เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 เหยียนเจี๋ยกวงตำหนิอี้จงไห่

ตอนที่ 32 เหยียนเจี๋ยกวงตำหนิอี้จงไห่

ตอนที่ 32 เหยียนเจี๋ยกวงตำหนิอี้จงไห่


เลยเวลาบ่ายสองโมงไปเล็กน้อย เหออวี้จู้ผู้มีอาการเมามายเล็กน้อยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปากซอย ขณะนั้นเหยียนเจี๋ยกวงกำลังเล่นอยู่กับเหยียนเจี๋ยตี้ พอเห็นเหออวี้จู้เดินโซเซก็รีบวิ่งเข้าไปหาแล้วถามว่า

“พี่จู้ พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?!”

“เจี๋ยกวงรึ?! พี่ไม่เป็นไร!” เหออวี้จู้พูดพลางหยิบลูกกวาดรวมรสจากกระเป๋าออกมายัดใส่มือเหยียนเจี๋ยกวงแล้วกล่าวว่า

“เจี๋ยกวง พี่จู้ของนายซื้อลูกกวาดมาให้!”

เหยียนเจี๋ยกวงหัวเราะแล้วถามว่า

“พี่จู้ พี่จะได้แต่งงานแล้วใช่ไหม?!”

เหออวี้จู้หัวเราะพลางพยักหน้า ตอบว่า

“เจ้าหนูนี่ฉลาดจริง พรุ่งนี้ก็เป็นวันมงคลของพี่จู้แล้ว”

เหยียนเจี๋ยกวงกล่าวว่า

“เห็นแก่ที่วันนี้พี่จู้เลี้ยงลูกกวาด ผมจะขอเตือนอะไรสักหน่อย ก่อนที่พี่จะพาเมียเข้ามาอยู่ในเรือนนี้ก็ให้เล่าเรื่องของคนในเรือนนี้ให้เขาฟังเสียบ้างจะได้เตรียมใจไว้ ไม่อย่างนั้นพอมาอยู่แล้วจะโดนรังแกเอาได้”

“เมียของเหออวี้จู้ ใครจะกล้ารังแก?!” พูดจบเหออวี้จู้ก็ผลักเหยียนเจี๋ยกวงออกเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปยังเรือนแต่พอเดินถึงหน้าประตู เขากลับหยุดก้าว หันกลับมามองเหยียนเจี๋ยกวงด้วยสีหน้าลังเล ก่อนจะหัวเราะฝืด ๆ แล้วยกเท้าเดินเข้าไป

“เจ้าจู้ ไปไหนมาน่ะ?! ทำไมตัวถึงได้มีกลิ่นเหล้าแรงแบบนี้?!” เหยียนปู้กุ้ยที่กำลังจะออกไปเดินเล่นบังเอิญเจอกับเหออวี้จู้ที่กลับมาพอดี พอได้กลิ่นเหล้าก็อดถามไม่ได้

เหออวี้จู้ตอบว่า

“วันนี้เพื่อนผมแต่งงาน ผมเลยไปกินเหล้าเลี้ยงฉลองมาน่ะ”

เหยียนปู้กุ้ยพูดว่า

“เจ้าจู้ ถึงจะคอแข็ง ก็ใช่ว่าจะดื่มแบบไม่ยั้งได้นะ?!”

เหออวี้จู้เรอออกมาพลางตอบว่า

“ไม่เป็นไรครับ! จะกินอีกครึ่งไหก็ยังได้ ผมไม่เป็นไรหรอกครับลุงเหยียน ผมขอตัวกลับก่อนนะครับไว้ค่อยคุยกันใหม่” พูดจบเหออวี้จู้ก็เดินโซเซเข้าไปยังลานกลาง

เหยียนปู้กุ้ยมองแผ่นหลังของเหออวี้จู้แล้วรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันแปลกตรงไหน เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากแล้วเดินออกจากเรือนสี่ประสานไป

“พ่อจะไปไหนคะ?!” เหยียนเจี๋ยตี้โผเข้ากอดเหยียนปู้กุ้ยพลางถามเสียงหวาน

เหยียนปู้กุ้ยอุ้มเหยียนเจี๋ยตี้ขึ้นแล้วตอบว่า

“พ่อแค่จะไปเดินเล่นแถวนี้น่ะ” จากนั้นก็หันไปมองเหยียนเจี๋ยกวงแล้วพูดว่า

“เจี๋ยกวง ว่าง ๆ แวะไปดูที่จุดรับซื้อของเก่าหน่อย”

เหยียนเจี๋ยกวงเอียงคอมองเหยียนปู้กุ้ยแล้วถามว่า

“พ่อได้ไปให้สัญญาอะไรไว้กับครูที่โรงเรียนหรือเปล่า?!”

เหยียนปู้กุ้ยหัวเราะแห้ง ๆ แล้วตอบว่า

“ก็แค่เรื่องตั๋วจักรยานหายากนี่แหละ พอพวกเขาเห็นจักรยานของฉันพวกเขาก็เลยอยากได้บ้าง”

เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า

“พ่อเป็นคนไปตบปากรับคำกับพวกเขาไว้ก็ต้องหาทางแก้เองนะ ผมช่วยไม่ได้หรอก” พูดจบก็เอาลูกกวาดที่ได้จากเหออวี้จู้ใส่กระเป๋าเสื้อของเหยียนเจี๋ยตี้แล้วกล่าวว่า

“วันหนึ่งกินได้ไม่เกินสองเม็ด ห้ามกินเกิน ไม่งั้นฟันจะผุ แล้วของอื่นจะกินไม่ได้ เข้าใจไหม?!”

เหยียนเจี๋ยตี้พยักหน้าหนักแน่นแล้วพูดว่า

“พี่สาม หนูจะกินแค่วันละสองเม็ด ไม่เกินแน่นอน” แล้วก็ถามต่อว่า

“หนูแบ่งให้เพื่อนได้ไหม?!”

เหยียนเจี๋ยกวงหัวเราะแล้วตอบว่า

“ของที่พี่สามให้ก็เป็นของของน้อง น้องจะเอาให้ใครก็ได้”

“ขอบคุณค่ะพี่สาม!” พูดจบเหยียนเจี๋ยตี้ก็ไถลตัวลงจากอ้อมแขนเหยียนปู้กุ้ยแล้ววิ่งไปหาเพื่อน ๆ

เหยียนปู้กุ้ยมองแผ่นหลังของเหยียนเจี๋ยตี้แล้วพูดว่า

“เจี๋ยกวง แกทำหน้าที่พี่ชายได้ดีจริง ๆ!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า

“ท่ถึงภายนอกพวกเราสามพี่น้องจะดูเหมือนไปกันได้ แต่พี่ใหญ่กับพี่รองที่ถูกพ่อเลี้ยงมา กลับกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่มีหัวใจ พวกเขาสนใจแต่ตัวเองกับผลประโยชน์ ไม่เห็นค่าของสายเลือด ผมไม่อยากเป็นเหมือนพวกเขา ในเมื่อเปลี่ยนพวกเขาไม่ได้ ผมก็จะปกป้องเจี๋ยตี้ให้ดีที่สุด ขอแค่ให้เธอโตขึ้นมาแล้วไม่เป็นเหมือนพี่ใหญ่กับพี่รองก็พอ”

เหยียนปู้กุ้ยถึงกับอึ้ง! เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเหยียนเจี๋ยกวงจะพูดเรื่องพวกนี้ออกมาในเวลานี้ เหยียนปู้กุ้ยมองเหยียนเจี๋ยกวงอยู่ครู่หนึ่ง ในใจพลันครุ่นคิดว่า

“หรือว่าฉันจะทำผิดไปจริง ๆ?!”

เหยียนเจี๋ยกวงราวกับมองทะลุความคิดของเหยียนปู้กุ้ย เขาจึงกล่าวว่า

“เงินเดือนของพ่อคนเดียว ถ้าไม่ใช้แบบประหยัดจริง ๆ มันก็เลี้ยงคนทั้งบ้านไม่ไหว แต่ถ้าความประหยัดกลายเป็นนิสัยฝังรากลึก มันก็จะกลายเป็นความตระหนี่และเห็นแก่ตัว คนเขาว่าคบคนดีก็กลายเป็นคนดี คบคนชั่วก็กลายเป็นคนชั่ว พ่อแม่คือตำราบทแรกของลูก เพียงแต่พ่อกับแม่สอนเก่งเกินไป พี่ใหญ่กับพี่รองเลยซึมซับวิชาท่านไปเต็มร้อย แล้วยังเก่งกว่าท่านเสียด้วยซ้ำ”

เหยียนปู้กุ้ยรู้สึกกระดากใจเล็กน้อยกับสิ่งที่เหยียนเจี๋ยกวงพูด เขาจึงถลึงตาใส่แล้วพูดว่า

“แล้วเจ้าหนูนี่ไม่โตมาแบบเบี้ยว ๆ รึ?!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า

“ก็ผมปรับแก้ตัวเองเก่งน่ะสิ!”

“แย่งลูกกวาดฉันทำไม?!”

ขณะนั้นเอง เสียงตะโกนของเหยียนเจี๋ยตี้ก็ดังขึ้น เหยียนเจี๋ยกวงรีบวิ่งตามเสียงไป พอเหยียนเจี๋ยตี้เห็นพี่ชายมาก็เหมือนเห็นฟางช่วยชีวิต ร้องว่า

“พี่ชาย! เจ้าเสี่ยวตังแย่งลูกกวาดของหนู!”

เสี่ยวตังพอเห็นเหยียนเจี๋ยกวง ก็รีบเอาลูกกวาดทั้งหมดในมืดยัดเข้าปากทันที เหยียนเจี๋ยกวงไม่ไว้หน้าเขาเลย คว้าคอเสื้อของเสี่ยวตังแล้วลากเข้าไปในเรือนสี่ประสาน เหยียนเจี๋ยตี้กับพวกเพื่อน ๆ ที่เล่นด้วยกันก็ตามเข้าไปด้วย

เหยียนเจี๋ยกวงลากเสี่ยวตังมาหยุดหน้าบ้านตระกูลเจี่ย แล้วตะโกนว่า

“คนในตระกูลเจี่ยตายหมดแล้วรึ?! ออกมาสักคนให้หายใจหน่อย!”

แต่คนในตระกูลเจี่ยไม่ออกมา อี้จงไห่กลับออกมาแทน เขาตะโกนถามเหยียนเจี๋ยกวงว่า

“เจี๋ยกวง เจ้าทำอะไรของแกน่ะ?!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า

“เสี่ยวตังแย่งลูกกวาดของน้องสาวผม ผมมาทวงความเป็นธรรมจากตระกูลเจี่ย นี่ไม่สมควรรึ?! อีกอย่าง ลุงอี้ตอนนี้ก็ไม่ใช่หัวหน้าประจำเรือนสี่ประสานอีกแล้ว เรื่องนี้เหมือนจะไม่ใช่หน้าที่ของท่านนะ?!”

“ใครกัน?! มายืนปากพล่อยอยู่นอกบ้าน?!”

ในตอนนั้น เจี่ยจางซื่อก็วิ่งออกมาจากในบ้าน เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า

“ในที่สุดก็มีคนในตระกูลเจี่ยออกมาหายใจเสียที! หลานสาวป้ามาแย่งลูกกวาดของน้องสาวผม ป้าก็ควรให้คำอธิบายบ้างกระมัง?!”

“คำอธิบาย?! อะไรคือคำอธิบาย?! หลานสาวฉันกินลูกกวาดของพวกแกได้ก็ถือว่าให้เกียรติพวกแกแล้ว!”

พูดจบ เจี่ยจางซื่อก็ตะโกนใส่เสี่ยวตังว่า

“ยังจะยืนเอ๋ออยู่ทำไมอีก?! ยังไม่รีบคลานกลับมาอีก!”

เสี่ยวตังมองเหยียนเจี๋ยกวงด้วยแววตาท้าทาย ก่อนจะรีบตอบว่า

“ย่าครัีบ ผมกลับมาแล้ว!”

พูดจบก็หันหลังกลับเข้าบ้าน แต่เหยียนเจี๋ยกวงจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้อย่างไร? เขาเตะเสี่ยวตังเข้าหนึ่งที จนเสี่ยวตังล้มลงคว่ำหน้ากับพื้นอย่างไม่เป็นท่า

เจี่ยจางซื่อเห็นดังนั้น ก็คิดว่านี่คือโอกาสในการรีดไถเงิน รีบตบมือตบขาแล้วร้องโหยหวนว่า

“ตาเฒ่าเจี่ย?! แกตายแล้วปล่อยให้พวกเราพ่อม่ายแม่หม้ายถูกรังแก แกรีบขึ้นมาลากคนที่รังแกพวกเราไปเถอะ!”

เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า

“เจี่ยจางซื่อ! ป้ากำลังแพร่คำพูดงมงายโบราณอยู่ใช่ไหม? ถ้าป้ากล้าร้องอีกคำ ผมจะรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำชุมชนมาลากป้าไปเดี๋ยวนี้!”

เจี่ยจางซื่อได้ยินคำพูดของเหยียนเจี๋ยกวงแล้ว ก็นึกถึงภาพหญิงชราในลานบ้านที่โดนประชาทัณฑ์เพราะคำพูดทำนองนี้ ใจกระตุกวูบหนึ่ง แล้วรีบลุกจากพื้นฉับไว ลากเสี่ยวตังกลับเข้าบ้านทันที

อี้จงไห่พูดว่า

“เหยียนเจี๋ยกวง พวกเราอยู่ในเรือนเดียวกัน ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ?!”

เหยียนเจี๋ยกวงแค่นหัวเราะแล้วพูดว่า

“อี้จงไห่ ก็เพราะว่าพวกเรามีคนอย่างท่านที่เป็นหัวหน้าประจำเรือนสี่ประสานนี่แหละ เรือนสี่ประสานของพวกเราถึงได้กลายเป็นสถานที่สกปรกอลหม่านขนาดนี้! พวกอย่างเจี่ยจางซื่อที่เป็นพวกสร้างความวุ่นวาย ควรส่งไปทำงานที่ไร่นาตั้งนานแล้ว! ถ้าไม่ใช่เพราะลุงอี้ เธอก็คงไม่กล้าทำตัวกร่างในเรือนสี่ประสานของพวกเราแบบนี้หรอก!”

………………..

จบบทที่ ตอนที่ 32 เหยียนเจี๋ยกวงตำหนิอี้จงไห่

คัดลอกลิงก์แล้ว