เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา

บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา

บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา


บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา

สองวันมานี้ ทุกครั้งที่สวีเฟิงตื่นขึ้นมา ดวงจันทร์ก็ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าตลอด

ทำให้เขาหลงลืมวันเวลาไปบ้าง

จนกระทั่งวันที่สาม สวีเฟิงตื่นมาพบกับแสงตะวัน ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องออกไปล่าเหยื่อ

ด้วยเหตุนี้ สวีเฟิงจึงดุ 'เจ้าหาง' ไปยกใหญ่

ตื่นแล้วแท้ๆ แต่เจ้าหางกลับไม่ยอมเตือนเขาเลยสักนิด

เจ้าหางแสดงท่าทีสำนึกผิดอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

สวีเฟิงถึงยอมยกโทษให้ แล้วออกไปล่าเหยื่อ

ทุ่งราบในหุบเขายังคงเงียบสงบเหมือนเมื่อสองวันที่แล้วตอนที่สวีเฟิงเพิ่งมาถึง

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สวีเฟิงก็เตรียมตัวไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน

ทว่าเมื่อสวีเฟิงแผ่สัมผัสวิญญาณตรวจสอบดู ก็พบว่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน หรือพวก 'ของว่างรสเด็ด' เหล่านั้น หายตัวไปกันหมดแล้ว

เหลือเพียงพวก 'ของว่าง' ระดับกลั่นลมปราณเท่านั้น

ทำเอาเจ้าแมวน้อยผู้กระตือรือร้นผิดหวังอย่างแรง ได้แต่ตัดสินใจว่าไว้วันหลังค่อยมาเยี่ยมใหม่

ในเมื่อเพื่อนบ้านระแวกใกล้เคียงไม่อยู่ สวีเฟิงจึงจำต้องขยายขอบเขตการค้นหาเพื่อนบ้านออกไปนอกหุบเขา

ครั้งล่าสุดที่สวีเฟิงสำรวจทุ่งราบ เขาพบว่าพื้นที่ทางใต้นั้นทำเลดีทีเดียว มีสัตว์ปีศาจระดับสร้างรากฐานขั้นต้นรวมตัวกันอยู่เพียบ

ถ้าไม่ใช่เพราะทุ่งราบแห่งนี้อยู่อาศัยสบายกว่า สวีเฟิงคงย้ายสัมโนครัวไปตั้งนานแล้ว

คิดได้ดังนั้น สวีเฟิงก็ขี่กระบี่บินมุ่งหน้าลงใต้

"หือ?"

ขณะที่กำลังบินอยู่ จู่ๆ สวีเฟิงก็เห็นเงาสีขาวในระยะไกล

และมันกำลังพุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ!

สวีเฟิงที่บินต่ำอยู่แล้ว เมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเก็บมีดสั้นแล้วพุ่งตัวเข้าไปหลบในป่าทึบ

แต่ยังไม่ทันที่สวีเฟิงจะหาที่ซ่อนได้ เขาก็ถูกพายุหมุนลูกหนึ่งซัดจนกระเด็น

ความรู้สึกนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน มันคือนิสัยการกระทำที่ไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลังของไป๋อู๋ไช่ชัดๆ สวีเฟิงจึงคลายความหวาดกลัวลงทันที

เป็นไปตามคาด เมื่อพายุสงบลง ไป๋อู๋ไช่ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขา

"เจ้าแมววิญญาณตัวน้อย ทำไมเจ้าถึงมาอยู่แถวอาณาเขตของวัวอัสนีได้ล่ะ?"

ไป๋อู๋ไช่คว้าคอสวีเฟิงหิ้วขึ้นมาทันที

"แถมเจ้ายังบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานแล้วด้วย?"

สวีเฟิงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหายใจไม่ออกอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำถามของไป๋อู๋ไช่ เขาทำได้เพียงพยักหน้าเงียบๆ

"ข้าต้องการเลือดของเจ้าพอดี เอาขนของข้าไปแลกก็แล้วกัน"

ไม่นานนัก เสียงของไป๋อู๋ไช่ก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเจรจาต่อรอง

แต่เจ้าแมวน้อยที่กำลังโดนบีบคออยู่ จะไปปฏิเสธได้ยังไงไหว

ไป๋อู๋ไช่มือไวมาก ชั่วพริบตาก็เก็บเลือดสวีเฟิงไปขวดเล็กๆ พร้อมกับดึงขนจากหางตัวเองยื่นให้สวีเฟิง

พอเสร็จธุระ เขาก็วางสวีเฟิงลงพร้อมกับกล่าวเตือน

"ช่วงนี้แถวนี้อันตรายมาก เจ้าควรจะรีบออกไปซะ"

"ทำไมถึงอันตรายหรือ?"

หลังจากถูกวางลง สวีเฟิงที่กลัวว่าจะโดนลมพัดกลิ้งอีกรอบก็เตรียมหาทางหนีทีไล่

แต่พอได้ยินคำพูดของไป๋อู๋ไช่ เขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที จึงรีบถามออกไป เพราะเดิมทีเขาวางแผนจะอาศัยอยู่แถวๆ นี้อยู่แล้ว

"วัวอัสนีกับงูทมิฬกำลังขัดแย้งกัน แถมราชันปีศาจตนอื่นๆ ก็กำลังจับจ้องที่นี่อยู่ สรุปคือมันอันตรายมาก"

พูดจบ ไป๋อู๋ไช่ก็คืนร่างเป็นนกกระเรียนขาวแล้วรีบบินไปทางทิศตะวันออกทันที

สวีเฟิงโดนลมพัดกลิ้งโค่โล่เค่เล่อีกรอบ

ทว่าคราวนี้สวีเฟิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น เขาตกอยู่ในห้วงความคิดแทน

แม้สวีเฟิงจะรู้ว่าหุบเขาโยวเหลยส่งสาส์นไปขอความร่วมมือกับราชันปีศาจงูทมิฬ แต่เขาก็ไม่รู้รายละเอียดว่าร่วมมือกันเรื่องอะไร

ตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้ว เป้าหมายคือการจัดการกับ 'ราชันปีศาจวัวอัสนี'

ส่วนเหตุผลที่ราชันปีศาจงูทมิฬต้องร่วมมือกับหุบเขาโยวเหลยเพื่อจัดการวัวอัสนีนั้น สวีเฟิงยังคิดไม่ออก

แต่ในเมื่อคิดไม่ออก สวีเฟิงก็ตัดสินใจเลิกคิด เรื่องของระดับราชันปีศาจมันไกลตัวเกินไปสำหรับปีศาจน้อยที่เพิ่งสร้างรากฐานได้อย่างเขา

สิ่งที่สวีเฟิงสนใจคือความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างราชันปีศาจวัวอัสนีกับราชันปีศาจงูทมิฬต่างหาก

นี่ถือเป็นข่าวดีครึ่งหนึ่งสำหรับเขา

ข่าวดีคือ หุบเขาโยวเหลยแอบร่วมมือกับงูทมิฬ ดังนั้นพวกมันย่อมไม่อยากให้วัวอัสนีรู้เรื่องนี้

ดังนั้น ต่อให้มีผู้ฝึกตนระดับจินตาน (แก่นทองคำ) จากหุบเขาโยวเหลยมาตรวจสอบสาเหตุการตายของศิษย์ แล้วบังเอิญเจอเขา อย่างน้อยพวกมันก็คงลังเลที่จะบุกเข้ามาในอาณาเขตของวัวอัสนีในตอนนี้ เพราะกลัววัวอัสนีรู้ตัว

นี่ช่วยซื้อเวลาให้สวีเฟิงได้พัฒนาตัวเองได้สักพัก

ส่วนเหตุผลที่ว่าเป็นข่าวดีแค่ 'ครึ่งเดียว' ก็เพราะศัตรูเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับจินตาน ซึ่งสวีเฟิงไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าพวกมันจะมีลูกไม้อะไรบ้าง

ช่องว่างระหว่างจินตานกับสร้างรากฐานนั้นห่างชั้นกันเกินไป แค่ไป๋อู๋ไช่กระพือปีกเบาๆ สวีเฟิงยังปลิวตามลมเลย

"ข้าต้องเร่งวิวัฒนาการแล้ว!"

หุบเขาโยวเหลยทำให้สวีเฟิงรู้สึกกดดันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อย่างน้อยเขาก็รู้ว่ายังมีเวลาเตรียมตัวอีกนิดหน่อย

"หวังว่าราชันปีศาจวัวอัสนีกับราชันปีศาจงูทมิฬจะคุมเชิงกันต่อไปอีกสักพักนะ"

สวีเฟิงภาวนาในใจเงียบๆ ก่อนจะดึงสติกลับมา

เขาเริ่มพิจารณาขนนกในมือ

ขนนกนี้มีสีสันงดงามและดูไม่ธรรมดา ก่อนหน้านี้สวีเฟิงเคยเห็น 'สีดำหลากสี' จากระยะไกลเท่านั้น

แต่ตอนนี้ มันกลับดูเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม สีสันหลากหลายแปรเปลี่ยนไปมาอย่างคาดเดาไม่ได้

หลังจากจ้องมองอยู่นาน จู่ๆ สวีเฟิงก็รู้สึกเหมือนกับว่าหางของเขากำลังพูดได้จริงๆ

สิ่งนี้ทำให้สวีเฟิงตื่นตระหนกทันที เขารีบเก็บขนนกเข้าที่

ปกติเขาเล่นกับหางแก้เบื่อแก้เซ็งก็จริง แต่ถ้าหางเกิดมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ มันคงไม่สนุกแน่

เขาต้องเป็นโรคบุคลิกภาพแมวซ้อนแน่ๆ!

เหมือนกับว่าจิตมารเข้าแทรก แล้วอีกไม่นานเขาก็คงบ้าคลั่ง

"กินมันซะ กินมันเข้าไป!"

ยิ่งคิด สวีเฟิงก็ยิ่งรู้สึกว่าท่าไม่ดี ตัดสินใจกินขนนกเข้าไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

【กลืนกินขนนกกระเรียนห้าสี, ค่าวิวัฒนาการ +500, ค่าบำเพ็ญเพียร +500】

【กลืนกินขนนกกระเรียนห้าสี, ค่าวิวัฒนาการ +500, ค่าบำเพ็ญเพียร +500】

【...】

หลังจากกินขนนกหมด สวีเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะมีความคิดอกุศลต่อตัวไป๋อู๋ไช่

แต่ความคิดนี้ก็ถูกระงับลงอย่างรวดเร็วด้วยความจริงข้อหนึ่ง... เขาตีไม่ชนะ

"ข้าใกล้จะวิวัฒนาการแล้ว! เลือดไม่กี่หยดนั่นคุ้มค่าจริงๆ!"

สวีเฟิงซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล... ออกมาทางปาก

หลังจากดราม่าอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดสวีเฟิงก็นึกถึงจุดประสงค์หลักของวันนี้

ในเมื่อกินสัตว์ระดับแก่นปีศาจไม่ได้ สวีเฟิงก็ต้องเล็งเป้าไปที่ระดับสร้างรากฐาน

หลังจากลาดตระเวนดูรอบๆ สวีเฟิงก็เจอเป้าหมายที่เหมาะสมสองสามตัว

แรดดำ ระดับสร้างรากฐานชั้น 1 ดูท่าทางเนื้อเยอะ แต่น่าจะกัดยากเพราะพลังป้องกันสูงลิ่ว

ปีศาจกวาง ระดับสร้างรากฐานชั้น 2 พลังบำเพ็ญเพียรสูงกว่านิดหน่อย

ฝูงแมงมุม ระดับคละกันไป ดูรับมือยาก แต่สวีเฟิงอาจจะลองใช้ไฟวิญญาณเผาดูได้...

สวีเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเลือกปีศาจกวาง แม้ระดับจะสูงกว่าหน่อย แต่ดูรับมือง่ายกว่า และการกินปีศาจกวางตัวเดียวน่าจะให้ค่าวิวัฒนาการเพียงพอ

พูดแล้วก็ทำทันที

สวีเฟิงย่องเข้าไปยังตำแหน่งของปีศาจกวางอย่างเงียบเชียบ

ทว่า... เนื่องด้วยทักษะการย่องเบาของสวีเฟิงยังไม่ได้เรื่องได้ราว

เขาจึงถูกจับได้ตั้งแต่ยังเข้าไม่ถึงระยะร้อยเมตร

เมื่อเห็นสวีเฟิงบุกรุกอาณาเขต ปีศาจกวางก็ระเบิดอารมณ์โกรธทันที

มันพุ่งเข้าใส่สวีเฟิงพร้อมกับเอาหัวชน

การโจมตีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังส่งร่างสวีเฟิงลอยละลิ่ว

สวีเฟิงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว พลิกตัวกลางอากาศ แล้วร่อนลงจอดบนหลังของปีศาจกวางได้อย่างสวยงาม

จากนั้นเขาก็เริ่มระดมข่วน

ไม่นานนัก เขาก็ข่วนหลังปีศาจกวางจนเป็นแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่

แต่ปีศาจกวางก็ไม่ใช่หมูในอวย มันสะบัดหน้าใช้เขากวางกระแทกสวีเฟิงจนกระเด็นตกลงมา

จากนั้นมันก็ไม่เปิดโอกาสให้สวีเฟิงเข้าใกล้ได้อีก สวีเฟิงต้องใช้สกิล 'พันธนาการ' มัดเขากวางของมันไว้ ถึงจะจัดการสังหารมันได้สำเร็จ

"การฆ่าศัตรูที่ระดับสูงกว่าแค่นิดเดียว ยังยากขนาดนี้ ดูเหมือนข้าต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วสิ"

สวีเฟิงมองซากศพของปีศาจกวางพลางคิดว่า ครั้งหน้าเขาต้องรอบคอบกว่านี้

ครั้งนี้เขาเองก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะสกิลพันธนาการแพ้ทางเขากวางพอดี งานนี้คงยุ่งยากกว่านี้อีกเยอะ

จบบทที่ บทที่ 21: พบนกกระเรียนขาวอีกครา

คัดลอกลิงก์แล้ว