- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นแมววิญญาณ ยิ่งกินยิ่งเทพในโลกเซียน
- บทที่ 13: ราชาหนูผู้รู้รักษาตัวรอด
บทที่ 13: ราชาหนูผู้รู้รักษาตัวรอด
บทที่ 13: ราชาหนูผู้รู้รักษาตัวรอด
บทที่ 13: ราชาหนูผู้รู้รักษาตัวรอด
"ทำไมไม่หนีล่ะ?"
"เพราะข้าไม่กลัว!"
"แล้วทำไมถึงไม่กลัว!"
"ก็คนมันไม่กลัวนี่!"
คำพูดของราชาหนูนั้นหนักแน่นมั่นคงมาก
แน่นอนว่า... น้ำเสียงคงจะหนักแน่นกว่านี้ ถ้าขาหลังของมันไม่ได้กำลังสั่นพั่บๆ อยู่
"ตาเจ้าหนีแล้วนะ"
หลังจากหยอกเย้าเสร็จ ซูเฟิงก็ชำเลืองมองฝูงหนูที่วิ่งหนีหายลับไปไกลแล้ว ก่อนจะเอ่ยเตือนสติราชาหนู
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชาหนูก็มองตามเหล่าสมุนที่จากไป พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เลิกขัดขืนดื้อรึงแล้วทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นดื้อๆ
ราวน้อมรับชะตากรรม มันปล่อยให้ซูเฟิงจะทำอะไรกับมันก็ได้ตามใจ
"จะไม่ดิ้นรนหน่อยเหรอ?"
ซูเฟิงมองราชาหนูที่ถอดใจยอมแพ้โดยสิ้นเชิง แล้วจู่ๆ เขาก็หมดอารมณ์ที่จะจับมันขึ้นมาเสียดื้อๆ
"ยังไงข้าก็หนีท่านไม่พ้นอยู่แล้ว"
ราชาหนูที่นอนแผ่หลากล่าวขึ้น "อยากทำอะไรข้าก็เชิญเลย"
ซูเฟิง: "???"
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าประโยคเมื่อกี้มันฟังดูทะแม่งๆ ชอบกล!
"ช่างเถอะ ขอแค่เจ้าช่วยทำธุระให้ข้าสักอย่าง ข้าจะไม่กินเจ้า"
ซูเฟิงมองสภาพราชาหนูที่นอนหมดอาลัยตายอยากแล้วรู้สึกขยะแขยงจนกัดไม่ลง พลันนึกถึงเรื่องหุบเขาอัสนีบาตทมิฬที่เขาเพิ่งไปก่อเรื่องไว้ จึงเกิดความคิดดีๆ ขึ้นมา
"ธุระอะไร? ท่านบอกมาก่อนสิ"
พอราชาหนูได้ยินซูเฟิงพูดเช่นนั้น ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดด้วยท่าทีหวาดระแวง "ถ้าเป็นธุระประเภทที่ต้องให้ข้าไปเรียกสมุนกลับมาให้ท่านกินล่ะก็... งั้นท่านกินข้าเลยดีกว่า"
"พูดบ้าอะไรของเจ้า! ปากเสีย!"
ซูเฟิงมองสายตาที่ไม่ไว้วางใจของราชาหนูด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
"ข้าดูเป็นแมวแบบนั้นหรือไง!"
ราชาหนู: (¬_¬)
ซูเฟิง: "หมัดข้าเริ่มคันยิกๆ แล้วนะ!"
ซูเฟิงเห็นสายตาคลางแคลงใจของเจ้าหนูแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะซัดหน้ามันสักที
และเขาก็ลงมือซัดราชาหนูไปจริงๆ
"แม่... ท่านแมว! ข้าผิดไปแล้ว!"
หลังจากโดนยำตีนไปหนึ่งยก ราชาหนูก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นทันตา แม้มันจะดูเพศของลูกแมวตัวนี้ไม่ออก แต่ดูจากฝีไม้ลายมือแล้ว มันรีบตัดสินใจทันทีว่านี่ต้องไม่ใช่แมวตัวเมียแน่ๆ จึงรีบเปลี่ยนคำเรียกขานและร้องขอชีวิต
จากนั้นมันก็หมอบกราบลงกับพื้น กล่าวด้วยความนอบน้อมถ่อมตน
"ท่านแมว มีอะไรจะสั่งก็สั่งมาได้เลยขอรับ ข้ายอมทำทุกอย่าง"
ซูเฟิงรู้สึกว่าประโยคที่ขาดห้วงไปครึ่งหนึ่งของราชาหนูฟังดูแปลกๆ แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
เขาถอยห่างออกมาจากราชาหนูเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน "คุยกันดีๆ ตั้งแต่แรกก็จบเรื่องแล้ว จะมาวางท่าเล่นลิ้นเพื่ออะไร!"
"ข้าก็แค่อยากจะวางมาดเท่ๆ ก่อนตายสักหน่อย..."
ราชาหนูหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ
ภาพลักษณ์ผู้นำที่แสนดีเมื่อครู่ พังทลายไม่เหลือชิ้นดี
"ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะสั่งให้ฝูงหนูของเจ้าไปคอยเฝ้าระวังแถวชายขอบเทือกเขาจันทร์ทมิฬ ถ้าเห็นมนุษย์เมื่อไหร่ ให้รีบมาแจ้งข้า"
ซูเฟิงขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับราชาหนูอีกต่อไป จึงบอกความต้องการของตนออกไป
"แค่นี้เหรอ?" ราชาหนูงุนงงเล็กน้อย สายตาที่มองซูเฟิงเริ่มเจือไปด้วยความคับแค้นใจ
แล้วที่โดนซ้อมไปเมื่อกี้คือโดนฟรีงั้นสิ
┭┮﹏┭┮
"แค่นั้นแหละ"
พูดจบ ซูเฟิงก็จ้องหน้าราชาหนูแล้วเปลี่ยนน้ำเสียงให้เข้มขึ้น "แต่ถ้าเจ้ากล้าอู้งาน หรือทำแบบขอไปทีล่ะก็... หึหึ!"
"ข้าจะตั้งใจทำงานอย่างดีแน่นอนขอรับ!"
พอโดนซูเฟิงถลึงตาใส่ ราชาหนูก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นงันงก
"ดีมาก"
ระหว่างที่พูด ซูเฟิงก็ใช้หางหยิบถุงมิติออกมา แล้วล้วงเอาขวดเม็ดยาออกมาหนึ่งเม็ด
"ลองกินนี่ดูซิ"
"นี่คืออะไร?" ราชาหนูมองเม็ดยาที่ซูเฟิงยื่นให้ มันลองดมดูเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่ยาพิษ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ รับไปถือไว้
"กินเข้าไป!"
"หะ?"
"หึ!"
"กินแล้วๆ! ข้ากินแล้วจ้า!"
ราชาหนูกลืนเม็ดยาลงคอราวกับกำลังกลืนยาพิษฆ่าตัวตาย
"รู้สึกยังไงบ้าง?"
ผ่านไปครู่หนึ่ง ซูเฟิงเห็นราชาหนูไม่มีปฏิกิริยาอะไร จึงเอ่ยถามอย่างคาดหวัง
"อิ่มตื้อเลย?"
ราชาหนูลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
"แค่นั้น?"
"แค่นั้นแหละขอรับ"
เมื่อได้รับคำยืนยันที่ชัดเจนจากราชาหนู ซูเฟิงก็สรุปได้ทันที
ขวดในมือเขานี้น่าจะเป็นยาจำพวก 'ยาเม็ดงดอาหาร' หรืออะไรทำนองนั้น
เขาจึงโยนเข้าปากตัวเองไปเม็ดหนึ่งเหมือนกัน
ในขณะเดียวกันก็จ้องมองหน้าต่างระบบด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
【กำลังกลืนกินยาเม็ดงดอาหาร...】
ซูเฟิงดีใจจนเนื้อเต้น—มันให้แต้มวิวัฒนาการด้วย!
ฮิฮิ
【แต้มวิวัฒนาการ +0.1】
สีหน้าของซูเฟิงเปลี่ยนไปทันที
ฮิฮิพ่อง!
จากนั้นเขาก็หยิบกลีบดอกไม้สีแดงชาดออกมาจากถุงมิติ ฉีกออกมาหนึ่งเส้นเล็กๆ แล้วยื่นให้ราชาหนู
"รักษาแผลซะ ถือว่าเป็นค่าจ้างล่วงหน้า"
"ค่าจ้าง?"
"เอาไปเถอะน่า"
ซูเฟิงกำลังอารมณ์บ่อจี้และขี้เกียจจะอธิบาย จึงยัดเส้นใยดอกไม้ใส่มือราชาหนูแล้วเตรียมตัวจะจากไป
เขาเสียเวลากับพวกหนูมามากพอแล้ว ภารกิจเร่งด่วนคือต้องรีบหาพวกหมูอัคคีให้เจอ
"ท่านแมว แล้วถ้าข้าเจอพวกมนุษย์ ข้าจะไปตามหาท่านได้ที่ไหน?" เห็นซูเฟิงทำท่าจะไป ราชาหนูก็รีบถามไล่หลัง
"เรื่องแค่นี้ก็ไปคิดเอาเองสิ! จะให้ข้าคิดให้ทุกเรื่องเลยหรือไง? คิดว่าค่าจ้างที่ให้ไปนั่นให้ฟรีๆ เหรอ!"
ซูเฟิงยัดขวดเม็ดยางดอาหารกลับลงถุงมิติ สัมผัสได้ถึงความหิวที่ยังคงอยู่ เขาจึงหันไปตะคอกใส่ราชาหนูอย่างหัวเสีย
ราชาหนูมองดูซูเฟิงที่พุ่งตัวจากไปอย่างรวดเร็วด้วยความงุนงงทำอะไรไม่ถูก
"แมวบ้านี่อารมณ์แปรปรวนชะมัด... เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย! ข้ายอมแพ้จริงๆ!"
รอจนซูเฟิงลับสายตาไปแล้ว มันถึงกล้าบ่นงุบงิบเบาๆ ก่อนจะโยนเศษกลีบดอกไม้เข้าปาก
"อื้ม!"
ราชาหนูรู้สึกถึงความผิดปกติทันที—มันทะลวงระดับได้แล้ว! ใบหน้าที่บิดเบี้ยวเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสในพริบตา
"ข้าเองต่างหากที่โลเล! ต่อไปนี้ท่านแมวคือลูกพี่ใหญ่ของข้า!"
ของโคตรดีเลยนี่หว่า!
"ลูกพี่ ลูกพี่ใหญ่กับท่านแมวอะไรนั่น คืออะไรหรือ?"
จังหวะนั้นเอง เจ้าขนดำตัวจ้อยก็โผล่หัวออกมาจากที่ไหนสักแห่ง
"เจ้ากลับมาทำไม?"
ราชาหนูมองเจ้าขนดำด้วยความซาบซึ้งใจ "ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าไม่มีวันทิ้ง..."
"ข้าวิ่งหนีไปไกลแล้ว แต่ดันหลงทาง อาศัยดมกลิ่นของท่าน เลยเดินวนกลับมาถูก"
เจ้าขนดำตอบอย่างซื่อสัตย์สุจริต
"..."
นึกว่าเจ้าขนดำจะมีสำนึกรักพวกพ้อง ที่แท้ก็แค่โง่นี่หว่า!
ราชาหนูระเบิดอารมณ์ทันที!
"ข้าจะตบกะโหลกเจ้าให้แยกเลย ไอ้ทึ่มเอ๊ย!"
ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งป่าก็ดังก้องไปด้วยเสียงทุบตีและเสียงโหยหวนอันแสนไพเราะ...
ซูเฟิงเดินทางต่อโดยเปิดใช้งานทักษะตรวจจับความร้อน ค้นหาเป้าหมายอยู่นาน
ในที่สุด...
ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท ซูเฟิงก็ตรวจพบแหล่งความร้อนขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่ง
ชั่ววูบหนึ่ง ซูเฟิงรู้สึกราวกับกำลังจ้องมองดวงอาทิตย์ดวงที่สองที่เพิ่งตกดิน
แบบที่จ้าจนแสบตา
เขาต้องรีบปิดโหมดตรวจจับความร้อนถึงจะรู้สึกดีขึ้น
"รวมตัวกันอยู่เป็นกระจุกแบบนี้นี่เอง มิน่าข้าถึงหาไม่เจอ"
ซูเฟิงย่องเข้าไปใกล้ๆ อย่างเงียบเชียบ และพบกับปิศาจหมูอัคคีตัวมหึมากว่าสิบตัวกำลังยืนเถียงกันอยู่
"อู๊ดๆ เจ้าหมูแปดหายตัวไป พวกเจ้าคิดว่าไง?"
"อู๊ดๆ น่าจะตายไปแล้วมั้ง"
"อู๊ดๆ มันติดหนี้หัวไชเท้าข้าอยู่กองหนึ่ง ดังนั้นสมบัติของมันครึ่งหนึ่งต้องเป็นของข้า!"
"อู๊ดๆ เจ้าหมูหกฝันกลางวันอยู่รึไง!"
"อู๊ดๆ มันก็ติดหนี้ข้าเหมือนกัน! ข้าต้องได้ครึ่งหนึ่ง!"
...
"ปิศาจหมูนี่เขาสนใจเรื่องพรรค์นี้กันด้วยเหรอ?"
ซูเฟิงฟังเสียง 'อู๊ดๆ' ที่ดังระงมด้วยความมึนงง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหมูทะเลาะกันแย่งมรดก
แต่ที่ขัดใจที่สุดคือพวกปิศาจหมูพวกนี้ต้องร้อง 'อู๊ด' นำหน้าทุกประโยค ซูเฟิงฟังแล้วรำคาญหูเหลือเกิน!
ทันทีที่พวกหมูอัคคีเริ่มส่งเสียงอู๊ดๆ รอบใหม่ ซูเฟิงก็เดินออกไปขัดจังหวะพวกมัน
เขาตรวจสอบระดับพลังของหมูพวกนี้มาแล้ว ตัวที่เก่งที่สุดอยู่แค่ระดับกลั่นลมปราณขั้นแปด ซึ่งเขาสามารถจัดการได้สบายๆ
เจ้าหมูหกจ้องมองลูกแมวแสนสวยที่เดินออกมาอย่างสง่างามด้วยความงุนงง
ขณะที่มันกำลังจะอ้าปากพูด เถาวัลย์เส้นหนึ่งก็พุ่งเข้ามาพันรอบคอของมัน
ซูเฟิงจัดการหักคอมันทันที เจ้าหมูหกสิ้นใจตายคาที่
"รนหาที่ตาย!"
ปิศาจหมูอัคคีที่เหลืออีกไม่กี่ตัวตั้งสติได้ เปลวเพลิงก็พวยพุ่งออกมาจากด้านหลังของพวกมัน
พวกมันพุ่งเข้าชาร์จใส่ซูเฟิง
"'ตดไฟแลบเร่งความเร็ว?'"
ซูเฟิงขบขันกับภาพที่เห็น แต่ก็ไม่ลืมที่จะตอบโต้
เขาเรียกใช้ทักษะโล่ผลึกดำทันที แล้วพุ่งสวนเข้าไปหาหมูอัคคีตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด
"'อู๊ดๆ พี่น้องทั้งหลาย เร่งเครื่องแล้วชนมันเลย!'"
หมูอัคคีที่เป็นจ่าฝูงเห็นซูเฟิงพุ่งเข้ามา ก็รีบสั่งการให้น้องๆ ด้านหลังดันขึ้นมาช่วย
ฝูงหมูอัคคีจัดขบวนเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งเหมือน 'มังกรยาว' อย่างรวดเร็ว
"'เข้าทางพอดี!'"
เห็นพวกมันร่วมมือกันได้ดีขนาดนี้ ซูเฟิงก็ไม่รอช้า ใช้ทักษะหนามปฐพีทันที
พริบตานั้น หนามดินแหลมคมขนาดมหึมาก็แทงทะลุขึ้นมาจากพื้นดิน เสียบทะลุร่างพวกหมูอัคคีเรียงกันเป็นตับราวกับหมูปิ้งเสียบไม้