- หน้าแรก
- กฎสุดท้ายของผู้ถูกลืม
- ผู้มีอำนาจเหนือกว่า
ผู้มีอำนาจเหนือกว่า
ผู้มีอำนาจเหนือกว่า
เทพต่างแดน (Outer Gods)
เทพต่างแดน “เพ้อฝันบ้าคลั่ง” (ความฝันต้นกำเนิดแห่งสรรพสิ่ง)
ท่านกุม “กฎแห่งเหตุและผล” เอาไว้
(สรรพสิ่งบังเอิญ, ตัวเลขข้ามเฟรม)
ความบังเอิญที่มีความหมาย หรือก็คือความพ้องพาน กลับตาลปัตรเหตุและผล
ฝันร้ายของแก่นแห่งความโกลาหลเดิมแท้ ระดับวันเก่าแก่ ผู้มาเยือน ต้องการกลืนกินซากของ “ผีเสื้อกลางคืน” และ “สุริยันชั่วนิจ”
ในความฝันของท่านได้ให้กำเนิดตัวเอก จิลัน อีลอส หลอมรวมวิญญาณจากโลกที่ชื่อ โม่ซิ่ง เพื่อใช้เป็นหนึ่งในหมากรุก รุกรานโลกซีหลัว
“ผู้กำกับ” เดวิด เป็นหมากตัวก่อนหน้านี้ แต่ล้มเหลว
ดังนั้นตัวเอกจึงแตกต่างมาตั้งแต่กำเนิด มีความสามารถพิเศษ “ความฝันแห่งวิวรณ์”
ภารกิจของตัวเอก คือการกลืนกินพลังของโลกซีหลัว ดังนั้นจึงสามารถดูดซับพลังและความรู้ต่างๆ ในความฝันได้
“จุดจบแบบไหน ถึงจะคู่ควรกับความระหกระเหินตลอดเส้นทางนี้...”
ท้ายที่สุดตัวเอกใช้ “เทพต่างแดน ‘เวลาสุดท้าย’” กลืนกินย้อนกลับ “เพ้อฝันบ้าคลั่ง” จนกลายเป็น “ผู้ควบคุมฝัน” แต่กลับต้องจมดิ่งสู่การหลับใหลนิรันดร์ เพื่อต่อต้านผลกระทบสองทางจาก “เพ้อฝันบ้าคลั่ง” และ “เวลาสุดท้าย” กลายเป็นกฎที่ไร้ซึ่งตัวตน แต่ก็เป็นเพราะการชี้ทางแห่งโชคชะตาที่ “จ้าวแห่งการจมดิ่ง” มอบให้ ทำให้ท่านทิ้งสมอไว้ล่วงหน้า จึงเรียกคืนตัวตนกลับมาได้ และหันกลับไปสร้างสิทธิ์ “ฟองภาพลวง” เพื่อช่วยเหลือ “จ้าวแห่งการจมดิ่ง” ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น
เปลือกนอกของโอเมียร์ถูก “เพ้อฝันบ้าคลั่ง” กัดกร่อน กลายเป็น “เทวทูตกำมะถัน” หวังทำลายโลก หลอมรวมทุกสิ่ง ให้สรรพสิ่งกลับคืนสู่หนึ่งเดียว ส่วนลูกสาวของกษัตริย์ผู้แตกสลาย ไคเซอร์ เจอรัลด์ นามว่า โทลิน่า เจอรัลด์ ก็ถือกำเนิดขึ้นจากเปลือกของ “เทวทูตกำมะถัน” กลายเป็นแม่พระผู้ทรงโศกา
เทพต่างแดน “เวลาสุดท้าย” (โรคร้ายของโลก)
ท่านกุม “กฎนิรันดร์” เอาไว้
(สรรพสิ่งคืนสู่ศูนย์, ค่าสถานะล้างศูนย์)
ติดเชื้อและปรสิตในอารยธรรมด้วยรูปแบบที่ไร้รูปร่าง และทำลายมันด้วยวิธีการทางกายภาพและอุบัติเหตุ บังคับแยก “แก่นแท้” (สสารที่มีคุณสมบัติลึกลับ) ออกมาเพื่อดูดซับกลืนกิน
สาเหตุที่ผู้ล่วงรู้จิตวิญญาณตายแล้วกลายเป็น “แผ่นศิลาแห่งฝันร้าย” ก็เพราะได้รับผลกระทบจากพลังของท่าน
ผู้ที่ถูก “เวลาสุดท้าย” ครอบงำจะมีความคิดบิดเบี้ยว เชื่อว่าเทพเจ้าไม่ควรมีความรู้สึก นั่นคือข้อบกพร่องและคราบสกปรกของกฎ มีเพียงการละทิ้งความรู้สึกของมนุษย์เท่านั้น จึงจะเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่าที่แท้จริง
เมื่อใดที่มีความรู้สึก ก็จะเกิดอุบัติเหตุ มีโอกาสที่จะพังทลายและล้มเหลว
เทพเก่า (ซือซุ่ยรุ่นแรก)
ยุคธุลีดึกดำบรรพ์ก่อนคริสตกาล การนับเวลาในขณะนั้นไม่แม่นยำ ผู้คนแบ่งหนึ่งปีเป็นสี่ฤดู ไม่มีเดือนและสัปดาห์ ยิ่งไม่มีเวลาที่แน่นอน เวลาในตอนนั้นมีเพียง เช้า, เที่ยง, เย็น, ค่ำ สี่ช่วงเวลา ดังนั้นอีกโฉมหน้าหนึ่งของซือซุ่ย ในศตวรรษที่หนึ่งจึงสวมบทบาทเป็นซือเฉินรุ่นแรกในระดับหนึ่ง
“ผีเสื้อกลางคืนไล่ตามแสง หลงรักสุริยันชั่วนิจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เอาตัวเข้าทดสอบรัก จนมอดไหม้เป็นจุณ ทว่าน้ำหนักที่ไม่อาจแบกรับทำให้สุริยันชั่วนิจพังทลาย สุดท้ายยุบตัว และแตกตัว...”
การพบกันของเทพต่างแดนทั้งสอง นำไปสู่การทำลายล้าง และสร้างโลกใหม่ขึ้นมา
ส่วนเหล่าซือซุ่ย ก็ถือกำเนิดขึ้นจากพื้นที่ (มาฮาเบอร์) ที่ (ไข่และแก่น) แผ่รังสีออกมา
สี่ซือซุ่ย หรือสี่เทพดั้งเดิมถือกำเนิด;
เนื่องจากซือซุ่ยถือกำเนิดในมาฮาเบอร์ เป็นเทพเจ้าองค์แรก จึงแปดเปื้อนร่องรอยของผีเสื้อกลางคืนและสุริยันชั่วนิจ บริสุทธิ์แต่ก็บิดเบี้ยว พวกท่านครอบครองสี่ “กฎแห่งไข่และแก่น” ที่เป็นเสาหลัก
บิดาแผล (ฤดูใบไม้ผลิ, ไฟ, ดาบ, โพดำ)
กอเรีย หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพแห่งเลือดและไฟ
บิดาเทพ
ควบคุม “กฎเถ้าถ่าน”, เลือดไฟ
ตัวแทนของดวงอาทิตย์ยามเที่ยง (11.00-15.00 น., 5 ชั่วโมง)
ท่านถือกำเนิดขึ้นจากรอยแยกในชั่วพริบตาที่ “สุริยันชั่วนิจ” พังทลาย เพราะแบกรับความเจ็บปวดไร้ขอบเขตจึงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น มีเจตนาร้ายต่อทุกสิ่ง ปรารถนาจะเผาผลาญสรรพสิ่งในโลกให้เป็นจุณ ถูกพลังของต้นกำเนิด “แก่น” เร่งให้เติบโต ฟูมฟักถือกำเนิดในแดนเทพ “มาฮาเบอร์”
สิ่งที่บิดาแผลปรารถนา คือบาดแผล คือการหลั่งเลือด คือการระบายความแค้นที่อัดอั้น...
ความเจ็บปวดของท่านนำไปสู่ประตูบานหนึ่งและเป็นบานเดียวเท่านั้น นั่นคือ “ความเกลียดชัง”
[สัญลักษณ์ของท่านเป็นวงกลม ถูกแบ่งด้วยเส้นโค้งไม่สม่ำเสมอ ราวกับแผลเป็นและบาดแผลบนซากศพของสุริยันชั่วนิจ]
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือไฟ อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความเกลียดชัง” “ความรังเกียจ”
“กอเรียเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิทำลายล้างที่รุนแรงสุดขั้ว ความกระหายในการทำลายล้างที่ไม่รู้จักพอ และความเกลียดชังนิรันดร์ต่อการดำรงอยู่”
“ภายในใจข้าซ่อนเร้นเปลวเพลิง และสิ่งที่เปลวเพลิงจะทำมีเพียงสิ่งเดียว: หาเชื้อเพลิง แล้วมันจะลุกลาม โลกนี้คือเชื้อเพลิง สักวันหนึ่ง โลกทั้งใบจะลุกไหม้”
“แม้การเผาไหม้จะเย็นลง แสงสว่างมอดมัว เห็บไรกลายเป็นฝุ่น ข้าก็จะไม่หยุดพัก”
มารดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ (ฤดูร้อน, น้ำ, โพแดง, ถ้วยศักดิ์สิทธิ์)
ซิเวียน หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพีแห่งการเลี้ยงดูและการสืบพันธุ์ มารดาเทพ
ควบคุม “กฎการงอกงาม”
ตัวแทนของดวงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ (06.00-10.00 น., 5 ชั่วโมง) ท่านถือกำเนิดในเถ้าถ่านของ “ผีเสื้อกลางคืน” แตกหน่อในแดนเทพ “มาฮาเบอร์”
สร้างชายและหญิง ตัวผู้และตัวเมีย สัตว์เพศผู้และเพศเมีย ณ จุดเริ่มต้นของเวลา [สัญลักษณ์ของท่านปรากฏเป็นวงรีแนวตั้งบวกเส้นขวาง ราวกับการสมสู่ของ 1 และ 0]
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือน้ำ อารมณ์บริสุทธิ์คือ “การสืบพันธุ์” “ความปรารถนา”
“ข้าสงสารความเหนื่อยยากของเจ้า ข้าทนไม่ได้ที่เจ้าต้องเสียสละ ข้ายอมสละตนเอง เพื่อลดอุณหภูมิให้เจ้า”
“สิ่งที่ทำให้สุริยันชั่วนิจตายไม่ใช่ความรัก แต่เป็นตัณหา สิ่งที่ทำให้สุริยันชั่วนิจตายย่อมไม่ใช่ตัณหา แต่เป็นความสงสาร สิ่งที่ทำให้สุริยันชั่วนิจตายย่อมไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความอยากรู้อยากเห็น สิ่งที่ทำให้เขาตายย่อมไม่ใช่ความอยากรู้อยากเห็น ท้ายที่สุดก็ยังคงเป็นความรัก”
เลดี้น้ำตา (ฤดูใบไม้ร่วง, ลม, ข้าวหลามตัด, เหรียญดาว)
ไอริส หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพีแห่งความรักและศิลปะ เทพแห่งความรัก
ควบคุม “กฎแห่งความหลงใหล”, ไฟมายา
ตัวแทนของดวงอาทิตย์ยามพลบค่ำ (16.00-20.00 น., 5 ชั่วโมง) แต่เนื่องจากนางร่วงหล่นหลังความตาย ซีหลัว จึงสูญเสียยามพลบค่ำ สี่โมงเย็นก็จะเข้าสู่ความมืด และท้องฟ้ายามค่ำคืนในตอนนี้ไม่มีดวงจันทร์ มีเพียงดวงดาวเต็มฟ้า และดวงดาวเหล่านี้ แท้จริงแล้วคือซากของเทพแห่งความรัก
[ซากชิ้นใหญ่ที่สุดกลายเป็นดาวตกกระแทกพื้น ทะลุทวีป ทิ้งร่องรอยเป็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนใบไม้ร่วง]
ท่านถือกำเนิดจากน้ำตาที่หยดลงในชั่วพริบตาที่ “ผีเสื้อกลางคืน” และ “สุริยันชั่วนิจ” รวมเป็นหนึ่ง แต่เพราะอิจฉาที่ “ผีเสื้อกลางคืน” สามารถหาคนที่รักได้ จึงมีความยึดติดในความรักที่ยากจะเข้าใจ แต่กลับมีความเกลียดชังและความริษยาที่บิดเบี้ยวต่อความรักที่มีความสุข
[สัญลักษณ์ของเทพแห่งความรักคือวงกลมสมบูรณ์สองวงซ้อนทับกัน ถูกแทงทะลุด้วยเส้นขวางหนึ่งเส้น]
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือลม อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความรัก” “ความริษยา”
เนื่องจากอิจฉามารดาเทพซิเวียน ไม่อยากด้อยกว่ามารดาเทพ จึงใช้พลังแห่งการแกะสลัก สร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ หรือก็คือโอเมียร์เมล็ดพันธุ์แห่งเทพปลอม ใช้เขาเป็นหมาก หวังจะสั่นคลอนระเบียบของเทพเก่า ฆ่าศัตรูหนึ่งพัน ยอมเสียแปดร้อย แต่เทพต่างแดน “เพ้อฝันบ้าคลั่ง” และ “เวลาสุดท้าย” มาถึงอย่างกะทันหัน แผนการล้มพับไปก่อนจะได้เริ่ม แต่โอเมียร์กลับกลายเป็นความหวังที่ท่านต้องการปกป้องโลกที่สวยงามในท้ายที่สุด
“ใจเต้นรัว บอกกล่าวด้วยศิลปะ”
ท่านไข่มุก (ฤดูหนาว, ดิน, ดอกจิก, คทา)
อีวาน หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพแห่งการเปลี่ยนแปลงและความตาย
จันทรเทพ
ควบคุม “กฎการเปลี่ยนแปลง (ความตาย)”, ไฟวิญญาณ
ตัวแทนของดวงอาทิตย์เที่ยงคืน หรือเรียกว่าดวงจันทร์ (21.00-05.00 น., 9 ชั่วโมง) สาเหตุที่กินเวลานาน ก็เพราะกฎที่ท่านควบคุม เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง จึงสามารถช่วงชิงที่นั่งของเวลาได้มากกว่า
ท่านถือกำเนิดจากแสงสุดท้ายที่ส่องออกมาจากรอยแยกเมื่อ “สุริยันชั่วนิจ” ถูกทำลาย เป็นดวงอาทิตย์อัสดง และเป็นเงาสะท้อนของฉากสุดท้าย
ท่านคือตัวแทนของ “ความหวาดกลัว”, “ความลึกลับ” และ “ความบ้าคลั่ง” (เพลง Clair de Lune ของ Debussy เวอร์ชันเครื่องเล่นแผ่นเสียงใน The Evil Within)
เนื่องจากแสงสว่างขาดห้วง ทำให้ท่านเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน
ตามคำบอกเล่าของเทพใหม่ ท่านเป็นเทพเก่าองค์สุดท้ายที่ยังคงเฝ้ามองมนุษย์ ท่านเป็นตัวตนที่หยิ่งทะนงและรู้จักอดทน ไม่ยอมแบ่งปันความรู้และพลังหรือระเบียบของโลกให้กับมนุษย์และเทพใหม่ และมีกลยุทธ์กับเล่ห์เหลี่ยมมากมายเพื่อลดทอนอำนาจการปกครองและอิทธิพลของมนุษย์กับเทพใหม่ ท่านมองแผนการยิ่งใหญ่ของมนุษย์ที่หวังจะเป็นเทพแท้จริงว่าเป็นการลบหลู่เทพเก่า จึงวางแผนลับเพื่อลดทอนอิทธิพลของเทพใหม่
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือดิน อารมณ์บริสุทธิ์คือ “การหลอกลวง” “ความไม่ยอมจำนน” [สัญลักษณ์ของท่านคือวงกลม ตรงกลางมีวงรีแนวตั้ง ในวงรีมีวงกลมซ้อนทับอีกชั้น ราวกับดวงตา]
“ท่านไข่มุกก็คือจันทรเทพ แม้ท่านจะเป็นผู้ถือตะเกียงยามค่ำคืน แต่ไม่ยอมส่องสว่างเส้นทางให้มนุษย์ ท่านมักเป็นซือซุ่ยองค์แรกที่เราวิงวอนขอ แสงเจิดจรัส แต่ทำให้ตาพร่า ทำให้หวาดกลัว”
“ในยุคแรกเริ่ม มนุษย์ใช้ชีวิตในความมืด คุกเข่ากินอาหาร มนุษย์ในตอนนั้นสามารถเข้าสู่ความฝันแท้ได้เหมือนปรสิต...ความฝันไร้กำแพง ช่างเป็นเรื่องโกหกที่น่าประทับใจ”
“ท่านเป็นเทพองค์แรกที่ตอบรับมนุษย์ แต่ไม่ใช่ถือตะเกียงส่องทาง แต่เป็นอาศัยแสงสว่าง ล่าสังหารผู้มาเยือนความฝันที่โง่เขลาและเบาปัญญาเหล่านั้น”
เทพใหม่ (ซือเฉินรุ่นที่สอง)
เทพใหม่ส่วนใหญ่เคยเป็นปุถุชน “อัตตาแท้” ของพวกเขา (ความปรารถนาและอารมณ์ในจิตใต้สำนึก เพราะ “อัตตา” และ “อัตตาเหนือจิต” ล้วนถูกจองจำโดยความเป็นจริง ถูกโลกมนุษย์ทำให้แปดเปื้อน จึงต้องละทิ้ง) ผ่านการทดสอบของประตูการทะยานขึ้นใน “โทรยาลัน” ไปถึงวิหารเทพใหม่ที่จุดสิ้นสุด นั่งลงบน “บัลลังก์ทองคำ” เผชิญหน้ากับเงาสะท้อนของตนเอง และรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดวงดาว บรรลุความเป็นเทพใน “มาฮาเบอร์” พวกเขาเคยเป็นปุถุชนที่แสวงหาความสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น แต่แม้หลังจากกลายเป็นเทพวิญญาณแล้วก็ไม่อาจบรรลุแดนแห่งความสมบูรณ์แบบได้อย่างแท้จริง ในแง่ของพลัง พวกเขาด้อยกว่าเทพเก่ามาก หลังจากเทพเก่าถอยห่างจากโลกมนุษย์ ระเบียบก็ค่อยๆ เน่าเฟะ แก่นแท้อันยิ่งใหญ่ที่ผู้คนเคยแสวงหาถูกกฎเกณฑ์และคำสั่งสอนทำให้แปดเปื้อน
ซือเฉินคือเทพจากต่างโลกที่อาศัยอยู่ในความฝันแท้ โทรยาลัน เป็นบุคลาธิษฐานของกฎโลก
บางทีพวกท่านแต่ละองค์อาจควบคุมหนึ่งเดือนและหนึ่งชั่วโมงของกลางวันและกลางคืน แต่ชื่อนี้เน้นไปที่การปกครองกฎธรรมชาติ ไม่อาจยึดติดกับเวลามากเกินไป ดังนั้นซือเฉินจึงไม่ได้ตรงกับเวลาแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
ซือเฉินเดือน 1-12 ตรงกับจักรราศีทั้งสิบสอง แต่พวกท่านไม่ได้แสดงออกตามสิบสองราศีอย่างสมบูรณ์
ซือเฉินมีจำกัดตำแหน่ง ปัจจุบัน ตำแหน่งซือเฉินเต็มแล้ว ซือเฉินที่มีอยู่ในปัจจุบันมีสิบสององค์ ขีดจำกัดของซือเฉินก็คือสิบสององค์ ซือเฉินแต่ละองค์มีความปรารถนาและความชอบของตนเอง และจะขัดแย้งกันเพราะแผนการของกันและกัน ซือเฉินได้รับการรับใช้จากอัครสาวก อัครสาวกบางองค์อาจกลายเป็นซือเฉินได้...ก็แค่เป็นไปได้
จำนวนถูกจำกัดอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่แค่ซือเฉิน อัครสาวก หรือแม้แต่ผู้เปลี่ยนแปลงก็มีจำนวนจำกัด ซือเฉินแต่ละองค์มีอัครสาวกสี่องค์ (โอเมียร์เป็นข้อยกเว้น) อัครสาวกแต่ละองค์มีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สี่องค์ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์แต่ละองค์มีปาฏิหาริย์สี่อย่าง
เหล่าซือเฉินตัดสินว่าเหตุการณ์ใดจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์ใดจะถูกเขียนเป็นอนาคต
นักสู้แห่งสังเวียน (เดือนมีนาคม, 3.00 น. และ 15.00 น., ไฟ, ดาวอังคาร)
ท่านมาร์ส เทพแห่งการต่อสู้และชัยชนะ
เทพสงคราม
ควบคุม “กฎแห่งการต่อสู้”
แข็งแกร่งที่สุดคือการขว้างปา;
“เสน่ห์ของวิวัฒนาการทางชีวภาพอยู่ที่ ความดั้งเดิมไม่ได้หมายถึงความล้มเหลว มาตรฐานเดียวของความล้มเหลว คือการที่ธรรมชาติลบมันออกจากระบบนิเวศ”
“การกระทำอย่างการขว้างปา นอกจากมนุษย์แล้ว ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดทำได้”
แม้จะห้าวหาญเชี่ยวชาญการรบ แต่กลับมีความกลัวต่อความเจ็บปวดอย่างสุดขีด กลัวเจ็บ ความเจ็บปวดเพียงนิดเดียวก็ทำให้ท่านรู้สึกทนไม่ได้
ต้นแบบคือ นักรบ, กองหน้า, ผู้ไม่เกรงกลัว, ผู้รอดชีวิต
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีเมษ (แกะขาว) อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความอยากเอาชนะ” “ความกล้าหาญ”
คุณหญิงเพลงไว้อาลัย (เดือนเมษายน, 4.00 น. และ 16.00 น., ดิน, ดาวศุกร์)
ฟูติส เทพีแห่งเสียงไพเราะและความโศกเศร้า
เทพแห่งการไว้อาลัย
ควบคุม “กฎแห่งวิญญาณ”
เทพใหม่ที่ได้รับประโยชน์และทะยานขึ้นจากซากของเทพแห่งความรัก เป็นหนึ่งใน “สามซือเฉินแห่งศิลปะ” โศกเศร้า และหลงรักท่านไข่มุก
[การทะยานขึ้นได้รับผลกระทบจากบิดาแผล ทนทุกข์ทรมานจากการเผาไหม้ของเปลวเพลิงตลอดเวลา]
“ในสุสานของสุริยันชั่วนิจและผีเสื้อกลางคืนมีประตูที่ซ่อนอยู่มากมาย พวกมันย่อมถูกล็อคไว้ แต่คุณหญิงเพลงไว้อาลัยจะเปิดประตูบานหนึ่งให้ข้าในคืนนี้ ท่านไข่มุกประคองฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ รอคอยอยู่อีกด้านหนึ่งของประตู”
“คุณหญิงเพลงไว้อาลัยยอมรับว่าทุกสิ่งจะผ่านพ้นไป แม้แต่ความทรงจำ...แต่ความทรงจำสามารถสืบทอด เหมือนเทียนไขเล่มหนึ่ง เปลวไฟลุกไหม้ไม่หยุด”
“คุณหญิงเพลงไว้อาลัยไม่เอ่ยวาจา เงียบงันราวกับเงาในแสงไฟของหอศิลป์ รวมตัวกันเป็นแผ่น”
“คุณหญิงเพลงไว้อาลัยไม่เอ่ยวาจา แต่มุมปากของนางค่อยๆ ยกขึ้นทีละน้อย ข้าตระหนักว่าข้าไม่เคยเห็นนางเปิดริมฝีปากเลย”
“ต่อมา ข้าจำได้ว่าคุณหญิงเพลงไว้อาลัยกับข้าเดินควงแขนกันในหอศิลป์ที่ปิดแล้วอย่างไร แสงเทียนที่นางถือเต้นระริกบนใบหน้าในภาพวาดอื่นๆ ‘เราจะไม่ถูกลืม...’ นางพูดด้วยเสียงเบาที่สุด ‘ตราบใดที่ภาพวาดของเรายังอยู่บนโลก’”
“ข้ารู้สึกว่าข้าอาจจะโง่ไปหน่อย ที่เอาภาพวาดภาพหนึ่งไปอวดให้ภาพวาดอีกภาพดู แต่เมื่อข้าเลี้ยวตรงหัวมุมถนนเดินไปทางหอศิลป์ ก็พบว่าหิมะกำลังตก และตกเฉพาะบนถนนสายนั้น ผู้คนที่เดินผ่านไปมา บ้างก็ตัวสั่น บ้างก็รีบเดิน บ้างก็อุทานเสียงดัง แม้ภาพวาดจะห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลอย่างดีแล้ว ข้าก็ยังกอดมันไว้แน่น แล้วก้าวขึ้นบันไดสู่ห้องโถงของคุณหญิงเพลงไว้อาลัย คุณหญิงเพลงไว้อาลัยหายไปแล้ว ในที่ที่นางเคยแขวนอยู่ บัดนี้ว่างเปล่า เป็นรอยประทับสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเข้ม ข้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แต่นางไม่อยู่ที่นี่ ข้าก็จนปัญญา แม้ตอนนี้จะจนปัญญา แต่เมื่อข้าแกะภาพวาดที่ซีดขาวอย่างที่สุดออกในความเงียบงันของบ้านตัวเอง ข้าเห็นว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว ร่างเลือนรางร่างหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูแดนว่างเปล่า หันกลับมามอง—รอคอยให้ข้าเดินไปด้วยกัน ร่างนี้มีกลิ่นอายของคุณหญิงเพลงไว้อาลัยอยู่บ้าง”
ต้นแบบคือ วิญญาณแห่งผืนดิน, นักดนตรี, ผู้เงียบขรึม
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีพฤษภ อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความเงียบงัน”
ฝาแฝดนกว่าว (เดือนพฤษภาคม, 5.00 น. และ 17.00 น., ลม, ดาวพุธ)
แมรี (พี่สาว) และ มาริยา (น้องสาว) หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพผู้รับฟังและเป็นพยาน
เทพฝาแฝด
ควบคุม “กฎแห่งการรวม” - “กฎแห่งการเป็นพยาน” และ “กฎแห่งการรับฟัง”
พี่สาวแมรีคือ “การรับฟัง” น้องสาวมาริยาคือ “การเป็นพยาน”
“เล่าลือกันว่าพวกท่านมาจากตะวันตก กำเนิดจากสองครรภ์ คนหนึ่งเป็นเจ้าหญิง (น้องสาว) คนหนึ่งเป็นแม่มด (พี่สาว) ตั้งแต่เกิดมารักกันและกัน และแอบพบกัน ‘แสวงหาการรวมเป็นหนึ่ง’ ...กษัตริย์ที่ปกครองดินแดนนั้นพยายามบูชายัญเจ้าหญิงและแม่มดเพื่อยุติภัยแล้ง พวกท่านจึงข้ามทะเลและจมน้ำตายอย่างสิ้นหวังในที่สุด แต่สุดท้ายกลับลอยตาม ‘แม่น้ำดำ’ ในความฝันแท้มาถึง ‘โทรยาลัน’ กลายเป็นซือเฉิน”
“ในแสงสว่างที่ไม่อาจจ้องมอง ข้าเห็นฝาแฝดนกว่าวผ่านไป พวกท่านใช้สี่มือถักทอสองเส้นทางให้เป็นหนึ่งเดียว”
ต้นแบบคือ พยาน, ครู, นักเล่าเรื่อง, นักข่าว
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีเมถุน อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความอยากรู้อยากเห็น”
คุณหญิงยะ (เดือนมิถุนายน, 6.00 น. และ 18.00 น., น้ำ, ดวงจันทร์)
ซินเธีย เทพีแห่งการเต้นรำและการรอคอย
เทพแห่งการร่ายรำ
ควบคุม “กฎแห่งกาย”
เช่นเดียวกับคุณหญิงเพลงไว้อาลัย เป็นเทพใหม่ที่ได้รับประโยชน์และทะยานขึ้นจากซากของเทพแห่งความรัก เป็นหนึ่งใน “สามซือเฉินแห่งศิลปะ” หยิ่งยโส ยึดมั่นในความคิดตนเอง ต่อต้านคนนอก
[การทะยานขึ้นได้รับผลกระทบจากมารดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ หญิงร่าน ตัณหาจัด คิดแต่จะสืบพันธุ์ตลอดเวลา]
เคยมีความสัมพันธ์กับผู้กำกับ เพราะผู้กำกับเคยมีความสัมพันธ์กับมารดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ จึงเปลี่ยนจากรักเป็นเกลียด;
หลงใหลกษัตริย์ผู้แตกสลาย แต่อีกฝ่ายไม่สนใจเลย;
ต้นแบบคือ แม่, ผู้เยียวยา, มนุษย์ล่องหน
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีกรกฎ อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความกระหาย”
ผู้ถือแสงยามเที่ยง (เดือนกรกฎาคม, 7.00 น. และ 19.00 น., ไฟ, ดวงอาทิตย์)
โอเมียร์ เทพแห่งความหวังและระเบียบ
ผู้ทะยานขึ้นรุ่นแรก พระเจ้า
ควบคุม “กฎแห่งระเบียบ”
เดิมทีเป็นปุถุชน ว่ากันว่าเป็นบุตรของเทพปลอม (ไอริสวางแผนเพื่อคานอำนาจกาเมชบุตรของซิเวียน) กำเนิดจากซากของไอริส เป็นลูกหลงของซือซุ่ยอย่างแท้จริง
ท่านเกิดมาก็เป็นครึ่งซือเฉิน แบกรับอุดมการณ์ที่จะรวมผู้คนต่างศาสนาและอุดมการณ์ให้อยู่ภายใต้ร่มเงาเดียวกัน รวบรวมสิบสองอัครสาวกร่วมมือกันกอบกู้ระเบียบโลกเก่า แต่เทพต่างแดนผู้ทรงพลัง “เพ้อฝันบ้าคลั่ง” และ “เวลาสุดท้าย” ได้สร้างมลพิษให้โอเมียร์ ในปี ค.ศ. 0 ท่านแบ่งแยกตัวเอง ให้กายจิตตายบนไม้กางเขน ร่างกายกลายเป็น “เทวทูตกำมะถัน”
ทนทุกข์ทรมานและความเจ็บปวด สิ่งนี้ทำให้แรงบันดาลใจระหว่างความเป็นความตายของท่านถึงจุดสูงสุด สร้างความเชื่อมโยงกับโทรยาลัน—และความเชื่อมโยงนี้ ก็คือหนทางที่แท้จริง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง นั่นคือ
“ความทรมานทั้งปวง รับไว้แทนชาวโลก”
แต่การกระทำนี้รังแต่จะกลายเป็นปีกคู่ที่รับใช้โอเมียร์ ทำให้ท่านกลายเป็นมรณสักขี ความเจ็บปวดที่ท่านได้รับจะผลักดันให้ท่านยกมิติขึ้นสู่แดนเทพ “มาฮาเบอร์” กลายเป็นซือเฉินที่แท้จริง และทรงพลังยิ่งกว่าซือเฉินทั่วไป หลังจากทะยานขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว โอเมียร์กลับมาเพื่อแก้แค้นความตาย เส้นทางนองเลือดของท่านสั่นคลอนระเบียบโลก ทำลายการบูชาที่เทพเก่าในขณะนั้นได้รับ แต่นี่ก็ทำให้ท่านใช้พลังมากเกินไป จนต้องจำศีล [สัญลักษณ์ของโอเมียร์คือไม้กางเขน สื่อถึงความตายและการทะยานขึ้นในฐานะมรณสักขี]
ท่านฆ่ากาเมช และก่อ “เหตุการณ์ผลัดเปลี่ยนเวลา” พัฒนาเทคโนโลยี ให้เวลาของโลกกลายเป็นระบบยี่สิบสี่ชั่วโมง ถึงตรงนี้ ได้เริ่มนับศักราชยุคแห่งแสงสว่าง
ต้นแบบคือ กษัตริย์, ตัวตลก, เด็ก, นักแสดง
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีสิงห์ อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความเสียสละ” “การแสดงออก”
(หมายเหตุ: กาเมช, เทพ “เบลแห่งต้นไม้ชื้น” หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพแห่งธรรมชาติและความไม่แน่นอน ในฐานะบุตรของซิเวียนและกอเรีย มีสองเพศในร่างเดียว รวมอำนาจสิทธิ์แห่งการเติบโตและการเน่าเปื่อย ชีวิตและความตายไว้ในตัว อารมณ์แปรปรวนเหมือนมนุษย์ และสะท้อนออกมาในปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ
สัญลักษณ์ของกาเมชมีลักษณะคล้ายน้ำวน สื่อถึงสถานะที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในธรรมชาติ)
แม่พระผู้ทรงโศกา (เดือนสิงหาคม, 8.00 น. และ 20.00 น., ดิน, ดาวคาเอรอน)
โทลิน่า เจอรัลด์ หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพแห่งความทรมานและความเสียสละ
แม่พระ
ควบคุม “กฎมืด”
เกิดมาพร้อมโรคเรื้อรัง ไม่รู้จักการรักษา (ไม่มีสองขา)
รับทุกข์แทนผู้อื่น ทำหน้าที่เป็นเครื่องกรองไอพิษที่แผ่ออกมาจากซากของ “เลดี้น้ำตา” ตลอดเวลา เพื่อลดภาระให้โลกมนุษย์;
เดิมทีเป็นเด็กสาวธรรมดาที่กำเนิดจากการรวมกันของเลดี้ไวท์สโนว์และ “ผู้กอบกู้โลก” วิลเลียมในความฝันแท้ นางอยู่ในคุกเงียบตั้งแต่เกิด สุดท้ายเดินทางไปยังส่วนลึกที่สุดของคุกใต้ดิน ทะยานขึ้นเป็นเทพในฐานะตัวแทนของสิ่งเดียวที่นางรู้—ความมืดและความทุกข์ยากของมนุษย์ นี่หมายความว่ามนุษย์เริ่มเผชิญหน้ากับความทุกข์ยาก ใช้สองมือของตนเองเดินออกจากยุคกลาง ก้าวสู่เส้นทางแห่งความทันสมัย ในยุคปัจจุบัน แม้เทพแห่งความทรมานและความเสียสละจะไม่ได้โด่งดังเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังคงเป็นเทพผู้ทะยานขึ้นที่ศาสนาต่างๆ ศึกษาคำสอน ครอบครองพลังและเวทมนตร์มากมายที่เกี่ยวกับนาง ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนพาเด็กสาวไปที่แท่นบูชาแห่งความมืดเพื่อทะยานขึ้นเป็นเทพ
ถือกำเนิดจากอ้อมกอดของเทพแห่งความบ้าคลั่งและการลืมเลือน เทวทูตกำมะถัน (ร่างกายของโอเมียร์) โทลิน่าจึงนับได้ว่าเป็นธิดาของพระเจ้าเช่นกัน
ถูกตัวเอกบ่นว่า ไม่ควรเรียกว่า “เทพแห่งความทรมานและความเสียสละ” แต่ควรเรียกว่า “เทพีขี้อิจฉาและน่ารังเกียจ” “เทพีมะนาว (ขี้อิจฉา)”
ต้นแบบคือ คนรับใช้, ผู้สมบูรณ์แบบ, ผู้แสวงหาหนทาง, นักวิเคราะห์
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีกันย์ อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความยึดติด”
ท่านเคยมีโอกาสที่จะรักษาขาให้หาย แต่เมื่อเผชิญกับทางเลือก ท่านละทิ้งโอกาสนี้ กลับมาช่วยจิลัน;
เลดี้หิมะ (เดือนกันยายน, 9.00 น. และ 21.00 น., ลม, ดาวซีรีส)
ชาเดีย หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพีแห่งเกลือและความยุติธรรม
เทพเกลือ
ควบคุม “กฎแห่งความสมดุล”
ติดตามรอยเท้าของโอเมียร์ กลายเป็นผู้แสวงหาหนทาง ในปีศักราชแสงสว่าง 809 ประสบความสำเร็จในการก้าวสู่การเดินทางเพื่อเป็นซือเฉิน ผ่านความฝันแท้ เข้าสู่โทรยาลันทะยานขึ้นเป็นซือเฉิน ชาเดียจึงกลายเป็น “เลดี้ไวท์สโนว์”
ท่านสร้างความศรัทธาของตนเองในโทรยาลัน ที่พำนักคือ “ทะเลสาบน้ำแข็ง” เชื่อว่าทุกสิ่งในโลกมนุษย์ควรสมดุล มีได้ต้องมีเสีย มีพรย่อมต้องแลกมาด้วยราคาที่เท่าเทียม
แต่ความเมตตาของท่านเป็นแบบสัมพัทธ์ ควรแลกความเป็นไปได้ด้วยความเจ็บปวด
ปลายศตวรรษที่ 16 แม้ท่านจะยังเชื่อมั่นว่าการเสียสละของตนจะทำให้สถานะเทพยืนยาว แต่ท่านก็ตระหนักได้อย่างเฉียบไวว่าคนรุ่นหลังจะเกิดความโกลาหล และท่านจะถูกดึงเข้าไปในความวุ่นวายอันยิ่งใหญ่นั้น เพื่อให้ตัวตนของท่านคงอยู่ชั่วนิรันดร์ ท่านไม่เห็นคุณค่าทำทุกอย่างเพื่อหาวิธีสืบต่อตัวตน ในที่สุด ท่านเลือกที่จะเชื่อวิลเลียม—ผู้กอบกู้โลกตามคำชี้แนะของกฎแห่งความสมดุล คนผู้นี้คือกุญแจสำคัญในการดำรงอยู่ยาวนานของท่าน
ชาเดียเลือกที่จะมีลูกกับเขา หวังว่าเด็กคนนี้จะกลายเป็นประภาคารส่องทางให้มนุษย์
เด็กคนนี้ต่อมาทะยานขึ้นเป็นเทพแห่งความเสียสละและความไม่สมบูรณ์ “แม่พระผู้ทรงโศกา” เปิดศักราชแห่งความก้าวหน้าท่ามกลางวิกฤต ในที่สุด ความพยายามของชาเดียก็ทิ้งผลกระทบอันเป็นนิรันดร์ แม้ผลกระทบเหล่านี้อาจไม่ได้บรรลุความปรารถนาแรกเริ่มก็ตาม
ภาพลักษณ์ของเลดี้ไวท์สโนว์คือมือหนึ่งถือตาชั่ง มือหนึ่งถือดาบ ปลายข้างหนึ่งของตาชั่งคือกองเกลือ อีกข้างคือหัวใจ ท่านเป็นตัวแทนของความสมดุล หากมนุษย์ต้องการพลังผ่านศาสตร์ลึกลับ ก็จำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน นี่คือกฎของโลกนี้ (ช่วงหลังอาจพิจารณาให้ท่านเกิดความเปลี่ยนแปลง ทำให้การได้พลังมาไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน หรือต้องจ่ายค่าตอบแทนมากขึ้น ซึ่งก็คือเสียสมดุล)
ต้นแบบคือ คนรัก, ศิลปิน, ผู้ไกล่เกลี่ย
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีตุลย์ อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความขัดแย้ง” “การประนีประนอม”
กวีพิราบขาว (เดือนตุลาคม, 10.00 น. และ 22.00 น., น้ำ, ดาวพลูโต)
ดูวี หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพแห่งคำลวงและการหักหลัง
กวี
ควบคุม “กฎแห่งจิต”
กำเนิดจากซากของเทพแห่งความรัก เป็นหนึ่งใน “สามซือเฉินแห่งศิลปะ” ริษยา
[การทะยานขึ้นได้รับผลกระทบจากท่านไข่มุก แปรปรวน และเกลียดชังมนุษย์ ชื่นชอบความตาย]
ต้นแบบคือ นักสืบ, นักมายากล, นักสะกดจิต
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีพิจิก (ภาพลักษณ์นกพิราบขาว) อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความกดดัน”
แม่ทัพตาบอด (เดือนพฤศจิกายน, 11.00 น. และ 23.00 น., ไฟ, ดาวพฤหัสบดี)
บัลดินี เทพแห่งการพิชิตและคำสั่ง ท่านนายพล
ควบคุม “กฎแห่งการครอบงำ”
ตรงข้ามกับนักสู้แห่งสังเวียน ท่านเป็นพวกมาโซคิสม์ (Masochist) ปรารถนาการบาดเจ็บ ปรารถนาให้ศัตรูทำลายตนเอง เพื่อจะได้ตระหนักถึงการมีอยู่ของตนเองมากยิ่งขึ้น
ติดตามรอยเท้าของโอเมียร์ กลายเป็นผู้แสวงหาหนทาง ในปี 809 ประสบความสำเร็จในการก้าวสู่การเดินทางเพื่อเป็นซือเฉิน ผ่านความฝันแท้ เข้าสู่โทรยาลันทะยานขึ้นเป็นซือเฉิน บัลดินีจึงกลายเป็นแม่ทัพตาบอด
ท่านเป็นเทพที่เห็นแก่ตัว หวังจะรวมประเทศที่ทำสงครามให้เป็นหนึ่ง เพื่อให้ได้พลังที่แข็งแกร่งขึ้น
ท่านตาบอดหูหนวก มีชื่อเสียงจากการมีแผลเป็นทั่วร่าง เกี่ยวข้องกับการปกครอง การปราบปราม การพิชิต และลัทธิทหาร แม่ทัพตาบอดไม่ชอบการปฏิวัติ ต้องการรักษาสถานะปัจจุบัน (ภายใต้การปกครองของตน)
ท่านนายพลค่อนไปทางความอดทน ความเจ็บปวดเป็นแหล่งที่มาของบทเรียนและพลัง และแผลเป็นคือการแสดงออกภายนอกของความเจ็บปวด แผลเป็นก็เป็นเครื่องแสดงประสบการณ์เช่นกัน ดังนั้นจึงเคารพบูชาบิดาแผลอย่างมาก พร้อมกันนั้นก็คิดว่าสักวันหนึ่งตนจะก้าวข้ามอีกฝ่าย กลายเป็นซือซุ่ย
หลังจากทะยานขึ้น บัลดินีสร้างสนามรบของตนเองในโทรยาลัน เนินเขายามอาทิตย์ลับฟ้า และใช้เป็นฐานที่มั่น ปกครองพื้นที่นี้ด้วยกำปั้นเหล็ก หาทางเสริมสร้างอำนาจของตน และทบทวนยุทธการต่างๆ ในประวัติศาสตร์ตลอดเวลา
สุดท้าย แม่ทัพตาบอดถึงขั้นฝึกสุนัขล่าเนื้อเพื่อป้องกันผู้ที่คิดจะมารบกวนที่นี่ สัตว์ร้ายที่บ้าคลั่งเหล่านี้กินเลือดเหยื่อเป็นอาหาร โจมตีผู้บุกรุกไม่เลือกหน้า
ปลายศตวรรษที่ 16 หลังจากผ่านวงจรชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน บัลดินีมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของการครอบงำ ท่านเริ่มตระหนักว่า การครอบงำเป็นเพียงภาพลวงตา ท่านคิดว่าตนเองและเทพใหม่องค์อื่นๆ เป็นเพียงหมากในแผนการของใครบางคน
ต้นแบบคือ ยิปซี, นักเรียน, นักปรัชญา
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีธนู อารมณ์บริสุทธิ์คือ “การครอบงำ” “การควบคุม”
กษัตริย์ผู้แตกสลาย (เดือนธันวาคม, เที่ยงวัน 12.00 น. และ เที่ยงคืน 24.00 น., ดิน, ดาวเสาร์)
วิลเลียม เจอรัลด์ หรือเรียกอีกชื่อว่า เทพแห่งการต่อต้านและการปฏิวัติ
กษัตริย์ผู้แตกสลาย
ควบคุม “กฎแห่งการต่อสู้”
เขาไม่มีมือขวา ขาดอวัยวะภายในห้าธาตุหกอวัยวะ;
ภายใต้คำแนะนำของเลดี้ไวท์สโนว์ เขาปฏิบัติตาม “กฎแห่งความยุติธรรม” ขณะเดียวกันก็เลียนแบบกระบวนการทะยานขึ้นของโอเมียร์ในอดีต ยอมรับความทรมานด้วยความสมัครใจ ใช้ “ไฟแห่งการตรัสรู้” เป็นเชื้อเพลิง ผ่าน “ประตูแห่งตาชั่ง” มองเห็น “หนทางที่แท้จริง” ทะยานขึ้น ณ สองตำแหน่งคือ “ทะเลสาบน้ำแข็ง” และ “จัตุรัสรุ่งอรุณ” และในกระบวนการนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากนักสู้แห่งสังเวียน (ซือเฉินที่ไม่ลงรอยกับแม่ทัพตาบอด) อาศัยพลังครอบงำของแม่ทัพตาบอด ได้รับ “กฎ” ของตนเองในโทรยาลัน
พร้อมกันนั้น ท่านยังเป็นหัวหน้ากองอัศวิน “กองอัศวินรักษาเยียวยา” ในอดีต วิลเลียม เจอรัลด์ (สวมชุดคลุมขาวทับเกราะ ธงเป็นกางเขนขาว คติพจน์ “ปกป้องศรัทธา เยียวยาความทุกข์ยาก” วิธีการรักษาด้วยการปล่อยเลือด เพื่อขจัดเลือดโสโครก—ร่างกายมนุษย์มีของเหลวสี่ชนิด เลือด, น้ำดีดำ, น้ำดีเหลือง และเสมหะ ต้องรักษาสมดุล มิฉะนั้นจะป่วย มาจากบิดาแห่งการแพทย์กรีก ฮิปโปเครตีส นักกายวิภาคศาสตร์ฮิโรฟิลัสก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ตำแหน่งปล่อยเลือดเฉพาะเจาะจงสอดคล้องกับจักรราศีสิบสอง และยังสอดคล้องกับสิบสองซือเฉิน ยังมีการรักษาด้วยการถ่ายเลือด)
ปัจจุบัน ร่างอวตารดำรงตำแหน่งผู้นำจักรวรรดิบราเมอ เป็นบุคคลที่ลึกลับมาก
“ข้ามักนอนไม่หลับ ถามตัวเองกลางดึกว่า ต้องทำอย่างไร ถึงจะเขียนคำตอบที่ทำให้ตัวเอง และโลกนี้พอใจได้; ทว่า ข้าไม่รู้”
“ข้ารู้สึกผิดต่อเรื่องนี้;”
“เหตุผลที่ข้าทะยานขึ้น ก็เพื่อดึงเหล่าทวยเทพลงจากบัลลังก์;”
“เงื่อนไขเดียวที่คนชั่วจะชนะ คือการนิ่งดูดายของคนดี”
“ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าจบลงด้วยความเสียใจ ไคเซอร์ นี่คือคำสัญญาที่ข้าให้เจ้า ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง”
ต้นแบบคือ ฤาษี, พ่อ, นายกรัฐมนตรี
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีมังกร (แพะทะเล) อารมณ์บริสุทธิ์คือ “การไถ่บาป” “ความยุติธรรม”
กระแสน้ำเชี่ยว (เดือนมกราคม, 1.00 น. และ 01.00 น., ลม, ดาวยูเรนัส)
บาร์บารา เทพแห่งเครื่องจักรและการรู้แจ้ง
เมนเฟรม
ควบคุม “กฎแห่งการรู้แจ้ง”
เทพใหม่ที่เกิดจาก “แผนเฟืองกล” ภาชนะคือบาร์บารา
ถูกสร้างโดยกษัตริย์ผู้แตกสลาย ไคเซอร์ และ “แผนเฟืองกล” ของมนุษยชาติทั้งมวล จุดประสงค์เพื่อต่อต้านซือซุ่ย
ต้นแบบคือ อัจฉริยะ, ผู้ปฏิรูป, ผู้พูดความจริง, นักวิทยาศาสตร์, ผู้ถูกเนรเทศ
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีกุมภ์ อารมณ์บริสุทธิ์คือ “ความภักดี”
ผู้กำกับ (เดือนกุมภาพันธ์, 2.00 น. และ 02.00 น., น้ำ, ดาวเนปจูน)
คลาร์ก สมิธ เทพแห่งการบันทึกและการสืบทอด
ผู้กำกับ
ควบคุม “กฎการจดบันทึก”
สร้างตัวเอกคนหนึ่ง ชื่อว่า ท่าน A (อัชตัน) จักรพรรดิแห่งความฝัน
ผู้ข้ามมิติ จุติก่อนตัวเอกสามร้อยปี เป็นซือเฉินด้วยความเร็วสูงสุด ภายหลังถูก “สามซือเฉินแห่งศิลปะ” คุณหญิงเพลงไว้อาลัย คุณหญิงยะ และกวีพิราบขาว ร่วมมือกันฆ่า เพราะ “นวัตกรรม” ของคลาร์กสั่นคลอนโครงสร้างศิลปะเดิมของโลก พวกนางมองว่าเป็นการลบหลู่ (เหตุผลลึกซึ้งกว่านั้น คือซือซุ่ยของโลกซีหลัว จิตใต้สำนึกค้นพบผู้รุกรานจากภายนอก จึงกำจัดทิ้ง)
หมากของเทพต่างแดน “เวลาสุดท้าย”;
แต่พลังของคลาร์กยังคงหลงเหลือ และพลังของ “เวลาสุดท้าย” ที่ติดตัวมาได้สร้างมลพิษให้ซือเฉินทั้งสาม ทำให้โลกวุ่นวาย
คลาร์ก สมิธ ชอบท้องฟ้าดวงดาวที่สุด เคยมีความฝันจะเป็นนักบินอวกาศ จึงชอบสวมชุดอวกาศและหมวกนักบินอวกาศปรากฏตัว แต่คนในยุคนั้นไม่เข้าใจว่าคืออะไร คิดว่าเป็นหมวกเหล็กความแข็งแกร่งสูงชนิดหนึ่ง กันกระสุน เป็นพวกบ้าสงคราม
ต้นแบบคือ ลัทธิลึกลับ, ช่างฝัน, กวี, ผู้แปลงกาย
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์คือราศีมีน อารมณ์บริสุทธิ์คือ “การสังเกต” “จินตนาการ”
ในบรรดาอัครสาวกมี “ช่างภาพ”, “นักจัดฉาก” และ “ช่างเสียง” กับ “คนเขียนบท” เป็นต้น
“ภาพยนตร์ไม่ใช่ศิลปะที่จำลองความจริง มันต้องการวิธีการแสดงออกที่เน้นความหมาย ความเป็นนามธรรมและความเพี้ยนที่เหมาะสม จะนำมาซึ่งแรงกระแทกทางอารมณ์ที่รุนแรงกว่า”
ในศึกตัดสินสุดท้าย เหล่าอัครสาวกของผู้กำกับ ผู้อำนวยการ, ช่างภาพคู่ใจ, ผู้ช่วยบันทึกกองถ่าย และนักแสดงนำ ท่าน A ได้ใช้รูปถ่ายรวมใบหนึ่งของช่างภาพ ทำการเติมเฟรมให้กับฟิล์มแท้ม้วนสุดท้าย ในวินาทีนั้น ล้อมรอบผู้กำกับในรูปแบบภาพถ่ายหมู่ ตายไปพร้อมกันอย่างมีความสุขชูสองนิ้ว;
เจ้านิทรา (เดือนกุมภาพันธ์, 2.00 น. และ 02.00 น., น้ำ, ดาวเนปจูน)
จิลัน อีลอส เทพแห่งมายาและความฝัน
เทพแห่งความฝัน
ควบคุม “กฎฟองภาพลวง”
ตัวเอกแทนที่ผู้กำกับ กลายเป็นหนึ่งในสิบสองซือเฉิน ในที่สุดจะพลิกสถานการณ์ ใช้ “เวลาสุดท้าย” และ “ไข่แก่น” ของโลกเดิมเอาชนะผู้มีอำนาจเหนือกว่า “เพ้อฝันบ้าคลั่ง” กลายเป็นเพ้อฝันบ้าคลั่งคนสุดท้าย และในตอนจบติดต่อกับ “จ้าวแห่งการจมดิ่ง”
พันธสัญญาอุดมการณ์
เพื่อเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกมนุษย์ที่ซือซุ่ยกำหนด เปิดทางให้มนุษย์ และสนับสนุนการใช้กำลังกวาดล้างเส้นทาง ต่อต้านศัตรูภายนอก
กษัตริย์ผู้แตกสลาย (ผู้นำ)
ความสัมพันธ์กับซือเฉินทุกองค์ธรรมดา สนิทกับเลดี้ไวท์สโนว์เล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีความรักแบบพ่อต่อแม่พระผู้ทรงโศกาและกระแสน้ำเชี่ยวเล็กน้อย ส่วนกับฝาแฝดนกว่าวเป็นความสัมพันธ์แบบร่วมมือ;
เป็นทั้งศัตรูและมิตรกับผู้กำกับ เห็นอกเห็นใจกัน;
เลดี้ไวท์สโนว์
ความสัมพันธ์กับซือเฉินทุกองค์ธรรมดา มีความรักแบบแม่ต่อแม่พระผู้ทรงโศกาเล็กน้อย ไม่ชอบกระแสน้ำเชี่ยว (ฟีลแม่เลี้ยง), ไม่ชอบฝาแฝดนกว่าวคู่หูผู้แอบดูความลับคู่นี้;
[ข้างบนความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ข้างล่างความสัมพันธ์ทั่วไป]
ฝาแฝดนกว่าว
ความสัมพันธ์กับผู้กำกับค่อนข้างดี;
แม่พระผู้ทรงโศกา (ผู้มาทีหลัง, อ่อนแอ)
ความสัมพันธ์กับกระแสน้ำเชี่ยวค่อนข้างดี; เกลียดชังกษัตริย์ผู้แตกสลายและเลดี้ไวท์สโนว์ รู้สึกว่าพ่อแม่มองตนเป็นหมาก เคารพผู้ถือแสงยามเที่ยง;
กระแสน้ำเชี่ยว (ผู้มาทีหลัง, อ่อนแอ)
เคารพรักกษัตริย์ผู้แตกสลาย ความสัมพันธ์กับแม่พระผู้ทรงโศกาค่อนข้างดี;
นางพยายามใส่แขนขาเทียมเหล็กกล้าให้กษัตริย์ผู้แตกสลายและแม่พระผู้ทรงโศกา แต่ถูกปฏิเสธ และมันทำไม่ได้ เพราะขัดต่อกฎ;
แกนกลางผู้หลุดพ้น
ไม่คิดจะเปลี่ยนระเบียบเก่า รู้ตัวว่าห่างชั้นกับเทพเก่าซือซุ่ย คิดแค่จะเอาตัวรอด และสนับสนุนการแยกมนุษย์กับเทพ ไม่คิดแบ่งปันพลังและความรู้ให้มนุษย์
แม่ทัพตาบอด (ผู้นำ)
เกลียดชังนักสู้แห่งสังเวียนและกษัตริย์ผู้แตกสลาย มองว่านักสู้แห่งสังเวียนเป็นคนทรยศ คนบ้าดีเดือด ส่วนกษัตริย์ผู้แตกสลาย ผู้เปลี่ยนแปลงคนนี้เป็นตัวตลกที่ไม่รู้จักกาละเทศะ;
คุณหญิงเพลงไว้อาลัย
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากบิดาแผล ปรารถนาการทำลายล้างสังหาร และแอบรักท่านไข่มุกแต่ไม่สมหวัง;
คุณหญิงยะ
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมารดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ปรารถนาตัณหาการสืบพันธุ์ รักผู้กำกับไม่สมหวัง กลายเป็นความแค้นเพราะริษยา;
กวีพิราบขาว
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากท่านไข่มุก ปรารถนาความตายเกลียดชังมนุษย์ และชื่นชมคุณหญิงเพลงไว้อาลัยแต่ไม่สมหวัง ไม่ชอบท่านไข่มุกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทั้งยำเกรงและรังเกียจ;
เป็นกลาง
นักสู้แห่งสังเวียน
เคยร่วมรบกับแม่ทัพตาบอด ภายหลังแตกหักเป็นศัตรู;
ผู้กำกับ
ถูกสามซือเฉินแห่งศิลปะร่วมมือกันฆาตกรรม;
เป็นทั้งศัตรูและมิตรกับกษัตริย์ผู้แตกสลาย เห็นอกเห็นใจกัน;
ผู้ถือแสงยามเที่ยง (สาบสูญ)
...
อัครสาวก (Apostle)
อัครสาวกของนักสู้แห่งสังเวียน
กำแพง
โตนอส โคโว
มนุษย์วัวร่างยักษ์ถือขวานสองคม สิ่งมีชีวิตในตำนาน; เขาข้างหนึ่งหัก ถูกพันเอกฟันขาด; คนดีที่ไม่ค่อยพูด;
ผู้ไม่พ่าย
เทเซอร์ ยูจีน
วีรบุรุษถือดาบคม สวมผ้าคลุมแดง;
เคยปะทะกับสุนัขปีศาจแล้วได้เปรียบ และต้านทานการระเบิดของกองรักษาการณ์ช้างเกราะโดยไม่ตาย เสมอกับพันเอก;
มีอารมณ์ขัน;
นายกองร้อย
เอลล่า ทิมานี
ภูเขาเนื้อยักษ์ที่ประกอบจากซากศพผู้เปลี่ยนแปลงของสหพันธรัฐออเวย์นา/ใต้สังกัดแม่ทัพตาบอดร้อยศพ แต่เป็นวิญญาณผู้หญิง; อ่อนโยน;
ผู้บุกเบิกคนแรก
ซิซาร์ ฮาคิน
ยักษ์สวมเกราะ ถือธนูยักษ์ หักออกเป็นดาบใหญ่สองเล่มได้; เคร่งขรึม;
อัครสาวกของคุณหญิงเพลงไว้อาลัย
ดนตรี/จิตรกรรม
ไนติงเกล
เบลลู ชีทส์
สาวสวยผมทองสวมชุดราตรีสีแดง นักไวโอลิน; สง่างามชอบยิ้ม;
มิสเตอร์เปียโน
กาโกะ กุสตาฟ
ชายวัยกลางคนผมขาวสวมชุดทักซิโด้สีดำ ผ่านโลกมามาก ต่อต้านสงคราม นักเปียโน;
อัศวินสามเหลี่ยม (หน้าใหม่)
บาโบล ดิเอโก
จิตรกรแนวอับสแตรกต์ผู้คลั่งไคล้สามเหลี่ยม บ้าคลั่ง ประสาท ใช้เลือดสำรวจความไม่รู้;
เด็กสาวผู้วาดโลก
แอวี่ร์ ลิลิธ
(ต้นแบบอ้างอิงเด็กสาวนักวาดใน Dark Souls 3 และต้นแบบความจริงดาวินชี)
มีสายเลือดของเลดี้น้ำตาเล็กน้อย ยังคงความรู้สึกสงสารมนุษย์ของผู้เป็นแม่ไว้;
เด็กสาวตัวเล็กสวมเสื้อคลุม ไว้ผมเปียยาว สวมหมวกเบเร่ต์ น่ารักจดจ่อ จิตรกรแนวโรแมนติก ปรารถนาจะแสดงความรู้สึกส่วนตัว; ช่างวาดภาพฝาผนัง;
ท่านปรารถนาจะวาดแดนสุขาวดี ให้เป็นที่หลบภัยสุดท้ายของมนุษย์ในวันสิ้นโลก; (การเผาโลกมนุษย์ของบิดาแผล การรุกรานของเทพต่างแดนในภายหลัง)
ไม่ค่อยสนใจอัครสาวกองค์อื่น แม้แต่คุณหญิงเพลงไว้อาลัย ท่านก็เรียกแค่ว่า “คุณฟูติส”;
อัครสาวกของฝาแฝดนกว่าว
การดำรงอยู่ของพวกท่านไม่อาจอธิบายด้วยการยืนยัน ต้องอธิบายด้วยการปฏิเสธ (อ้างอิง “ไม่ใช่ทรงกลม” ใน SCP Foundation)
สาวขายดอกไม้
จาอิก้า สการ์เล็ต
อัครสาวกผู้ขายความลับ และรู้ความลับมากมาย ท่านเป็นตัวแทนเดินดินของฝาแฝดนกว่าว การเดินมาพร้อมหมอกหลากสีเป็นระลอก;
ผู้หล่อนั้น
เพย์ตัน ซาชา
แยกเพศยาก เป็นได้ทั้งชายและหญิง; ความจริงคือในระหว่างกระบวนการทะยานขึ้น วิญญาณรวมกับพี่สาว;
ท่านชอบความครึกครื้น และชอบจับคู่แต่งงานให้คนอื่น จะบอกความลับเล็กๆ ของกันและกันให้ฟัง และชอบยุยงส่งเสริม;
เทพชั่ว (เทพแห่งการกลั่นแกล้ง)
ชาแด บาร์บีน่า
มีความรู้กว้างขวาง เป็นมิตร ชอบคุยเล่นกับนักเดินทางในความฝันที่มาถึงกระท่อม เมื่อคุณมาที่นี่ ท่านมักจะบอกความรู้และความลับบางอย่างให้
ชาแดเป็นผู้เขียนหนังสือชุด 《เอกสารเทือกเขาสวรรค์》《หนึ่งแวบแห่งความฝันแท้》 พูดคุยกับชาแดและทุ่มเทให้กับหนังสือชุดนี้ สามารถถกเถียงกับท่านได้ จะได้รับลายเซ็นของท่าน (หนังสือเล่มนี้จะช่วยเพิ่มญาณลับ และถูกประทับตรา ได้รับการปกป้อง)
ความสามารถอ้างอิง 《หน้ากาก》 พลังพิสดารและแปลกประหลาดต่างๆ;
“ความฝันทุกคืนเหมือนการผจญภัยที่บ้าคลั่ง เพราะคนยังไม่รู้ถึงอันตราย จึงมีความกล้าเทียมฟ้าบุกตะลุยความฝันทุกคืน”
《หนึ่งแวบแห่งความฝันแท้》
“แม้แต่คนที่มีจินตนาการที่สุดในโลก ในชีวิตหนึ่งก็อาจฝันถึง ‘ความฝันแท้’ เพียงหนึ่งหรือสองครั้ง ผู้โหยหาความจริงพยายามใช้แอลกอฮอล์เป็นกุญแจเปิดประตู ‘ความฝันแท้’ แน่นอนว่าคนเหล่านี้ถึงกับยอมใช้ยาหรือยาเสพติด”
“ผู้คนมักหลงใหลในสิ่งที่ทำให้ตื่นตัว เช่น กาแฟและชา ดูผิวเผินเหมือนคนไม่อยากให้การนอนหลับไร้ความหมายกินเวลาชีวิตอันจำกัด แต่ความจริงคือผู้ปกครองไม่อยากให้คนก้าวเข้าไปในหุบเขาแห่งฝันและกำแพงนิทรา”
“คนโง่ปรารถนาความตื่นรู้ คนฉลาดถวิลหาความฝัน”
“มนุษย์เกิดมาเป็นสัตว์ป่า เทพเจ้าทำให้พวกเขากลายเป็นคน...ชะตากรรมของมนุษย์เริ่มต้นเพราะพรของเจ้านาย และจบลงเพราะคำสาปของเจ้านาย”
“เราเป็นคนเพราะฝัน เหนือคนเพราะฝัน และไม่ใช่คนเพราะฝัน...”
“สรรพชีวิตกำเนิดจากแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด แสงแห่งชีวิตตกลงมาจากที่นั่น ในกระบวนการจมลง ผ่านแดนดวงดาวเหนือจันทร์ ถูกดวงดาวแต่ละดวงที่เป็นสัญลักษณ์ของอารมณ์ทำให้แปดเปื้อน หลังหักเหเก้าครั้ง จุติลงสู่แดนสสารใต้จันทร์ ก็กลายเป็นคน...”
“หากคนต้องการกลับสู่สภาวะศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่ม ตามรอยแสงแห่งชีวิตนั้น จำเป็นต้องตามรอยหนทางแห่งดาบเพลิง ทะยานขึ้นย้อนกลับ...”
“การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของโลกใต้จันทร์ ล้วนมาจากอิทธิพลของโลกเหนือจันทร์ สิ่งนี้เรียกว่า ‘ห่วงโซ่แห่งการสำแดง’ ...พฤติกรรมจากล่างขึ้นบน เข้าใกล้ต้นกำเนิด เรียกว่า ‘การทะยานขึ้น’ ส่วนพลังจากบนลงล่าง ที่ส่งผลต่อความเป็นจริง เรียกว่า ‘ปาฏิหาริย์’”
“ดวงจันทร์นิรันดร์นั้นเฝ้ามองทุกสิ่งในโลกมนุษย์ตลอดเวลา ราวกับตะเกียงที่ไม่มีวันดับ ส่องสว่างโลกใบนี้”
อัครสาวกของคุณหญิงยะ
เต้นรำ/แกะสลัก/สถาปัตยกรรม
หงส์ดำ
ซีกัล เมอเลอร์
หรือที่ผู้คนเรียกว่า “มาดามซีกัล” นักเต้นระบำ บัลเลต์ สง่างามและเบาหวิว เขย่งปลายเท้า เท้าเดียวทะลุหัวใจ;
หมวกขาว
แพนเทซี มารินส์
สวมสูทขาว หมวกทรงสูงสีขาว;
เต้นรำจังหวะวอลทซ์ ท่วงท่าการเต้นงดงามยิ่งกว่าทิวทัศน์ใดในโลก และดาบซ่อนในแขนเสื้อของท่าน ก็เร็วกว่าสายฟ้าที่ขอบฟ้า;
ช่างหิน
แอนโทนี โรตี
ประติมากรผู้ยิ่งใหญ่ที่เรียกตัวเองว่าเป็นเพียง “ช่างหิน” ผลงานที่มีชื่อเสียงได้แก่ 《ไว้อาลัยรุ่งอรุณ》, 《ราชาใจกลวง》, 《เทพีแห่งความงาม》, 《หน้าต่างนรก》ฯลฯ;
อัครสาวกของผู้ถือแสงยามเที่ยง
เทวทูตไม้เท้า (เทวทูตคทา)
เจอร์แมน นิโคลัส
ที่พำนักของซานตาคลอส และเป็นโรงงานผลิตของขวัญให้เด็กดี;
ซานตาคลอส เล่ากันว่าใช้เวลาตลอดทั้งปีเฝ้าดูพฤติกรรมเด็กๆ และทำของขวัญ ในคืนวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี จะปีนลงมาทางปล่องไฟ แขวนถุงเท้าไว้ที่หัวเตียงเด็กดี ข้างในใส่ของขวัญ
ท่านเคยเป็นลูกน้องของกษัตริย์ผู้แตกสลาย ปัจจุบันอยู่ในระดับเทวทูต ภาพลักษณ์เป็นเด็กหนุ่มผมขาว ถือไม้เท้า สวมผ้าคลุมสีแดง ควบคุมพลังน้ำแข็ง กวางเรนเดียร์พาหนะเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน;
ท่านหลงรักมาริยา น้องสาวในฝาแฝดนกว่าวมาตลอด แต่ไม่สมหวัง;
เคยเป็นเทวทูตของโอเมียร์ เมื่อโอเมียร์หายตัวไป ก็พักอยู่ที่โทรยาลันอย่างโดดเดี่ยว;
(ต้นคริสต์มาส การ์ดอวยพร อาหารคริสต์มาส และเพลงสรรเสริญ)
ยามอัสดง (เทวทูตดาบ)
แองเจิล
กายจิตบริสุทธิ์ เด็กหญิงตัวเล็กน่ารัก มีปีกสีขาวบริสุทธิ์ด้านหลัง;
เมื่อต้องปฏิบัติตามเจตจำนงเที่ยงวัน จะแปลงร่างเป็นวัลคิรีหกปีก มีดาบยาวเกลียวคู่กาย
“เทวทูตเหรียญดาวและฮูตั้น รวมทั้งพี่น้องอีกแปดคนล้วนติดตามพระเจ้าไปแล้ว...”
เทวทูตเหรียญดาว · เทวทูตเหรียญดาว
พาร์ โซโลมอน;
กลายเป็นประมุขของเทวทูตกำมะถัน ร่างอวตารคือ “แมวกังหัน” พาร์ โซโลมอน สร้างความวุ่นวายในโลกมนุษย์เพื่อนาย เผยแพร่ภัยพิบัติ;
สภาวะคู่ขนาน “แคมปัส”; ตรงข้ามกับซานตาคลอส ลงโทษเด็กดื้อในวันคริสต์มาส;
ฮูตั้น · เทวทูตถ้วยศักดิ์สิทธิ์
คาเบรียล กลายเป็นอัครสาวกของแม่ทัพตาบอด ถูกครอบงำ กลายเป็นผู้ถือถ้วยแพทย์;
อัครสาวกของแม่พระผู้ทรงโศกา
บาทหลวงเสื้อไหม้/พ่อบ้าน
โจล่า โจคส์
มักปรากฏในภาพลักษณ์พ่อบ้าน คอยอยู่ข้างกายแม่พระตลอดเวลา และเข็นรถเข็นให้;
ภาพลักษณ์จริงคือชายที่สวมชุดคลุมบาทหลวงไหม้เกรียม มีควันพวยพุ่งออกจากร่าง ถือไม้กางเขนรูปตัว X;
เคยถูกลัทธินอกรีตของบิดาแผลเผาบูชายัญก่อนยุคแห่งแสงสว่าง รอดตายมาได้ และฝันไปถึงโทรยาลัน พบเลดี้ชาแดที่กระท่อมความจริง ได้รับมอบความรู้ จากนั้นก้าวสู่หนทางแห่งดาบเพลิง;
ต่อมาประสบภัยพิบัติเทวทูตกำมะถัน เกือบถูกไฟคลอกตายเป็นครั้งที่สอง โชคดีได้รับความช่วยเหลือจากแม่พระผู้ทรงโศกาที่เพิ่งทะยานขึ้นเป็นซือเฉิน และได้รับมอบ “การรู้แจ้ง” (นิ้วก้อยของเทวทูตกำมะถัน) กลายเป็นอัครสาวก ตั้งแต่นั้นมาศรัทธาแม่พระผู้ทรงโศกาอย่างยิ่ง มองว่าเป็นตัวตนที่สำคัญกว่าตนเอง
อัครสาวกของเลดี้ไวท์สโนว์
ท่านเฒ่าน้ำเกลือ
เลน แพนดร้า
ชายชราสวมชุดคลุมสีเทาถือไม้เท้า ปลายไม้เท้าเป็นแท่งหินสี่เหลี่ยม ภายในซ่อนดาบน้ำเกลือเล่มหนึ่ง; (ดาบในหิน)
ราชาเตาหลอม
เฮอร์มีส
“เฮอร์มีสครอบครองเตาหลอม”;
ถือคทาสงูคู่ ปลายไม้เท้าเป็นเบ้าหลอมที่มีปีก มันสามารถหลอมละลายสรรพสิ่ง;
ท่านหญิงขวดเงิน
มาคาเร่า เมราสกีส์
ชุดคลุมกระโปรงยาวฉลุลายสีเงิน ถือพัดขนนก ควบคุมพลังแห่งการไหลเวียน;
อัครสาวกของกวีพิราบขาว
วรรณกรรม/ละคร
ราชาวิญญาณ
ลอเซอชู ฮอร์น
หอคอยบาเบลเป็นของขวัญที่คุณหญิงยะสร้างด้วยมือตนเอง มอบให้กวีพิราบขาว;
ดูแลขอบแดนนรกและสุสานสีดำ ผู้จัดการเหล่าวิญญาณ;
และเป็นอัครสาวกของกวีพิราบขาว ขณะเดียวกันกวีพิราบขาวก็หวาดระแวงและปรารถนาพลังของเทพต่างแดน “เวลาสุดท้าย” จึงใช้วิญญาณเหล่านี้ทำการทดลอง;
นกกระดาษบิน
อันเอ้อเต๋อ ฮอลแลนด์
ควบคุมพลังนิทานและคำอุปมา ปกปิดความจริง หลอกลวงชาวโลก;
ได่เสินซ่ง
อาเคียลส์ วิม
หลงใหลสุขนาฏกรรมและโศกนาฏกรรม ชอบหน้ากาก;
ใน 《ฝันกลางฤดูร้อน》 มีราชาเอลฟ์โอเบรอน; ชายหนุ่มรูปงาม; ภูตน้อยจอมแกล้งพุค;
ภูตปีศาจโมเฟิสเตอใน 《เฟาสต์》, ยั่วยวนผู้หญิง;
อัครสาวกของแม่ทัพตาบอด
พันเอกโลหิต
แฮร์มัน ทูริโอ
แขนเดียว เคยเดินบนหนทางแห่งดาบเพลิงด้วยวิถี “เปลือกเหรียญดาว” แต่ถูกกวีพิราบขาวแทรกแซง “นกกระดาษบิน” และ “ได่เสินซ่ง” ร่วมกันเปลี่ยนการสวมมงกุฎของพันตรี ทำให้เขาไปอยู่ใต้สังกัดแม่ทัพตาบอด;
สมัยอยู่ “กองอัศวินรักษาเยียวยา” เคยเป็นหนึ่งในสี่อัศวินใหญ่ “อัศวินอาบโลหิต”; ถือดาบยักษ์สองมือ บุกทะลวงอยู่หน้าสุดของขบวน;
ต่อมาเพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีม ถูกศัตรูตัดแขนข้างหนึ่ง บวกกับการยุแยงของกวีพิราบขาว ทำให้เขาแตกคอกับ “กองอัศวินรักษาเยียวยา” สุดท้ายกลายเป็นอัครสาวกของแม่ทัพตาบอด;
ผู้ถือถ้วยแพทย์ (ฮูตั้น · เทวทูตถ้วยศักดิ์สิทธิ์)
คาเบรียล
เคยเป็นหนึ่งในสี่เทวทูตในสิบสองอัครสาวกใต้บัลลังก์รุ่งอรุณ ต่อมาถูกสามซือเฉินแห่งศิลปะลอบกัด โดนท่านนายพลครอบงำ;
สุนัขปีศาจ
เอวริล ลาวีน
สิ่งมีชีวิตในตำนานที่แม่ทัพตาบอดสร้างกับมือ ตัวที่โดดเด่นที่สุดได้รับการสวมมงกุฎจากแม่ทัพตาบอด และได้รับลำไส้และกระเพาะของกษัตริย์ผู้แตกสลาย (เพราะตอนกษัตริย์ผู้แตกสลายทะยานขึ้นได้ใช้ประโยชน์จากท่าน ฉวยโอกาสชิงอวัยวะภายในอีกฝ่ายมาแก้แค้น)
หัวหน้าดาบทหาร
เอ็ดวิน ฮอร์เมนท์
(ต้นแบบคือหัวหน้าพันธมิตรในบลัดบอร์น)
สวมชุดตำรวจธรรมดา สวมหน้ากากช้างคลุมทั้งหัว ไม่มีรอยต่อ ร่างกายสวมเสื้อกั๊กเล็ก ที่หน้าอกมีไฟฉายดวงหนึ่ง ถือไม้เท้า
ในไม้เท้า มีช่องลับ ช่องลับใส่สัญญาฉบับหนึ่ง คือความจงรักภักดีต่อท่านนายพล รวมถึงหน้าที่และภารกิจที่ตนยึดมั่น ด้านหลังเป็นรายชื่อ บนนั้นเขียนชื่อสมาชิกกองรักษาการณ์ช้างเกราะ ผู้เสียชีวิตและผู้ประจำการ
อัครสาวกของกษัตริย์ผู้แตกสลาย
ผู้ส่งข้ามฝั่ง
คาร์ล เรกา
(ต้นแบบคือนักล่าปีศาจตะวันตกใน ฮันต์: โชว์ดาวน์)
ไม่มีหัว;
รูปลักษณ์เป็นสุภาพบุรุษสวมเสื้อโค้ทหนัง ใส่ถุงมือขาว ที่เอวเหน็บปืนพกสปริงชุบเงิน ยิงเมื่อไหร่คือฆ่าคน กระสุนไม่เคยพลาดเป้า
มอบเงินเหรียญ เป็นค่าเรือข้ามฟาก;
สมัยอยู่กองอัศวินรักษาเยียวยา เป็นหนึ่งในสี่อัศวินใหญ่ “อัศวินหลอมกระโหลก”; มีชื่อเสียงด้านวิชาธนูและการขี่ม้าที่ยอดเยี่ยม การต่อสู้ระยะประชิดใช้หอกอัศวินเป็นหลัก ชื่อว่า “ไม้พายข้ามฟาก” มาพร้อมโล่ว่าว;
ต่อมาถูกฆ่าที่หุบเขาหัวขาด แต่เพราะการทะยานขึ้นของกษัตริย์ผู้แตกสลายจึงได้รับการดึงขึ้นมาเป็นอัครสาวก; กลายเป็น “ผู้ส่งข้ามฝั่ง”;
ราชาเกราะเหล็ก
อักนี บอลด์วิน
(ต้นแบบคือมอร์กอต ราชาลางร้ายใน เอลเดน ริง, กษัตริย์บอลด์วินที่ 4 แห่งเยรูซาเลม)
สวมหมวกเกราะเงิน หน้ากากราชา สวมเกราะแกะลายสีน้ำเงินขาว ผ้าคลุมสีดำ;
ทั่วร่างเน่าเฟะเต็มไปด้วยเนื้องอก ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย;
เคยเป็นเจ้าชายแห่งอาณาจักรซาเคีย
ท่านอัปลักษณ์ ทนทุกข์ทรมานจากคำสาป การทรมาน และความอัปยศ ไม่ได้บัลลังก์ ไม่ได้รับความเคารพ ไม่ได้รับการยอมรับจากใคร แต่ท่านยังคงยึดมั่นในศรัทธาของตน ปกป้องราชวงศ์ที่เป็นปฏิปักษ์กับตน
กษัตริย์องค์สุดท้าย
เจ้าชายที่ควรได้เสวยสุข กลับเพราะเป็นชาย และป่วยเป็นโรคเรื้อน ถูกทำร้ายตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งราชวงศ์ตกอยู่ในอันตราย จึงได้แสดงความสามารถของตนออกมา
“ไม่ใช่เพราะถูกรัก และไม่ได้โหยหาที่จะถูกรัก แต่ท่านปรารถนาที่จะรัก”
“ท่านกระทั่งถึงตอนนี้ ก็ไม่เกลียดชังจักรพรรดิไคเซอร์ ผู้ทำลายบ้านเกิด ท่านกษัตริย์ผู้แตกสลาย”
ร่างกายไม่สมประกอบ แต่เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่และเสียสละ ได้รับการยกย่องจากแม่พระผู้ทรงโศกา
หนึ่งต่อสอง ต้านทานผู้ไม่พ่ายและผู้บุกเบิกคนแรก สามวันสามคืนถึงจากไป;
เขามีชีวิตอยู่เพื่อสักวันหนึ่ง จะฆ่ากษัตริย์ผู้แตกสลายด้วยมือตนเอง แก้แค้นให้บ้านเกิด; ทว่าจนกระทั่งกษัตริย์ผู้แตกสลายตาย ก็ไม่ได้ลงมือ เพราะเขาถูกเสน่ห์ของกษัตริย์ผู้แตกสลายกล่อมเกลาไปนานแล้ว ความแค้นเป็นเพียงความรู้สึกผิดและความยึดติดรูปแบบหนึ่ง;
ตอนกษัตริย์ผู้แตกสลายตาย เคยกล่าวว่า: “ข้าตายแล้ว ต่อไปเจ้าจะอยู่ยังไง อักนี...ความยึดติดชั่วชีวิตของเจ้า คือเพื่อฆ่าข้า และเมื่อข้าตายแล้ว เจ้าจะอยู่ต่อไปยังไง?”
“ท่านคือนักรบที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ข้าเคยพบในชีวิตนี้ แต่ไม่ใช่กษัตริย์ที่ดี การต่อสู้ของท่านถูกขับเคลื่อนโดยเจตจำนงของผู้อื่น”
ดาบของอักนี ร่วงหล่นเป็นครั้งแรกในรอบสามร้อยปี
สะท้อนภาพวันวาน สุดท้ายสะท้อนใบหน้าอัปลักษณ์ของเขา และดวงตาแดงก่ำคู่นั้น;
สมัยอยู่ “กองอัศวินรักษาเยียวยา” เป็นรองหัวหน้า และเป็นหนึ่งในสี่อัศวินใหญ่ “อัศวินมงกุฎเงิน/หัวหน้าอัศวิน” เพราะสวมหมวกเกราะปีกกาเงิน; ใช้ดาบยาวกางเขน ไม่มีโล่ มีผ้าคลุม;
ผู้เงียบงัน
อดัมส์ เซเรโดนิโอ
พิการแต่กำเนิด เป็นใบ้พูดไม่ได้ เป็นลูกน้องที่กษัตริย์ผู้แตกสลายรับไว้ในสนามรบ ร่างกายผอมแห้ง สวมชุดคลุมขนแกะขาวหลวมๆ ภาพลักษณ์ข้าราชการพลเรือน เคยติดตามใต้สังกัดกษัตริย์ผู้แตกสลาย;
รู้วิธีปล่อยเลือดและถ่ายเลือด เชี่ยวชาญการรบยิ่งกว่า;
เคยดวลเดี่ยวกับหัวหน้ากองรักษาการณ์ช้างเกราะ ผลัดกันแพ้ชนะ;
สมัยอยู่ “กองอัศวินรักษาเยียวยา” เป็นหนึ่งในสี่อัศวินใหญ่ “อัศวินไร้ถ้อยคำ”; ใช้ค้อนศึกด้ามยาว มาพร้อมโล่กลมเล็ก;
อัครสาวกของกระแสน้ำเชี่ยว
ผู้เฝ้าแสง
รูเกท
เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นที่กระแสน้ำเชี่ยวดึงขึ้นมา มอบบุคลิกและจิตสำนึกให้ (ยืมพลังของราชาเตาหลอม);
เป็นแกนกลางที่ควบคุมประภาคารจุดเชื่อมต่อทั้งหมด;
อัครสาวกของผู้กำกับ
เจ้าของพิพิธภัณฑ์/ผู้อำนวยการ
เดวิด นอร์แมน
ทิ้งหลักฐานความผิด เพื่อให้คนชื่นชม;
เจ้าของพิพิธภัณฑ์เดวิดมีความสัมพันธ์อันดีกับซือเฉินฝาแฝดนกว่าว จึงเก็บรักษาความลับไว้มากมาย;
สิ่งของเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญ (ตัวเอกสามารถได้รับ ‘วิวรณ์แห่งความฝัน’ จากสิ่งนี้)
เล่ากันว่าเขาเคยเป็นอัครสาวกของผู้กำกับ คลาร์ก สมิธ และยังเก็บรักษาหลักฐานลับชุดหนึ่ง เกี่ยวกับ “คืนเปิดโปง” (ผู้กำกับถูกสามซือเฉินแห่งศิลปะฆ่า) ในตอนนั้น;
หัวหน้าช่างภาพ
โครส์ เมลานี
เล่ากันว่าโครส์เคยเป็นอัครสาวกของผู้กำกับ ทำหน้าที่ “ช่างภาพ” มีสิทธิ์ใช้ “กฎการหยุดภาพ” ถ่ายรูปบันทึก;
“การตกค้างของการมองเห็น” “ความทรงจำข้ามเฟรม”
ผู้ช่วยบันทึกกองถ่าย
เฮร่า นิบาล
ร่วงหล่นแล้ว หลอมรวมไปกับฟิล์มของผู้กำกับ และกลายเป็นเศษชิ้นส่วน
นักแสดงนำ
อัชตัน (ท่าน A)
เป็นตัวละครที่คลาร์ก สมิธ สร้างขึ้น และเป็นร่างอวตารของตนเอง หลังจากร่างต้นร่วงหล่น ท่าน A อาศัย “กฎการสืบทอด” มีชีวิตอยู่ในฟิล์ม;
..........