ จะตกตายด้วยน้ำมือของมนุษย์ข้างนอกนั่นจนหมดสิ้น!
โคโบลด์ที่เหลืออยู่ต่างหวาดกลัวจับใจ กลัวว่าพวกมนุษย์จะตามรอยมาถึงที่นี่และสังหารล้างเผ่าพันธุ์
มีโคโบลด์บางตัวเสนอให้รีบย้ายถิ่นฐานหนี แต่ด้วยสภาพของกลุ่มที่มีแต่คนแก่ คนอ่อนแอ และคนป่วยเช่นนี้ เกรงว่ายังเดินไปได้ไม่ถึงสิบลี้ก็คงถูกสัตว์ป่าจับกินจนหมด
ด้วยความสิ้นหวัง กลุ่มโคโบลด์จึงรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย ภายใต้การนำของโคโบลด์ตัวเต็มวัยที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัว พวกมันหยิบอาวุธขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาและซุ่มรออยู่ในโถงปากถ้ำ
"โฮ่ง!"
ทันทีที่ 'ด็อก' ก้าวเข้ามาในโถงของเผ่า เขาก็ถูกอีเต้อฟาดเข้าใส่อย่างจัง ตามด้วยอีเต้ออีกหลายเล่มที่ระดมฟาดลงมา
ด็อกกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ เขาอุตส่าห์เอาชีวิตรอดกลับมาได้แทบตาย จะต้องมาตายด้วยน้ำมือพวกเดียวกันเองงั้นหรือ!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
"หยุด!"
โคโบลด์ที่เป็นผู้นำสังเกตเห็นว่าผู้บุกรุกไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเจ้าด็อก จึงรีบตะโกนห้ามไม่ให้อีเต้อฟาดใส่ แล้วรีบดึงตัวด็อกที่ยังมึนงงขึ้นมา
"ด็อก! ทำไมเป็นแก? สถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง? พวกมนุษย์ล่ะ? มันตามมาหรือเปล่า? พวกมันเจอเราไหม?"
ด็อกที่เพิ่งเดินวนกลับมาจากประตูนรกยังคงสับสนกับคำถามที่รัวเข้ามา เขาอ้าปากพะงาบๆ อยากจะตอบแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
เหล่าโคโบลด์ที่แทบจะขาดใจตายเพราะความกดดันจากหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา ต่างร้อนรนอยากรู้คำตอบ
เมื่อเห็นท่าทางอึกอักของด็อก โคโบลด์บางตัวก็จินตนาการไปไกลว่าด็อกอาจจะทรยศเผ่าไปแล้ว
"ด็อก! แกพามนุษย์มาที่นี่ใช่ไหม?"
'สเกลไฮด์' กรีดร้องโหยหวน ตะโกนสิ่งที่ตนคิดออกมา
คำพูดนี้ก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นทันที วาจาของสเกลไฮด์เปรียบเสมือนการดับฟางเส้นสุดท้ายแห่งเหตุผลของเหล่าโคโบลด์ ดวงตาของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน หมายมาดจะสังหารด็อกที่เป็นคนทรยศก่อนเป็นอันดับแรก
ด็อกที่เพิ่งจะหายใจหายคอได้ทัน เมื่อเห็นภาพนี้ก็แทบจะหยุดหายใจอีกรอบ เขาโยกตัวหลบพร้อมกับตะโกนด่าสวนกลับไป
"ไอ้บ้าสเกลไฮด์! ในสมองแกมีแต่อึออร์คหรือไง? ถ้าข้าพามนุษย์มา ป่านนี้พวกแกกลายเป็นศพไปหมดแล้ว! ข้าหาหนทางรอดให้เผ่าแบล็กวูดของเราได้แล้วต่างหาก!"
โคโบลด์ทุกตัวหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำพูดนั้น สัญชาตญาณสั่งให้หันมองไปทางด็อก มีเพียงสเกลไฮด์ที่ยังคงดื้อดึง
"ด็อก! ข้าเชื่อว่าแกไม่ได้พามนุษย์มา แต่ลำพังโคโบลด์ตัวเดียวอย่างแก จะมีปัญญาช่วยเผ่าเราได้ยังไง!"
"ใครบอกว่าข้าไม่มีวิธี! ข้าหาเจ้านายที่เป็น 'มังกรที่แท้จริง' ได้แล้ว!"
ด็อกยืดอกขึ้น มองดูอดีตเพื่อนร่วมทีมด้วยความภาคภูมิใจและแฝงแววดูแคลนเล็กน้อย
"เป็นไปไม่ได้! มังกรแท้ในหุบเขาเรืองนามจากไปนานแล้ว ใครๆ ก็รู้ อีกอย่าง มังกรที่แท้จริงจะมาถูกใจแกได้ยังไง!"
สำหรับคำพูดของด็อก สเกลไฮด์คิดว่ามันเป็นเพียงการคุยโวโอ้อวด เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าด็อกจะโชคดีขนาดนั้น
คำพูดนี้ทำให้ด็อกโมโหจริงๆ สายตาที่มองสเกลไฮด์เริ่มไม่เป็นมิตรขึ้นเรื่อยๆ
"สเกลไฮด์! ข้าก็แค่เคยเผลอทำไข่แกแตกไปใบเดียวไม่ใช่เรอะ! ไม่นึกเลยว่าแกจะผูกใจเจ็บมาจนถึงป่านนี้ มา! มาดมกลิ่นที่ตัวข้าสิ! นี่คือกลิ่นอายที่ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่ทิ้งไว้!"
เมื่อเห็นด็อกมั่นใจขนาดนั้น โคโบลด์ส่วนใหญ่ก็เริ่มคล้อยตามและพากันคุกเข่าลงดมกลิ่นรอบตัวด็อก
ก่อนหน้านี้พวกมันไม่ได้สังเกต แต่พอด็อกทักขึ้นมา หากพวกมันยังไม่ได้กลิ่นอีก ก็คงเสียชาติเกิดที่เป็นโคโบลด์แล้ว
"จริงด้วย... สูด... โอ้ว... นี่มันกลิ่นของมังกรที่แท้จริง!"
"อืม...! ไม่ผิดแน่! บ้านปู่ของแม่ของน้าของป้าทวดข้ามีเกล็ดมังกรแท้เก็บไว้บูชา กลิ่นแบบนี้เป๊ะเลย!"
"มังกรที่แท้จริง! เผ่าแบล็กวูดของเราจะได้รับการคุ้มครองจากมังกรที่แท้จริง!"
กลุ่มโคโบลด์รุมล้อมด็อก พลางสูดดมกลิ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้ม
สเกลไฮด์เองก็ได้กลิ่นนั้นเช่นกัน มันเป็นกลิ่นของมังกรแท้จริงๆ ของแท้แน่นอน แถมกลิ่นยังสดใหม่มาก
หน้าของเขาแดงก่ำ ก่อนจะค่อยๆ ขยับถอยไปข้างๆ ด้วยความอับอาย
"เอาล่ะ! ตอนนี้ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่กำลังรอข้าอยู่ข้างนอก รีบไปขนสมบัติทั้งหมดในเผ่าออกมาถวายท่านเร็วเข้า เรื่องนี้เดิมพันด้วยการที่พวกเราจะได้เป็นบริวารของท่านหรือไม่เลยนะ!"
เหล่าโคโบลด์เมื่อได้ยินดังนั้นก็เหมือนตื่นจากภวังค์ รีบวิ่งกรูเข้าไปในถ้ำของหัวหน้าเผ่าอย่างโกลาหล รื้อค้นและกวาดทุกอย่างที่พอจะหาได้ออกมา
ภายใต้การนำของด็อก โคโบลด์ทุกตัวเดินตามออกมา พวกมันแบกกล่องไม้หลายใบที่เต็มไปด้วยความศรัทธาต่อมังกร และเดินออกมาด้วยความกังวลใจ
"ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่! โปรดรับเครื่องบรรณาการจากเผ่าแบล็กวูดด้วยเถิด!"
ทันทีที่ก้าวพ้นปากถ้ำเหมือง เหล่าโคโบลด์ก็ถูกข่มด้วย 'แรงกดดันแห่งมังกร' ที่ถาโถมเข้ามา พวกมันทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น พร่ำสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของมังกรแท้
"ดีมาก! เปิดกล่อง!"
ก๊อดซิลล่าจงใจปลดปล่อยแรงกดดันแห่งมังกรออกมา วัตถุประสงค์คือเพื่อข่มขวัญไว้ก่อน กันไม่ให้พวกตาถั่วตัวไหนมาตั้งคำถามเกี่ยวกับสีผิวและสายพันธุ์ของเขา
"ขอรับ! ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่!"
ในที่สุดเหล่าโคโบลด์ก็ได้เห็นรูปลักษณ์ของก๊อดซิลล่า ด้วยบารมีมังกรที่ข่มขวัญไว้ก่อนหน้า พวกโคโบลด์จึงไม่รู้สึกว่ารูปร่างหน้าตาของก๊อดซิลล่าแปลกประหลาดแต่อย่างใด ตรงกันข้าม พวกมันกลับยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น
ด็อกและพรรคพวกเปิดกล่องไม้ทีละใบ ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ป่าที่พวกโคโบลด์เก็บมา เนื้อสัตว์ที่ระบุชนิดไม่ได้ และแร่เหล็กบางส่วนที่ขุดได้
นอกจากนี้ยังมีเหรียญทองและอัญมณี แต่มันมีจำนวนน้อยนิดเพียงสิบกว่าชิ้นเท่านั้น
ใจของด็อกเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เขาไม่รู้ว่าของเพียงน้อยนิดแค่นี้จะทำให้มังกรยักษ์ตรงหน้าพอใจได้หรือไม่
ก๊อดซิลล่าไม่ได้คาดหวังว่าโคโบลด์กลุ่มนี้จะมีของดีอะไรมากมายนัก แต่พอเห็นของพวกนี้จริงๆ เขาก็อดผิดหวังเล็กน้อยไม่ได้
"เอ๊ะ!"
ทันใดนั้น ความรู้สึกกระสับกระส่ายก็พุ่งขึ้นมาจากส่วนลึก ราวกับว่ามีบางสิ่งในกล่องไม้ใบหนึ่งกำลังร้องเรียกเขา!
"ไปเทของในกล่องนั้นออกมาให้หมด"
ก๊อดซิลล่าข่มความปรารถนาในใจ รักษามาดอันน่าเกรงขามภายนอกไว้ และสั่งด็อกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ด็อกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งของก๊อดซิลล่า เขาคว่ำกล่องไม้ลงจนหมด ก้อนแร่ร่วงกราวลงบนพื้น
ท่ามกลางกองแร่เหล็กสีแดงดำ มีก้อนแร่ก้อนหนึ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษ มันมีสีเขียวโปร่งแสงทั้งก้อน และเมื่อมองดูดีๆ ราวกับว่ามันกำลังเปล่งแสงจางๆ ออกมา
หลังจากแร่ก้อนนี้ปรากฏสู่สายตา ความหิวกระหายในใจของก๊อดซิลล่าก็แทบจะทะลุขีดจำกัด
นี่มันแร่ธาตุกัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง!
หัวใจของก๊อดซิลล่าสั่นระรัว เขาเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกนั้นมาจากไหน ก๊อดซิลล่าดำรงชีพด้วยสารกัมมันตรังสี!
เขาเพิ่งมาถึงโลกนี้ได้เพียงครึ่งปี และยังเป็นแค่มังกรวัยเยาว์ การหาอาหารประทังชีวิตก็ยากพอแล้ว จะไปหาแร่กัมมันตรังสีกินได้จากที่ไหนกัน?
"เจ้าไปเอาหินก้อนนี้มาจากไหน?"
ก๊อดซิลล่าอดถามไม่ได้ เขาต้องการรู้แหล่งที่มาของสารกัมมันตรังสีนี้อย่างเร่งด่วน
ด็อกมองตามสายตาของก๊อดซิลล่าไปที่ก้อนหินนั้น ใบหน้าโคโบลด์ของเขาก็ซีดเผือดลงทันที เขารีบโขกศีรษะขอขมาก๊อดซิลล่า
"ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่! ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมดวงตาปีศาจชิ้นนี้ถึงมาอยู่ในกล่องนี้ได้! ข้าจะเอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้แหละขอรับ!"
"ช้าก่อน! ทำไมเจ้าถึงเรียกมันว่าดวงตาปีศาจ? หินชนิดนี้มีประโยชน์กับข้ามาก! ตอนนี้—ข้าต้องการมันอีก!"
ก๊อดซิลล่าเลียริมฝีปาก เขาอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป อ้าปากกลืนแร่กัมมันตรังสีพร้อมกับเศษกล่องไม้ลงท้องไปอย่างตะกละตะกลาม
เอิ๊ก!
"อ่า..."
ก๊อดซิลล่ารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในท้อง เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายต่างโห่ร้องเต้นเร่าด้วยความยินดี
การกลืนกินแร่กัมมันตรังสีให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการกินแร่ธาตุธรรมดาอย่างสิ้นเชิง มันมีความเผ็ดร้อนซาบซ่านที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นรสสัมผัสที่หาได้ยากยิ่งสำหรับลิ้นของมังกร
ด็อกมองดูด้วยความตกตะลึง แอบสรรเสริญในใจว่าสมเป็นมังกรที่แท้จริง! แม้แต่ดวงตาปีศาจที่พวกมันพยายามหลีกหนีแทบตาย ท่านก็ยังกินมันได้!
"ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อเทียบกับตัวท่านที่องอาจและทรงพลัง พวกเรามันอ่อนแอเกินไปจริงๆ! ไม่สามารถต้านทานคำสาปของปีศาจได้!"
"แร่ก้อนนี้ขุดมาจากบ่อเหมืองในถิ่นฐานเดิมของพวกเรา ตอนแรกพวกเรานึกว่าเป็นอัญมณีพิเศษอะไรสักอย่าง แต่ไม่นึกเลยว่าตั้งแต่ขุดหินก้อนนี้ขึ้นมา เผ่าของเราก็เหมือนโดนคำสาปปีศาจ เพื่อนร่วมเผ่าล้มตายไปมากมายที่นั่น!"
"เดิมทีคนในเผ่าเรามีเยอะกว่านี้มาก แต่ตอนนี้เหลือรอดกันมาแค่นี้แหละขอรับ!"
พูดถึงตรงนี้ ด็อกก็มีท่าทีโศกเศร้า ราวกับนึกถึงวันวานที่รุ่งเรืองของเผ่า
เมื่อได้ยินดังนั้น ความปิติยินดีของก๊อดซิลล่าก็ไม่อาจเก็บกดไว้ได้อีกต่อไป เขาอ้าปากกว้าง น้ำลายมังกรไหลย้อยลงมาไม่ขาดสาย
"งั้นก็หมายความว่า ยังมี... เอ้อ... ดวงตาปีศาจแบบนี้อีกเยอะที่ถิ่นฐานเดิมของเจ้าใช่ไหม! ดีมาก! ตอนนี้—พาข้าไปที่นั่นเดี๋ยวนี้! ถ้าเป็นจริงตามที่เจ้าพูด เผ่าแบล็กวูดของเจ้าจะได้เป็นบริวารกลุ่มแรกของข้า!"