เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 166: Scene 10 points of cruelty

Chapter 166: Scene 10 points of cruelty

Chapter 166: Scene 10 points of cruelty


场面10分残忍

หลังจากซูเห่าจัดการเก็บห้องทดลอง,ก่อนบินออกมา,เนื่องจากยังไม่มีเป้าหมาย,เขาจึงบินกลับเมืองซือหลิน.

หลังจากบินโฉบไปมาบนเมืองซือหลินสองรอบ,พบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนัก,ดังนั้นเขาจึงร่อนลงสถานที่ทดลอง.

หลังจากร่อนลงพื้น,ก็พบหยาซานที่ดูเหนื่อยล้ามารออยู่ก่อนแล้ว.

เห็นชัดเจนว่า,หยาซานพบว่าซูเห่าบินมาตั้งแต่แรก,เขาจึงเร่งรีบวิ่งมาจากตึกจิวฉงโดยเฉพาะ.

หยาซานที่เห็นซูเห่า,ก็ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ“พี่ชายเหว่ย! ท้ายที่สุดท่านก็กลับมา! พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าหวังให้ท่าน.....”

ซูเห่าที่เห็นหยาซานแทบจะกระโดดเข้ามากอด,ก็เอ่ยออกมาว่า“หยาซานเจ้าใจเย็นก่อน,ข้าจากไปพักเดียว,เกิดอะไรขึ้น,ถึงได้มีสภาพเช่นนี้?”

หยาซานที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทำอะไรไม่ถูก“ข้าไม่คิดเลยว่าหลังจากที่พี่ใหญ่เหว่ยจากไป,ราวกับว่ามีเรื่องมากมายเกิดขึ้นตลอดไม่จบสิ้น,ตลอดทั้งปีข้าแทบไม่ได้พักเลย.”

ซูเห่าที่ราวกับเข้าใจจากที่เห็นสภาพของหยาซานทันที.

ก่อนหน้านี้มีซูเห่าอยู่ในเมือง,หยาซานเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใด,การที่มีซูเห่าอยู่,ความกดดันเรื่องราวที่ถาโถมเข้ามา,เขาไม่เคยรู้สึกกังวลเลยนั่นเอง.

หลังจากที่ซูเห่าจากไป,ความมั่นใจของเขาก็หดหาย,หยาซานที่ต้องลงมือจัดการเรื่องราวต่าง ๆ เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ,กล่าวได้ว่าการตัดสินใจอะไรก็เต็มไปด้วยความลังเลหวาดกลัวที่จะเกิดความผิดพลาด,จนไม่อาจแก้ปัญหาอะไรได้,เพราะกลัวว่ามันจะพังทลายลง.

สภาพจิตใจของผู้นำเมื่อมีปัญหาย่อมส่งผลต่อคนข้างล่างเป็นธรรมดา.

ซูเห่าที่เผยยิ้มออกมา“ไม่เป็นไรหยาซาน,ทุกอย่างจะออกมาดีเอง.”

หยาซานเอ่ยออกมาทันที“พี่ใหญ่เหว่ย,ท่านจะออกจากเมืองซือหลินอีกใหม?”

ซูเห่าเอ่ยออกมาทันที“ยังไม่ไปในเร็ว ๆ นี้,ข้าจะช่วยเจ้าจัดการปัญหาแก๊งซือหลินให้กับเจ้าก่อน.”

หยาซานที่ผ่อนคลาย,หนึ่งปีมานี้,ไม่มีเวลาใหนที่เขาสามารถผ่อนคลายได้เลย,เขาเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ“เยี่ยมเลย,พี่ใหญ่เหว่ยอยู่ที่นี่,ข้ารู้สึกเต็มไปด้วยความมั่นใจ.”

ซูเห่าก้าวเข้าไปในห้องทดลอง,เอ่ยออกมาว่า“เจ้าตามมา,บอกมาว่าหนึ่งปีมานี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง,มีสิ่งใดที่สงสัย,ข้าจะบอกว่าเจ้าควรทำอย่างไร.”

หยาซานที่ก้าวตาม,“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย!”

ซูเห่าที่เปิดห้องทดลองออก,พบว่ามันสะอาดเรียบร้อย,ราวกับว่ามีคนเข้ามาทำความสะอาดทุกวัน.

กว่าสามชั่วโมงที่ซูเห่ารับฟังการบริการและความวุ่นวายที่เกิดขึ้น,ซูเห่าที่รับฟังหยาซานเอ่ยสอบถามพร้อมกับอธิบาย,และเสนอแนะแผนการให้เขากระทำต่อไป.

ซูเห่าเอ่ย“เจ้าสามารถทำตามแผนนี้ได้,อาซานเจ้าจงจำไว้เสมอ,ว่าแก๊งซือหลินนั้นเป็นองกรหนึ่งเจ้าต้องมองไปที่ผลลัพธ์มากกว่าความสัมพันธ์,ไม่ต้องนำความสัมพันธ์มาให้มีผลต่อการคิด,ขอเพียงไม่ส่งผลต่อภาพรวม,ถึงเจ้าจะทำอะไรลงไป,ลูกน้องของเจ้าก็ต้องทำตาม,บางครั้งเจ้าต้องแสดงอำนาจ,และลงมือสังหารเชือดไก่ให้ลิงดูหากบรรยากาศมันไม่ถูกต้อง.”

หยาซานที่พยักหน้ารับเอ่ยอย่างจริงจัง“วางใจได้พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าเข้าใจแล้ว,พวกเหลือบไร,ข้าจะจัดการมันให้สิ้น.”

ซูเห่าเอ่ย“หยาซาน,ข้าต้องการให้เจ้าช่วยข้าจับสัตว์ประเภทต่าง ๆมาให้กับข้า,ข้าต้องการนำมาทดลอง.”

หยาซานที่จ้องมองสภาพแวดล้อมรอบ ๆ เอ่ยออกมาว่า“พี่ใหญ่เหว่ย,ที่นี่ไม่ค่อยใหญ่นัก,จะเปลี่ยนสถานที่ดีใหม? ข้าสามารถมอบพื้นที่ขนาดใหญ่ทางเหนือ,เพื่อให้ท่านอยู่ที่นั่น,ใช้เวลาก่อสร้างเพียงเดือนเดียวก็เสร็จแล้ว!”

ซูเห่าที่ครุ่นคิด,ปัจจุบันห้องทดลองมีขนาดเล็กเกินไปจริง ๆ,ไม่พอให้ทดลองขนาดใหญ่,ดังนั้นเขาจึงพยักหน้ารับ“เปลี่ยนสถานที่,พร้อมกับขยายฐานทดลองก็ดีเหมือนกัน.”

หยาซานเอ่ย“พี่ใหญ่มีข้อกำหนดของฐานใหม่หรือไม่?”

ซูเห่าเอ่ย“หลังจากนี้ข้าจะมอบพิมพ์เขียวให้เจ้า,เจ้าทำตามรายระเอียดที่ข้าเขียนเอาไว้,เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว.”

หยาซานเอ่ย,“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย!”

หลังจากนั้นสองสามวัน,ซูเห่าก็ได้รับสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่งมา,ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซูเห่าไม่เคยเห็นและได้ยินมาก่อน.

ซูเห่า,ที่เขาสู่การวิจัยทดลองอีกครั้ง.

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น,ซูเห่าก็ย้ายไปยังฐานทดลองใหม่.

พื้นที่แห่งนี้มีความกว้างขวางเป็นอย่างมาก,และยังเป็นคฤหาสน์ที่หรูหราอลังการมาก.

คฤหาสน์แห่งนี้เป็นเหมือนกับตำหนักป้อมปราการ,ทว่าซูเห่ากับใช้มันเป็นเพียงฐานทดลองเท่านั้น.

ฐานแห่งนี้ได้รับการออกแบบของซูเห่า,หยาซานได้ให้คนคุ้นเคยเข้ามาช่วยจัดการรายระเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ.

แน่นอนว่า,หยาซานและไท่นี่เองก็อาศัยอยู่ที่นี่ด้วย,ต้องไม่ลืมว่านี่เป็นความคิดของหยาซาน,ไม่ว่าเขาจะต้องยิ่งวุ่นวายกับแก๊งซือหลินอย่างไร,ก็ต้องดูแลอาหารสามมื้อให้กับพี่ใหญ่เหว่ยอย่างดี.

ความสำคัญพี่ใหญ่เหว่ยเป็นอันดับหนึ่ง,ไท่นี่บุตรสาวเป็นอันดับสอง,แก๊งซือหลินเป็นอันดับสาม,เป็นเช่นนี้โดยไม่เปลี่ยนแปลง.

ไท่นี่ที่เติบโตเป็นสาวงาม,ต่อหน้าลุงเหว่ย,เธอไม่ได้เอาแต่ใจไร้มารยาอีกต่อไป,แม้แต่กลายเป็นขี้อายอีกด้วย.

หลังจากซูเห่าย้ายมาฐานทดลองใหม่,ไท่นี่เองก็มารับหน้าที่เลี้ยงดูสัตว์ให้กับซูเห่าด้วย.

หลังจากได้รับการศึกษาอย่างดี,ไท่นี่กลายเป็นสตรีที่มากความรู้,คำพูดและนิสัยของเธอจึงแตกต่างจากสตรีจูเห่าเหรินคนอื่น ๆ มาก.

กล่าวได้ว่าเพราะการศึกษา เก็บเกี่ยวความรู้,แก่นของไท่นี่ย่อมเปลี่ยนไป,จากก่อนหน้านี้อยู่ในขอบเขตสันชาติญาณ,เปลี่ยนมาเป็นเขตแดนเหตุผลแล้ว.

เธอจะใช้ความคิดมากกว่าการใช้สันชาติญาณ ทำให้แตกต่างจากจูเห่าเหรินทั่วไป.

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,ไท่นี่เรียนรู้ที่จะใช้สมองในการแก้ปัญหากว่าการใช้กำลังนั่นเอง.

ที่จริงจูเห่าเหรินทั่วไปนั้นก็ไม่ได้โง่,อย่างไรก็ตามเพราะยีนที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง,ด้วยเหตุนี้สันชาติญาณของพวกเขาจึงมักจะเหนือกว่าเหตุผลเสมอ.

ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่มีความแตกต่างกันอยู่ ระหว่าง“เชาว์ปัญญา” และ “ภูมิปัญหา” อยู่.

อาจจะบอกได้ว่าทั้งสองเกี่ยวข้องกัน,แต่ก็แตกต่างกันเช่นกัน.

ในมุมมองของซูเห่า,เผ่าพันธุ์จูเห่าเหรินนั้น ถือว่ามีเชาว์ปัญหาที่ใช้ได้,ทว่ายังขาดภูมิปัญญาซึ่งเป็นอารยะธรรมที่สืบทอดส่งต่อกันมา.

......

สองเดือนถัดมา,หยาซานได้ส่งแมลงวงแหวนมาให้เขา,เห็นคราแรกซูเห่าที่คิดว่ามันเป็นด้วงกว่าง

ที่หน้าผากของมันนั้นมีกระดองที่ยื่นออกไปเหมือนกับวงแหวน,ซูเห่าที่เห็นก็คิดว่ามันเป็นแมลงที่มีแผ่นรูนของตัวเอง

แมลงที่ได้รับมานั้นทำให้ซูเห่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก,ทันใดนั้นเขาก็เก็บข้อมูลยีนและทำการจำแนกทันที.

หลังจากศึกษาไปได้ระยะหนึ่ง,เขาก็มาหยาซาน“เจ้าส่งคนไปหา,แมลงวงแหวนนี้หน่อย,ยิ่งได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี.”

หากไม่มีอุบัติเหตุอะไร,ซูเห่าพบว่า,วงแหวนด้านหน้าของมันนั้น,สามารถสร้างแผ่นรูนขึ้นมาได้จริง ๆ.

หยาซานไม่เคยเห็นพี่ใหญ่เหว่ยดีใจขนาดนี้,ทันใดนั้นเขาก็ไปยังสถานีแก๊งซือหลินที่ตึกจิวฉง,พร้อมกับออกคำสั่งทันที.

หยาซานที่รับคำสั่งมาจากซูเห่า,พร้อมกับสร้างแรงจูงใจ“พี่น้องทุกคน,แก๊งซือหลินทุกท่าน,สำหรับงานนี้กำหนดเวลาสามวัน,ใครจับได้หนึ่งร้อยตัวจะได้รับ,แผ่นรูนอักขระขั้นหนึ่งชิ้นหนึ่ง,จับได้ห้าร้อยตัว,จะได้รับแผ่นรูนอักขระขั้นสองหนึ่งชิ้น,และหากใครจับได้ 5000 ตัว,จะได้รับการวิวัฒนาการหนึ่งขั้น.”

การจูงใจของหยาซานนับว่าประสบความสำเร็จมาก.

ในเวลานั้น,สมาชิกของแก๊งซือหลินต่างก็ถูกระดมออกไปค้นหาเป้าหมายกันเป็นจำนวนมาก.

ในเวลาสามวันนี้,รอบ ๆ เมืองซือหลินในรัศมีร้อยลี้,แมลงวงแหวนแทบจะเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว.

เป็นภาพบรรยากาศที่โหดร้ายมาก!

ซูเห่าที่มีความสุขพึงพอใจเป็นอย่างมาก!

จบบทที่ Chapter 166: Scene 10 points of cruelty

คัดลอกลิงก์แล้ว