- หน้าแรก
- กฎสุดท้ายของผู้ถูกลืม
- บทที่ 13 การสำรวจ
บทที่ 13 การสำรวจ
บทที่ 13 การสำรวจ
จิลันยืนฟังมาร์วีอธิบายอยู่ข้างๆ ด้วยความตกตะลึง
เขาเองก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าเจ้าสัตว์ประหลาดไร้หัวพวกนั้นจะมีความลับแบบนี้อยู่ด้วย
ทั้งสามคนเงียบไปครู่หนึ่ง จิลันหันไปมองที่ประตูหมู่บ้าน แต่ก็ไม่พบเงาของปืนลูกซองสองลำกล้องหรือกระสุนเลยแม้แต่น้อย
'ดูเหมือนของที่ฉันหยิบไปในหนัง ถ้ากลับมาใหม่ก็จะไม่ปรากฏอีกแล้วสินะ'
จิลันนึกในใจ
เขาเงยหน้ามองเข้าไปในหมู่บ้าน เมื่อตรวจดูจนมั่นใจว่าไม่มีเงาของชายคลั่งถือขวานสีซีด ก็หันไปเสนอแก่หมอกับสาวน้อยว่า
"เราเข้าไปสำรวจในหมู่บ้านกันเถอะ บางทีอาจจะมีใครที่บอกทางออกให้เราได้"
"ความคิดดีมาก คุณจิลัน"
ทั้งหมอกับหญิงสาวต่างก็เห็นด้วย
ทั้งสามคนจึงเดินเข้าไปในหมู่บ้านร่วมกัน แต่ไม่นาน บรูนเนนกับมาร์วีก็ต้องตะลึงกับภาพอันโหดร้ายบนลานหินตรงกลางหมู่บ้าน เลือดและชิ้นส่วนมนุษย์ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่ทำให้ทั้งสองรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง
"พระเจ้า! ที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่?!" หญิงสาวยกมือปิดปาก "นี่มันการสังหารหมู่ชัดๆ!"
จิลันไม่พูดอะไร เขานำทั้งสองตรงไปยังทางเล็กด้านซ้ายของลานหินด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ตลอดทาง สองคนนั้นยังไม่หลุดออกจากความตื่นตระหนกที่เพิ่งเจอ
กระทั่งจิลันกลับมาถึงจุดที่หนังจบลงเมื่อครั้งก่อน คอกหมู
มาร์วีเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา สายตาของเธอจ้องเขม็งไปยังรอยประทับบนซากหมูในมุมคอก เธอก้าวเข้าไปสองก้าว รวบชายกระโปรงนั่งยองลง พลางเพ่งพินิจอยู่พักหนึ่ง
"นี่คือ...วงเวทแห่งศรัทธาเก่าแก่" เธอพูดเบาๆ "สัญลักษณ์วงรีแนวตั้งตัดด้วยเส้นแนวนอน รวมทั้งอักษรพวกนี้ ล้วนสื่อถึงการผสมผสานของสองเพศอย่างชัดเจน มันคือสัญลักษณ์ของผู้เป็นตัวแทนแห่งเดือนกุมภาพันธ์ 'มารดาแห่งความอุดมสมบูรณ์'"
"มาร์วี คุณว่าชาวบ้านที่นี่ทำแบบนี้ทำไมกัน?" หมอบรูนเนนขมวดคิ้วมองรอยประทับและบาดแผลเต็มตัวซากหมู "มันทั้งโหดเหี้ยมและน่าสะพรึงเกินไป"
"น่าจะเป็นเพราะต้องการให้หมูบ้านนี้ออกลูกเยอะๆ ล่ะมั้ง"
มาร์วีส่ายหน้า ก่อนจะพูดสิ่งที่ตนคาดเดาออกมา
มีเพียงจิลันเท่านั้นที่ฟังคำอธิบายแล้ว หันไปสังเกตบริเวณส่วนล่างของซากหมูอย่างจริงจัง และคราวนี้เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า ขาหลังที่อวบใหญ่ของมันเหยียบบดบางสิ่งอยู่ ปลายนิ้วมือข้างหนึ่งโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง เหมือนมือของทารกมนุษย์
ดวงตาของจิลันเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว
"ศรัทธาต่อเทพเก่ามักเป็นลัทธิเพี้ยนๆ คนที่นับถือก็ใช่ว่าจะปกติ หมู่บ้านนี้มันไม่ชอบมาพากลเลยจริงๆ"
มาร์วียืนขึ้น สีหน้าหม่นลง ขณะหันไปพูดกับชายหนุ่มอีกสองคน
ทันใดนั้น หมอบรูนเนนก็ขมวดคิ้ว ยกมือขวาขึ้นกุมขมับ
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ คุณหมอบรูนเนน?"
มาร์วีถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
"ไม่เป็นไร แค่รู้สึกปวดหัวมึนๆ ขึ้นมากะทันหันน่ะ" หมอใช้มือโบกเป็นเชิงว่าไม่ต้องเป็นห่วง
จิลันมองทั้งสองแวบหนึ่ง จากนั้นจึงแยกตัวออกจากคอกหมู ลอบเดินเข้าไปในบ้านไม้หินด้านข้าง
เขาหลบพ้นจากสายตาทั้งสอง ขณะที่มือข้างหนึ่งปรากฏแสงสีรุ้งวาบขึ้น ก่อนจะหยิบปืนลูกซองสองลำกล้องพร้อมกระสุนออกมาจากมิติพิเศษ
เมื่อจัดการเรียบร้อย เขาก็เดินออกมาสมทบใหม่
มาร์วีกำลังพยุงหมอบรูนเนนนั่งพักอยู่บนตอไม้ข้างๆ ใบหน้าของหมอดูทรมานยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เขากุมศีรษะแน่น ปลายนิ้วสอดเข้าไปในเส้นผม หลับตาแน่นพลางพึมพำด้วยน้ำเสียงพร่าๆ ว่า
"ฉันเห็น... เห็นหอคอยเกลียวสูงตระหง่านอยู่ไกลลิบ มี...มีสัตว์ประหลาดสวมหมวกสูงอยู่บนนั้น มันกำลังพูดอะไรบางอย่างกับฉัน..."
"คุณหมอบรูนเนน คุณเริ่มเห็นภาพหลอนแล้ว" มาร์วีมีแววกังวลในดวงตา ก่อนจะหันมาเห็นจิลันถือปืนลูกซองอยู่ในมือก็ชะงักไป จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นยินดีอย่างชัดเจน "คุณจิลัน คุณเจออาวุธแล้วเหรอคะ?"
"อืม เจอในบ้านพอดี เอาไว้ใช้ป้องกันตัว" จิลันพยักหน้า
"เราควรรีบหาทางออกจากหมู่บ้านนี่โดยเร็วที่สุด ที่นี่ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ และภาพหลอนของหมอบรูนเนนอาจเป็นผลกระทบจากบางสิ่งที่เราไม่รู้จัก"
มาร์วีเสนอความเห็น
จิลันพยักหน้าเห็นด้วย เขาชี้ไปยังด้านหน้าโรงเลี้ยงหมู
"รอให้หมอบรูนเนนดีขึ้นอีกนิด แล้วเราค่อยไปต่อกัน"
...
ที่ทำการแก๊งโอ๊ก ชั้นสามของเขตทิ้งขยะพี่น้องแบล็กคอร์ก
ภายในห้องกว้างขวาง บนโต๊ะเขียนหนังสือไม้แกะสลักราคาแพง มีภาพถ่ายล้างเร็วหลายใบวางอยู่
ภาพเหล่านี้บันทึกไว้ทั้งภาพเหมือนของชายหนุ่มผมทอง ม้วนฟิล์มสีดำ และศพตำรวจหลายศพที่ตายอย่างน่าสยดสยอง
"จิลัน อีลอส..." ชายที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะหยิบภาพขึ้นมาหนึ่งใบ พลางทวนชื่อของบุคคลในภาพ
เขาเซ็ตผมเรียบตึง มีหนวดเคราครึ้มรอบคาง และคาบบุหรี่ไว้ที่มุมปาก ชายผู้นี้คือหัวหน้าแก๊งโอ๊ก ลูคัส พาร์
"ขอโทษด้วย ที่สถานีรีไซเคิลของเราไม่มีคนชื่อนี้" ลูคัสวางภาพลง แล้วผลักมันไปข้างหน้า กล่าวกับชายร่างอ้วนอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามว่า "สารวัตรฮาเซ็ม แกมาผิดที่แล้ว"
ชายร่างอ้วนสวมเสื้อคลุมเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้ม บนบ่าซ้ายติดเครื่องหมายบอกตำแหน่งสารวัตร แขนขวามีปลอกแขนพื้นดำอักษรขาวรูปตัว "X" และสวมหมวกตำรวจทรงกลม
ข้างหลังเขายืนด้วยท่าทางเคร่งขรึมของทหารสองนาย เมื่อได้ยินคำพูดของลูคัส ทั้งคู่ก็ดึงปืนรูเกอร์จากซองข้างเอว เล็งไปที่หัวลูคัสทันที
ลูคัสหลุบตาต่ำ สูบบุหรี่ต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน
สารวัตรฮาเซ็มหัวเราะเบาๆ แล้วยกมือส่งสัญญาณให้ทหารเก็บปืน
"ลูคัส นายไม่จำเป็นต้องฟังคำพูดไร้สาระจากฉันให้เสียเวลา" น้ำเสียงของเขาแหลมและฟังดูแปลกประหลาด "หมอนี่ไม่ได้แค่ถูกจับเพราะลักลอบขายสุราเถื่อน เขาฆ่านักโทษสิบเอ็ดราย และตำรวจอีกเก้าคน รวมถึงหัวหน้าตำรวจระดับสองดาวด้วย"
เขาชักหมายจับลับออกมาฉบับหนึ่ง แล้ววางลงบนโต๊ะ
เพียะ!
"ที่สำคัญกว่านั้นคือ หมอนี่ขัดขวางแผนงานสำคัญของแผนกชำระล้าง และขโมยวัตถุสำคัญไป...เรื่องนี้ นายลูคัสรับผิดชอบไม่ได้ แก๊งโอ๊ครับผิดชอบไม่ได้ ตระกูลลูอิสของนายก็รับผิดชอบไม่ได้เหมือนกัน ถ้าอยากตาย ฉันก็ยินดีจัดให้"
ลูคัสฟังคำพูดของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าท่าทางไม่แยแส เขาดีดเถ้าบุหรี่ออกเบาๆ
เขาไม่รู้จักจิลัน อีลอสอีกหรือ?
ไอ้หนูนั่นเข้าร่วมแก๊งโอ๊กตั้งแต่อายุสิบหก ผ่านไปสี่ปีจนตอนนี้ ยังเป็นแค่ลูกกระจ๊อกธรรมดา ถ้ามันมีปัญญาฆ่าคนในกรมตำรวจได้มากขนาดนี้ เขาจะกินที่เขี่ยบุหรี่ให้ดูเดี๋ยวนั้นเลย
ในใจเขาสบถอย่างหงุดหงิด "ไอ้อ้วนบ้านี่คิดว่าเขาเป็นเด็กสามขวบหรือไง ถึงจะกลัวโดนขู่แบบนี้"
แต่เมื่อสายตาเขาเผลอมองไปที่หมายจับบนโต๊ะ
เพียงแค่ชำเลือง เขาก็เปลี่ยนสีหน้าโดยพลัน
เพราะบนนั้นมีคำว่า "แผนกชำระล้างอนุมัติ" ประทับไว้ ยังมีตราประทับของฝ่ายประชาสัมพันธ์และกองบัญชาการอีกด้วย และที่ทำให้ลูคัสตะลึงที่สุด คือชื่อผู้ลงนามด้านล่าง สตาเวน ลอติโต
สตาเวน คือตัวรัฐมนตรีฝ่ายประชาสัมพันธ์ของจักรวรรดิบราเมอ!
ลูคัสไม่เคยคาดคิดเลยว่า แค่ลูกน้องระดับล่างของแก๊งตัวเอง จะไปพัวพันกับเรื่องใหญ่โตถึงขนาดนี้ ถึงขั้นทำให้แผนกชำระล้างโกรธจัด และเรื่องลามถึงรัฐมนตรีฝ่ายประชาสัมพันธ์!
"ไอ้หมอนั่นขโมยอะไรมาจากกรมตำรวจกันแน่วะ ถึงได้สร้างปัญหาใหญ่ขนาดนี้!" ลูคัสคิดในใจอย่างร้อนรน "โชคยังดีที่ฉันมีสายตาเฉียบไว ให้แรนดอล์ฟล่อมันกลับมากักตัวไว้ก่อนแล้ว"
ตอนนี้ ความอวดดีของเขาอันตรธานไปหมดสิ้น เหลือแต่ความกังวลเต็มอก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แก๊งโอ๊กสามารถฝ่าฝืน "กฎห้ามสามประการ" ได้ ทั้งหมักและขายสุราเถื่อน รวมถึงค้าของต้องห้าม ก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลลูอิส
ผู้นำตระกูลลูอิสในปัจจุบัน เรย์ตัน ลูอิส เคยดำรงตำแหน่งสูงใน "สมาพันธ์พาณิชย์จักรวรรดิ" และยังเป็นบารอน ผู้มีเชื้อสายขุนนางอย่างแท้จริง
หลังจากเขาวางมือจากตำแหน่ง ก็กลับมาใช้ชีวิตที่เมืองแบล็กรัค ทำให้สถานีตำรวจ
โพลิสรูทเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นพฤติกรรมของแก๊งโอ๊ก
แต่ครั้งนี้ เรื่องใหญ่เกินกว่าที่แม้แต่ตระกูลลูอิสก็ช่วยไม่ได้!
"นี่มัน..."
หัวหน้าแก๊งโอ๊กลูคัสล้วงผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่ผุดขึ้นมาไม่หยุด
"ส่งตัวมา" เสียงแหลมของสารวัตรฮาเซ็มยังคงกดดันต่อ "และตามหาม้วนนั้นให้เจอ ส่งมอบกลับมาแบบสมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นรับผลที่จะตามมาให้ดี"
"จิลันเป็นคนของแก๊งโอ๊ก ก็คือพี่น้องของลูคัสคนนี้" ลูคัสกัดฟันตอบ ดวงตาจ้องอีกฝ่ายแน่วแน่ "แก๊งโอ๊กไม่มีทางหักหลังพี่น้องตัวเอง"
"คืนวันพุธถึงศุกร์ เวลา 1 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม ถนนโพลิสรูท, ถนนฮาร์เดนฟีลด์ และถนนแบล็กบาเรล จะไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจจับสุราออกลาดตระเวน"
สารวัตรร่างอ้วนกล่าวเสียงเรียบ
"ตกลง!" ดวงตาลูคัสเป็นประกายดีใจ ตบมือดังฉาด
เดิมเขาก็เตรียมจะโละจิลันซึ่งกลายเป็นของร้อนทิ้งอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะสามารถเจรจาแลกผลประโยชน์จากกรมตำรวจได้อีก ใจก็ยิ่งเย้ยหยันไอ้หนุ่มนั่นเข้าไปใหญ่
"ขอเวลาอีกสองวัน ฉันจะเค้นปากมันให้ได้ และเอาสิ่งของสำคัญที่ทางคุณหายไปกลับมาให้แน่นอน" ลูคัสพูดอย่างหนักแน่น "ไอ้สารเลวกล้าทำเรื่องบัดซบขนาดนี้ สมควรตายจริงๆ!"
ด้านนอกหน้าต่างสำนักงาน
เด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดหมวกนิ่ม ย่อตัวลงอย่างรวดเร็ว มือถือบัญชีรายรับไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือด
"พี่จิลันกำลังตกอยู่ในอันตราย!" เขาพึมพำเสียงสั่น...
..........