เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 หรือนี่จะเป็นหนึ่งในสามภาพลวงตาของชีวิต... นางมีใจให้ข้า?

บทที่ 26 หรือนี่จะเป็นหนึ่งในสามภาพลวงตาของชีวิต... นางมีใจให้ข้า?

บทที่ 26 หรือนี่จะเป็นหนึ่งในสามภาพลวงตาของชีวิต... นางมีใจให้ข้า?


ความสนใจของเสี่ยวเทียนพุ่งเป้าไปที่รางวัลที่สองเป็นหลัก

วิชาย่อปฐพี!

เจ้าระบบนี่เอาจริงดิ?

หากเขาฝึกฝนวิชานี้จนเชี่ยวชาญ ทั่วทั้งทวีปโต้วหลัวจะมีที่ไหนที่เขาไปไม่ได้อีก?

ตราบใดที่พลังวิญญาณเพียงพอ ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ก็คงไล่ตามเขาไม่ทันใช่ไหม?

ระบบ!

เจ้าคือพ่อบังเกิดเกล้าของข้าจริงๆ!

ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวเทียนยอมรับอย่างเต็มปากเต็มคำว่าระบบคือพ่อของเขา!

เมื่อเทียบกับรางวัลที่ระบบมอบให้ การเรียกแบบนี้ไม่ได้ทำให้เขาเสียเนื้อเถือหนังตรงไหน อีกอย่างในชาติก่อนตอนอยู่หอพักมหาวิทยาลัย เขาก็เรียกรูมเมทแบบนี้ประจำอยู่แล้ว

อิอิ

ด้วยอานิสงส์จากการที่เสี่ยวเทียนมีความสามารถในการทำความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น ทำให้เขาเรียนรู้วิชาย่อปฐพีนี้ได้ทันทีระหว่างเดินทางจากหมู่บ้านหัตถ์วิญญาณกลับไปยังเมืองนั่วติง

ในแง่ของการใช้พลังวิญญาณ มันยังนับว่าเป็นภาระสำหรับเขาในตอนนี้อยู่บ้าง แต่สำหรับการเคลื่อนที่ระยะสั้น พลังวิญญาณที่ใช้ไปก็นับว่าน้อยมาก

เมื่อกลับมาถึงโรงเรียนนั่วติง ฟ้าก็มืดลงอีกครั้ง

เสี่ยวเทียนมองเสี่ยวอู่ที่แกล้งหลับอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มบางๆ สงสัยว่าคำพูดที่เขาพูดไปเมื่อไม่กี่วันก่อนจะมีผลกระทบกับเสี่ยวอู่มากเกินไปหรือเปล่านะ

เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ถังซานออกไปฝึกเนตรปีศาจสีม่วง เสี่ยวอู่ก็ลุกพรวดจากเตียงทันที โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง นางลากเสี่ยวเทียนไปที่มุมลับตาคน

"เสี่ยวเทียน เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าข้าคือสัตว์วิญญาณแสนปีที่จำแลงกายเป็นมนุษย์?"

ดวงตาของเสี่ยวอู่แดงก่ำ บ่งบอกชัดเจนว่านางไม่ได้นอนมานานแล้ว

ความจริงแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางคิดจะบอกเสี่ยวเทียนเรื่องที่นางเป็นสัตว์วิญญาณจำแลงกายมาตลอด เพราะนางอยากบอกเหตุผลว่าทำไมนางถึงเกลียดสำนักวิญญาณยุทธ์ แต่นางก็ก้าวข้ามความกลัวในใจไม่ได้สักที

เมื่อเห็นเสี่ยวอู่เปิดอกพูดตรงๆ เสี่ยวเทียนก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย "ข้าเคยบอกไปแล้วไง ว่าข้ารู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้า เชื่อข้าหรือยัง? อีกอย่าง ข้าก็ให้เวลาเจ้าแล้ว ทำไมเจ้าถึงไม่เลือกที่จะหนีไปล่ะ?"

"ข้าเชื่อเจ้า! เจ้าพูดอะไรข้าก็เชื่อ ข้าคิดทบทวนมานานแล้ว และเพราะข้าเชื่อใจเจ้า ข้าถึงไม่หนีไปจากโรงเรียนนั่วติง ข้าต้องการคำตอบ ต่อให้ต้องแลกด้วยความตาย ข้าก็ไม่มีอะไรจะเสียใจอีก"

เสี่ยวอู่หลับตาลง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับพร้อมจะยอมรับชะตากรรมทุกอย่างจากเขา

เสี่ยวเทียน: ...

เชี่ย!

นี่คือเสี่ยวอู่ หนึ่งในพวกคลั่งรักระดับตัวแม่ของโต้วหลัวจริงๆ สินะ?

พูดตามตรง การกระทำของเสี่ยวอู่ทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ นางเชื่อใจเขาขนาดนั้นเลยเหรอ?

ข้านี่มันสมควรตายจริงๆ!

เสี่ยวเทียนมองท่าทางบอบบางและน่าสงสารของเสี่ยวอู่ในตอนนี้ แล้วรู้สึกเจ็บปวดในใจเล็กน้อย

ดูเหมือนว่าโดยไม่รู้ตัว เสี่ยวอู่จะตกหลุมรักเขาเข้าแล้วหรือเปล่า?

นี่คงไม่ใช่หนึ่งในสามภาพลวงตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายหรอกนะ?

เสี่ยวเทียนยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มของเสี่ยวอู่โดยไม่รู้ตัว แล้วยิ้มกล่าวว่า "เจ้านี่มันโง่จริงๆ ถ้าข้าอยากได้วงแหวนวิญญาณของเจ้าจริงๆ ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีเวลาหนีทำไม? แต่ว่า... ก็โชคดีแล้วที่เจ้าไม่หนี"

เสี่ยวอู่ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง ประโยคของเสี่ยวเทียนดูย้อนแย้งชอบกล?

เสี่ยวเทียนเห็นความสับสนของเสี่ยวอู่ แต่เขาไม่ได้อธิบายอะไร

หากเขาบอกนางตอนนี้ว่าตัวตนของนางถูกถังเฮ่าล่วงรู้มานานแล้ว และทันทีที่นางมีความคิดจะหนีออกจากเมืองนั่วติง นางต้องถูกถังเฮ่าสังเกตเห็นแน่นอน

และก็นับว่าโชคดีที่ถังเฮ่าไม่ได้จับตามองโรงเรียนนั่วติงตลอดเวลา ไม่อย่างนั้น เสี่ยวเทียนคงไม่ปล่อยให้เสี่ยวอู่พูดประโยคแรกออกมาแน่ๆ

เพราะถ้าถังเฮ่ารู้ว่าเขาล่วงรู้ร่างที่แท้จริงของเสี่ยวอู่ เขาเองก็คงต้องหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนกัน

เสี่ยวเทียนเช็ดน้ำตาให้เสี่ยวอู่ รู้สึกทั้งระอาและขบขัน

"หลายปีมานี้ข้าบอกเจ้าตั้งกี่ครั้งแล้วว่าให้ทุ่มเทสมาธิไปที่การบำเพ็ญเพียร? แต่ข้ารู้สึกว่าเจ้าก็ยังคิดมากไม่เลิก เป็นไงล่ะ ถ้าเจ้าเดาผิดและข้าไม่ใช่คนที่เจ้าควรเชื่อใจ ป่านนี้เจ้าคงโดนทำลายวรยุทธ์และโดนข้าขังลืมไปแล้ว รู้ตัวบ้างไหม!"

หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ เสี่ยวอู่ไม่เพียงแต่ไม่สำนึก แต่กลับอดหัวเราะคิกคักออกมาไม่ได้

"แต่ข้าก็เลือกถูกแล้วไม่ใช่เหรอ?"

เสี่ยวเทียน: ...

จ้ะๆๆ แม่คนเก่ง เจ้าพูดอะไรก็ถูกหมดแหละ

การเป็นคนคลั่งรักมันก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อความรักนั้นมอบให้กับตัวเรา เพราะผู้หญิงแบบนี้จะเชื่อใจเราอย่างไม่มีเงื่อนไขและยอมทุ่มเทให้ทุกอย่าง

ในตอนนั้นเอง เสี่ยวอู่ก็ได้สติ "เสี่ยวเทียน งั้นแสดงว่าเจ้ารู้แต่แรกแล้วว่าข้าเป็นสัตว์วิญญาณแสนปี และเจ้าก็เดาได้ด้วยว่าทำไมข้าถึงเกลียดสำนักวิญญาณยุทธ์ใช่ไหม?"

มิน่าล่ะเสี่ยวเทียนถึงพูดประโยคนั้นออกมา ที่แท้เขาก็เดาได้ตั้งนานแล้ว...

เสี่ยวเทียนแปลกใจเล็กน้อย จู่ๆ เสี่ยวอู่ก็ฉลาดขึ้นมางั้นรึ?

ถึงจะเดาผิดประเด็นไปหน่อยก็เถอะ ฮ่าๆๆ

แต่เสี่ยวเทียนก็เล่นตามน้ำไป "ใช่ ข้าเดาว่าวงแหวนวิญญาณของคนในครอบครัวหรือเพื่อนเจ้า คงถูกคนของสำนักวิญญาณยุทธ์ดูดซับไปสินะ?"

จากนั้น เสี่ยวอู่ก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เสี่ยวเทียนฟัง และเสี่ยวเทียนก็รับฟังอย่าง 'ตั้งใจ' มาก

เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น "จริงๆ แล้ว เรื่องนี้ใช่ว่าจะไม่มีทางพลิกผัน ยังไงท่านแม่ของเจ้าก็เป็นสัตว์วิญญาณแสนปี ตราบใดที่ดวงจิตยังคงอยู่ ข้าเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะชุบชีวิตขึ้นมา"

"อะไรนะ! เจ้าพูดจริงเหรอ!"

เสี่ยวอู่ที่ได้ยินว่าแม่ของนางอาจจะฟื้นคืนชีพได้ ก็รีบคว้ามือเสี่ยวเทียนด้วยความตื่นเต้นทันที

"ความจริงมีเรื่องหนึ่งที่ข้าสงสัยมาก เจ้าบอกว่าเจ้าเห็นปิปิอตงดูดซับวงแหวนวิญญาณและกระดูกวิญญาณของแม่เจ้า แต่ตอนนั้นเจ้าแปลงกายเป็นมนุษย์ได้กี่ปีแล้ว? ระดับปิปิอตงที่เป็นราชทินนามพรหมยุทธ์จะไม่สังเกตเห็นเจ้าที่ซ่อนอยู่แถวนั้นเลยเหรอ?

และอีกอย่าง ภายหลังปิปิอตงยังช่วยฝังศพแม่เจ้าอย่างดี เจ้าคิดว่ามันสมเหตุสมผลไหม? ข้าว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ และคงต้องไปเจอปิปิอตงเพื่อไขข้อข้องใจนี้"

ตูม!

เสี่ยวอู่รู้สึกเหมือนสมองโล่งขึ้นทันตา ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่เสี่ยวเทียนพูดจริงๆ ปิปิอตงน่าจะพบนางในตอนนั้น แล้วทำไมถึงไม่จับนางล่ะ?

ปิปิอตงเป็นผู้มีวิญญาณยุทธ์คู่ และในเวลานั้นน่าจะยังมีช่องว่างสำหรับใส่วงแหวนวิญญาณอยู่

"เอาล่ะ พอได้แล้ว สรุปสั้นๆ คือเพื่อที่จะได้ไปเจอปิปิอตงและแม่ของเจ้าในอนาคต สิ่งที่ดีที่สุดที่เจ้าควรทำตอนนี้คือตั้งใจบำเพ็ญเพียร ดูเจ้าสิ มีพื้นฐานการบำเพ็ญเพียรตั้งแสนปี ถึงจะเสียพลังไปเยอะตอนแปลงร่างเป็นมนุษย์ แต่ความเร็วในการฝึกฝนก็ไม่น่าจะช้าขนาดนี้นะ นี่เจ้ายังเทียบข้าไม่ได้เลย"

เสี่ยวอู่: ...

อารมณ์โศกเศร้าของเสี่ยวอู่เมื่อครู่ถูกทำลายย่อยยับด้วยประโยคเดียวของเสี่ยวเทียน

"เสี่ยวเทียน! ไอ้คนปากเสีย! เจ้ามันพวกตายด้าน! พูดปลอบใจข้าหน่อยไม่ได้รึไง!"

เสี่ยวอู่ที่กำลังเดือดดาล เหวี่ยงลูกเตะเข้าใส่เอวของเสี่ยวเทียนทันที

"โอ๊ะๆๆ ตรงนี้เตะไม่ได้นะ นี่มันเกี่ยวข้องกับความสุขชั่วชีวิตของข้าเลยนะ"

เสี่ยวเทียนกระโดดถอยหลัง หลบลูกเตะของเสี่ยวอู่ได้อย่างง่ายดาย

ทว่าบทสนทนาของทั้งคู่ อาอิ๋นที่อยู่ในแหวนเก็บของของเสี่ยวเทียนได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ เป็นไปได้ยังไง...

หรือจะเป็นอย่างที่เสี่ยวเทียนพูดจริงๆ ว่าที่อาเฮ่ายังอยู่ที่เมืองนั่วติง ไม่ใช่แค่เพื่อแอบปกป้องเสี่ยวซาน แต่ยังเพื่อจับตาดูเสี่ยวอู่ด้วย?

ถ้าอย่างนั้น ตอนที่นางถูกสถานการณ์บีบคั้นให้ต้องสังเวยตัวเองให้ถังเฮ่า หรือนั่นจะเป็นแผนการของถังเฮ่าอย่างที่เสี่ยวเทียนพูด...

จบบทที่ บทที่ 26 หรือนี่จะเป็นหนึ่งในสามภาพลวงตาของชีวิต... นางมีใจให้ข้า?

คัดลอกลิงก์แล้ว