- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นแมววิญญาณ ยิ่งกินยิ่งเทพในโลกเซียน
- บทที่ 22 แมวเสวียน
บทที่ 22 แมวเสวียน
บทที่ 22 แมวเสวียน
บทที่ 22 แมวเสวียน
[กลืนกินปีศาจกวางระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 2, ค่าวิวัฒนาการ +30, การบำเพ็ญเพียร +30]
[กลืนกินปีศาจกวางระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 2, ค่าวิวัฒนาการ +30, การบำเพ็ญเพียร +30]
[...]
สวีเฟิงไล่กินปีศาจกวางจนเกือบหมดฝูง และในที่สุดค่าวิวัฒนาการก็เต็มเปี่ยมตามที่คาดไว้
เขาไม่รอช้า รีบกลับไปยังถ้ำของตนแล้วเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาทันที
[วิวัฒนาการ: ใช่/ไม่]
"วิวัฒนาการ!"
แสงหลากสีระเบิดออกมาห่อหุ้มร่างของสวีเฟิงในชั่วพริบตา
ภายใต้แสงสว่างจ้า ร่างของแมวน้อยเริ่มหดเล็กลงเรื่อยๆ จากเดิมที่สูงครึ่งเมตร กลับกลายมามีขนาดเท่ากับแมวธรรมดาทั่วไป
ลวดลายสีแดงจางๆ บนขาค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นสีโปร่งแสงแทน
กลิ่นอายของแมวทั้งตัวดูลึกลับและลึกล้ำยิ่งขึ้น ขนสีขาวบริสุทธิ์กลับดูหม่นแสงลงอย่างน่าประหลาดในความมืด และดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นก็มีประกายแสงจางๆ ชวนขนลุกเคลือบอยู่ ทำให้เขายิ่งดูลึกลับยากจะคาดเดา
การเปลี่ยนแปลงของสวีเฟิงในครั้งนี้ชัดเจนอย่างยิ่ง
เมื่อเขาลืมตาขึ้นและมองไปรอบๆ ถ้ำที่จู่ๆ ก็ดูกว้างใหญ่ขึ้นถนัดตา เขาก็เกือบจะนึกว่าตัวเองทะลุมิติมาใหม่อีกรอบ
เขาจึงรีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบ
[ชื่อ: สวีเฟิง]
[เผ่าพันธุ์: แมวเสวียน (แมวลี้ลับ)]
[เคล็ดวิชา: บทสวดกระเรียนขาว]
[ขอบเขต: สร้างรากฐาน ขั้นที่ 2 (0/15000)]
[ทักษะ: รัดตรึง, กรงเล็บแหลมคม, ศรวารี, เขี้ยวแหลมคม, โล่ผลึกทมิฬ, หนามปฐพี, การรับรู้, ไฟวิญญาณ, อำพราง]
[ความสามารถติดตัว: กลืนกินปราณ, ความเร็วสูง, เนตรทลายมิติ]
[ความเชี่ยวชาญทักษะ: เพลงดาบ (ระดับ 2)]
[ค่าวิวัฒนาการ: 0/50,000]
[คำอธิบายเผ่าพันธุ์: แมวเสวียน สายเลือดระดับเหลือง เผ่าพันธุ์หายากในโลกผู้บำเพ็ญเพียร มีความสามารถในการมองทะลุภาพลวงตา (ความว่างเปล่า) ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายลึกลับ การจ้องมองนานๆ อาจทำให้บรรลุธรรมหรือธาตุไฟเข้าแทรกได้ ขนเป็นวัสดุชั้นยอดสำหรับการวางค่ายกล และเลือดเป็นตัวยาสำคัญในการปรุงโอสถทะลวงมิติ]
[เส้นทางวิวัฒนาการ: แมวเสวียนหยกทมิฬ สายเลือดระดับดำ เผ่าพันธุ์หายากในโลกผู้บำเพ็ญเพียร นอกจากจะมีความสามารถของแมวเสวียนแล้ว ยังเชี่ยวชาญการซ่อนตัวในเงา กระดูกมีลักษณะคล้ายหยกดำ เป็นวัสดุชั้นยอดในการหลอมศาสตรา]
"หน้าจอระบบ นี่แกแอบอัปเกรดตอนข้าหลับเรอะ?"
สวีเฟิงสำรวจหน้าต่างระบบที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากระบบพูดไม่ได้ สวีเฟิงจึงต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะทำความเข้าใจสถานการณ์
ปรากฏว่าก่อนหน้านี้ค่าวิวัฒนาการไม่เพียงพอ ระบบจึงทำได้เพียงการวิวัฒนาการเล็กๆ น้อยๆ เพื่อปรับปรุงร่างกายเท่านั้น
แต่ตอนนี้เมื่อสะสมพลังงานได้มากพอ การวิวัฒนาการข้ามสายพันธุ์อย่างสมบูรณ์จึงเกิดขึ้น
นอกจากนี้ เพราะค่าวิวัฒนาการหาได้ง่ายขึ้น ระบบจึงเพิ่มส่วน 'เส้นทางวิวัฒนาการ' ขึ้นมา เพื่อให้สวีเฟิงเลือกเส้นทางในอนาคตได้
"แต่ทำไมรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล!"
สวีเฟิงอ่านคำอธิบายเผ่าพันธุ์ในหน้าต่างระบบ แล้วรู้สึกได้ถึงความประสงค์ร้ายอันเต็มเปี่ยม
ปรุงยา, หลอมอาวุธ, วางค่ายกล... ขาดแค่วาดเขียนยันต์อย่างเดียวก็จะครบสูตรแล้ว
"นี่มันสายอาชีพสนับสนุนในโลกบำเพ็ญเพียรชัดๆ เลยไม่ใช่รึไง?"
สวีเฟิงมองเห็นภาพตัวเองถูกมนุษย์นับไม่ถ้วนไล่ล่าเพราะค่าตัวพุ่งกระฉูด
แค่คิดก็หากความสงบสุขในชีวิตไม่เจอแล้ว
เพื่อวัยเกษียณที่สุขสบายในอนาคต สวีเฟิงตัดสินใจเลิกอู้งานทันที
เขาเริ่มทดลองใช้ทักษะและความสามารถใหม่
อย่างแรกคือทักษะ 'อำพราง' เมื่อเปิดใช้งาน ขนของสวีเฟิงก็กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมจนแทบสังเกตไม่เห็น
แม้จะยังเป็นสีขาว แต่กลับดูกลมกลืนไปกับสิ่งรอบข้างอย่างน่าอัศจรรย์
ต่อมาคือความสามารถติดตัว 'เนตรทลายมิติ'
มันช่วยให้เขามองทะลุภาพลวงตา สลายมายา มองเห็นความจริง และอ่านใจคนได้
สวีเฟิงลองทดสอบดูและพบว่าเขาสามารถมองทะลุทักษะอำพรางของตัวเองได้ในทันที
นอกจากนี้ เขายังค้นพบสิ่งที่คาดไม่ถึง
สวีเฟิงสังเกตว่าหางของเขากำลังตื่นเต้น
เขารีบคว้าหางมาดู แล้วก็ต้องรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย
หนามแหลมบนหางหายไปแล้ว! มันใช้เกาที่คันไม่ได้อีกต่อไป!
"ไม่นะ!"
สวีเฟิงรู้สึกเหมือนความสุขทั้งชีวิตของแมวตัวหนึ่งได้มลายหายไป
เขาใช้เวลาทำใจอยู่นาน จนกระทั่งตระหนักได้ว่าหางยังคงนวดให้เขาได้อยู่ อารมณ์ถึงได้ดีขึ้นพอที่จะออกจากถ้ำ
เจ้าหางแสดงท่าทีประณามการตระหนักรู้นี้อย่างรุนแรง แต่ก็จำต้องยอมรับความจริง: สวีเฟิงไม่ได้เศร้าเพราะเกาไม่ได้ แต่เศร้าเพราะจะใช้งานมันเยี่ยงทาสไม่ได้แล้วต่างหาก!
เมื่อออกจากถ้ำ สวีเฟิงสังเกตเห็นงูไม่กี่ตัวที่ทุ่งราบในหุบเขากลับมาแล้ว
ตามหลักความใกล้ชิด พวกมันควรเป็นเป้าหมายแรก แต่ตอนนี้สวีเฟิงกลับรู้สึกขัดหูขัดตาเจ้าแรดทมิฬที่อยู่ใกล้ๆ มากกว่า
ในเมื่อหางของเขาเสียหนามไปแล้ว ทำไมเจ้าแรดทมิฬถึงยังมีนอใหญ่อยู่ได้... แถมมีตั้งสองนออีกต่างหาก!
ล้อเล่นน่า... เหตุผลหลักคือปีศาจงูสามตัวนั้นอยู่ใกล้กันเกินไป และหนึ่งในนั้นยังอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นที่สอง
สวีเฟิงประเมินว่าถึงจะชนะได้ก็คงต้องเจ็บตัว จึงตัดสินใจเก็บพวกมันไว้คราวหน้าเมื่อเตรียมตัวพร้อมกว่านี้
เมื่อล็อคเป้าหมายได้แล้ว สวีเฟิงก็เหินกระบี่พุ่งตรงเข้าไปทันที
อาจเป็นเพราะขนาดตัวเล็กลง สวีเฟิงจึงรู้สึกว่ากระบี่สั้นเล่มนี้ใหญ่ขึ้นถนัดตา
อย่างน้อยเขาก็นอนบนมันได้
เมื่อก่อนเวลาบิน เขาต้องยืนเก้ๆ กังๆ ทรงตัวเหมือนแมวเดินไต่ลวด
แต่ตอนนี้ดีขึ้นมาก สวีเฟิงรู้สึกว่าความเร็วของกระบี่บินเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเขานอนราบไปกับมัน
ยอดเขาที่เคยต้องใช้เวลาครึ่งก้านธูปในการเดินทาง ตอนนี้ใช้เวลาเพียงหนึ่งในสามก้านธูปก็ถึงแล้ว
ทันทีที่มาถึงยอดเขา สวีเฟิงก็เห็นแรดทมิฬกำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ในลำธารเล็กๆ ตีนเขา
นอสีขาวบริสุทธิ์ทั้งสองของมันดูโดดเด่นตัดกับผิวสีดำทมิฬ
เห็นแล้วสวีเฟิงก็อิจฉาตาร้อน เขาอยากให้หางตัวเองงอกอะไรแบบนั้นออกมาบ้าง มันต้องเท่ระเบิดแน่ๆ
หาง: "เจ้าอย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะ!"
เมื่อมองดูนอที่ใหญ่กว่าตัวสวีเฟิงทั้งตัว เจ้าหางก็สื่อสารออกมาว่าเป็นไปไม่ได้
หลังจากปล่อยใจฟุ้งซ่านไปชั่วครู่ สวีเฟิงก็เข้าสู่โหมดล่าสังหารอย่างรวดเร็ว
ด้วยทักษะอำพราง สวีเฟิงแทรกตัวเข้าไปในเงาและย่องเข้าใกล้แรดทมิฬ
เจ้าแรดที่กำลังง่วนกับการไล่จับปลาเล็กปลาน้อยในน้ำ ไม่รู้ตัวเลยว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา
กว่ามันจะรู้ตัว สวีเฟิงก็มาโผล่อยู่ข้างกายแล้ว
"ศรวารี!"
ฉวยจังหวะที่แรดทมิฬอ้าปาก สวีเฟิงควบคุมน้ำในลำธารให้ก่อตัวเป็นศรขนาดมหึมาหนาเท่าถังน้ำ แล้วซัดเข้าไปในปากของมันเต็มแรง
เมื่อเผชิญกับการโจมตีทีเผลอ แรดทมิฬก็ตื่นตระหนกทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่มันถูกโจมตีทางปากแบบนี้ ด้วยความตกใจ มันจึงทำได้เพียงกระโจนหนีขึ้นฝั่ง
แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น หนามปฐพีก็พุ่งขึ้นมาเสียบทะลุกีบเท้าของมัน
"ฮึ่ม!"
แรดทมิฬที่ปากถูกอุด ทำได้เพียงส่งเสียงคำรามในลำคอได้แค่ครั้งเดียว ก่อนที่สวีเฟิงจะปลิดชีพมันลง
เมื่อร่างของแรดทมิฬล้มลง สวีเฟิงก็สั่งการหางให้จัดการชำแหละซากอย่างชำนาญ แล้วเริ่มลงมือกลืนกินเหยื่อ
[กลืนกินปีศาจแรดทมิฬระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 1, ค่าวิวัฒนาการ +20, การบำเพ็ญเพียร +20]
[กลืนกินปีศาจแรดทมิฬระดับสร้างรากฐานขั้นที่ 1, ค่าวิวัฒนาการ +20, การบำเพ็ญเพียร +20]
สวีเฟิงเพิ่งจะกัดไปได้แค่คำสองคำ จู่ๆ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในขอบเขตการรับรู้ของเขา
สวีเฟิงรีบถอยฉากออกมา พร้อมกับปล่อยทักษะ 'รัดตรึง' ใส่เป้าหมายเพื่อพันธนาการไว้ทันที
จากนั้นเขาจึงค่อยสังเกตผู้บุกรุก
มันคือนกสีครามตัวน้อย ขนาดตัวพอๆ กับนกกระจอกธรรมดาเท่านั้น
"ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะมื้ออาหารของท่านนะ"
เมื่อเห็นสวีเฟิงจ้องมองมา เจ้านกน้อยสีครามก็รีบอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
นางแอบซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆ และเห็นเหตุการณ์การต่อสู้ระหว่างสวีเฟิงกับแรดทมิฬทั้งหมด
มันช่างโหดเหี้ยมอำมหิตเหลือเกิน พอนึกถึงเสาน้ำขนาดใหญ่กว่าตัวนางหลายสิบเท่า นกน้อยก็รู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ
ดังนั้นพอนางเห็นสวีเฟิงเริ่มกินอาหาร นางจึงพยายามจะหนี แต่ไม่นึกว่าจะถูกจับได้ทันทีแบบนี้
"เนื้อข้าไม่อร่อยหรอกนะ... ข้ารู้ว่ามีของอร่อยอยู่ที่ไหน"
นกน้อยสีครามยิ่งหวาดกลัวหนักเข้าไปอีกเมื่อเห็นสวีเฟิงยังคงเงียบกริบ
ความจริงสวีเฟิงไม่ได้คิดจะกินนกน้อยตัวนี้อยู่แล้ว ด้วยขนาดตัวแค่นั้น กินสองคำก็คงไม่พอระคายท้อง
เขาแค่ต้องการถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมแถวนี้ แต่ไม่คิดว่าจะได้โชคชั้นสองแถมมาด้วย