- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นแมววิญญาณ ยิ่งกินยิ่งเทพในโลกเซียน
- บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา
บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา
บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา
บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา
สองวันมานี้ ทุกครั้งที่สวีเฟิงตื่นขึ้นมา ดวงจันทร์ก็ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าตลอด
ทำให้เขาหลงลืมวันเวลาไปบ้าง
จนกระทั่งวันที่สาม สวีเฟิงตื่นมาพบกับแสงตะวัน ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องออกไปล่าเหยื่อ
ด้วยเหตุนี้ สวีเฟิงจึงดุ 'เจ้าหาง' ไปยกใหญ่
ตื่นแล้วแท้ๆ แต่เจ้าหางกลับไม่ยอมเตือนเขาเลยสักนิด
เจ้าหางแสดงท่าทีสำนึกผิดอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
สวีเฟิงถึงยอมยกโทษให้ แล้วออกไปล่าเหยื่อ
ทุ่งราบในหุบเขายังคงเงียบสงบเหมือนเมื่อสองวันที่แล้วตอนที่สวีเฟิงเพิ่งมาถึง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สวีเฟิงก็เตรียมตัวไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน
ทว่าเมื่อสวีเฟิงแผ่สัมผัสวิญญาณตรวจสอบดู ก็พบว่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน หรือพวก 'ของว่างรสเด็ด' เหล่านั้น หายตัวไปกันหมดแล้ว
เหลือเพียงพวก 'ของว่าง' ระดับกลั่นลมปราณเท่านั้น
ทำเอาเจ้าแมวน้อยผู้กระตือรือร้นผิดหวังอย่างแรง ได้แต่ตัดสินใจว่าไว้วันหลังค่อยมาเยี่ยมใหม่
ในเมื่อเพื่อนบ้านระแวกใกล้เคียงไม่อยู่ สวีเฟิงจึงจำต้องขยายขอบเขตการค้นหาเพื่อนบ้านออกไปนอกหุบเขา
ครั้งล่าสุดที่สวีเฟิงสำรวจทุ่งราบ เขาพบว่าพื้นที่ทางใต้นั้นทำเลดีทีเดียว มีสัตว์ปีศาจระดับสร้างรากฐานขั้นต้นรวมตัวกันอยู่เพียบ
ถ้าไม่ใช่เพราะทุ่งราบแห่งนี้อยู่อาศัยสบายกว่า สวีเฟิงคงย้ายสัมโนครัวไปตั้งนานแล้ว
คิดได้ดังนั้น สวีเฟิงก็ขี่กระบี่บินมุ่งหน้าลงใต้
"หือ?"
ขณะที่กำลังบินอยู่ จู่ๆ สวีเฟิงก็เห็นเงาสีขาวในระยะไกล
และมันกำลังพุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ!
สวีเฟิงที่บินต่ำอยู่แล้ว เมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเก็บมีดสั้นแล้วพุ่งตัวเข้าไปหลบในป่าทึบ
แต่ยังไม่ทันที่สวีเฟิงจะหาที่ซ่อนได้ เขาก็ถูกพายุหมุนลูกหนึ่งซัดจนกระเด็น
ความรู้สึกนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน มันคือนิสัยการกระทำที่ไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลังของไป๋อู๋ไช่ชัดๆ สวีเฟิงจึงคลายความหวาดกลัวลงทันที
เป็นไปตามคาด เมื่อพายุสงบลง ไป๋อู๋ไช่ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขา
"เจ้าแมววิญญาณตัวน้อย ทำไมเจ้าถึงมาอยู่แถวอาณาเขตของวัวอัสนีได้ล่ะ?"
ไป๋อู๋ไช่คว้าคอสวีเฟิงหิ้วขึ้นมาทันที
"แถมเจ้ายังบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานแล้วด้วย?"
สวีเฟิงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหายใจไม่ออกอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำถามของไป๋อู๋ไช่ เขาทำได้เพียงพยักหน้าเงียบๆ
"ข้าต้องการเลือดของเจ้าพอดี เอาขนของข้าไปแลกก็แล้วกัน"
ไม่นานนัก เสียงของไป๋อู๋ไช่ก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเจรจาต่อรอง
แต่เจ้าแมวน้อยที่กำลังโดนบีบคออยู่ จะไปปฏิเสธได้ยังไงไหว
ไป๋อู๋ไช่มือไวมาก ชั่วพริบตาก็เก็บเลือดสวีเฟิงไปขวดเล็กๆ พร้อมกับดึงขนจากหางตัวเองยื่นให้สวีเฟิง
พอเสร็จธุระ เขาก็วางสวีเฟิงลงพร้อมกับกล่าวเตือน
"ช่วงนี้แถวนี้อันตรายมาก เจ้าควรจะรีบออกไปซะ"
"ทำไมถึงอันตรายหรือ?"
หลังจากถูกวางลง สวีเฟิงที่กลัวว่าจะโดนลมพัดกลิ้งอีกรอบก็เตรียมหาทางหนีทีไล่
แต่พอได้ยินคำพูดของไป๋อู๋ไช่ เขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที จึงรีบถามออกไป เพราะเดิมทีเขาวางแผนจะอาศัยอยู่แถวๆ นี้อยู่แล้ว
"วัวอัสนีกับงูทมิฬกำลังขัดแย้งกัน แถมราชันปีศาจตนอื่นๆ ก็กำลังจับจ้องที่นี่อยู่ สรุปคือมันอันตรายมาก"
พูดจบ ไป๋อู๋ไช่ก็คืนร่างเป็นนกกระเรียนขาวแล้วรีบบินไปทางทิศตะวันออกทันที
สวีเฟิงโดนลมพัดกลิ้งโค่โล่เค่เล่อีกรอบ
ทว่าคราวนี้สวีเฟิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น เขาตกอยู่ในห้วงความคิดแทน
แม้สวีเฟิงจะรู้ว่าหุบเขาโยวเหลยส่งสาส์นไปขอความร่วมมือกับราชันปีศาจงูทมิฬ แต่เขาก็ไม่รู้รายละเอียดว่าร่วมมือกันเรื่องอะไร
ตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้ว เป้าหมายคือการจัดการกับ 'ราชันปีศาจวัวอัสนี'
ส่วนเหตุผลที่ราชันปีศาจงูทมิฬต้องร่วมมือกับหุบเขาโยวเหลยเพื่อจัดการวัวอัสนีนั้น สวีเฟิงยังคิดไม่ออก
แต่ในเมื่อคิดไม่ออก สวีเฟิงก็ตัดสินใจเลิกคิด เรื่องของระดับราชันปีศาจมันไกลตัวเกินไปสำหรับปีศาจน้อยที่เพิ่งสร้างรากฐานได้อย่างเขา
สิ่งที่สวีเฟิงสนใจคือความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างราชันปีศาจวัวอัสนีกับราชันปีศาจงูทมิฬต่างหาก
นี่ถือเป็นข่าวดีครึ่งหนึ่งสำหรับเขา
ข่าวดีคือ หุบเขาโยวเหลยแอบร่วมมือกับงูทมิฬ ดังนั้นพวกมันย่อมไม่อยากให้วัวอัสนีรู้เรื่องนี้
ดังนั้น ต่อให้มีผู้ฝึกตนระดับจินตาน (แก่นทองคำ) จากหุบเขาโยวเหลยมาตรวจสอบสาเหตุการตายของศิษย์ แล้วบังเอิญเจอเขา อย่างน้อยพวกมันก็คงลังเลที่จะบุกเข้ามาในอาณาเขตของวัวอัสนีในตอนนี้ เพราะกลัววัวอัสนีรู้ตัว
นี่ช่วยซื้อเวลาให้สวีเฟิงได้พัฒนาตัวเองได้สักพัก
ส่วนเหตุผลที่ว่าเป็นข่าวดีแค่ 'ครึ่งเดียว' ก็เพราะศัตรูเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับจินตาน ซึ่งสวีเฟิงไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าพวกมันจะมีลูกไม้อะไรบ้าง
ช่องว่างระหว่างจินตานกับสร้างรากฐานนั้นห่างชั้นกันเกินไป แค่ไป๋อู๋ไช่กระพือปีกเบาๆ สวีเฟิงยังปลิวตามลมเลย
"ข้าต้องเร่งวิวัฒนาการแล้ว!"
หุบเขาโยวเหลยทำให้สวีเฟิงรู้สึกกดดันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อย่างน้อยเขาก็รู้ว่ายังมีเวลาเตรียมตัวอีกนิดหน่อย
"หวังว่าราชันปีศาจวัวอัสนีกับราชันปีศาจงูทมิฬจะคุมเชิงกันต่อไปอีกสักพักนะ"
สวีเฟิงภาวนาในใจเงียบๆ ก่อนจะดึงสติกลับมา
เขาเริ่มพิจารณาขนนกในมือ
ขนนกนี้มีสีสันงดงามและดูไม่ธรรมดา ก่อนหน้านี้สวีเฟิงเคยเห็น 'สีดำหลากสี' จากระยะไกลเท่านั้น
แต่ตอนนี้ มันกลับดูเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม สีสันหลากหลายแปรเปลี่ยนไปมาอย่างคาดเดาไม่ได้
หลังจากจ้องมองอยู่นาน จู่ๆ สวีเฟิงก็รู้สึกเหมือนกับว่าหางของเขากำลังพูดได้จริงๆ
สิ่งนี้ทำให้สวีเฟิงตื่นตระหนกทันที เขารีบเก็บขนนกเข้าที่
ปกติเขาเล่นกับหางแก้เบื่อแก้เซ็งก็จริง แต่ถ้าหางเกิดมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ มันคงไม่สนุกแน่
เขาต้องเป็นโรคบุคลิกภาพแมวซ้อนแน่ๆ!
เหมือนกับว่าจิตมารเข้าแทรก แล้วอีกไม่นานเขาก็คงบ้าคลั่ง
"กินมันซะ กินมันเข้าไป!"
ยิ่งคิด สวีเฟิงก็ยิ่งรู้สึกว่าท่าไม่ดี ตัดสินใจกินขนนกเข้าไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
【กลืนกินขนนกกระเรียนห้าสี, ค่าวิวัฒนาการ +500, ค่าบำเพ็ญเพียร +500】
【กลืนกินขนนกกระเรียนห้าสี, ค่าวิวัฒนาการ +500, ค่าบำเพ็ญเพียร +500】
【...】
หลังจากกินขนนกหมด สวีเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะมีความคิดอกุศลต่อตัวไป๋อู๋ไช่
แต่ความคิดนี้ก็ถูกระงับลงอย่างรวดเร็วด้วยความจริงข้อหนึ่ง... เขาตีไม่ชนะ
"ข้าใกล้จะวิวัฒนาการแล้ว! เลือดไม่กี่หยดนั่นคุ้มค่าจริงๆ!"
สวีเฟิงซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล... ออกมาทางปาก
หลังจากดราม่าอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดสวีเฟิงก็นึกถึงจุดประสงค์หลักของวันนี้
ในเมื่อกินสัตว์ระดับแก่นปีศาจไม่ได้ สวีเฟิงก็ต้องเล็งเป้าไปที่ระดับสร้างรากฐาน
หลังจากลาดตระเวนดูรอบๆ สวีเฟิงก็เจอเป้าหมายที่เหมาะสมสองสามตัว
แรดดำ ระดับสร้างรากฐานชั้น 1 ดูท่าทางเนื้อเยอะ แต่น่าจะกัดยากเพราะพลังป้องกันสูงลิ่ว
ปีศาจกวาง ระดับสร้างรากฐานชั้น 2 พลังบำเพ็ญเพียรสูงกว่านิดหน่อย
ฝูงแมงมุม ระดับคละกันไป ดูรับมือยาก แต่สวีเฟิงอาจจะลองใช้ไฟวิญญาณเผาดูได้...
สวีเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเลือกปีศาจกวาง แม้ระดับจะสูงกว่าหน่อย แต่ดูรับมือง่ายกว่า และการกินปีศาจกวางตัวเดียวน่าจะให้ค่าวิวัฒนาการเพียงพอ
พูดแล้วก็ทำทันที
สวีเฟิงย่องเข้าไปยังตำแหน่งของปีศาจกวางอย่างเงียบเชียบ
ทว่า... เนื่องด้วยทักษะการย่องเบาของสวีเฟิงยังไม่ได้เรื่องได้ราว
เขาจึงถูกจับได้ตั้งแต่ยังเข้าไม่ถึงระยะร้อยเมตร
เมื่อเห็นสวีเฟิงบุกรุกอาณาเขต ปีศาจกวางก็ระเบิดอารมณ์โกรธทันที
มันพุ่งเข้าใส่สวีเฟิงพร้อมกับเอาหัวชน
การโจมตีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังส่งร่างสวีเฟิงลอยละลิ่ว
สวีเฟิงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว พลิกตัวกลางอากาศ แล้วร่อนลงจอดบนหลังของปีศาจกวางได้อย่างสวยงาม
จากนั้นเขาก็เริ่มระดมข่วน
ไม่นานนัก เขาก็ข่วนหลังปีศาจกวางจนเป็นแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่
แต่ปีศาจกวางก็ไม่ใช่หมูในอวย มันสะบัดหน้าใช้เขากวางกระแทกสวีเฟิงจนกระเด็นตกลงมา
จากนั้นมันก็ไม่เปิดโอกาสให้สวีเฟิงเข้าใกล้ได้อีก สวีเฟิงต้องใช้สกิล 'พันธนาการ' มัดเขากวางของมันไว้ ถึงจะจัดการสังหารมันได้สำเร็จ
"การฆ่าศัตรูที่ระดับสูงกว่าแค่นิดเดียว ยังยากขนาดนี้ ดูเหมือนข้าต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วสิ"
สวีเฟิงมองซากศพของปีศาจกวางพลางคิดว่า ครั้งหน้าเขาต้องรอบคอบกว่านี้
ครั้งนี้เขาเองก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะสกิลพันธนาการแพ้ทางเขากวางพอดี งานนี้คงยุ่งยากกว่านี้อีกเยอะ