เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 เจี่ยตงซวีสั่งสอนฉินหวยหรู

ตอนที่ 16 เจี่ยตงซวีสั่งสอนฉินหวยหรู

ตอนที่ 16 เจี่ยตงซวีสั่งสอนฉินหวยหรู


เมื่ออี้จงไห่เห็นเจี่ยจางซื่อพุ่งเข้ามาใส่ ตอนแรกก็ตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นจึงรีบถอยเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตูจากด้านใน

เจี่ยจางซื่อเห็นว่าอี้จงไห่ถอยหนี ก็ยิ่งได้ใจ เริ่มทุบประตูบ้านของอี้จงไห่อย่างบ้าคลั่ง พลางตะโกนว่า

“อี้จงไห่! ออกมานี่เดี๋ยวนี้! อธิบายมาให้ชัดเจน!”

อี้จงไห่เปิดหน้าต่างออกมาตะโกนกลับว่า

“แม่เฒ่าเจี่ย! อย่ามาก่อกวนไร้เหตุผลอีก หากคุณยังไม่หยุด ผมจะตัดขาดความสัมพันธ์อาจารย์ศิษย์กับลูกชายคุณ!”

“แม่ครับ มีเรื่องอะไรกัน?!”

ในขณะนั้น เจี่ยตงซวีก็กลับมาถึง เขาเดินไปข้างกายเจี่ยจางซื่อ มองมารดาหนึ่งที แล้วมองอี้จงไห่อีกที จากนั้นจึงกล่าวว่า

“อาจารย์ครับ เกรงว่าคุณแม่อาจจะโมโหจนสติแตกไปบ้างแล้ว อาจารย์ใจกว้างอย่าได้ถือโทษคุณแม่เลยครับ ผมจะพาเธอกลับไปเดี๋ยวนี้”

พูดจบ เจี่ยตงซวีก็ทั้งดึงทั้งลากมารดากลับเข้าบ้าน

ทันทีที่ประตูบ้านตระกูลเจี่ยปิดลง เสียงโวยวายของเจี่ยจางซื่อก็ดังขึ้นทันที

“ตงซวี! เมื่อวานนี้ก็ตกลงกันแล้วว่าเจ้าโง่นั่นจะเอาปิ่นโตมาให้เรา แล้ววันนี้กลับกลายเป็นว่าเขาไม่ยอมรับคำพูดของตนเอง แถมข่าวลือข้างนอกนั่นมันคืออะไรกัน?”

พูดจบ เจี่ยจางซื่อก็หันไปมองฉินหวยหรู แล้วตบหน้าเธอไปหนึ่งฉาด พร้อมกับด่าทอว่า

“ก็เพราะเธอ นังหญิงแพศยา! ดูสิว่าทำให้ตระกูลเรากลายเป็นอะไรไปแล้ว?! พูดมา! เธอทำเรื่องใดที่ทรยศต่องตงซวีบ้าง?!”

พูดยังไม่ทันจบ เจี่ยจางซื่อก็ยกเท้าถีบไปที่หัวเข่าของฉินหวยหรูทีหนึ่ง

ฉินหวยหรูเซล้มลงกับพื้น น้ำตาไหลพรากร้องไห้ออกมาว่า

“แม่คะ ตั้งแต่ข้าแต่งเข้ามาอยู่ตระกูลเจี่ย ฉันก็อยู่ภายใต้สายตาของคุณแม่ทุกวัน เรื่องใดที่ฉันเคยทำไม่ดีกับตงซวี คุณแม่ย่อมรู้ดีกว่าใคร!”

จากนั้นฉินหวยหรูก็หันไปมองเจี่ยตงซวีแล้วพูดว่า

“ตงซวี่ ฉันเป็นภรรยาของคุณ คุณจะทำเป็นไม่สนใจคนอื่นใส่ร้ายฉันไม่ได้! หากคุณไม่ปกป้องฉัน ฉันคงมีแต่ต้องตายสถานเดียว!”

“เพี๊ยะ!”

เจี่ยจางซื่อตบหน้าเธออีกฉาด แล้วตะโกนว่า

“คิดจะตายงั้นหรือ?! คิดจะทำลายชื่อเสียงตระกูลเจี่ยรึ?! ฝันไปเถอะ!”

จากนั้นแม่เจี่ยก็หันไปพูดกับเจี่ยตงซวีว่า

“ตงซวี่ เขาว่ากันว่าแมลงวันจะไม่เกาะไข่ที่ไม่มีรอยร้าว วันนี้ก็สั่งสอนภรรยาของแกให้ดี ๆ ให้รู้ว่าควรรักษากฎของสตรีอย่างไร!”

พูดจบเธอก็ไปหยิบไม้หวายที่ตาเฒ่าเจี่ยเคยใช้ตีลูกมาแล้วยื่นให้เจี่ยตงซวี

เจี่ยตงซวีรับไม้หวายมา ขบกรามแน่น แล้วหวดใส่ร่างของฉินหวยหรูทันที หนึ่งที สองที…แต่ละทีแรงขึ้นเรื่อย ๆ ดูเหมือนเขาจะได้ความสะใจจากการกระทำนี้อย่างไรอย่างนั้น

ในขณะเดียวกัน อวี้สุ่ยก็เดินเข้ามาในห้องของเหออวี้จู้ เดินตรงไปยืนอยู่ข้าง ๆ พี่ชาย แล้วมองสำรวจเขา

เหออวี้จู้ถามด้วยความสงสัย

“มองอะไร?!”

อวี้สุ่ยตอบว่า

“ก็มองพี่ไง?! วันนี้ตะวันขึ้นจากทางตะวันตกหรืออย่างไร?!”

เหออวี้จู้วางปิ่นโตลงบนโต๊ะแล้วถามว่า

“พูดอะไรของเธอ?!”

อวี้สุ่ยพูดว่า “เมื่อก่อน อี้จงไห่พูดอะไร พี่ก็เชื่อหมด พูดอะไรมาพี่ก็ทำตามหมด ทำไมวันนี้พี่ถึงเปลี่ยนนิสัยไปเสียได้?! หรือว่ามีวิญญาณอะไรเข้าสิง?!”

พูดจบก็ยื่นมือจะจับตัวพี่ชาย

เหออวี้จู้รีบปัดมือของน้องสาวออกแล้วพูดว่า

“ตั้งแต่พ่อจากไป พวกเราสองคนก็พึ่งพาอาศัยกัน ไม่มีผู้ใหญ่คอยหนุนหลัง พี่ก็เห็นว่าอี้จงไห่เป็นผู้ใหญ่ของเรือนนี้ คำพูดก็ยังพอฟังได้ จึงคิดว่าจะตามเขาไป เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองบ้าง แต่ตอนนี้พี่เห็นชัดเจนแล้ว พึ่งพาคนอื่นสู้พึ่งพาตนเองไม่ได้ อี้จงไห่เห็นพี่เป็นแค่คนใช้ประจำบ้าน ใช้จนชินมือ”

จากนั้นก็ผายมือให้อวี้สุ่ยนั่งลงกินข้าว พร้อมกับบ่นว่า

“ฉันจะพูดเรื่องพวกนี้กับเธอทำไมก็ไม่รู้?!”

อวี้สุ่ยพูดว่า

“พี่ พวกเราเป็นพี่น้องกัน พี่น้องที่พึ่งพากันมาตลอด พี่ไม่พูดกับหนูแล้วจะไปพูดกับใคร?! หรือว่า…พี่มีคนรักแล้ว?!”

ทันทีที่ได้ยินคำว่า “คนรัก” เหออวี้จู้ก็หน้าแดงขึ้นมาทันที แล้วรีบพูดว่า

“เด็กนี่ เรื่องของผู้ใหญ่!”

ถึงอวี้สุ่ยจะไม่ค่อยทันคน แต่แค่ดูปฏิกิริยาของเหออวี้จู้ก็รู้ทันทีว่าน่าจะจริง เธอจึงหัวเราะแล้วพูดว่า

“ที่แท้ก็มีคนรักแล้วนี่เอง ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้”

เหออวี้จู้คีบกับข้าวใส่ชามของอวี้สุ่ย แล้วพูดว่า

“เรื่องคนรักของพี่ ก่อนจะตกลงกันเป็นเรื่องเป็นราว ห้ามปริปากพูดออกไปเด็ดขาด”

อวี้สุ่ยให้คำมั่นอย่างหนักแน่นว่า

“พี่วางใจได้เลย! หนูรับรองว่าจะไม่พูดแน่นอน”

จากนั้นก็ถามว่า

“พี่ เรื่องของบ้านเจี่ย พี่จะไม่ยุ่งอีกแล้วจริง ๆ หรือ?!”

เหออวี้จู้มองอวี้สุ่ยด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ แล้วพูดว่า

“จะยุ่งไปทำไม?! กินข้าวเถอะ!”

“โอ้!” อวี่สุ่ยมองสำรวจเหออวี้จู้อีกรอบ ก็รู้สึกได้ว่าพี่ชายตนเปลี่ยนไปจริง ๆ จึงไม่พูดพร่ำอีก และเริ่มลงมือกินข้าว

ขณะเดียวกัน ที่เรือนหลัง บ้านของหลิวไห่จง

หลิวไห่จงจิบเหล้าเบา ๆ แล้วคีบไข่เจียวจานโปรดของตนเข้าปาก

คุณนายรองเห็นว่าวันนี้สามีอารมณ์ดีนัก ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า

“เหล่าหลิว วันนี้มีเรื่องดีอะไรหรือ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ ให้ทุกคนได้ดีใจไปด้วยกัน”

หลิวไห่จงกล่าวว่า

“ข่าวลือที่แพร่กันอยู่วันนี้ ก็คงได้ยินแล้วสินะ?!”

คุณนายรอบพยักหน้าตอบว่า

“ได้ยินแล้ว! ไม่น่าเชื่อว่าอี้จงไห่จะกล้าเล่นเลอะเทอะได้ถึงเพียงนั้น?!”

หลิวไห่จงพูดต่อว่า

“ตราบใดที่ข่าวลือนี้ยังแพร่กระจายต่อไป ชื่อเสียงของอี้จงไห่ก็จะถูกกระทบอย่างแน่นอน สำนักงานเขตไม่มีทางนิ่งเฉยได้ และมีความเป็นไปได้สูงว่าเขาอาจถูกปลด”

คุณนายรองรีบพูดขึ้นว่า

“ถ้าอี้จงไห่ตกจากตำแหน่ง แล้วพี่ที่เป็นรอง ก็จะได้ขึ้นแทนเป็นผู้อาวุโสใหญ่หรือ?! ถ้าเป็นแบบนี้ เหล่าหลิวของเราก็กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วใช่หรือไม่?!”

หลิวไห่จงยิ้มอย่างพอใจแล้วกล่าวว่า

“จะได้เลื่อนจริงหรือไม่นั้นยังไม่แน่ แต่ก็เริ่มเห็นเค้าลางอยู่บ้าง ช่วงนี้เธอก็คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวในเรือนของพวกเราให้ดี ๆ”

คุณนายรองพยักหน้าพูดว่า

“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ว่าต้องทำอย่างไร!”

หลิวกวงเทียนถามขึ้นว่า

“พ่อครับไหนๆ จะได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว เราไม่จัดงานเลี้ยงฉลองสักหน่อยล่ะ?! อย่างน้อยก็แบ่งไข่ให้ผมชิมสักคำเถอะ!”

ยังไม่ทันที่หลิวไห่จงจะตอบ คุณนายรองก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“แกจะกินไข่อะไร?! แค่มีขนมปังข้าวโพดให้กินก็ดีเท่าไรแล้ว”

หลิวไห่จงคีบไข่เจียวชิ้นหนึ่งใส่ชามของหลิวกวงฉี แล้วกล่าวว่า

“กวงฉี อีกสองปีแกก็จะเรียนจบแล้ว คิดไว้หรือยังว่าจะไปทำงานที่ไหน?!”

หลิวกวงฉีตอบว่า

“พ่อครับ มันไม่ใช่ว่าผมคิดจะไปที่ไหนก็ไปได้ เพราะมันเป็นการจัดสรรของทางการ”

หลิวไห่จงกล่าวว่า

“กวงฉี พ่อของแกเดินมาจนถึงวันนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ความฝันในการเป็นเจ้าหน้าที่ใหญ่ของฉันคงต้องฝากไว้ที่แกคนเดียว อย่าได้ทำให้ฉันผิดหวังล่ะ!”

หลิวกวงฉีพยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวว่า

“พ่อวางใจเถอะ!”

ขณะเดียวกัน ที่บ้านตระกูลสวี่ สวี่อู้เต๋อพาสวี่ต้ามาวกลับมาบ้าน ทันทีที่เข้าบ้าน สวี่ต้ามาวก็ถามขึ้นว่า

“แม่ครับ! ข้าวเสร็จหรือยัง?! ผมหิวจะตายอยู่แล้ว!”

กู้จินเหลียนตอบว่า

“เสร็จแล้ว ๆ! ฉันมีลูกขี้บ่นแบบนี้ได้อย่างไร?! วัน ๆ เอาแต่ตะโกนหิว”

พูดจบก็วางอาหารลงบนโต๊ะ จากนั้นก็พูดต่อว่า

“พ่อกับลูกกลับมาช้าไปหน่อย เลยพลาดละครฉากใหญ่ที่เรือนกลาง”

สวี่ต้ามาวได้ยินแม่พูดถึงเรือนกลาง ก็อดถามไม่ได้ว่า

“แม่! เรื่องของอี้จงไห่กับฉินหวยหรูแพร่เข้ามาถึงเรือนเราด้วยหรือ?”

กู้จินเหลียนตอบว่า

“แพร่เข้ามาตั้งนานแล้วล่ะ! ฉันเองก็นึกไม่ถึงว่าอี้จงไห่จะกล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้”

สวี่อู้เต๋อถามว่า

“ตระกูลเจี่ยทะเลาะกับอี้จงไห่งั้นหรือ?!”

กู้จินเหลียนตักข้าวไปพลางพูดไปว่า

“ตอนแรกเจี่ยจางซื่อไม่ได้เล่นงานอี้จงไห่ เธอไปขอปิ่นโตจากเจ้าทึ่มก่อน แต่เจ้าทึ่มไม่ยอมให้ เธอถึงได้หันมาเล่นงานอี้จงไห่ เรื่องนี้ดูยังไงก็รู้สึกว่าแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย”

……………..

จบบทที่ ตอนที่ 16 เจี่ยตงซวีสั่งสอนฉินหวยหรู

คัดลอกลิงก์แล้ว