- หน้าแรก
- เปิดระบบหมื่นปี ข้าจะโค่นตำนานถังซาน
- บทที่ 24 เสี่ยวเทียนจอมเจ้าเล่ห์ เหงื่อตกพรากเลยนะพ่อคุณ
บทที่ 24 เสี่ยวเทียนจอมเจ้าเล่ห์ เหงื่อตกพรากเลยนะพ่อคุณ
บทที่ 24 เสี่ยวเทียนจอมเจ้าเล่ห์ เหงื่อตกพรากเลยนะพ่อคุณ
ภายในห้องทำงานของอวี้เสี่ยวกัน
คิ้วของอวี้เสี่ยวกันขมวดเข้าหากันจนเป็นเลขแปด ใบหน้าฉายแววตื่นตะลึงและสับสนงุนงงอย่างถึงที่สุด
"เสี่ยวเทียน ตอนนี้เจ้าบอกข้าได้หรือยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมความแข็งแกร่งของเจ้าถึงพัฒนาได้รวดเร็วขนาดนี้ แล้วทำไมวงแหวนวิญญาณสองวงแรกของเจ้าถึงเป็นระดับพันปี?"
เสี่ยวเทียนมองท่าทีร้อนรนกระวนกระวายของอวี้เสี่ยวกันแล้วลอบหัวเราะในใจ เขาอยากจะหาโอกาสแกล้งตาแก่นี่มานานแล้ว
ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็นใสซื่อแล้วกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ใหญ่ ที่จริงแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณคำชี้แนะของท่านนะครับ"
อวี้เสี่ยวกัน: ???
อิหยังวะ?
ข้าไปสอนเจ้าดูดซับวงแหวนวิญญาณพันปีสองวงตอนไหนกัน? ทำไมข้าไม่ยักรู้ว่าตัวเองเก่งขนาดนั้น?
เปรี้ยง!
ถังซานหันขวับมาจ้องมองอวี้เสี่ยวกันทันที สายตาเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ
เสี่ยวเทียนหมายความว่ายังไง?
หรือว่าท่านอาจารย์แอบติวเข้มให้เสี่ยวเทียนเป็นพิเศษโดยที่เขาไม่รู้เรื่องงั้นรึ?
ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาอำมหิตจางๆ จากถังซาน อวี้เสี่ยวกันรู้สึกกดดันอย่างหนักจึงรีบกล่าวแก้ต่าง "เสี่ยวเทียน อย่ามาล้อเล่นนะ ข้าไปสอนเจ้าดูดซับวงแหวนพันปีตอนไหน?"
เสี่ยวเทียนหัวเราะอย่างชั่วร้ายในใจ ก่อนจะรีบทำหน้าตาตื่นอธิบาย
"ท่านอาจารย์ใหญ่ ถังซาน พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว ท่านอาจารย์ใหญ่ไม่ได้สอนให้ข้าดูดซับวงแหวนพันปีโดยตรงหรอก นี่เป็นสิ่งที่ข้าทำเอง"
เฮ้อ~
เมื่อได้ยินเสี่ยวเทียนพูดเช่นนี้ ทั้งสองคนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
อวี้เสี่ยวกัน: ค่อยยังชั่ว ตกใจแทบตาย นึกว่าถังเฮ่าจะโผล่มาทุบหัวข้าซะแล้ว
ถังซาน: มันต้องอย่างนี้สิ เขาเป็นศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์จะไปสอนพิเศษให้เสี่ยวเทียนลับหลังได้ยังไง?
"แต่ว่า... ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านเป็นคนสอนข้าเรื่องวิธีใช้ปราณกระบี่และเจตจำนงแห่งกระบี่ให้ดียิ่งขึ้นไม่ใช่หรือครับ? ท่านจำได้ไหมที่ท่านบอกว่า ในชีวิตประจำวันให้ลองพยายามใช้เจตจำนงแห่งกระบี่คลุมไว้ทั่วร่างกายให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจในวิถีดาบและยังช่วยเพิ่มพูนความแข็งแกร่งได้?"
อวี้เสี่ยวกัน: ???
เอ๊ะ? ข้าเคยพูดแบบนั้นด้วยเหรอ?
เขาเคยให้คำแนะนำง่ายๆ กับเสี่ยวเทียนบ้างก็จริง แต่เนื่องจากเขาไม่ใช่ผู้บำเพ็ญดาบ เขาจึงแค่พูดถึงมุมมองของตัวเองผสมกับการคาดเดา โดยใช้เสี่ยวเทียนเป็นหนูทดลองเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีของเขาเท่านั้น
หรือว่าเขาจะเคยพูดออกไปจริงๆ?
ตอนนั้นเสี่ยวเทียนเป็นแค่เด็กหกขวบ คงไม่เจ้าเล่ห์ถึงขนาดกุเรื่องมาหลอกเขาตอนนี้หรอกมั้ง?
ดังนั้น...
อวี้เสี่ยวกันทำได้เพียงกัดฟันพยักหน้า ส่งยิ้มแข็งทื่อกลับไป "อ่า ใช่ ข้าจำได้ แล้วไงต่อ? เจ้าคงไม่ได้จะบอกว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้เจ้าพัฒนาเร็วขนาดนี้หรอกนะ?"
ใบหน้าของถังซานเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทำหน้านิ่งเหมือนโป๊กเกอร์เฟซ มองสลับไปมาระหว่างเสี่ยวเทียนกับอวี้เสี่ยวกัน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
"ใช่ครับๆ ท่านอาจารย์ใหญ่ฉลาดจริงๆ!"
อวี้เสี่ยวกัน: "..."
"ตอนนั้นข้าทำตามคำแนะนำของท่าน โดยการปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ออกมาคลุมร่างกายในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด พอนานวันเข้า ข้าก็พบว่าตัวเองมีความเข้าใจในวิถีดาบลึกซึ้งขึ้นจริงๆ
ที่สำคัญที่สุด ข้าสัมผัสได้ว่าสมรรถภาพร่างกายของข้าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และความเร็วในการบำเพ็ญเพียรพลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด! ดูเหมือนว่าการพัฒนาของเจตจำนงแห่งกระบี่จะช่วยส่งเสริมระดับพลังวิญญาณด้วย"
เสี่ยวเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ดังนั้น ข้าเลยกล้าเสี่ยงดูดซับวงแหวนวิญญาณพันปีเป็นวงแรก แต่พูดตามตรงนะ ก็เพราะโชคช่วยด้วยแหละ เดิมทีข้าแค่กะจะหาสัตว์วิญญาณอายุสามสี่ร้อยปี ข้าเลยไม่ได้ขอให้ครูที่โรงเรียนช่วย เพราะสัตว์วิญญาณร้อยปีข้าจัดการเองได้สบายๆ อยู่แล้ว
แต่ข้าโชคดีมาก ระหว่างทางข้าไปเจอสัตว์วิญญาณประเภทหนอนไหมที่เพิ่งจะมีอายุครบพันปีพอดี และกำลังใกล้ตาย ข้าจำได้ว่าท่านอาจารย์ใหญ่เคยบอกว่าสัตว์วิญญาณประเภทหนอนไหมโดยทั่วไปจะอ่อนแอมาก และมักจะให้ทักษะวิญญาณที่เกี่ยวกับการเพิ่มพลังวิญญาณ ข้าก็เลย..."
หลังจากฟังคำอธิบายของเสี่ยวเทียน ทั้งสามคนในห้องต่างอ้าปากค้าง ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ?
ในเวลานี้ อวี้เสี่ยวกันสับสนกับการกระทำบ้าบิ่นของเสี่ยวเทียนจนเริ่มสงสัยในชีวิตตัวเอง เขาศึกษทฤษฎี... ไม่สิ วิจัยมาทั้งชีวิต เพิ่งจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก
หรือว่าเฉินซินแห่งวิถีกระบี่ก็ฝึกฝนด้วยวิธีนี้เหมือนกัน?
อวี้เสี่ยวกันมีความคิดแวบหนึ่งว่าจะไปลองถามดู แต่ก็รีบปัดตกไป เขาประเมินว่าระดับเฉินซินคงไม่ลดตัวลงมาคุยกับเขาหรอก
"เสี่ยวเทียน ทำไมตอนนั้นเจ้าถึงวู่วามขนาดนั้น? ต่อให้สัตว์วิญญาณหนอนไหมจะอ่อนแอ แต่สัตว์พันปีก็คือสัตว์พันปี อูฐผอมยังไงก็ตัวใหญ่กว่าม้า หากเจ้าพลาดขึ้นมาล่ะ? ไม่กลัวตัวระเบิดตายหรือไง?"
ถังซานถามด้วยความสงสัย สายตาลึกล้ำ ภายในใจรู้สึกไม่สมดุลอย่างยิ่ง
ถังซาน: 'ทำไมเสี่ยวเทียนถึงโชคดีขนาดนั้น บังเอิญไปเจอสัตว์วิญญาณหนอนไหมใกล้ตายเนี่ยนะ? ทำไมมันไม่ตัวระเบิดตายไปซะตอนดูดซับวงแหวนแรก!'
เสี่ยวเทียนยิ้มอย่างไร้พิษภัยแล้วกล่าวว่า "อันที่จริง ข้าค่อนข้างมั่นใจนะ ตอนนั้นเจ้าบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเจ้าใช้เวลาแค่นาทีเดียวในการดูดซับวงแหวนแรก?
ก่อนดูดซับวงแหวนวิญญาณ ร่างกายของข้าก็น่าจะพอๆ กับเจ้า และหลังจากขัดเกลาร่างกายด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่ ข้าก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น
แต่จะว่าไป ข้าก็โชคดีจริงๆ นั่นแหละ ข้าใช้เวลาเกือบทั้งวันกว่าจะดูดซับเจ้าหนอนไหมหยกครามนั่นสำเร็จ ต้องยอมรับเลยว่าสัตว์วิญญาณพันปีดูถูกไม่ได้จริงๆ"
หลังจากเสี่ยวเทียนพูดจบ ความขุ่นเคืองในใจของถังซานก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
แน่นอนว่าไม่ได้โกรธเสี่ยวเทียน แต่โกรธอวี้เสี่ยวกัน
อวี้เสี่ยวกัน ในฐานะอาจารย์ กลับไม่ยอมตรวจสอบร่างกายของเขาให้ดีก่อนดูดซับวงแหวนวิญญาณวงแรก
ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า ตอนนั้นเขามีศักยภาพมากพอที่จะดูดซับสัตว์วิญญาณที่มีอายุมากกว่านั้นได้!
ต่อให้ไม่โชคดีเท่าเสี่ยวเทียนที่ดูดซับระดับพันปีได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะรับไหวสักแปดเก้าร้อยปีไม่ใช่หรือ?
วงแหวนที่สองของเขามาจากเถาวัลย์ปีศาจหกร้อยปี ตอนดูดซับเขาก็ไม่ได้ใช้เวลานานมากนัก
ตอนนี้ถังซานเต็มไปด้วยความเสียดาย
"ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านมักจะบอกพวกเราไม่ใช่หรือคะว่าขีดจำกัดทางทฤษฎีของการดูดซับวงแหวนวิญญาณมีอยู่ วงแรกห้ามเกิน 423 ปี และวงที่สองห้ามเกิน 764 ปี"
เสียงใสที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเสี่ยวอู่ดังแทรกขึ้นมา
เชี่ย!
เสี่ยวเทียนอดไม่ได้ที่จะยกย่องเสี่ยวอู่ในใจ ช่างเป็นการส่งลูก (Assist) ที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองจริงๆ!
"แล้วเจ้าด้วย เสี่ยวเทียน ตอนเจ้าไปหาวงแหวนวิญญาณแรก ทำไมไม่เรียกพวกเราไปด้วย? ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตรายแค่ไหน! แล้วเจ้าก็รู้อยู่เต็มอกว่าวงแหวนแรกรับได้แค่ระดับร้อยปี ทำไมถึงยังดันทุรังจะเอาระดับพันปีให้ได้?"
เสี่ยวอู่โกรธจริงๆ
กันไว้ดีกว่าแก้ เกิดเสี่ยวเทียนโชคร้ายตายไปจะทำยังไง?
แถมยังไปดูดซับวงแหวนวิญญาณคนเดียว ใช้เวลาตั้งค่อนวัน เสี่ยวอู่รู้สึกว่ามันปาฏิหาริย์มากที่เสี่ยวเทียนไม่โดนสัตว์วิญญาณตัวอื่นจับกินไปซะก่อน!
เสี่ยวเทียน: "..."
เมื่อมองดูสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของเสี่ยวอู่ หัวใจของเสี่ยวเทียนก็อบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
แต่สีหน้าของอวี้เสี่ยวกันกลับแข็งค้าง เมื่อต้องเผชิญกับสายตาของทั้งสามคน โดยเฉพาะสายตาจากถังซานผู้เป็นศิษย์รัก เขาถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก
เสี่ยวเทียนมองดูสีหน้าของอวี้เสี่ยวกันในเวลานี้ด้วยความสะใจอย่างยิ่ง เหงื่อแตกเลยนะพ่อคุณ!
ตลอดสองปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะหาประโยชน์จากเขา เสี่ยวเทียนต้องทนฟังอวี้เสี่ยวกันบ่นเรื่องทฤษฎีการใช้ดาบมั่วซั่ว และที่น่าโมโหที่สุดคือการบังคับให้เขาวิ่งรอบสนามทุกวัน!
เสี่ยวเทียนพูดไม่ออกจริงๆ วิ่งไปแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรฟะ?