เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 เจี่ยตงซวีถูกเหยียนเจี๋ยกวงทุบหัวแตก

ตอนที่ 33 เจี่ยตงซวีถูกเหยียนเจี๋ยกวงทุบหัวแตก

ตอนที่ 33 เจี่ยตงซวีถูกเหยียนเจี๋ยกวงทุบหัวแตก


คำพูดของเหยียนเจี๋ยกวงเหมือนตบหน้าฉาดใหญ่ใส่อี้จงไห่ สีหน้าอี้จงไห่ในตอนนี้ย่ำแย่ถึงขีดสุด

หลิวไห่จงที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ตรงมุมทางเดินในซุ้มก็เห็นว่าสมควรแก่เวลา จึงกระแอมเบา ๆ สองทีแล้วเดินออกจากมุม ตะโกนว่า

“ลุงอี้ อย่ามองว่าเจี๋ยกวงยังเด็ก แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นมีเหตุผลมาก ลุงอี้ก้ควรกลับไปคิดไตร่ตรองให้ดีเถอะ”

เหยียนเจี๋ยกวงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพาเหยียนเจี๋ยตี้กับเพื่อน ๆ ของเธอออกจากลานกลางไป

ขณะที่เหออวี้สุ่ยที่แอบดูเหตุการณ์จากในบ้านเห็นคนเริ่มแยกย้ายก็คิดในใจว่า

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจี๋ยกวงคนนี้จะเก่งได้ขนาดนี้ แต่ตระกูลเจี่ยไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยง่าย ๆ นะ”

“แม่! เมื่อกี้ข้างนอกเสียงดังอะไรกัน?!”

ขณะนั้นเอง เสียงของเจี่ยตงซวีก็ดังขึ้นทันทีที่เจี่ยจางซื่อเดินเข้าบ้าน เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเกียจคร้าน

เจี่ยจางซื่อก็รีบร้องไห้ฟูมฟายว่า

“ตงซวี แกไม่เห็นหรือ?! เมื่อกี้เจ้าเหยียนเจี๋ยกวงจากบ้านเหยียนทำแม่แกเสียหน้าแทบแย่!”

พูดจบก็บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใส่สีตีไข่เพิ่มเต็มที่ เจี่ยตงซวีพอฟังจบ สีหน้าก็เปลี่ยนทันที เขาวิ่งเข้าไปหาเสี่ยวตัง แล้วเตะอีกฝ่ายจนล้มลงกับพื้น จากนั้นหยิบไม้หวายที่วางอยู่ตรงมุมกำแพงขึ้นมาเฆี่ยนใส่เสี่ยวตังไม่ยั้งพลางตะโกนว่า

“ทำให้ฉันขายหน้า แกมันเด็กไร้ประโยชน์ทำให้ฉันขายหน้า!”

“ผมไม่กล้าแล้ว! ผมจะไม่กล้าอีกแล้ว!” เสี่ยวตังร้องขอชีวิตพลางพยายามหลบไปด้านข้าง

เสียงร้องขอชีวิตของเสี่ยวตังเหมือนจะยิ่งเติมพลังให้เจี่ยตงซวียิ่งเฆี่ยนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ฉินหวยหรูที่เพิ่งกลับมาจากเข้าห้องน้ำ เห็นเหตุการณ์เข้าก็รีบโผเข้ากอดเสี่ยวตังแล้วพูดว่า

“ตงซวี พอเถอะ! ถ้ายังตีต่อไปเดี๋ยวถึงตาย!”

เจี่ยจางซื่อก็เอ่ยปากปรามว่า

“พอแล้ว! ตงซวี แค่ตีสั่งสอนนิดหน่อยก็พอ”

เจี่ยตงซวีโยนไม้หวายทิ้ง แล้วพูดว่า

“ผมจะไปคุยกับเจี๋ยกวง!”

พูดจบก็ผลักฉินหวยหรูออกแล้วพุ่งออกจากบ้านทันที

เจี่ยจางซื่อมองฉินหวยหรูอย่างดูแคลนก่อนจะตามลูกชายออกไปอย่างอยากดูเรื่อง

“เหยียนเจี๋ยกวง! แกออกมาเดี๋ยวนี้!”

เจี่ยตงซวีมาหยุดที่หน้าบ้านตระกูลเหยียนแล้วตะโกนเข้าไปข้างใน

เหยียนเจี๋ยกวงได้ยินเสียงก็เดินออกมาถามว่า

“เจี่ยตงซวีมาหาผมทำไม?!”

เจี่ยตงซวีกล่าวเสียงเย็นชา

“เหยียนเจี๋ยกวง แกนี่มันเหลือเกินจริง ๆ กล้ารังแกผู้อาวุโสรึ?!”

“เดี๋ยว!” เหยียนเจี๋ยกวงยกมือห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพูดต่อ แล้วกล่าวว่า

“คิดผิดแล้วรึเปล่า?! ผู้อาวุโสของปมมีแค่พ่อกับแม่ จากนั้นก็เป็นครู ไม่มีผู้อาวุโสอื่นในเรือนสี่ประสานนี่หรอก!”

เจี่ยตงซวีพูดว่า

“แล้วแม่ของฉันที่รุ่นเดียวกับพ่อกับแม่แกล่ะ แม่ของฉันไม่ใช่ผู้อาวุโสหรือยังไง?”

เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า

“ชักจะไปกันใหญ่แล้วถ้าคิดว่าแก่กว่าแล้วได้เป็นผู้อาวุโสงั้นเต่าที่อายุยืนพอๆ กันก็คงนับว่าเป็นผู้อาวุโสเหมือนกันสิ งั้นก็ไปหาเต่ามาสักตัวแล้วลองกราบให้ผมดูหน่อยเป็นไร?”

“เด็กเวรนี่ แกอยากโดนตีใช่ไหม?!”

พูดจบเจี่ยตงซวีก็พุ่งเข้าใส่เหยียนเจี๋ยกวง

พวกเพื่อนบ้านที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ต่างคิดว่าเหยียนเจี๋ยกวงคงแย่แน่ แต่ใครจะรู้ว่าเหยียนเจี๋ยกวงว่องไวมาก เขาหลบหมัดของเจี่ยตงซวีได้อย่างง่ายดาย

เจี่ยตงซวีพอเห็นว่าโจมตีพลาดก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง เหยียนเจี๋ยกวงหยิบก้อนอิฐที่อยู่ข้างตัวขึ้นมาฟาดใส่หัวเจี่ยตงซวีทันที หลบหมัดอีกฝ่ายแล้วฟาดเปรี้ยงเข้าให้

เจี่ยตงซวีก็รู้ซึ้งทันทีว่า “ดอกไม้ทำไมถึงแดงนัก”

“โอ๊ย?!” เจี่ยตงซวีกุมหัวลงนั่งยอง ๆ

เจี่ยจางซื่อที่แอบดูอยู่ในกลุ่มคนรีบวิ่งเข้ามาถามเสียงสั่นว่า

“ตงซวี ไม่เป็นไรใช่ไหม?!”

เจี่ยตงซวีสูดลมหายใจเย็นแล้วตอบว่า

“แม่ ผมถูกเจ้านี่ทุบทุกหัวแตกแล้ว แม่ห้ามปล่อยมันไปเด็ดขาด!”

เจี่ยจางซื่อหันมามองเหยียนเจี๋ยกวงด้วยสายตาอาฆาต

เหยียนเจี๋ยกวงกล่าวว่า

“เจี่ยจางซื่อ ป้าไม่ต้องมามองผมแบบนั้นหรอก นี่เป็นการป้องกันตัวอย่างชอบธรรมต่อให้ไปขึ้นโรงพักก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกอย่าง อี้จงไห่เคยพูดว่า คนในเรือนสี่ประสานนี้ ชีวิตหนึ่งก็แค่ห้าหยวน ถ้าผมทุบเจี่ยตงซวีจนตาย แค่จ่ายห้าหยวนก็พอ แล้วยังไงตอนนี้ไอ้ของปลอมของป้าก็ยังไม่ตายด้วยซ้ำ”

“เจี่ยจางซื่อ ยังยืนเอ๋ออยู่ทำไมอีก?! รีบพาเจี่ยตงซวีไปโรงพยาบาลสิ?!”

“ใช่แล้ว! เจี่ยจางซื่อ อย่ามัวแต่นิ่งงันอยู่เลย!”

เจี่ยจางซื่อถลึงตาใส่เหยียนเจี๋ยกวงอีกครั้งก่อนจะตะโกนว่า

“รอก่อนเถอะ!”

จากนั้นก็รีบพยุงเจี่ยตงซวีเดินออกจากเรือนสี่ประสานไป

คุรนายสามออกมาจากในบ้าน ถามว่า

“เจี๋ยกวง ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า

“แม่ไม่ต้องเป็นห่วง! ตระกูลเจี่ยไม่มีทางล้มผมได้หรอก!”

แม่เหยียนคว้าหูของเหยียนเจี๋ยกวงด้วยความโมโหแล้วพูดว่า

“เจ้าหนูนี่ กลายเป็นเก่งขึ้นมากใช่ไหม?!”

เหยียนเจี๋ยกวงหันมายิ้มให้แม่แล้วพูดว่า

“แม่! ถึงผมจะเก่งแค่ไหน ผมก็ยังเป็นลูกของแม่อยู่ดีนะ!”

“ฮึ่ม! ถือว่าเจ้าเด็กนี่รู้จักเจียมตัวนะ” แม่เหยียนคลายมือออก แล้วกล่าวว่า

“เรื่องนี้รอให้พ่อแกมาจัดการเถอะไม่ต้องเข้าไปยุ่งอีก”

เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า

“ให้พ่อเป็นคนจัดการ เดี๋ยวก็โดนตระกูลเจี่ยรังแกจนตายหรอก!”

แม่เหยียนถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หันหลังกลับเข้าบ้านไป

ไม่นานนัก เหยียนปู้กุ้ยก็กลับถึงบ้าน พอเข้ามาในบ้าน แม่เหยียนก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง

เหยียนปู้กุ้ยพอฟังจบก็ก็หัวเราะแล้วพูดว่า

“เรื่องอะไรให้ต้องเป็นห่วง?! เจี๋ยกวงก็พูดไปแล้วไม่ใช่หรือ?! อี้จงไห่เคยพูดไว้ว่าชีวิตคนในเรือนสี่ประสานนี้มีค่าแค่ห้าหยวน เดี๋ยวต่อให้เจี่ยตงซวีตายจริง ๆ พวกเราจ่ายแค่ห้าหยวนก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?!”

แม่เหยียนพูดว่า

“ห้าหยวนนี่มันค่าครองชีพทั้งเดือนของคนคนหนึ่งเลยนะ! พ่อจะไม่เสียดายเลยหรือ?!”

เหยียนปู้กุ้ยหัวเราะแล้วตอบว่า

“เมื่อก่อนน่ะ อย่าว่าแต่ห้าหยวนเลย แค่หนึ่งเฟินฉันยังเสียดาย แต่ตอนนี้ฉันไม่เสียดายแล้ว เพราะเงินนี่เป็นของเจี๋ยกวง เธอเข้าใจความหมายของฉันไหม?!”

แม่เหยียนพูดว่า

“ของเจี๋ยกวงก็ยังเป็นของพวกเราไม่ใช่หรือ?!”

เหยียนปู้กุ้ยหัวเราะแล้วพูดว่า

“เมื่อก่อนใช่ แต่ตอนนี้ของเจี๋ยกวงก็คือของเขาเอง อนาคตของพวกเราอาจต้องพึ่งเขาก็ได้นะ”

แม่เหยียนเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจนัก เธอจ้องมองเหยียนปู้กุ้ยอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า

“ฉันล่ะไม่เข้าใจสองพ่อลูกคู่นี้จริงๆ เรื่องนี้ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว จัดการกันเองเถอะ”

ราวหนึ่งชั่วโมงให้หลัง เจี่ยจางซื่อกับเจี่ยตงซวีก็กลับมา

ขณะที่เดินผ่านหน้าบ้านตระกูลเหยียน เจี่ยจางซื่ออยากจะเข้าไปก่อเรื่องกับพวกเหยียนใจจะขาด

แต่กลับถูกเจี่ยตงซวีดึงไว้ เขากล่าวว่า

“แม่ วางใจเถอะ! อีกไม่กี่วัน เดี๋ยวแม่ก็ได้เห็นว่าผมจะจัดการเจี๋ยกวงยังไง!”

เวลาล่วงเลยไปถึงหลังหนึ่งทุ่ม เหออวี้จู้ก็ตื่นขึ้นมา

ในห้องของเหออวี้จู้พอมีเสียงขยับเล็กน้อย เหออวี้สุ่ยก็เดินมาจากห้องข้าง ๆ แล้วถามว่า

“พี่ ตื่นแล้วหรือ?”

เหออวี้จู้พยักหน้าเงียบ ๆ แล้วถามว่า

“อวี้สุ่ย ตอนนี้กี่โมงแล้ว?!”

เหออวี้สุ่ยตอบว่า

“ทุ่มกว่าแล้ว” จากนั้นก็พูดต่อว่า

“พี่ วันนี้พี่พลาดชมละครสนุกไปหนึ่งเรื่องเชียวนะ”

เหออวี้จู้มองน้องสาวอย่างงุนงง ถามว่า

“เรื่องอะไรสนุก?!”

เหออวี้สุ่ยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนบ่ายให้พี่ชายฟังทั้งหมดโดยไม่ปกปิดแล้วยังเสริมอีกว่า "ไม่อยากเชื่อเลย เจี๋ยกวง เด็กคนนี้มีฝีมือไม่น้อยจริง ๆ กล้าตั้งชื่อเล่นให้เจี่ยตงซวีว่า 'ของปลอม' แล้วยังกล้าทุบหัวเจี่ยตงซวีอีก”

เหออวี้จู้ได้สติกลับมาแล้วพูดว่า

“เจี๋ยกวงนั่นแหละ ตัวประหลาดของตระกูลเหยียน ในตระกูลเหยียนทั้งบ้าน พี่ก็ยกย่องเจ้าเด็กนี่คนเดียว”

จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องพร้อมหัวเราะว่า

“อวี้สุ่ย พรุ่งนี้เช้าพี่ชายจะไปจดทะเบียนแต่งงานแล้วนะ!”

………………..

จบบทที่ ตอนที่ 33 เจี่ยตงซวีถูกเหยียนเจี๋ยกวงทุบหัวแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว