- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นแมววิญญาณ ยิ่งกินยิ่งเทพในโลกเซียน
- บทที่ 3: กลืนกินปลาทมิฬและการวิวัฒนาการ!
บทที่ 3: กลืนกินปลาทมิฬและการวิวัฒนาการ!
บทที่ 3: กลืนกินปลาทมิฬและการวิวัฒนาการ!
บทที่ 3: กลืนกินปลาทมิฬและการวิวัฒนาการ!
"แกรก!"
"แกรก!"
...สวีเฟิงสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงแตกหักที่ดังอย่างต่อเนื่อง
ผ่านไปหนึ่งวันแล้วนับตั้งแต่เขาทะลุมิติมา และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้นอนหลับอย่างสบายใจ กว่าจะตั้งสติได้ว่าตัวเองข้ามมิติมาและมีปลาตัวหนึ่งกำลังพยายามจะจับแมวกินอยู่ข้างนอก ก็ใช้เวลาครู่หนึ่ง!
"มันชักจะกำแหงเกินไปแล้วนะ!"
เมื่อตื่นเต็มตา สวีเฟิงชำเลืองมองปลาทมิฬด้านนอกแล้วบ่นพึมพำ
เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ดูจากความหนาของผนังถ้ำแล้ว อย่างน้อยเจ้าปลาทมิฬนั่นก็ต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะพังเข้ามาได้
ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาก แม้ว่ากลิ่นอายพลังจะยังอ่อนกว่าปลาทมิฬอยู่เล็กน้อย แต่เมื่ออยู่บนบก ความสามารถของปลาทมิฬย่อมถูกจำกัดอย่างแน่นอน
หากวางแผนและเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง การจัดการเจ้าปลาทมิฬตัวนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา
เมื่อมั่นใจว่าปลาทมิฬยังเข้ามาไม่ได้ในตอนนี้ สวีเฟิงจึงหันมาสำรวจตัวเอง
ตัวเขาโตขึ้นกว่าเดิมมาก ตอนนี้นอนขดตัวก็มีขนาดประมาณลูกบาสเกตบอล และหางของเขาก็มีสีเขียวเข้มขึ้นกว่าเดิม
สวีเฟิงยังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอื่นที่ชัดเจนในขณะนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น สวีเฟิงจึงมองไปที่ปากถ้ำ ตอนนี้ถ้าจะให้ออกไปคงจะเบียดเสียดน่าดู
"ดูท่าฉันคงต้องขอบคุณเจ้าปลาทมิฬนั่นที่ช่วยขยายปากถ้ำให้กว้างขึ้นสินะ"
สวีเฟิงมองปลาทมิฬข้างนอกแล้วหัวเราะในลำคอ
จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดู
[ชื่อ: สวีเฟิง]
[เผ่าพันธุ์: แมววิญญาณหางหยกกรงเล็บคม]
[ระดับพลัง: กลั่นลมปราณ ขั้น 3 (1/100)]
[ทักษะ: พันธนาการ, กรงเล็บคมกริบ]
[ทักษะพรสวรรค์: การหายใจดูดซับปราณ]
[ค่าวิวัฒนาการ: 0/50]
"ได้ทักษะใหม่มา แถมระดับพลังบ่มเพาะก็เพิ่มขึ้นด้วย"
"แต่ชื่อเผ่าพันธุ์นี่ตั้งแบบขอไปทีชะมัด"
สวีเฟิงบ่นในใจเงียบๆ ก่อนจะกลืนเนื้อปลาส่วนที่เหลือจากเมื่อก่อนหน้านี้ลงไป
[บริโภคเนื้อปลา ค่าวิวัฒนาการ +0.5, พลังบ่มเพาะ +1]
"ค่าวิวัฒนาการลดลงเหรอเนี่ย?!"
(#°Д°)
สวีเฟิงจำได้ว่าเนื้อปลาที่เขากินก่อนหน้านี้ก็คล้ายๆ กัน แต่มันให้ค่าวิวัฒนาการตั้ง 1.5 แต้ม!
"ขนาดการบ่มเพาะพลังยังต้องอิงกฎทรงพลังงานด้วยหรือไงกัน?!"
สวีเฟิงบ่นอย่างหัวเสีย
แต่ระบบกลับเมินเฉยต่อเขา
"..."
สวีเฟิงตัดสินใจไม่สนใจระบบที่เอาแต่เงียบ แล้วเริ่มทดสอบทักษะใหม่ของเขา
เพียงแค่ตวักกรงเล็บเบาๆ ไปที่พื้น
รอยขีดลึกก็ปรากฏขึ้นบนพื้นหินทันที
"ตอนนี้ฉันเจาะเกราะป้องกันของเจ้าปลาทมิฬนั่นเข้าแล้ว"
สวีเฟิงรู้สึกว่าเมื่อเปิดใช้งานทักษะ 'กรงเล็บคมกริบ' การข่วนหินก็ให้ความรู้สึกเหมือนข่วนโฟมไม่มีผิด
ตอนแรกเขายังหวั่นใจว่าจะรับมือปลาทมิฬไม่ได้ แต่ตอนนี้ความกังวลหายไปจนหมดสิ้น
"ทักษะดีใช้ได้ ฉันจะยอมยกโทษให้แกหน่อยก็ได้เจ้าระบบ"
สวีเฟิงทดสอบทักษะเสร็จก็เลียหนวดแต่งหล่ออย่างหยิ่งผยอง ยอมให้อภัยระบบที่ไม่ยอมตอบโต้
ระบบ: "..."
"ตึง!"
ในขณะที่สวีเฟิงกำลังวิจัยทักษะใหม่ จู่ๆ เจ้าปลาทมิฬก็ระเบิดพลัง กัดทะลุผนังเข้ามาได้ภายในเวลาไม่ถึงสองเค่อ (ประมาณ 30 นาที)
สวีเฟิงคอยจับตาดูปลาทมิฬอยู่ตลอด เมื่อเห็นมันเข้ามาได้ เขาก็รีบถอยฉากเพื่อทิ้งระยะห่างทันที
"แกหนีไม่พ้นหรอก! เจ้าแมวน้อย!"
เมื่อเห็นลูกแมวถอยหนี ปลาทมิฬก็แสยะยิ้มเยาะ ใช้ครีบตบพื้นเพื่อคืบคลานเข้าหาสวีเฟิงอย่างช้าๆ
สวีเฟิงจ้องมองปลาทมิฬที่ค่อยๆ กระดึ๊บเข้ามาหาเขา แล้วก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
จากนั้นสวีเฟิงก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เพราะสภาพของปลาทมิฬตอนนี้ดูเหมือนแมวน้ำหัวขาดไม่มีผิด
"บัดซบ แกกล้าล้อเลียนข้าเรอะ!"
ปลาทมิฬโกรธจัดเมื่อเห็นสวีเฟิงหัวเราะเยาะ มันหยุดคลานแล้วพุ่งกระโจนเข้าใส่สวีเฟิง หวังจะกัดให้จมเขี้ยว
สวีเฟิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างว่องไว
ปลาทมิฬกัดโดนแต่ดินเต็มปาก แถมยังกัดพื้นหินจนเป็นหลุมขนาดใหญ่
"พันธนาการ!"
สวีเฟิงเหลือบมองหลุมใหญ่บนพื้นแล้วไม่กล้าออมมืออีกต่อไป
เถาวัลย์พุ่งออกมาพันรอบตัวปลาทมิฬทันที แล้วพลิกตัวมันให้หงายท้องอย่างรวดเร็ว
"!!!"
ปลาทมิฬตกตะลึง มันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าลูกแมวที่มันเคยมองว่าจะงับกินในคำเดียว จะแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ หากปากของมันไม่ถูกเถาวัลย์รัดไว้ด้วย มันคงจะตะโกนด่ากราดไปแล้ว!
สวีเฟิงรู้ดีว่า 'ความลังเลนำมาซึ่งความพ่ายแพ้' เมื่อเห็นปลาทมิฬขยับไม่ได้
เขาก็พุ่งเข้าไปโดยไม่รีรอ แล้วจัดการคว้านท้องปลาทมิฬทันที!
ปลาทมิฬกระตุกเพียงครั้งเดียวก่อนจะสิ้นใจตายคาที่
"นี่ฉันเก่งขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย!"
สวีเฟิงรู้สึกตัวพองโตด้วยความภูมิใจอีกครั้ง!
แต่พอนึกถึงสถานการณ์คับขันก่อนหน้านี้ เขาก็รีบสลัดความคิดหลงตัวเองทิ้งไปทันที
"กินปลา! ต้องแข็งแกร่งขึ้น!"
เมื่อรู้ซึ้งถึงอันตรายของโลกใบนี้ สวีเฟิงก็เริ่มลงมือกินทันที
ด้วยความช่วยเหลือจากหน้าต่างระบบ เขาทำได้เพียงกิน กิน และกิน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและเอาชีวิตรอดในโลกนี้ให้ได้
หลังจากลอกหนังปลาทมิฬ เลาะเอาก้างที่แข็งเป็นพิเศษและหนังสีดำที่กินไม่ได้ออก สวีเฟิงก็เข้าสู่โหมดการกินอย่างบ้าคลั่ง
"ง่ำ ง่ำ ง่ำ ง่ำ ง่ำ ง่ำ~"
[บริโภคปลาทมิฬกระดูกหนาม ค่าวิวัฒนาการ +1, พลังบ่มเพาะ +1]
[บริโภคปลาทมิฬกระดูกหนาม ค่าวิวัฒนาการ +2, พลังบ่มเพาะ +2]
...ไม่นานนัก ภายในถ้ำก็เหลือเพียงโครงกระดูกไม่กี่ชิ้น ถ้าไม่ใช่เพราะสวีเฟิงกัดก้างใหญ่พวกนี้ไม่เข้า เขาคงกินมันเข้าไปด้วยแล้ว
ปลาทมิฬมีขนาดใหญ่กว่าสวีเฟิงถึงสามเท่า แต่หลังจากกินจนหมด พุงของสวีเฟิงกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในขณะเดียวกัน ค่าวิวัฒนาการของเขาก็เต็มเปี่ยม
สวีเฟิงใช้โครงกระดูกขนาดใหญ่ของปลาทมิฬมาปิดปากถ้ำที่ถูกขยายกว้างขึ้น แล้วเปิดหน้าต่างระบบอีกครั้ง
[วิวัฒนาการ ใช่/ไม่]
สวีเฟิงเลือกวิวัฒนาการอย่างชำนาญ
แสงสว่างอันนุ่มนวลปรากฏขึ้นอีกครั้ง ครอบคลุมร่างของลูกแมว
ขนสีเขียวที่หางเริ่มจางหายไป ในขณะที่กรงเล็บเริ่มยาวใหญ่ขึ้น และลวดลายสีดำค่อยๆ ปรากฏขึ้นตามแขนขา
สิ่งนี้เพิ่มกลิ่นอายความลึกลับให้กับลูกแมวสีขาวตัวเดิม
การวิวัฒนาการครั้งนี้ดำเนินไปจนถึงช่วงเย็น
"รู้สึกดีสุดๆ ไปเลย!!!"
สวีเฟิงตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกตัวเบาหวิว เหมือนเพิ่งผ่านการนวดผ่อนคลายมา
เขาหลงรักความรู้สึกตอนวิวัฒนาการเข้าเต็มเปา
"คราวนี้ตัวไม่ใหญ่ขึ้นแฮะ"
สวีเฟิงวิ่งไล่งับหางตัวเองเป็นวงกลม มองดูลวดลายบนอุ้งเท้าด้วยความพึงพอใจมาก
แน่นอนว่าสิ่งที่เขาชอบที่สุดคือความเปลี่ยนแปลงที่หาง ขนสีเขียวบนนั้นหายไปจนหมดแล้ว
ในฐานะแมวหนุ่มรูปหล่อ จะให้มีหางสีเขียวได้ยังไงกัน?
มันหยามเกียรติผู้ดีอย่างเขาชัดๆ!
สวีเฟิงกระดิกหนวดแล้วเปิดหน้าต่างระบบ เขาอยากรู้ว่าคราวนี้ระบบจะตั้งชื่ออะไรให้เขา
[ชื่อ: สวีเฟิง]
[เผ่าพันธุ์: แมววิญญาณเงา]
[ระดับพลัง: กลั่นลมปราณ ขั้น 5 (1/200)]
[ทักษะ: พันธนาการ, กรงเล็บคมกริบ, ศรวารี]
[ทักษะพรสวรรค์: การหายใจดูดซับปราณ]
[ค่าวิวัฒนาการ: 0/100]
"นี่ฉันเลื่อนระดับข้ามมาสองขั้นเลยเหรอ?"
สวีเฟิงมองระดับพลัง 'กลั่นลมปราณ ขั้น 5' ของตนเอง พลางคิดอย่างมีเลศนัย
"หรือว่าเป็นเพราะเจ้าปลาทมิฬนี่บำรุงดีเกินไป?"
คิดได้ดังนั้น สวีเฟิงก็เลื่อนประตูกระดูกปลาออก แล้วเดินไปที่ลำธาร เขาตั้งใจจะทดสอบทักษะใหม่
เช่นเดียวกับคืนแรก ในลำธารมีปลาเล็กปลาน้อยว่ายอยู่ประปราย แต่นั่นก็เพียงพอให้สวีเฟิงใช้ทดลอง
เมื่อสวีเฟิงเพ่งสมาธิ ลูกศรน้ำขนาดเท่าเข็มเย็บผ้าก็พุ่งขึ้นมาจากลำธาร
"เล็กจัง?"
สวีเฟิงมองลูกศรน้ำขนาดจิ๋วอย่างไม่พอใจ แล้วเร่งพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นทันที
ไม่นาน ลูกศรน้ำขนาดเท่าขวดน้ำก็ปรากฏขึ้น แต่พลังวิญญาณของสวีเฟิงก็ลดฮวบไปหนึ่งในสิบ
ดูเหมือนจะไม่คุ้มค่า ใหญ่ไปก็เท่านั้น ถ้าไม่มีพลังพอจะใช้ต่อเนื่องก็ไร้ประโยชน์
หลังจากทดลองซ้ำไปซ้ำมา สวีเฟิงก็พบว่าลูกศรน้ำขนาดเท่าแท่งดินสอนั้นกำลังดีที่สุด
เขาใช้มันยิงปลาสองสามตัวเพื่อทดสอบ มันมีความยืดหยุ่นสูง ใช้พลังงานน้อย และมีพลังโจมตีที่ใช้ได้เลยทีเดียว
หลังจบการทดลอง สวีเฟิงไม่ยอมให้เสียของ รีบจับปลาเล็กพวกนั้นกินทันที
[บริโภคเนื้อปลา ค่าวิวัฒนาการ +0.1]
"..."
"ทำงานหน่อยสิเฮ้ย เจ้าระบบ!"
สวีเฟิงมองค่าวิวัฒนาการที่ขึ้นมาน้อยนิดด้วยความกลุ้มใจจนขนแทบหงอก
"ดูท่าฉันต้องหาอย่างอื่นกินซะแล้ว"
สวีเฟิงคิด จากนั้นก็กระโดดข้ามลำธาร มุ่งหน้าเข้าสู่ป่าใหญ่
สำหรับลูกแมวที่มีระดับพลังกลั่นลมปราณขั้น 5 แล้ว ลำธารที่กว้างกว่าตัวสิบเท่าไม่ใช่สิ่งกีดขวางอีกต่อไป