- หน้าแรก
- ชีวิตสบายๆ ของเหยียนเจี๋ยกวง
- ตอนที่ 33 เจี่ยตงซวีถูกเหยียนเจี๋ยกวงทุบหัวแตก
ตอนที่ 33 เจี่ยตงซวีถูกเหยียนเจี๋ยกวงทุบหัวแตก
ตอนที่ 33 เจี่ยตงซวีถูกเหยียนเจี๋ยกวงทุบหัวแตก
คำพูดของเหยียนเจี๋ยกวงเหมือนตบหน้าฉาดใหญ่ใส่อี้จงไห่ สีหน้าอี้จงไห่ในตอนนี้ย่ำแย่ถึงขีดสุด
หลิวไห่จงที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ตรงมุมทางเดินในซุ้มก็เห็นว่าสมควรแก่เวลา จึงกระแอมเบา ๆ สองทีแล้วเดินออกจากมุม ตะโกนว่า
“ลุงอี้ อย่ามองว่าเจี๋ยกวงยังเด็ก แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นมีเหตุผลมาก ลุงอี้ก้ควรกลับไปคิดไตร่ตรองให้ดีเถอะ”
เหยียนเจี๋ยกวงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพาเหยียนเจี๋ยตี้กับเพื่อน ๆ ของเธอออกจากลานกลางไป
ขณะที่เหออวี้สุ่ยที่แอบดูเหตุการณ์จากในบ้านเห็นคนเริ่มแยกย้ายก็คิดในใจว่า
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจี๋ยกวงคนนี้จะเก่งได้ขนาดนี้ แต่ตระกูลเจี่ยไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยง่าย ๆ นะ”
“แม่! เมื่อกี้ข้างนอกเสียงดังอะไรกัน?!”
ขณะนั้นเอง เสียงของเจี่ยตงซวีก็ดังขึ้นทันทีที่เจี่ยจางซื่อเดินเข้าบ้าน เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเกียจคร้าน
เจี่ยจางซื่อก็รีบร้องไห้ฟูมฟายว่า
“ตงซวี แกไม่เห็นหรือ?! เมื่อกี้เจ้าเหยียนเจี๋ยกวงจากบ้านเหยียนทำแม่แกเสียหน้าแทบแย่!”
พูดจบก็บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใส่สีตีไข่เพิ่มเต็มที่ เจี่ยตงซวีพอฟังจบ สีหน้าก็เปลี่ยนทันที เขาวิ่งเข้าไปหาเสี่ยวตัง แล้วเตะอีกฝ่ายจนล้มลงกับพื้น จากนั้นหยิบไม้หวายที่วางอยู่ตรงมุมกำแพงขึ้นมาเฆี่ยนใส่เสี่ยวตังไม่ยั้งพลางตะโกนว่า
“ทำให้ฉันขายหน้า แกมันเด็กไร้ประโยชน์ทำให้ฉันขายหน้า!”
“ผมไม่กล้าแล้ว! ผมจะไม่กล้าอีกแล้ว!” เสี่ยวตังร้องขอชีวิตพลางพยายามหลบไปด้านข้าง
เสียงร้องขอชีวิตของเสี่ยวตังเหมือนจะยิ่งเติมพลังให้เจี่ยตงซวียิ่งเฆี่ยนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ฉินหวยหรูที่เพิ่งกลับมาจากเข้าห้องน้ำ เห็นเหตุการณ์เข้าก็รีบโผเข้ากอดเสี่ยวตังแล้วพูดว่า
“ตงซวี พอเถอะ! ถ้ายังตีต่อไปเดี๋ยวถึงตาย!”
เจี่ยจางซื่อก็เอ่ยปากปรามว่า
“พอแล้ว! ตงซวี แค่ตีสั่งสอนนิดหน่อยก็พอ”
เจี่ยตงซวีโยนไม้หวายทิ้ง แล้วพูดว่า
“ผมจะไปคุยกับเจี๋ยกวง!”
พูดจบก็ผลักฉินหวยหรูออกแล้วพุ่งออกจากบ้านทันที
เจี่ยจางซื่อมองฉินหวยหรูอย่างดูแคลนก่อนจะตามลูกชายออกไปอย่างอยากดูเรื่อง
“เหยียนเจี๋ยกวง! แกออกมาเดี๋ยวนี้!”
เจี่ยตงซวีมาหยุดที่หน้าบ้านตระกูลเหยียนแล้วตะโกนเข้าไปข้างใน
เหยียนเจี๋ยกวงได้ยินเสียงก็เดินออกมาถามว่า
“เจี่ยตงซวีมาหาผมทำไม?!”
เจี่ยตงซวีกล่าวเสียงเย็นชา
“เหยียนเจี๋ยกวง แกนี่มันเหลือเกินจริง ๆ กล้ารังแกผู้อาวุโสรึ?!”
“เดี๋ยว!” เหยียนเจี๋ยกวงยกมือห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพูดต่อ แล้วกล่าวว่า
“คิดผิดแล้วรึเปล่า?! ผู้อาวุโสของปมมีแค่พ่อกับแม่ จากนั้นก็เป็นครู ไม่มีผู้อาวุโสอื่นในเรือนสี่ประสานนี่หรอก!”
เจี่ยตงซวีพูดว่า
“แล้วแม่ของฉันที่รุ่นเดียวกับพ่อกับแม่แกล่ะ แม่ของฉันไม่ใช่ผู้อาวุโสหรือยังไง?”
เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า
“ชักจะไปกันใหญ่แล้วถ้าคิดว่าแก่กว่าแล้วได้เป็นผู้อาวุโสงั้นเต่าที่อายุยืนพอๆ กันก็คงนับว่าเป็นผู้อาวุโสเหมือนกันสิ งั้นก็ไปหาเต่ามาสักตัวแล้วลองกราบให้ผมดูหน่อยเป็นไร?”
“เด็กเวรนี่ แกอยากโดนตีใช่ไหม?!”
พูดจบเจี่ยตงซวีก็พุ่งเข้าใส่เหยียนเจี๋ยกวง
พวกเพื่อนบ้านที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ต่างคิดว่าเหยียนเจี๋ยกวงคงแย่แน่ แต่ใครจะรู้ว่าเหยียนเจี๋ยกวงว่องไวมาก เขาหลบหมัดของเจี่ยตงซวีได้อย่างง่ายดาย
เจี่ยตงซวีพอเห็นว่าโจมตีพลาดก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง เหยียนเจี๋ยกวงหยิบก้อนอิฐที่อยู่ข้างตัวขึ้นมาฟาดใส่หัวเจี่ยตงซวีทันที หลบหมัดอีกฝ่ายแล้วฟาดเปรี้ยงเข้าให้
เจี่ยตงซวีก็รู้ซึ้งทันทีว่า “ดอกไม้ทำไมถึงแดงนัก”
“โอ๊ย?!” เจี่ยตงซวีกุมหัวลงนั่งยอง ๆ
เจี่ยจางซื่อที่แอบดูอยู่ในกลุ่มคนรีบวิ่งเข้ามาถามเสียงสั่นว่า
“ตงซวี ไม่เป็นไรใช่ไหม?!”
เจี่ยตงซวีสูดลมหายใจเย็นแล้วตอบว่า
“แม่ ผมถูกเจ้านี่ทุบทุกหัวแตกแล้ว แม่ห้ามปล่อยมันไปเด็ดขาด!”
เจี่ยจางซื่อหันมามองเหยียนเจี๋ยกวงด้วยสายตาอาฆาต
เหยียนเจี๋ยกวงกล่าวว่า
“เจี่ยจางซื่อ ป้าไม่ต้องมามองผมแบบนั้นหรอก นี่เป็นการป้องกันตัวอย่างชอบธรรมต่อให้ไปขึ้นโรงพักก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกอย่าง อี้จงไห่เคยพูดว่า คนในเรือนสี่ประสานนี้ ชีวิตหนึ่งก็แค่ห้าหยวน ถ้าผมทุบเจี่ยตงซวีจนตาย แค่จ่ายห้าหยวนก็พอ แล้วยังไงตอนนี้ไอ้ของปลอมของป้าก็ยังไม่ตายด้วยซ้ำ”
“เจี่ยจางซื่อ ยังยืนเอ๋ออยู่ทำไมอีก?! รีบพาเจี่ยตงซวีไปโรงพยาบาลสิ?!”
“ใช่แล้ว! เจี่ยจางซื่อ อย่ามัวแต่นิ่งงันอยู่เลย!”
เจี่ยจางซื่อถลึงตาใส่เหยียนเจี๋ยกวงอีกครั้งก่อนจะตะโกนว่า
“รอก่อนเถอะ!”
จากนั้นก็รีบพยุงเจี่ยตงซวีเดินออกจากเรือนสี่ประสานไป
คุรนายสามออกมาจากในบ้าน ถามว่า
“เจี๋ยกวง ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?!”
เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า
“แม่ไม่ต้องเป็นห่วง! ตระกูลเจี่ยไม่มีทางล้มผมได้หรอก!”
แม่เหยียนคว้าหูของเหยียนเจี๋ยกวงด้วยความโมโหแล้วพูดว่า
“เจ้าหนูนี่ กลายเป็นเก่งขึ้นมากใช่ไหม?!”
เหยียนเจี๋ยกวงหันมายิ้มให้แม่แล้วพูดว่า
“แม่! ถึงผมจะเก่งแค่ไหน ผมก็ยังเป็นลูกของแม่อยู่ดีนะ!”
“ฮึ่ม! ถือว่าเจ้าเด็กนี่รู้จักเจียมตัวนะ” แม่เหยียนคลายมือออก แล้วกล่าวว่า
“เรื่องนี้รอให้พ่อแกมาจัดการเถอะไม่ต้องเข้าไปยุ่งอีก”
เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า
“ให้พ่อเป็นคนจัดการ เดี๋ยวก็โดนตระกูลเจี่ยรังแกจนตายหรอก!”
แม่เหยียนถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หันหลังกลับเข้าบ้านไป
ไม่นานนัก เหยียนปู้กุ้ยก็กลับถึงบ้าน พอเข้ามาในบ้าน แม่เหยียนก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง
เหยียนปู้กุ้ยพอฟังจบก็ก็หัวเราะแล้วพูดว่า
“เรื่องอะไรให้ต้องเป็นห่วง?! เจี๋ยกวงก็พูดไปแล้วไม่ใช่หรือ?! อี้จงไห่เคยพูดไว้ว่าชีวิตคนในเรือนสี่ประสานนี้มีค่าแค่ห้าหยวน เดี๋ยวต่อให้เจี่ยตงซวีตายจริง ๆ พวกเราจ่ายแค่ห้าหยวนก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?!”
แม่เหยียนพูดว่า
“ห้าหยวนนี่มันค่าครองชีพทั้งเดือนของคนคนหนึ่งเลยนะ! พ่อจะไม่เสียดายเลยหรือ?!”
เหยียนปู้กุ้ยหัวเราะแล้วตอบว่า
“เมื่อก่อนน่ะ อย่าว่าแต่ห้าหยวนเลย แค่หนึ่งเฟินฉันยังเสียดาย แต่ตอนนี้ฉันไม่เสียดายแล้ว เพราะเงินนี่เป็นของเจี๋ยกวง เธอเข้าใจความหมายของฉันไหม?!”
แม่เหยียนพูดว่า
“ของเจี๋ยกวงก็ยังเป็นของพวกเราไม่ใช่หรือ?!”
เหยียนปู้กุ้ยหัวเราะแล้วพูดว่า
“เมื่อก่อนใช่ แต่ตอนนี้ของเจี๋ยกวงก็คือของเขาเอง อนาคตของพวกเราอาจต้องพึ่งเขาก็ได้นะ”
แม่เหยียนเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจนัก เธอจ้องมองเหยียนปู้กุ้ยอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า
“ฉันล่ะไม่เข้าใจสองพ่อลูกคู่นี้จริงๆ เรื่องนี้ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว จัดการกันเองเถอะ”
ราวหนึ่งชั่วโมงให้หลัง เจี่ยจางซื่อกับเจี่ยตงซวีก็กลับมา
ขณะที่เดินผ่านหน้าบ้านตระกูลเหยียน เจี่ยจางซื่ออยากจะเข้าไปก่อเรื่องกับพวกเหยียนใจจะขาด
แต่กลับถูกเจี่ยตงซวีดึงไว้ เขากล่าวว่า
“แม่ วางใจเถอะ! อีกไม่กี่วัน เดี๋ยวแม่ก็ได้เห็นว่าผมจะจัดการเจี๋ยกวงยังไง!”
เวลาล่วงเลยไปถึงหลังหนึ่งทุ่ม เหออวี้จู้ก็ตื่นขึ้นมา
ในห้องของเหออวี้จู้พอมีเสียงขยับเล็กน้อย เหออวี้สุ่ยก็เดินมาจากห้องข้าง ๆ แล้วถามว่า
“พี่ ตื่นแล้วหรือ?”
เหออวี้จู้พยักหน้าเงียบ ๆ แล้วถามว่า
“อวี้สุ่ย ตอนนี้กี่โมงแล้ว?!”
เหออวี้สุ่ยตอบว่า
“ทุ่มกว่าแล้ว” จากนั้นก็พูดต่อว่า
“พี่ วันนี้พี่พลาดชมละครสนุกไปหนึ่งเรื่องเชียวนะ”
เหออวี้จู้มองน้องสาวอย่างงุนงง ถามว่า
“เรื่องอะไรสนุก?!”
เหออวี้สุ่ยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนบ่ายให้พี่ชายฟังทั้งหมดโดยไม่ปกปิดแล้วยังเสริมอีกว่า "ไม่อยากเชื่อเลย เจี๋ยกวง เด็กคนนี้มีฝีมือไม่น้อยจริง ๆ กล้าตั้งชื่อเล่นให้เจี่ยตงซวีว่า 'ของปลอม' แล้วยังกล้าทุบหัวเจี่ยตงซวีอีก”
เหออวี้จู้ได้สติกลับมาแล้วพูดว่า
“เจี๋ยกวงนั่นแหละ ตัวประหลาดของตระกูลเหยียน ในตระกูลเหยียนทั้งบ้าน พี่ก็ยกย่องเจ้าเด็กนี่คนเดียว”
จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องพร้อมหัวเราะว่า
“อวี้สุ่ย พรุ่งนี้เช้าพี่ชายจะไปจดทะเบียนแต่งงานแล้วนะ!”
………………..