- หน้าแรก
- เปิดระบบหมื่นปี ข้าจะโค่นตำนานถังซาน
- บทที่ 25 ถึงข้าจะไม่มีสายเลือดโจโฉ แต่ข้าก็สืบทอดเจตนารมณ์ของโจโฉมา!
บทที่ 25 ถึงข้าจะไม่มีสายเลือดโจโฉ แต่ข้าก็สืบทอดเจตนารมณ์ของโจโฉมา!
บทที่ 25 ถึงข้าจะไม่มีสายเลือดโจโฉ แต่ข้าก็สืบทอดเจตนารมณ์ของโจโฉมา!
อวี้เสี่ยวกันกระแอมไอสองทีก่อนจะกล่าวว่า "เสี่ยวเทียน กรณีของเจ้านั้นเป็นข้อยกเว้น โดยทั่วไปแล้ววิญญาณจารย์ปกติยากที่จะดูดซับวงแหวนวิญญาณสี่ร้อยปีได้ ไม่ต้องพูดถึงวงแหวนวิญญาณพันปีแบบเจ้าเลย
อย่างไรก็ตาม เจ้าช่วยจุดประกายความคิดให้ข้าจริงๆ ในบรรดาทฤษฎีหลักทั้งสิบข้อของข้า ข้าไม่ได้ระบุปัจจัยเรื่องสมรรถภาพร่างกายลงไป นั่นเป็นเพราะข้าเชื่อว่าด้วยวัยเพียงเท่านี้ พวกเจ้าไม่มีทางทำถึงระดับนั้นได้ เพราะ... แม้แต่ศิษย์ของสำนักใหญ่ๆ ก็ยังทำไม่ได้!"
ประโยคสุดท้ายนี้ อันที่จริงอวี้เสี่ยวกันพูดเพื่ออธิบายให้ถังซานฟัง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้ถังซานดูดซับวงแหวนวิญญาณพันปี แต่ร่างกายของถังซานในตอนนั้นยังห่างชั้นกับสิ่งที่เขาคาดหวังไว้พอสมควร
แล้วถังซานจะพูดอะไรได้? ถ้าทำได้ เขาก็อยากลองดูดซับวงแหวนวิญญาณระดับสูงในวงแหวนที่สามเหมือนกัน เขาไม่อยากถูกเสี่ยวเทียนทิ้งห่างไปมากกว่านี้ ช่องว่างระหว่างพวกเขามันกว้างเกินไปแล้ว
ไม่นานนัก สี่ปีก็ผ่านไป ในที่สุดเสี่ยวเทียนและอีกสองคนก็กำลังจะจบการศึกษาจากโรงเรียนนั่วติง
สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคือในช่วงสี่ปีมานี้
หลังจากเสี่ยวเทียนมีพลังวิญญาณถึงระดับสามสิบ เขาก็เอ่ยปากลาถังซานและคนอื่นๆ โดยอ้างว่าจะออกไปหาวงแหวนวิญญาณวงที่สาม
เดิมทีอวี้เสี่ยวกัน เสี่ยวอู่ และถังซานต้องการจะตามไปด้วย แต่เสี่ยวเทียนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยทันที
เขามีวงแหวนวิญญาณประทานจากเทพที่ระบบมอบให้ จึงไม่จำเป็นต้องไปล่าสัตว์วิญญาณ เขาแค่ต้องการใช้โอกาสนี้ปลีกตัวจากถังเฮ่าเพื่อไปที่หมู่บ้านหัตถ์วิญญาณ
(ก่อนหน้านี้มีผู้อ่านหลายท่านทักท้วงว่าถังเฮ่าไม่น่าจะรู้จักค่ายกล ดังนั้นข้าจึงขอแก้ไขตรงนี้สักหน่อย~~)
หึหึ
เสี่ยวอู่แอบมาหาเขา ยืนกรานจะขอตามไปด้วยให้ได้ ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ตาม จนเสี่ยวเทียนจนปัญญา ได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเคร่งขรึมว่า
"ครั้งนี้ข้ามีเรื่องสำคัญมากต้องไปทำ ข้าจำเป็นต้องไปคนเดียว เจ้าต้องอยู่ที่นี่คอยจับตาดูถังซานไว้ เมื่อไหร่ที่เจ้ามีความจริงใจต่อข้า ข้าจะบอกเจ้าเอง"
เปรี้ยง!
ประโยคสั้นๆ นี้ทำให้ใบหน้าของเสี่ยวอู่ซีดเผือดลงทันตา
เสี่ยวอู่ไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเสี่ยวเทียน
ความจริงใจ?
นางมีเรื่องอะไรที่ไม่จริงใจงั้นหรือ? หลายปีที่อยู่ด้วยกันมา นอกจากตอนนอนแล้ว เวลาที่เหลือพวกเขาก็แทบจะตัวติดกันตลอด มีเรื่องอะไรที่เสี่ยวเทียนจะไม่รู้บ้าง?
ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเพียงข้อสรุปเดียว: เสี่ยวเทียนมองออกแล้วว่านางคือสัตว์วิญญาณแสนปีจำแลงกายมา!
เรื่องนี้ทำให้เสี่ยวอู่สับสนเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของเสี่ยวเทียนยังไม่ถึงระดับราชทินนามพรหมยุทธ์อย่างเห็นได้ชัด แล้วทำไมเขาถึงมองออกล่ะ?
เสี่ยวอู่คลายมือที่กำชายเสื้อของเสี่ยวเทียนออก
เสี่ยวเทียนอาศัยโอกาสนี้ออกจากเมืองนั่วติงทันทีภายใต้ความมืดมิดยามราตรี
การเดินทางราบรื่นไร้อุปสรรค เสี่ยวเทียนมาถึงภูเขาหลังหมู่บ้านหัตถ์วิญญาณอย่างง่ายดาย และพบกล่องที่บรรจุกระดูกวิญญาณขาขวาจักรพรรดิเงินครามแสนปีซ่อนอยู่หลังก้อนหิน
และในถ้ำที่เปียกชื้นบนภูเขาหลังหมู่บ้าน เขาก็พบหญ้าเงินครามที่มีลวดลายสีทอง ไม่ต้องคิดเลย นี่คือจักรพรรดิเงินครามอาอิ๋น น่าเสียดายที่หลังจากนางสังเวยตัวเอง ตอนนี้นางเป็นเพียงหญ้าเงินครามร้อยปีธรรมดาต้นหนึ่งเท่านั้น
เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปข้างกายอาอิ๋นแล้วนั่งยองๆ ลง "อาอิ๋น ท่านคงไม่อยากอยู่ในถ้ำที่หนาวเหน็บและเปียกชื้นนี้ไปตลอดชีวิตหรอกใช่ไหม? ตอนนี้ทั้งถังซานและถังเฮ่าต่างก็อยู่ที่เมืองนั่วติง และไม่ได้กลับมาที่นี่หลายปีแล้ว ให้ข้าพาท่านไปรวมญาติกับพวกเขาดีไหม?"
แม้าร่างต้นของอาอิ๋นจะเป็นเพียงหญ้าเงินครามร้อยปี แต่จิตสำนึกของนางยังคงอยู่ เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเทียนต้องการจะพานางไป นางจึงแสดงปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงทันที
นางใช้ใบหญ้าเงินครามพันรอบมือของเสี่ยวเทียนไม่หยุด พยายามขัดขวางการกระทำของเขา
น่าเสียดาย หญ้าเงินครามก็คือหญ้าเงินคราม อาอิ๋นในตอนนี้ไม่มีพลังโจมตีหรือควบคุมใดๆ ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้อาอิ๋นก่อความวุ่นวายในอุปกรณ์วิญญาณของเขา เสี่ยวเทียนจึงกล่าวเตือนสติ
"อาอิ๋น ท่านน่าจะสัมผัสได้ตอนที่ข้ามาที่หมู่บ้านหัตถ์วิญญาณพร้อมกับถังซานคราวก่อน ตอนนี้ข้าเป็นเพื่อนของถังซาน การอยู่กับข้า ท่านก็สามารถเฝ้ามองถังซานได้ตลอดเวลา ไม่ดีหรือไง?
อีกอย่าง ท่านไม่สงสัยหรือว่าถังซานไปเอาวิชาประหลาดพวกนั้นมาจากไหน? ท่านคิดจริงๆ หรือว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่เรียนรู้ทักษะวิญญาณเหล่านั้นได้ก่อนจะปลุกวิญญาณยุทธ์? มันเป็นไปไม่ได้! แล้วก็เรื่องที่ท่านสังเวยตัวเองให้ถังเฮ่าในตอนนั้น ท่านคิดจริงๆ หรือว่าเป็นอุบัติเหตุ? ข้าต้องขอบอกเลยว่า ท่านเสียทีที่เกิดมาหลายหมื่นปีจริงๆ โตแต่ตัวแต่สมองไม่โตตามเลยนะ!"
ตูม!
หัวสมองเล็กๆ ของอาอิ๋นแทบระเบิด โอ๊ะ ลืมไป ตอนนี้นางไม่มีหัว
ไม่จริง!
คนคนนี้เป็นใครกันแน่!
ดูเหมือนเขาจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนั้นอย่างละเอียด และประเด็นที่เขาชี้ให้เห็นเกี่ยวกับถังซานและถังเฮ่าก็สร้างแรงสั่นสะเทือนในใจนางทันที
สองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่นางไม่อยากนึกถึง แต่ตอนนี้กลับถูกขุดขึ้นมาพูดตรงๆ
อาอิ๋นเงียบเสียงลงทันที การเคลื่อนไหวของใบหญ้าก็หยุดชะงัก
นางไม่สัมผัสถึงเจตนาร้ายจากเสี่ยวเทียน บางทีการอยู่ข้างกายเขา อาจทำให้นางรู้ความจริงก็ได้?
เสี่ยวเทียนเห็นอาอิ๋นเอนตัวมาทางเขาเล็กน้อย ก็รู้ทันทีว่านางตกลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากเสี่ยวเทียนล่วงรู้ความคิดในใจของอาอิ๋น เขาคงได้แต่พูดว่า "ขนาดการคำนวณร้ายลึกของถังเฮ่าในตอนนั้นท่านยังสัมผัสไม่ได้ แล้วท่านจะมาสัมผัสเจตนาของข้าได้ยังไง?!"
แม้ตัวเขาเองจะไม่ได้มีเจตนาร้ายจริงๆ แต่ด้วยระบบที่มี ตราบใดที่มีเวลามากพอ เขาก็สามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดได้ในที่สุด
แทนที่จะปล่อยให้อาอิ๋นเลือนหายไป สู้ช่วยให้นางกลับคืนร่างมนุษย์แล้วมาเป็นภรรยาของเขาไม่ดีกว่ารึ?
ถึงข้าจะไม่มีสายเลือดโจโฉ
แต่ข้าก็สืบทอดเจตนารมณ์ของโจโฉมาอย่างเต็มเปี่ยม
ส่วนเรื่องจะทำให้อาอิ๋นตัดใจจากถังซานและถังเฮ่าได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป ยังไงเสียอาอิ๋นก็คงกลับคืนร่างมนุษย์ไม่ได้เร็วขนาดนั้นหรอก
[ติ๊ง โฮสต์ทำให้ระบบทึ่งอีกครั้ง สามารถสยบแก่นแท้แห่งชีวิตของดาวโต้วหลัว จักรพรรดิเงินครามอาอิ๋น ได้สำเร็จ ทริกเกอร์รางวัลคริติคอล]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับวิธีใช้งาน "สัญญาภูตวิญญาณ: พันธสัญญาเสมอภาค" และวิชา "ย่อพสุธา"]
[สัญญาภูตวิญญาณ: พันธสัญญาเสมอภาค - สามารถทำสัญญากับสัตว์วิญญาณ ภูตวิญญาณจะมอบวงแหวนวิญญาณให้แก่โฮสต์ และการเพิ่มความแข็งแกร่งของโฮสต์จะช่วยยกระดับภูตวิญญาณไปด้วย นอกจากนี้ หากโฮสต์เสียชีวิต สัญญาภูตวิญญาณจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ (สัตว์วิญญาณไม่ตายตาม)]
[วิชาย่อพสุธา - เมื่อฝึกฝนสำเร็จ จะสามารถย่อระยะทางเชิงมิติได้อย่างมหาศาล ดูเหมือนก้าวเพียงก้าวเดียว แต่ความจริงสามารถข้ามระยะทางไกลโพ้น ทำให้เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว]
เชี่ย!
เชี่ย!
เชี่ย!
สัญญาภูตวิญญาณอันแรกไม่ต้องพูดถึง มันคือพันธสัญญาที่เท่าเทียมและได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญคือความตายของวิญญาณจารย์จะไม่ทำให้ภูตวิญญาณตายตามไปด้วย ซึ่งเป็นการรักษาสิทธิของสัตว์วิญญาณไว้ได้ระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม การทำสัญญากับสัตว์วิญญาณไม่ใช่เรื่องง่าย
สัตว์วิญญาณทั่วไปต้องบำเพ็ญเพียรถึงหมื่นปีขึ้นไปจึงจะมีสติปัญญาคล้ายมนุษย์ พวกที่ต่ำกว่าหมื่นปีส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณการฆ่า กิน และเลื่อนระดับเท่านั้น
เว้นแต่จะสามารถหาประมุขแห่งสัตว์วิญญาณหรือสัตว์ร้ายที่ทรงพลังอย่างตี้เทียนเจอ ไม่งั้นก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย