เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มุมมองโลก

มุมมองโลก

มุมมองโลก


"โลกนี้มีชื่อว่า 'ซีหลัว ' หรือก็คือโลกมนุษย์"

1. "ฝัน คือสถานที่อันสมบูรณ์แบบที่สามารถรองรับเรื่องราวพิสดารได้ มันทั้งใกล้เคียงความจริงอย่างที่สุด และก็หลุดพ้นจากความจริงอย่างที่สุด..."

2. ปุถุชนล้วนเข้าสู่ความฝันด้วยกายจิต แต่หากต้องการเข้าสู่ความฝันแท้ "โทรยาลัน" มีเพียงต้องผสานจิตวิญญาณ และละทิ้ง "อัตตา" และ "อัตตาเหนือจิต" เหลือไว้เพียง "อัตตาแท้" เท่านั้น จึงจะสามารถมาถึงสวรรค์ที่ส่องสว่างตนเองแห่งนี้ได้

(คำเตือน: หลังจากเข้าสู่ "โทรยาลัน" แล้ว ทางที่ดีควรลบประสบการณ์ชีวิตและสามัญสำนึกทั้งหมดทิ้งไป อย่าสำรวจดินแดนนั้นด้วยความรู้ตัว)

3. โลกนี้ไม่มีฤดูใบไม้ร่วง และช่วงบ่ายสั้น สี่โมงเย็นก็จะเข้าสู่ความมืด (เนื่องจากซือซุ่ยองค์ที่สาม หรือเทพแห่งความรักและศิลปะ เลดี้น้ำตา ไอริส ได้ร่วงหล่น)

4. กลางวันไม่เหมาะแก่การฝังศพ ต้องเป็นตอนกลางคืนเท่านั้น เพราะต้องตายภายใต้การเป็นสักขีพยานของดวงจันทร์ (การดำรงอยู่ของซือเฉินลำดับที่สี่ หรือเทพแห่งการเปลี่ยนแปลงและความตาย ท่านไข่มุก)

5. โลกนี้มีมลพิษ หรือ "ไอพิษ" (ต้นตอคือซากศพของซือซุ่ยองค์ที่สาม เลดี้น้ำตา ที่ร่วงหล่นสู่โลกมนุษย์);

"ผู้คนเชื่อว่า ความเจ็บป่วย โชคร้าย และสิ่งลบทั้งปวงล้วนมาจากไอพิษ"

ดังนั้นผู้คนจึงมีวิธีรับมือในแบบของตนเอง:

a. ลดการอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆ; (การอาบน้ำต้องถอดเสื้อผ้า ขาดการป้องกันแบบ "ความเป็นหนึ่งเดียว" ภายใต้แนวคิด "ศาสตร์การแต่งกายแบบลัทธิลึกลับ" ร่างกายจะเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายจากไอพิษมากขึ้น ส่วนเสื้อผ้าจะดูดซับเหงื่อและสิ่งสกปรก เพียงแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆ ก็สามารถหลีกเลี่ยงโรคภัยและโชคร้ายได้)

*การชำระล้าง: กะละมัง, ถังน้ำเสีย, กาน้ำร้อน, สบู่และผ้าขนหนู

เช็ดตัวทีละนิด ล้างจุดหนึ่งเสร็จ ก็เอาเสื้อผ้าคลุม ย้ายไปล้างอีกจุดหนึ่ง ทำเช่นนี้จะสามารถทำความสะอาดทั่วร่างกายได้โดยที่ยังสวมเสื้อผ้าอยู่

(เพื่อป้องกันการรุกรานของไอพิษ และยังกันหนาวได้ด้วย)

*《หนังสืออ่านเล่นประจำวันของกุลสตรี》: ใช้น้ำมะนาวล้างหน้า ต่อต้านกระ จุดแดงและไฝ, ใช้น้ำกุหลาบอัลมอนด์ล้างมือ ทำให้ขาวเนียนนุ่ม;

ต้มน้ำดอกโรสแมรี่สระผม ทั้งทำความสะอาดและป้องกันไอพิษ;

*ผ้าอนามัยมีตั้งแต่ปี 1898;

คนจนซักใช้ซ้ำ คนรวยถึงมีสิทธิ์ใช้แล้วทิ้ง;

*สูตรผงสีฟัน: แป้งทัลคัม 450 กรัมหรือผงกระดองปลาหมึก 450 กรัม, ปะการัง 32 กรัม, สารส้มเผาและไม้จันทน์แดง 16 กรัม, รากไอริส 32 กรัม, กานพลูและอบเชย 2 กรัม, เกลือกุหลาบ 32 กรัม, การบูร 4 ถึง 8 กรัม, ใช้น้ำทำให้ชื้นแล้วบด สุดท้ายผสมกัน

*สบู่แท่งกลิ่นลาเวนเดอร์ ไวโอเล็ต และกุหลาบ ราคาแพง เทียบเท่าเนื้อวัว;

ชนชั้นกรรมาชีพใช้พน้ำหอมไม่ไหว สบู่หอมจึงกลายเป็น "สินค้าป้องกันไอพิษ" ที่พวกเขามองเห็นและจับต้องได้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังกินค่าใช้จ่ายในการครองชีพไปมากโข

b. ปฏิบัติตามคำแนะนำของ "ศาสตร์การแต่งกายแบบลัทธิลึกลับ"; (ทฤษฎีนี้มาจากแพทย์ที่มีชื่อเสียงของจักรวรรดิบราเมอ และยังเป็นนักวิชาการหลวง "พารา เซลซัส" ผู้เสนอแนวคิดความตายสามระดับ คือ ร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ)

*เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดคือสัญลักษณ์ของสุภาพบุรุษ เสื้อลายทางและลายสก๊อตทนเปื้อนกลายเป็นสัญลักษณ์ของคนงาน ความเรียบร้อยและความแข็งของปกเสื้อ สามารถดูได้ว่าใส่แป้งไปเท่าไหร่ในกระบวนการลงแป้ง ใช้ตัดสินระดับสถานะทางสังคมของผู้ชาย;

ดังนั้นเสื้อผ้าคนจนจึงไม่มีปก ใช้แถบผ้าแทนเนกไท หากเสื้อผ้าผู้ชายมีปก คนอื่นจะตัดเขาออกจากชนชั้นคนจนทันที;

ผ้าไหม ขนสัตว์ และผ้ากำมะหยี่คือคนรวย หนังและฝ้ายอยู่ตรงกลาง ผ้าใบ ผ้าป่าน และผ้าถักคือคนจน;

เสื้อกั๊กขนสัตว์หรือผ้าไหมปักลายคือสัญลักษณ์ของความหรูหรา;

ตรอกกระโปรงซับในเป็นร้านมือสอง คนรวยจะสั่งตัดที่ร้านตัดเย็บ;

หมวกของผู้ชายสำคัญเท่ากับการแต่งหน้าของผู้หญิง ขาดไม่ได้;

หมวกทรงสูงใหญ่ หมวกทรงสูง และหมวกทรงเค้กเป็นของชนชั้นสูง;

หมวกทรงกลมเป็นของชนชั้นกลาง;

หมวกเบเร่ต์ หมวกนักล่ากวาง หมวกสักหลาด และหมวกฟางเป็นของกลุ่มอื่น;

ผู้หญิงต้องสวมคอร์เซ็ต ใช้ผ้าฝ้ายสี่ชิ้นเย็บเป็นรูปสามเหลี่ยม และมีโครงดันทรงรูปไม้บรรทัดที่ทำจากไม้ กระดูกปลาวาฬ หรือโลหะ;

สิ่งนี้จะรัดเอว บีบซี่โครง เจ็บปวดมาก เรียกได้ว่าผิดรูป;

c. ลัทธิน้ำหอม; (ทฤษฎีนี้ก็มาจากแพทย์ที่มีชื่อเสียงของจักรวรรดิบราเมอ และนักวิชาการหลวง "พารา เซลซัส" เช่นกัน เขาค้นพบโดยบังเอิญในการวิจัยว่า การผสมผสานศาสตร์ลึกลับและการเล่นแร่แปรธาตุ สามารถปรุงของเหลวที่ต่อต้านไอพิษได้ ของเหลวชนิดนี้ส่งกลิ่นหอม เป็นที่ชื่นชอบของสังคมชั้นสูง และค่อยๆ พัฒนาเป็นของจำเป็นสำหรับขุนนาง)

น้ำหอมระดับสูงที่สกัดจากอำพันทะเล ชะมด พิมเสน ฯลฯ 8-12 ชนิด;

น้ำหอมโคโลญจน์ น้ำมันมะกรูด น้ำมันมะนาว น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ ฯลฯ เป็นน้ำหอมราคาถูก;

d. กิ่งทอง;

มิสเซิลโทหลังจากวางไว้หลายเดือน จะเปลี่ยนเป็นสีทอง เล่ากันว่ามิสเซิลโทดูดซับความศักดิ์สิทธิ์ของรุ่งอรุณ สามารถกันไอพิษได้ ผู้คนจึงมักใช้กิ่งทองปกป้องคนในครอบครัวและปศุสัตว์ ให้พ้นจากการทำร้ายของไอพิษ;

1. กฎหมายห้ามสุรา;

จักรวรรดิบราเมอเพื่อจำกัดไม่ให้สามัญชนมีสัมผัสวิญญาณที่แข็งแกร่ง จนเผลอเข้าสู่ความฝันแท้ "โทรยาลัน" ซึ่งจะทำให้เกิดผู้มีพลังพิเศษที่สั่นคลอนการปกครอง จึงห้ามการหมักและขายแอลกอฮอล์

2. กฎหมายศิลปะ;

ในจักรวรรดิบราเมอ งานศิลปะทุกชนิดถูกจัดเป็นของต้องห้าม จะถูกยึดและเผาทำลาย ผู้ครอบครองจะถูกกวาดล้าง เพราะงานศิลปะก็สามารถนำมาซึ่งแรงบันดาลใจได้เช่นกัน;

3. กฎหมายหมิ่นเทพ;

ห้ามกิจกรรม การชุมนุม หนังสือ และการไหลเวียนของความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ การเล่นแร่แปรธาตุ และการสื่อสารกับเทพ มิฉะนั้นจะถือเป็นพวกนอกรีต ต้องถูกจับกุมและยิงเป้า;

4. ระบบงานสิบสองชั่วโมงไม่มีวันหยุด;

จักรวรรดิบราเมอส่งเสริมให้ทำงานวันละสิบสองชั่วโมง ไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์ งานที่มีวันหยุดไม่ใช่งานระดับล่าง สนับสนุนให้นายทุนขูดรีดแรงงาน เพื่อลดเวลานอนของผู้คน;

5. แผนการตื่นรู้;

จักรวรรดิบราเมอส่งเสริมให้พ่อค้าขายอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นสมอง เช่น ชา กาแฟ ลูกอมมินต์ ดาร์กช็อกโกแลต ปลาทูน่า สตรอเบอร์รี่ กล้วย และส้ม ฯลฯ; เพื่อลิดรอนโอกาสในการสำรวจความลึกลับของสามัญชน;

6. เมืองใหญ่ของจักรวรรดิบราเมอ เช่น เมืองหลวง "มิวส์ซิตี้" ในค่าจ้างรายสัปดาห์ของคนงานจะมี "แพ็คเกจอาบน้ำ" รวมอยู่ด้วย โรงอาบน้ำสาธารณะ ระบบตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าโรงอาบน้ำสะอาดถูกสุขลักษณะ;

*แม้ชนชั้นคนรวยจะมีเตาผิงและเตาเหล็ก แต่ก็น้อยมากที่จะจุด เพราะมันฟุ่มเฟือยเกินไป

*สาวใช้มักตื่นตอนตีห้า จุดเตาผิง สะบัดพรม (วันดีๆ เริ่มต้นจากความอบอุ่นที่เท้า) ขัดเงาเฟอร์นิเจอร์ในห้องอาหาร กินมื้อเช้า ขัดรองเท้าบูท ฯลฯ ก่อนเจ้านายตื่น ต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้เสร็จ

*สำหรับผู้ที่ต้องตื่นตรงเวลา เช่น คนงาน คนขับรถม้าส่งของ จะจ้าง "คนเคาะหน้าต่าง" เพราะนาฬิกามีราคาแพง "คนเคาะหน้าต่าง" ลงทุนเพียงเล็กน้อยก็สามารถรับงานนี้ได้ "บริการปลุก" แต่ละครั้งทำเงินให้พวกเขาได้ 1 เมลอง

*คนกวาดถนนตักมูลสัตว์ ทำความสะอาดห้องน้ำ ค่าจ้างรายสัปดาห์สูง 1 ไคเซอร์; เพราะงานนี้อันตรายมาก;

*เช้าของชนชั้นกรรมาชีพ: ขนมปัง ข้าวโอ๊ตต้ม แผ่นข้าวโอ๊ต มันฝรั่ง เครื่องดื่มคือชาหรือกาแฟ โกโก้;

นม เนย ไข่ ไส้กรอก และเค้กเป็นอาหารที่หรูหราขึ้นมาหน่อย;

อาหารเช้าคนรวย: เบคอน ไข่ ปลาแฮดด็อกรมควัน ขนมปังปิ้ง แยมส้ม ขนมปังม้วน สเต็ก หอยนางรมดอง กุ้ง หัวไชเท้า เนื้อปลาแซลมอนสีทอง เนื้อแฮม ไข่ปลาคาเวียร์ ลูกชิ้นปลาทอด ไตแกะย่าง พายไก่ ปลาตาเดียวราดมายองเนส พายนกพิราบ เนื้อลูกแกะ เนื้อปลาอินทรีย่าง;

*รถม้าสาธารณะ ที่นั่งเล็ก ระหว่างทางไม่จอด ไม่มีอุปกรณ์ทำความร้อน;

รถม้าโดยสารที่จุได้ 16 คน ขึ้นจากบันไดด้านหลัง;

มารยาทบนรถ พนักงานเก็บเงินขานชื่อสถานี;

*ผู้ใหญ่ชอบชกมวย แข่งม้า และแข่งวิชาไม้เท้า;

เด็กผู้ชายชอบตีไม้ แฮนด์บอล ฯลฯ ซึ่งล้วนมีที่มาจากประวัติศาสตร์และสงคราม;

การว่ายน้ำและการชกต่อยเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้;

ขี่ม้า วิชาไม้เท้า และยิงธนูเป็นเอกสิทธิ์ของขุนนาง;

การตัดเย็บเป็นทักษะที่เด็กผู้หญิงต้องมี การจัดสวนจะทำให้พวกเธอได้รับเกียรติยศ;

...

ประวัติศาสตร์โลก

ประวัติศาสตร์ลับแรกเริ่มที่ไม่อาจสืบค้น

"ผีเสื้อกลางคืนไล่ตามแสง หลงรักสุริยันชั่วนิจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เอาตัวเข้าทดสอบรัก จนมอดไหม้เป็นจุณ ทว่าน้ำหนักที่ไม่อาจแบกรับทำให้สุริยันชั่วนิจพังทลาย สุดท้ายยุบตัว และแตกตัว..."

การพบกันของเทพต่างแดนทั้งสอง นำไปสู่การทำลายล้าง และสร้างโลกใหม่ขึ้นมา

ส่วนเหล่าซือซุ่ย ก็ถือกำเนิดขึ้นจากพื้นที่ (มาฮาเบอร์) ที่ (ไข่และแก่น) แผ่รังสีออกมา

สี่ซือซุ่ย หรือสี่เทพดั้งเดิมถือกำเนิด;

ยุคธุลีดึกดำบรรพ์

ปีก่อนคริสตกาลที่เก่าแก่ยิ่งกว่า หรือก็คือก่อนที่ซือเฉินลำดับที่หนึ่ง (เทพแห่งมนุษย์ พระเจ้า) โอเมียร์จะถือกำเนิด เทพดั้งเดิมปกครองโลก ช่วงเวลานั้นถูกเรียกว่า "ยุคธุลีดึกดำบรรพ์" และในช่วงที่เคลื่อนไหวในโลกมนุษย์ มนุษย์เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยที่ไร้ค่า แต่การดำรงชีวิตกลับยากลำบาก ต่อหน้าพลังเหนือธรรมชาติที่ไม่อาจต่อกร มนุษย์ไม่ได้เป็นแม้แต่เครื่องมือหรือของเล่นด้วยซ้ำ

มนุษย์ในตอนนั้นเป็นเพียงสัตว์ป่า เพราะแสงศักดิ์สิทธิ์ตกลงมา จึงทำให้มนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นคน

อารยธรรมมนุษย์แรกเริ่มเรียกว่า "ชิรุ" และ "รอมี" เป็นสองรัฐที่ทำสงครามกัน;

พวกเขานับถือสี่ซือซุ่ยร่วมกัน ชิรุบูชาซือซุ่ยองค์แรก "บิดาแผล" ปรารถนาการต่อสู้ รอมีบูชาซือซุ่ยองค์ที่สอง "มารดาแห่งความอุดมสมบูรณ์" ปรารถนาการสืบพันธุ์ แต่ล้วนเป็นของเล่น;

ผู้มีอำนาจถือครอง "กฎ" ของโลกนี้ หรือก็คืออำนาจสิทธิ์

ในโลกมีกลุ่มเทพเจ้าที่ทรงพลังเรียกว่า "ซือซุ่ย" พวกท่านมาจากแดนเทพ "มาฮาเบอร์" (พื้นที่ที่สร้างจากต้นกำเนิดไข่และแก่น) นอกท้องฟ้าดวงดาว (นอกโลกมนุษย์) ถือครอง "กฎแกนกลาง" ถูกมองว่าเป็นเทพแท้จริงของโลก

ความฝันแท้ "โทรยาลัน" คือเงาสะท้อนของแดนเทพ "มาฮาเบอร์" และเทพที่ทะยานขึ้น ณ ที่แห่งนี้ จะถูกเรียกว่า "ซือเฉิน" "กฎ" ของพวกท่านมาจาก "กฎเศษเสี้ยว" ของ "มาฮาเบอร์"

หลายหมื่นปีก่อนยุคแห่งแสงสว่าง (โอเมียร์ถือกำเนิด) เทพต่างแดน "เพ้อฝันบ้าคลั่ง" และ "ซากศพแห่งกาลเวลา" (เวลาสุดท้าย) ค้นพบโลกซีหลัว ได้กลิ่น "มาฮาเบอร์" ที่อยู่เบื้องหลัง ถูกดึงดูดโดยต้นกำเนิด "ไข่แก่น";

เพ้อฝันบ้าคลั่งสร้างมลพิษให้มารดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ซากศพแห่งกาลเวลาสร้างมลพิษให้บิดาแผล จนทั้งสองฝ่ายต่อสู้เข่นฆ่ากัน ท่านไข่มุกเลือกที่จะหลบซ่อนเพื่อความปลอดภัย ส่วนเลดี้น้ำตาที่มีอารมณ์ความรู้สึกต้องการหยุดการต่อสู้ แต่โชคร้ายต้องตายในความโกลาหลนั้น ร่วงหล่น;

ยุคแห่งแสงสว่าง (ค.ศ. 0)

โอเมียร์ถือกำเนิดจากการร่วงหล่นของซือซุ่ยองค์ที่สาม ดวงดาวตกลงพื้น กระแทกทวีปทะลุ ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิต และเปลี่ยนภูมิประเทศในยุคต่อมา;

ต้นตอของ "ไอพิษ" คือศพของเลดี้น้ำตา; พร้อมกันนั้น ยังมี "เผ่าออทัมฟอล" ถือกำเนิดขึ้น ล้วนเป็นเซลล์ร่างกายของเลดี้น้ำตา สำหรับมนุษย์แล้ว คือผู้มีอำนาจที่ไม่อาจเข้าใจ มีพลังลึกลับที่แข็งแกร่ง;

โอเมียร์ก็ได้รับวิวรณ์ในช่วงเวลาสำคัญนี้ จนล่วงรู้ความลับของการทะยานขึ้น;

ในศพของเลดี้น้ำตา "กฎแห่งความหลงใหล" ของนางแตกออกเป็นสามส่วน กลายเป็น "กฎแห่งกาย", "กฎแห่งจิต" และ "กฎแห่งวิญญาณ" ซึ่งต่อมาถูกคุณหญิงยะ, กวีพิราบขาว และคุณหญิงเพลงไว้อาลัยครอบครอง และใช้ทะยานขึ้นเป็นซือเฉิน;

บุตรในครรภ์ของเลดี้น้ำตา หรือก็คือโอเมียร์ ถือกำเนิดตามคำขอ (กอบกู้โลก) แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับมลพิษจากเพ้อฝันบ้าคลั่งและซากศพแห่งกาลเวลา ภายหลังพระองค์ทิ้งบุคลิกและเปลือกนอกส่วนที่ถูกมลพิษ กลายเป็น "เทวทูตกำมะถัน" ส่วนตนเองหลบซ่อนใน "มาฮาเบอร์" ในสภาพวิญญาณสมบูรณ์;

ยุคแห่งแสงสว่าง ปี 1000 (ยุคเรืองรอง)

ภายใต้การนำของโอเมียร์ มนุษย์สร้างเมืองและอารยธรรม รุ่งเรืองเฟื่องฟู จนกระทั่งการหายตัวไปของพระองค์ และการถือกำเนิดของ "เทพชั่ว" เทวทูตกำมะถัน ทำให้มนุษย์เข้าสู่ยุคแห่งความร้อนรน;

ยุคแห่งแสงสว่าง ปี 1606 (ยุคแห่งความร้อนรน)

แปดซือเฉินทะยานขึ้นตามลำดับ;

โลกมีเดือน;

แต่โลกมนุษย์ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ซือเฉินต่างมีแผนร้าย และไม่กล้าต่อกรกับซือซุ่ยโดยตรง บวกกับเทวทูตกำมะถันก่อกวนโลกมนุษย์ ทำให้มนุษย์ยังคงอยู่ในยุคแห่งความร้อนรน;

ปีนี้มีเหตุการณ์สำคัญสองอย่าง หนึ่ง "กษัตริย์ผู้แตกสลาย" วิลเลียม เจอรัลด์ ในยุคหลังถือกำเนิด สอง ผู้ข้ามมิติ คลาร์ก สมิธ (ลินช์) ลงมาจุติในโลก ทั้งสองถึงขั้นกลายเป็นศัตรูและมิตรต่อกัน;

ขณะนั้นสงครามไม่หยุดหย่อน สงครามระหว่างสองอาณาจักรใหญ่เพื่อแย่งชิง "ไฟแห่งการตรัสรู้" (หนึ่งในซากศพของเลดี้น้ำตา มีผลในการให้ปัญญา เพิ่มญาณลับและสติปัญญาของมนุษย์);

อาณาจักรรอนดอนที่ถือกำเนิดจากอารยธรรม "ชิรุ" (บูชาความรุนแรง ปรารถนาจะปกป้องเกียรติยศด้วยสงคราม) กับอาณาจักรซาเคียที่ถือกำเนิดจาก "รอมี" (ราชินีกุมอำนาจ สังคมแม่เป็นใหญ่) รบกันบ่อยครั้ง;

ไฟสงครามลามไปเกือบทั่วทวีป ส่วนพันธมิตรโพซีทางเหนือ (พันธมิตรการค้า ประกอบด้วยประเทศเล็กๆ) เพื่อความอยู่รอดและต้องการร่ำรวย จึงค้ามนุษย์ อาวุธ และทำธุรกิจทหารรับจ้าง;

ชนเผ่ามาร์ตาทางใต้เกือบถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เหลือเพียงชนกลุ่มน้อยที่อพยพไปที่อื่น;

กษัตริย์ผู้แตกสลาย วิลเลียม เจอรัลด์ เกิดในเผ่ามาร์ตา เดิมชื่อ "อาร์ฟ" แปลว่า "นักรบผู้มีความรับผิดชอบ";

เผ่าของเขาถูกทำลาย พ่อแม่ถูกฆ่า พี่สาวถูกข่มขืน น้องชายและน้องสาวถูกทรมานจนตาย;

วิลเลียมเกลียดชังสงคราม และเกลียดชังสองประเทศที่ทำสงคราม เขา สาบานว่าจะแก้แค้น และรวมโลกเป็นหนึ่ง นำมาซึ่งสันติภาพ;

วิลเลียมในวัยเยาว์ติดตามกองคาราวานพันธมิตรโพซี เริ่มต้นการเดินทางร่อนเร่ ในกระบวนการนี้ เขาใช้ชีวิตเหมือนหมาป่า เพื่อแสวงหาความแข็งแกร่ง ยอมเป็นทาสรับใช้ต่ำต้อย เรียนวิชาดาบและวิชาต่อสู้จากผู้คุ้มกันกองคาราวาน จากนั้นก็โดดเด่นขึ้นมาในการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า;

โชคร้าย กองคาราวานนั้นถูกกองทัพของอาณาจักรรอนดอนปล้นอย่างป่าเถื่อน ฆ่าคนไปไม่น้อย วิลเลียมต้องระหกระเหินอีกครั้ง;

หลายปีหลังจากมาถึงพันธมิตรโพซี ก็เข้าร่วมกองทหารรับจ้างหลายกลุ่ม อายุเพียงสิบห้าปีก็มีชื่อเสียงเล็กน้อย;

ยุคแห่งแสงสว่าง ปี 1626

วิลเลียมในวัยยี่สิบปี ก่อตั้ง "กองอัศวินรักษาเยียวยา" ที่มีชื่อเสียงในยุคหลัง เข้าแทรกแซงสงครามรอนซาอย่างเป็นทางการ; (สวมชุดคลุมขาวทับเกราะ ธงเป็นกางเขนขาว คติพจน์ "ปกป้องศรัทธา เยียวยาความทุกข์ยาก ยุติกลียุค ไม่เสียดายแม้ต้องรบ" วิธีการรักษาด้วยการปล่อยเลือด เพื่อขจัดเลือดโสโครก—ร่างกายมนุษย์มีของเหลวสี่ชนิด เลือด, น้ำดีดำ, น้ำดีเหลือง และเสมหะ ต้องรักษาสมดุล มิฉะนั้นจะป่วย ตำแหน่งปล่อยเลือดเฉพาะเจาะจงสอดคล้องกับจักรราศีสิบสอง และยังสอดคล้องกับสิบสองซือเฉิน ยังมีการรักษาด้วยการถ่ายเลือด)

ปี 1630 มหันตภัยโรคร้ายแห่งรอนดอน;

ผ่านไปแปดปีแห่งการศึก ปี 1634 วิลเลียมขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ กลายเป็นเอิร์ลแห่งรอนดอน แต่งงานกับเจ้าหญิงรอนดอน แต่นี่ยังห่างไกลจากเป้าหมายของเขามาก;

เพราะเขาพบว่า แม้จะช่วยรอนดอนชนะอาณาจักรซาเคีย รวมประเทศเป็นหนึ่ง คนในประเทศนี้ก็จะไม่หยุดขยายอำนาจ;

ท่ามกลางความกลัดกลุ้ม เขาได้รับคำชี้แนะในฝัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าสู่ความฝันแท้ "โทรยาลัน";

เขาได้ "ไฟแห่งการตรัสรู้" มาในการรบครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ส่งมอบ เพียงแต่ไม่รู้วิธีเปิด;

ที่นี่ เขาได้สัมผัสกับซือเฉินเลดี้ไวท์สโนว์ ได้รับการชี้แนะ; (หลอกใช้ซึ่งกันและกัน)

เขาผู้กลายเป็นผู้มีพลังพิเศษ ค่อยๆ ได้รับอำนาจในอาณาจักรรอนดอน แต่สิ่งที่ตามมาคือความริษยาและความหวาดระแวงภายใน ทำให้วิลเลียมก้าวเดินลำบาก; ถูกใส่ร้ายว่ายักยอกไฟแห่งการตรัสรู้;

"ข้าเกิดมาเพื่อสร้างเกียรติประวัติ แต่ผู้มีอำนาจกลับมองข้าเป็นเบี้ย เป็นหญ้าแพรก ไม่อนุญาตให้ข้าก้าวเข้าไปในแถวของพวกเขา"

และในเวลานี้ ปี 1655 กษัตริย์ผู้แตกสลายอายุสี่สิบเก้าปีแล้ว; เขายังคงรู้สึกว่าอุดมการณ์ไม่สำเร็จ;

พร้อมกันนั้น ในช่วงเวลานี้ เทพใหม่เกิดการต่อสู้ นักสู้แห่งสังเวียนรบกับแม่ทัพตาบอด บวกกับการชักนำของท่านไข่มุก สงครามรุนแรงขึ้น;

ท่ามกลางความสิ้นหวัง เขาพบเลดี้ไวท์สโนว์ในความฝันแท้อีกครั้ง บรรลุข้อตกลง;

เขาได้เสียกับเลดี้ไวท์สโนว์ ให้กำเนิดลูกสาว "โทลิน่า เจอรัลด์" พร้อมทั้งจงใจยั่วยุราชวงศ์ ถูกขังใน "คุกเงียบ";

นี่คือคำแนะนำของเลดี้ไวท์สโนว์ ปฏิบัติตาม "กฎแห่งความยุติธรรม" เดินบน "วิถีแห่งการทรมาน" กระบวนการทะยานขึ้นของโอเมียร์ในอดีต ยอมรับการทรมาน บวกกับ "ไฟแห่งการตรัสรู้" เพื่อผ่าน "ประตูแห่งตาชั่ง" ทะยานขึ้น และในกระบวนการนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากนักสู้แห่งสังเวียน (ซือเฉินที่ไม่ลงรอยกับแม่ทัพตาบอด) อาศัยพลังครอบงำของแม่ทัพตาบอด ได้รับ "กฎ" ของตนเองในโทรยาลัน

ยุคแห่งแสงสว่าง ปี 1655 (ยุคสนธยา)

ซือเฉินลำดับที่เก้า เทพแห่งการต่อต้านและการปฏิวัติ "กษัตริย์ผู้แตกสลาย" ถือกำเนิด!

กษัตริย์ผู้แตกสลายที่เปลี่ยนชื่อเป็นไคเซอร์ อาศัยพลังอันยิ่งใหญ่ ต่อกรกับเทวทูตกำมะถันเพียงลำพัง รวมสองอาณาจักรเป็นหนึ่ง ตั้งชื่อว่า "จักรวรรดิบราเมอ";

ประวัติศาสตร์เข้าสู่ยุคสนธยา;

เพราะแสงของกษัตริย์ผู้แตกสลาย คือแสงสีเหลืองยามสนธยา;

กษัตริย์ผู้แตกสลายค้นพบอย่างรวดเร็วว่า แม้ตนจะเป็นซือเฉิน ก็ยากจะควบคุมสถานการณ์ อย่าว่าแต่ซือเฉินไม่ได้มีใจเดียวกัน ซือซุ่ยก็ส่งผลกระทบต่อโลกตลอดเวลา พระองค์รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล;

ยุคแห่งแสงสว่าง ปี 1855

จักรวรรดิบราเมอผ่านการชะล้างมาสองร้อยปี กลายเป็นประเทศมหาอำนาจในทวีป;

แต่ในช่วงเวลานี้ นักสู้แห่งสังเวียนและแม่ทัพตาบอดก็สร้างขุมกำลังในทางลับ ปรากฏจักรวรรดิใหญ่อีกสองแห่ง คือจักรวรรดิสตุตการ์ตทางตะวันตก (บูชาความรุนแรง ป่าเถื่อน คล้ายชาวไวกิ้ง) และสหพันธรัฐออเวย์นาทางตะวันออก (เมืองแห่งศิลปะ แม่ทัพตาบอดมีความสัมพันธ์อันดีกับสามซือเฉินแห่งศิลปะ)

ยุคแห่งแสงสว่าง ปี 1884-1888

เพื่อสร้างสมอที่มั่นคง และเพื่อกำจัดเทวทูตกำมะถัน บรรลุเป้าหมายสันติภาพโลก กษัตริย์ผู้แตกสลายก่อสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สามประเทศ บราเมอ สตุตการ์ต และออเวย์นา ทำสงครามใหญ่ กษัตริย์ผู้แตกสลายบาดเจ็บสาหัส จักรวรรดิบราเมอพ่ายแพ้ยับเยิน ดินแดนถูกแบ่งแยก ทางเหนือถูกแบ่งเป็นอาณานิคม "โพซิเวีย" ให้ประเทศผู้ชนะจัดตั้ง "รัฐบาลพันธมิตรโพซี" ปกครอง;

เทวทูตกำมะถันไม่ตาย;

แต่กษัตริย์ผู้แตกสลายถือว่าชนะ เพราะพระองค์ทำให้ลูกสาว โทลิน่า ทะยานขึ้นเป็นแม่พระผู้ทรงโศกา ผนึกร่างของเทวทูตกำมะถันไว้ในร่างของโทลิน่า;

โทลิน่าอาศัยร่างของเทวทูตกำมะถัน ทะยานขึ้นเป็นเทพแห่งความเสียสละและความไม่สมบูรณ์ "แม่พระผู้ทรงโศกา";

ซือเฉินลำดับที่สิบเอ็ดถือกำเนิด;

พร้อมทั้งใช้โทลิน่าเป็นเครื่องกรองโลก ดูดซับกรองไอพิษ;

ปี 1886 คลาร์ก สมิธ อาศัยภาพยนตร์เรื่อง 《สันติภาพ》 สร้างตัวละครที่มีชื่อเสียง ท่าน A (อัชตัน) อาศัยสิ่งนี้ทะยานขึ้นเป็นซือเฉินลำดับที่สิบ "ผู้กำกับ";

ยุคแห่งแสงสว่าง ปี 1909-1915

กษัตริย์ผู้แตกสลายก่อสงครามโลกครั้งที่สอง ช่วงชิงดินแดนคืน;

แต่เพราะความสูญเสียอย่างหนัก ทำให้กษัตริย์ผู้แตกสลายยิ่งรู้สึกหมดหนทาง จึงเริ่ม "แผนเฟืองกล" สร้างซือเฉินเทียม;

เวทีถูกกำหนดที่เมืองศูนย์กลางของอาณานิคม "โพซิเวีย" คือ "เมืองพีไฮเออร์";

การเดิมพันครั้งนี้ ซือซุ่ย "ท่านไข่มุก" และซือเฉินองค์อื่นๆ ล้วนมีส่วนร่วม;

ผลลัพธ์สุดท้าย ซือเฉินลำดับที่สิบสอง "กระแสน้ำเชี่ยว" ถือกำเนิด ถึงตรงนี้ ปฏิทินและยุคสมัยของมนุษย์เข้าสู่ระยะใหม่;

ปี 1916 ห่างกันเพียงสามสิบปี ภาพยนตร์ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่อย่างลับๆ สามซือเฉินแห่งศิลปะร่วมมือกัน ฆ่าผู้กำกับ คลาร์ก สมิธ ร่วงหล่น;

อุกกาบาตตกจากฟ้า เศษชิ้นส่วนกลายเป็นฟิล์ม; ประวัติศาสตร์เรียกว่า "วันขาดตอน" หรือ "คืนเปิดโปง";

ยุคแห่งแสงสว่าง ปี 1916 (ยุคมืด)

สิบปีต่อมา ฤดูร้อนเดือนกรกฎาคม ปี 1926 ในคืนหนึ่ง ผู้ข้ามมิติ จี้หนาน หรือก็คือ จิลัน อีลอส ลงมาจุติในโลกซีหลัว ภายในจักรวรรดิบราเมอ;

เรื่องราวเริ่มต้นจากตรงนี้;

...

แผนที่โลก

โลกซีหลัว

จักรวรรดิบราเมอ (ศูนย์กลางโลก)

นี่คือประเทศเผด็จการที่มีการควบคุมความคิดอย่างรุนแรง ผู้นำชื่อ ไคเซอร์ เจอรัลด์ (มีข้อถกเถียงมาก ร่างอวตารของกษัตริย์ผู้แตกสลาย ชอบศิลปะแต่ไม่มีพรสวรรค์ทางศิลปะ เคยท่องเที่ยวในโลกมนุษย์แต่สอบตกสถาบันศิลปะมิวส์ซิตี้สองครั้ง);

เมืองหลวงคือเมืองศิลปะที่มีชื่อเสียงในอดีตของออเวย์นา "มิวส์ซิตี้";

เมืองหลวงจักรวรรดิ มิวส์ซิตี้; 900 ตารางกิโลเมตร;

ล้อมรอบด้วยรัฐเบธ ตัดผ่านด้วยแม่น้ำไวต์เทลและแม่น้ำซิซิลี แบ่งเป็นห้าเขต เขตมิวส์ตะวันออก ตะวันตก ใต้ เหนือ และเขตไทรอัมฟ์ตรงกลาง;

ถนนพรัสส์; พิพิธภัณฑ์; ประตูแห่งเกียรติยศ; รูปปั้นยักษ์;

กำแพงมิวส์ แบ่งเขตใต้; จัดเป็นเขตคนจน; ตะวันออกและตะวันตกเป็นเขตการค้า; เหนือเป็นเขตขุนนาง; ตรงกลางเป็นเขตบริหาร;

ใช้ระบบบริหาร รัฐ เขต เมือง;

ระบอบสาธารณรัฐรัฐสภา;

ความเชื่อหลากหลาย (ได้รับผลกระทบจากซือเฉิน)

ความเชื่อกระแสหลักคือ "ศาสนาแห่งความหวัง" (นับถือพระเจ้าโอเมียร์ องค์กรทางการที่ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติใดๆ)

ศาสนจักรไถ่บาป - "มหาวิหารไถ่บาป" (ศาสนจักรนับถือฝาแฝดนกว่าว, ระบายความลับ, เป็นสักขีพยาน, ล้างบาป, บรรลุการไถ่ถอน)

ศาสนจักรแม่พระผู้ทรงโศกา - "อารามแม่พระ" (ศาสนจักรนับถือแม่พระผู้ทรงโศกา แยกตัวมาจากศาสนาแห่งความหวัง เชื่อว่าแม่พระเป็นธิดาของพระเจ้า ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น ช่วยเหลือคนพิการ)

สมาคมการค้า - "วิหารยุติธรรม" (ศาสนจักรนับถือเลดี้ไวท์สโนว์ พ่อค้าล้วนนับถือเลดี้ไวท์สโนว์ ผู้ล่วงรู้จิตวิญญาณในแวดวงลึกลับก็นับถือ "กฎแห่งความสมดุล" ของเลดี้ไวท์สโนว์)

สหภาพแรงงาน - "การตรัสรู้จักรกล" (นิกายใหม่ องค์กรนับถือ "กระแสน้ำเชี่ยว")

รัฐบาลกำจัดการนับถือเทพเก่าและเทพชั่วทั้งหมด คือซือซุ่ย, การนับถือสามซือเฉินแห่งศิลปะ, นักสู้แห่งสังเวียนและแม่ทัพตาบอดถือเป็นความเชื่อที่ผิด กษัตริย์ผู้แตกสลายไม่อยากปรากฏตัวในภาพลักษณ์ของเทพ จึงปฏิเสธการนับถือตนเอง ส่วนผู้กำกับ ก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มศิลปะเช่นกัน ภาพยนตร์ถูกเรียกว่า "ศิลปะใหม่";

[องค์กรถ่ายทำภาพยนตร์ใต้ดิน อ้างว่าแสวงหาศิลปะ แต่ความจริงคือแสวงหากำไร ส่วนผู้ล่วงรู้จิตวิญญาณที่ตามรอยผู้กำกับจริงๆ ได้ก่อตั้งองค์กรชื่อ "สมาคมบันทึก";]

เมืองที่ตัวเอกจุติเป็นพื้นที่ห่างไกล เมืองแบล็กรัค แคว้นป่าใหญ่คาวอว์;

จักรวรรดิสตุตการ์ต (ตะวันตก)

ใช้ระบอบคณาธิปไตยขุนนาง อำนาจรวมศูนย์ที่กษัตริย์คู่;

คนส่วนน้อยในหมู่ขุนนางกุมอำนาจรัฐ อำนาจแท้จริงอยู่ในมือของกษัตริย์ 2 องค์ ผู้อาวุโส 28 คน และอัยการ 5 คน

บูชาความรุนแรง ความเชื่อกระแสหลักนับถือซือเฉิน "นักสู้แห่งสังเวียน";

เนื่องจากอารยธรรมและเทคโนโลยีค่อนข้างล้าหลัง ที่นี่ยังนิยมการนับถือเทพเก่า โดยเฉพาะ "บิดาแผล";

สหพันธรัฐออเวย์นา (ตะวันออก)

ใช้ระบอบสหพันธรัฐ;

องค์กรบริหารสูงสุดคือสภาใหญ่สหพันธรัฐ ที่นั่งประธานสิบสองที่ประกอบด้วยตัวแทนจากสิบสองตระกูลใหญ่ ที่เหลือห้าร้อยที่นั่งเป็นตัวแทนจากรัฐต่างๆ และชนชั้นต่างๆ;

บูชาศิลปะ ความเชื่อกระแสหลักนับถือสามซือเฉินแห่งศิลปะ คุณหญิงเพลงไว้อาลัย, คุณหญิงยะ และกวีพิราบขาว นอกจากนี้ยังมีแนวคิดทหารนำการเมือง เพราะบารมีของ "แม่ทัพตาบอด" ในกองทัพ;

นอกจากนี้ ยังมีการนับถือเทพเก่าส่วนน้อย คือนับถือจันทรเทพ เทพแห่งการเปลี่ยนแปลงและความตาย;

พันธมิตรโพซิเวีย (เหนือ)

เดิมคือพันธมิตรการค้าโพซีในช่วงปี 1606 ยุคแห่งแสงสว่าง ต่อมาถูกกษัตริย์ผู้แตกสลายรวมเข้ากับดินแดนจักรวรรดิบราเมอในสงครามรอนซา ต่อมาถูกแบ่งให้สหพันธรัฐออเวย์นาในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง กลายเป็นอาณานิคม ปัจจุบันกลับคืนสู่ดินแดนจักรวรรดิบราเมอ แต่เพราะปัญหาประวัติศาสตร์ตกค้าง ทำให้เมืองนี้มีความเชื่อปะปนกัน;

รัฐบาลผสม ผู้นำคือประธานาธิบดีหุ่นเชิดที่รัฐบาลบราเมอหนุนหลัง;

มีสินค้าท้องถิ่น เป็นเมืองที่กองคาราวานโปรดปราน การค้าเจริญรุ่งเรืองมาก เส้นทางการค้าเชื่อมต่อทุกทิศทาง;

ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนใบไม้ร่วง (ใต้)

ภูมิประเทศที่เกิดจากดาวตกของซือซุ่ยองค์ที่สามกระแทกทวีป เชื่อมต่อกับน่านน้ำทะเลรุ้งแดงทางใต้;

ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนใบไม้ร่วงมีไอพิษรุนแรงที่สุด และเต็มไปด้วยเผ่าออทัมฟอลและปรสิต;

จักรวรรดิบราเมอเคยใช้ปรสิตออทัมฟอลทดลอง พัฒนากองกำลังบิดเบี้ยวและสิ่งมีชีวิตในตำนานต่างๆ;

ซากโบราณมาร์ตาอยู่เหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนใบไม้ร่วง;

...

ระบบเงินตรา

พรัสส์

สกุลเงินหมุนเวียนมูลค่าต่ำสุดที่ออกโดยธนาคารกลางมิวส์ซิตี้ จักรวรรดิบราเมอ อำนาจการซื้อเท่ากับครึ่งหนึ่งของเมลอง

เมลอง (เมลองทองแดง)

สกุลเงินหมุนเวียนมูลค่ารองต่ำสุดที่ออกโดยธนาคารกลางมิวส์ซิตี้ จักรวรรดิบราเมอ มีเหรียญทองแดงมูลค่า 1, 2, 5 และ 10 บนเหรียญสลักรูปหัวอัศวิน ขนาดเท่าเล็บมือ;

อำนาจการซื้อ: ประมาณสี่หยวน

เฟนนี (เฟนนีเงิน)

สกุลเงินหมุนเวียนมูลค่าปานกลางที่ออกโดยธนาคารกลางมิวส์ซิตี้ จักรวรรดิบราเมอ มีเหรียญเงินมูลค่า 1, 2, 5, 10 และ 20 บนเหรียญสลักรูปหัวมิชชันนารี ขนาดเท่าฝาขวด มีธนบัตร;

[1 เฟนนี = 12 เมลอง]

อำนาจการซื้อ: ประมาณห้าสิบหยวน

ไคเซอร์ (ไคเซอร์ทองคำ)

สกุลเงินหมุนเวียนมูลค่าปานกลางที่ออกโดยธนาคารกลางมิวส์ซิตี้ จักรวรรดิบราเมอ มีเหรียญทองคำมูลค่า 1, 2, 5, 10 และ 20, 50 และ 100 บนเหรียญสลักรูปหัวท่านผู้นำ ขนาดเท่าฝาขวด มีธนบัตร;

[1 ไคเซอร์ = 20 เฟนนี]

อำนาจการซื้อ: ประมาณหนึ่งพันหยวน

*โดยทั่วไป ผู้หญิงโสดที่มีรายได้ต่อปีถึง 100 ไคเซอร์ หรือคู่สามีภรรยาที่มีรายได้ 150 ถึง 200 วิลเลียม สามารถจ้างสาวใช้ทั่วไปอายุน้อยได้หนึ่งคน

*ครอบครัวที่มีรายได้ต่อปี 300 ไคเซอร์ สามารถจ้างสาวใช้ทั่วไปหนึ่งคนและพี่เลี้ยงเด็กหนึ่งคนดูแลเด็ก แต่แม่บ้านยังต้องทำงานบ้านประจำวันมากมาย รวมถึงทำอาหาร

*หากรายได้ต่อปี 500 ไคเซอร์ สามารถจ้างคนรับใช้สามคน: พ่อครัว, สาวใช้ทำงานบ้าน และพี่เลี้ยงเด็ก (ถ้าไม่มีเด็กก็จ้างสาวใช้สารพัดประโยชน์แทน งานของเธอคือช่วยพ่อครัวและสาวใช้ทำงานบ้านเมื่อจำเป็น หรือจ้างเด็กรับใช้ ให้ขัดรองเท้า วิ่งซื้อของ ทำงานยกของ ทำงานกลางแจ้ง ฯลฯ)

*หากรายได้ต่อปี 750 ไคเซอร์ สามารถจ้างคนรับใช้สี่คน: พ่อครัว, สาวใช้ทำงานบ้าน, พี่เลี้ยงเด็ก และเด็กรับใช้ แม่บ้านของครอบครัวรายได้ระดับนี้ไม่ต้องทำงานบ้าน เพียงแค่ดูแลคนรับใช้

*รายได้ต่อปี 1000 ไคเซอร์เป็นจุดแบ่งสำคัญ ครอบครัวเช่นนี้สามารถจ้างสาวใช้สี่คน (พ่อครัวหนึ่งคน, สาวใช้ทำงานบ้านสองคน, พี่เลี้ยงเด็กหนึ่งคน) บวกกับคนขับรถม้าและคนเลี้ยงม้า พร้อมทั้งมีม้าหนึ่งหรือสองตัวและรถม้าหนึ่งคัน

*ครอบครัวที่มีรายได้ต่อปี 5000 ไคเซอร์ อาจจ้างคนรับใช้ถึง 24 คน รวมถึงแม่บ้านใหญ่, พ่อครัว, สาวใช้ส่วนตัว, พยาบาล, สาวใช้ทำงานบ้านสองคน, สาวใช้ซักรีด, สาวใช้ห้องอาหาร, พี่เลี้ยงเด็ก, สาวใช้ในครัว, สาวใช้ล้างจาน; พ่อบ้านใหญ่, คนรับใช้ส่วนตัวชาย, บริกร, คนขับรถม้า, คนเลี้ยงม้าสองคน, ผู้ช่วยคนเลี้ยงม้า, คนแบกของสองคน, คนสวนสามคน, กรรมกร

ต่อไปนี้คือตารางรายได้ต่อปีของแต่ละชนชั้นในจักรวรรดิบราเมอ:

ขุนนางที่ร่ำรวยที่สุด 30,000 ไคเซอร์

ขุนนางอื่นๆ, พ่อค้าผู้มั่งคั่ง, นายธนาคาร, นักอุตสาหกรรม 10,000 ไคเซอร์

ผู้ดีบ้านนอกที่มีที่ดิน, บาทหลวงบางคน, แพทย์, ทนายความ และพ่อค้า 1,000-2,000 ไคเซอร์

ชนชั้นกลางส่วนใหญ่, แพทย์, ทนายความ, ข้าราชการ, เสมียนอาวุโส 300-800 ไคเซอร์

ชนชั้นกลางระดับล่าง, เสมียน, ครูใหญ่, นักข่าว, เจ้าของร้าน, ช่างฝีมือทักษะสูง 150-300 ไคเซอร์

คนงานมีทักษะ รวมถึงช่างทำเฟอร์นิเจอร์, ช่างเรียงพิมพ์, ช่างไม้, คนขับรถไฟ, ช่างตัดเสื้อชั้นสูง 75-100 ไคเซอร์

คนงานกึ่งทักษะทั่วไป และคนงานหญิงมีทักษะในโรงงาน ร้านค้า 50-75 ไคเซอร์

กะลาสี, คนงานท่าเรือ, คนรับใช้บางส่วน 45 ไคเซอร์

คนงานฟาร์ม, ทหาร, พนักงานพิมพ์ดีด 25 ไคเซอร์

พนักงานร้านระดับต่ำสุด, คนรับใช้, ช่างปัก 12-20 ไคเซอร์

สกุลเงินหมุนเวียนในแวดวงลึกลับ

บัตรซาร์ (บัตรขาว)

นอกจากการแลกเปลี่ยนสิ่งของด้วยวัสดุลึกลับแล้ว ยังมีสกุลเงินชนิดหนึ่งที่นักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนสร้างได้ แน่นอนว่าช่องทางหมุนเวียนใหญ่ที่สุดมาจาก "สำนักหนังสือแช่แข็ง";

สกุลเงินนี้ยาวเท่าวิ้วมือ กว้างสองนิ้ว เป็นบัตรแข็ง พื้นผิวสะท้อนแสงเหมือนคริสตัล สีขาวหิมะ ผู้ที่มีญาณลับสูง จะมองเห็นลวดลายตาชั่ง;

นี่คือสกุลเงินที่ทำจากผลึกเกลือความบริสุทธิ์สูงและทรายลึกลับ ผสมกับปรอทและกำมะถัน สามารถใช้เป็นวัสดุลึกลับได้;

ในตลาดมืด ราคาบัตรซาร์หนึ่งใบมักสูงถึง 1,000 ไคเซอร์ มีราคาแต่ไม่มีของ;

แท่งซาร์ (แท่งบัตร)

แท่งผลึกสีขาวที่เกิดจากการหลอมรวมบัตรซาร์ 100 ใบเข้าด้วยกัน ล้ำค่ามาก;

เทียบเท่า 100,000 ไคเซอร์;

...

ความฝันแท้ · โทรยาลัน

ความฝันแท้ "โทรยาลัน" คือเงาสะท้อนของแดนเทพ "มาฮาเบอร์" (แดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด);

สี่ซือซุ่ยคือตัวตนของโลก;

ส่วนซือเฉิน คือตัวแทนของเจตจำนงสูงสุด;

ที่นี่คือที่พำนักของเหล่าซือเฉิน และเป็นจุดสิ้นสุดของทะเลความฝันในโลกมนุษย์ หรือก็คือก้นทะเล;

ทะเลความฝันในโลกมนุษย์ / มหาสมุทรแห่งความฝัน

มนุษย์ทุกคนในส่วนลึกของวิญญาณ มีจิตสำนึกร่วมที่เหนือกว่าปัจเจกและไม่อาจรับรู้ได้ นี่คือจิตสำนึกรวมหมู่ของพวกเขาในฐานะสายพันธุ์ ด้านมืดของจิตสำนึกนี้ หรือก็คือ "น้ำแห่งอารมณ์" ได้รวมกันเป็นมหาสมุทรแห่งความฝันนี้

อาจกล่าวได้ว่าเป็นจิตสำนึกของโลก เป็นเจตจำนงสูงสุด;

"โทรยาลัน" ไม่มีกายหยาบ อยู่เหนือตรรกะทั่วไปและความเข้าใจของปุถุชน แต่มันเป็นความจริงอย่างยิ่ง

เนื่องจากเป็นเงาสะท้อนของแดนเทพ "มาฮาเบอร์" จึงมีภูมิประเทศกลับหัว ยิ่งลึกลงไปก้นทะเล ยิ่งเข้าใกล้ยอดของที่พำนักเทพเจ้า;

"โทรยาลัน" มีขอบเขต หรือเรียกว่า "ชั้นล่าง"

"โทรยาลัน" คือสถานที่ที่ซือเฉิน, อัครสาวก, ผู้เปลี่ยนแปลงส่วนน้อย และวิญญาณจำนวนมากอาศัยอยู่

เมื่อปุถุชนฝัน "กายจิต" ของพวกเขาสามารถไปยัง "โทรยาลัน" ได้ หากผู้ฝันมีญาณลับต่ำเกินไป โอกาสเกิดเรื่องนี้จะน้อยมาก และสำหรับพวกเขาอาจไม่ใช่เรื่องดี แต่ถึงกระนั้น 《หนึ่งแวบแห่งความฝันแท้》 กล่าวว่าพวกเราทุกคนอย่างน้อยต้องไปเยือนมันสองครั้งในชีวิต

"โทรยาลันคือบ้านของซือเฉิน วิหารที่ซ่อนอยู่หลังโลก"

"ปีที่ดีหรือร้าย การหมุนของโลก การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงผลลัพธ์จากความสำเร็จที่อ่อนแอกว่าในความหลงใหลของซือเฉิน"

"ซือเฉินคือร่างอวตารของกฎโลก จำนวนอาจมีเพียง 12 บางองค์เคยเป็นมนุษย์ บางองค์มาจากที่ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง"

มนุษย์ไม่สามารถวาดแผนที่ให้ "โทรยาลัน" ได้ แต่สามารถวาดสิ่งก่อสร้างและพื้นที่ที่เป็นแลนด์มาร์คคร่าวๆ ตามความทรงจำได้

จุดสูงสุดคือ "วิหาร" ภายในมี "เปลือก" ของเทพใหม่จำนวนมากที่เคยเคลื่อนไหวตั้งอยู่;

วิญญาณของพระเจ้าโอเมียร์กลายเป็น "แสงรุ่งอรุณ" ส่องสว่างพื้นที่นี้ และทำหน้าที่เฝ้าระวัง;

ลงไปและออกไปด้านนอกคือระเบียงเป็นชั้นๆ;

ประตูราศีเมษ - ลานประลองนองเลือด (ที่พำนักนักสู้แห่งสังเวียน)

ผู้เฝ้าประตูคือ "กำแพง" โตนอส

ประตูหม้อวัวดิน - หอประชุมไว้อาลัย (ที่พำนักคุณหญิงเพลงไว้อาลัย)

ผู้เฝ้าประตูคือ "ไนติงเกล" เบลลู

ประตูคู่แฝด - เขาวงกตกระจก (ที่พำนักฝาแฝดนกว่าว)

ผู้เฝ้าประตูคือ "ผู้หล่อนั้น" ซาชา

ประตูเพรียง - โรงอุปรากรในบ่อ (ที่พำนักคุณหญิงยะ)

ผู้เฝ้าประตูคือ "นักเต้น" คุณนายซีกัล

ประตูสิงโต - ทางแห่งความจริง - จัตุรัสรุ่งอรุณ (ที่พำนักแสงรุ่งอรุณ)

[โอเมียร์ไม่เคยห้ามปุถุชนทะยานขึ้น แต่เพราะการหายตัวไปของพระองค์ ทำให้พื้นที่นี้ถูกซือเฉินองค์อื่นแทรกแซง กลายเป็นเส้นทางทะยานขึ้นที่ยากที่สุด;]

ผู้เฝ้าประตูคือ "ยามอัสดง" แองเจิล

ประตูหญิงพรหมจรรย์ - ตำหนักแห่งความเจ็บปวด (ที่พำนักแม่พระผู้ทรงโศกา)

ผู้เฝ้าประตูคือ "บาทหลวงเสื้อไหม้" โจล่า

ประตูแห่งตาชั่ง - ทะเลสาบน้ำแข็ง (ที่พำนักเลดี้ไวท์สโนว์)

ผู้เฝ้าประตูคือ "ราชาเตาหลอม" เฮอร์มีส

ประตูแมงป่อง - หอคอยบาเบล (หอคอยทะลุฟ้าแห่งบาบิโลนโบราณ, ที่พำนักกวีพิราบขาว)

[มนุษย์สร้างหอคอยบาเบลหวังติดต่อสวรรค์ พระเจ้าจึงทำให้มนุษย์พูดคนละภาษา แผนการจึงล้มเหลว]

ผู้เฝ้าประตูคือ "บทสรรเสริญสวมเทพ" อาเคียลส์

ประตูคนครึ่งม้า - เนินเขายามอาทิตย์ลับฟ้า (ที่พำนักแม่ทัพตาบอด)

ผู้เฝ้าประตูคือ "พันเอกโลหิต" แฮร์มัน

ประตูเลียงผา - ดินแดนแห่งความสงบ (ที่พำนักกษัตริย์ผู้แตกสลาย)

ผู้เฝ้าประตูคือ "ราชาเกราะเหล็ก" อักนี

ประตูสายน้ำ - ตาข่ายในขวด (ที่พำนักกระแสน้ำเชี่ยว)

ผู้เฝ้าประตูคือ "คนเฝ้าประภาคาร" รูเกท

ประตูขาวดำ - โรงภาพยนตร์แห่งความฝัน (ที่พำนักผู้กำกับ)

ถูกสามซือเฉินแห่งศิลปะยึดครอง ควบคุมผู้ลึกลับทุกคนที่ต้องการทะยานขึ้นผ่านประตูนี้;

พิพิธภัณฑ์แห่งบาป

เจ้าของ

เดวิด นอร์แมน

ทิ้งหลักฐานความผิด เพื่อให้คนชื่นชม;

เจ้าของพิพิธภัณฑ์เดวิดมีความสัมพันธ์อันดีกับซือเฉินฝาแฝดนกว่าว จึงเก็บรักษาความลับไว้มากมาย;

สิ่งของเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญ (ตัวเอกสามารถได้รับ 'วิวรณ์แห่งความฝัน' จากสิ่งนี้)

เล่ากันว่าเขาเคยเป็นอัครสาวกของผู้กำกับ คลาร์ก สมิธ และยังเก็บรักษาหลักฐานลับชุดหนึ่ง เกี่ยวกับ "คืนเปิดโปง" (ผู้กำกับถูกสามซือเฉินแห่งศิลปะฆ่า) ในตอนนั้น;

หอพิธีวิวาห์ขาว (14 ก.พ. วันวาเลนไทน์)

ช่างภาพ

โครส์ เมลานี

ที่พำนักของช่างภาพ และเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของผู้มีอำนาจ;

เล่ากันว่าโครส์เคยเป็นอัครสาวกของผู้กำกับ ทำหน้าที่ "ช่างภาพ" มีสิทธิ์ใช้ "กฎการหยุดภาพ" ถ่ายรูปบันทึก;

สวนสนุกไข่อีสเตอร์ (22 มี.ค. - 22 เม.ย. วันอีสเตอร์)

สุภาพบุรุษสำราญ

ฮาฟิด คอร์ทนีย์

ชายร่างกำยำและหล่อเหลา ประกาศตนว่าเป็นสาวกของแสงรุ่งอรุณโอเมียร์ เพื่อรอคอยการฟื้นคืนชีพของโอเมียร์ จึงจัดงานอีสเตอร์ที่นี่ สามารถสวมหน้ากากกระต่าย เข้าไปสมสู่ในไข่อีสเตอร์;

ความจริงเขาเป็นสาวกของเทพเก่ามารดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่โปรดปรานของคุณหญิงยะ สนับสนุนให้เขาเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด;

กระท่อมความจริง (1 เม.ย. วันเอพริลฟูล)

เทพชั่ว (เทพแห่งการกลั่นแกล้ง)

ชาแด บาร์บีน่า

[โกหกหยอกล้อเพื่อเจือจางความกลัวที่คุณหญิงเพลงไว้อาลัยนำมา]

อัครสาวกของฝาแฝดนกว่าว;

ชาแดมีความรู้กว้างขวาง เป็นมิตร ชอบคุยเล่นกับนักเดินทางในความฝันที่มาถึงกระท่อม เมื่อคุณมาที่นี่ ท่านมักจะบอกความรู้และความลับบางอย่างให้ ชาแดเป็นผู้เขียนหนังสือชุด 《เอกสารเทือกเขาสวรรค์》 พูดคุยกับชาแดและทุ่มเทให้กับหนังสือชุดนี้ สามารถถกเถียงกับท่านได้ จะได้รับลายเซ็นของท่าน (หนังสือเล่มนี้จะช่วยเพิ่มญาณลับ และถูกประทับตรา ได้รับการปกป้อง)

นรก - สุสานสีดำ (31 ต.ค. วันฮาโลวีน)

ผู้เฝ้าสุสาน / ราชาวิญญาณ

ลอเซอชู ฮอร์น

ดูแลสุสาน ผู้จัดการเหล่าวิญญาณ;

และเป็นอัครสาวกของกวีพิราบขาว ขณะเดียวกันกวีพิราบขาวก็หวาดระแวงและปรารถนาพลังของซากศพแห่งกาลเวลา จึงใช้วิญญาณเหล่านี้ทำการทดลอง;

ประตูนรก

ชั้น 1 - ศาลาพิพากษาชายแดน: ระเบียง ปราสาท และทุ่งหญ้าเขียวขจี

ชั้น 2 - ราคะ: ดินแดนลมปีศาจ

ชั้น 3 - ตะกละ: ลูกบอลหิมะเหม็น ฝนน้ำแข็ง สุนัขสามหัว

ชั้น 4 - โลภะ: ลากของหนัก

ชั้น 5 - โทสะ: ลำธารดำทมิฬ ต่อสู้ในโคลนตม

ชั้น 6 - นอกรีต: หอคอยเปลวเพลิง โลงศพพ่นไฟ

ชั้น 7 - ความรุนแรง: คูเลือด เนินหินชัน ป่าฆ่าตัวตาย ทะเลทรายฝนไฟ มนุษย์วัว คนครึ่งม้า มนุษย์นกอินทรี

ชั้น 8 - หลอกลวง: คูสิบความชั่ว สะพานเชือก

ชั้น 9 - ทรยศ: ทะเลสาบน้ำแข็ง สี่วงแหวน

โรงงานคริสต์มาส (24 ธ.ค. วันคริสต์มาส)

ซานตาคลอส

เจอร์แมน นิโคลัส

ที่พำนักของซานตาคลอส และเป็นโรงงานผลิตของขวัญให้เด็กดี;

ซานตาคลอส เล่ากันว่าใช้เวลาตลอดทั้งปีเฝ้าดูพฤติกรรมเด็กๆ และทำของขวัญ ในคืนวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี จะปีนลงมาทางปล่องไฟ แขวนถุงเท้าไว้ที่หัวเตียงเด็กดี ข้างในใส่ของขวัญ

ท่านเคยเป็นลูกน้องของกษัตริย์ผู้แตกสลาย ปัจจุบันอยู่ในระดับเทวทูต ภาพลักษณ์เป็นเด็กหนุ่มผมขาว ถือไม้เท้า สวมผ้าคลุมสีแดง ควบคุมพลังน้ำแข็ง กวางเรนเดียร์พาหนะเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน;

ท่านหลงรักมาริยา น้องสาวในฝาแฝดนกว่าวมาตลอด แต่ไม่สมหวัง;

เคยเป็นเทวทูตของโอเมียร์ เมื่อโอเมียร์หายตัวไป ก็พักอยู่ที่โทรยาลันอย่างโดดเดี่ยว;

(ต้นคริสต์มาส การ์ดอวยพร อาหารคริสต์มาส และเพลงสรรเสริญ)

ทุ่งรกร้างพร่าเลือน (รอบนอกความฝัน, ชั้นล่าง)

พื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตในตำนานและสิ่งมีชีวิตในเรื่องเล่าสยองขวัญมากมายเร่ร่อน และยังมีโอกาสมากมาย;

กำแพงต้นกำเนิด (รอบนอกสุด)

..........

จบบทที่ มุมมองโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว