เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 165 The gene evolution technology is successful

Chapter 165 The gene evolution technology is successful

Chapter 165 The gene evolution technology is successful


基因进化技术成功

สี่วันหลังจากนั้น,อาเฉียงที่มาหาซูเห่าในห้องทดลอง,เขาที่ขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยความคุ้นเคย.

เวลานี้เขาที่ไม่มีความกระวนกระวายในสิ่งที่ไม่รู้อีกต่อไป,เวลานี้เปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ,แม้แต่คาดหวังในการวิวัฒนาการของซูเห่า,เพราะเขาต้องการพลัง.

ผ่านความเป็นความตายครั้งก่อนมา,เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายในใจของเขานั้นได้เริ่มปรารถนาในพลังแล้ว.

อาเฉียงไม่หวังที่จะให้ชะตาชีวิตของเขาต้องขึ้นอยู่กับคนอื่น,ไม่หวังว่าจะมีคนเข้ามาช่วยเขาเสมอ.

เขาต้องการตัดสินใจชะตาชีวิตของเขาด้วยตัวเอง,ต้องการควบคุมมันด้วยตัวเอง.

ซูเห่าไม่พูดพร่ำทำเพลง,หลังจากตรวจสอบว่าไม่พบปัญหาอะไรเขาก็ฉีดของเหลวปรับปรุงยีนเข้าไปในร่างของอาเฉียง,จากนั้นก็รอให้ร่างกายของเขาปรับสภาพ,และพัฒนาเป็นผู้เร็วสูงเทียมคนแรกของโลก.

สามชั่วโมงหลังจากนั้น,อาเฉียงไม่ได้ประหลาดใจใด ๆ ที่ตัวเองเวลานี้ได้กลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสอง,ผู้เร็วสูงเรียบร้อยแล้ว.

เขาได้ปลุกความสามารถ“ความเร็วสูง”และ“สายตาไดนามิก” ขึ้นมา.

สองความสามารถนี้,ซูเห่ารู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก,โดยเฉพาะ“สายตาไดนามิก” สิ่งนี้จะเพิ่มความเร็วในการตอบสนองความเร็วสูง,สามารถเคลื่อนไหวตอบสนองที่ไม่ธรรมดามีประโยชน์มากในการต่อสู้.

อย่างไรก็ตามเขายังไม่มีความกล้าที่จะปลูกถ่ายยีนดังกล่าวเข้าไปในร่างตัวเอง,มันยังคงยากสำหรับการเข้าคู่กันของยีนจากสองลำดับที่แตกต่างกัน.

การไล่ล่ากินเนื้อของมนุษย์กลายพันธ์ขั้นเดียวกัน,ของคนละลำดับนั้น,จะเป็นการแย่งชิงพลังงาน,เป็นการสะสมพลังงานจิงซีงเพื่อให้สามารถยกระดับเป็นขั้นต่อไปได้อย่างราบรื่น.

หลังจากบันทึกข้อมูลสำเร็จ,ซูเห่ามอบคู่มือเล่มหนึ่งให้กับอาเฉียง,ให้เขาใช้เวลาหนึ่งเดือนในการยกระดับความสามารถใหม่.

จากนั้นซูเห่าก็กลับห้องทดลองพักผ่อน.

กล่าวตามจริง,การการตั้งสมาธิอย่างต่อเนื่องทำให้เหนื่อยล้ามาก,ทว่าซูเห่าหาได้สนใจนัก,นี่คือหนึ่งในความสุขของเขา.

กล่าวไปก็น่าหัวเราะ,แม้นว่ามันจะเหนื่อยล้า,ทว่าก็ไม่อาจหยุดได้เลย,ราวกับว่าสิ่งที่น่าสนใจนี้ เขาพร้อมจะทุ่มทุกอย่าง กระทำต่อไปจนหมดเรี่ยวแรงไปเลย.

ไม่นานจากนั้น,นาฉี,ก็วิวัฒนาการเป็นผู้ลำพัง ขั้นสองของลำดับมนุษย์พิษ.

เหตุผลที่เขาถูกเรียกว่า ผู้ลำพัง,นาฉีเริ่มเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง,หลังจากเขาวิวัฒนาการสำเร็จ,ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาเลย,ทุกวันเขาต้องอยู่ในห้องเพียงลำพัง,ต้องการหาคนอื่นพูดคุยด้วย,ต้องการแบ่งปันความสุขของการวิวัฒนาการ ทว่ากับไม่มีใครคุยกับเขาเลย.

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น,มนุษย์กลายพันธ์ขั้นหนึ่งทุกคนก็วิวัฒนาการเป็นขั้นสองสำเร็จกันทุกคน,ไม่มีใครล้มเหลว,เป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก.

ด้วยเหตุนี้ซูเห่าจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก,การทดลองยีนของเขานั้นประสบความสำเร็จได้เดินทางมาถูกทางแล้ว.

เขามีความมั่นใจเกี่ยวกับการสลักเปลี่ยนแปลงรูปแบบยีนมาก.

วันเวลาการทดลองของซูเห่าที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว.

เพียงไม่นานการเดินทางมายังเมืองฉีหยาง,ก็ครบหนึ่งปีแล้ว.

ในปีนี้,ซูเห่ามีอายุ 17 ปี,เขาอยู่ในโลกใบนี้ 14 ปีแล้ว.

จวบจนถึงตอนนี้,นับตั้งแต่เขาได้รับพื้นที่พินบอล,นี่คือโลกที่เขามีชีวิตนานที่สุด.

สำหรับซูเห่า,นี่คือความก้าวหน้าครั้งใหม่,ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี.

ซูเห่าที่เรียกร่างทดลองทั้งแปด,พร้อมกับให้พวกเขาท่องจรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์อีกครั้ง

สิ้นเสียงของซูเห่า,คนทั้งแปดก็เริ่มท่องจรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์เสียงดัง.

ซูเห่าพยักหน้ารับ“ใช้ได้!”

หนึ่งปีครบแล้ว,ร่างทดลองที่เป็นเพียงคนธรรมดา,ผ่านมาหนึ่งปีจวบจนถึงวันนี้,พวกเขาได้กลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสี่ที่ทรงพลัง,ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้,นี่คือคนที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก.

ร่างทดลองทั้งแปดไม่มีใครไม่เคารพพี่ใหญ่เหว่ย,เพราะยิ่งพวกเขามีพลังมากเท่าไหร่,พวกเขาก็ยิ่งกลัวพี่ใหญ่เหว่ยมากขึ้นเท่านั้น.

บางทีในตอนแรกเพราะความแตกต่างกันมากเกินไปพวกเขาจึงไม่มีใครรับรู้ความน่ากลัวของพี่ใหญ่เหว่ย,เวลานี้พวกเขารู้สึกอย่างชัดแจ้ง,ว่าพวกเขาช่างน้อยนิดเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าพี่ใหญ่เหว่ย.

พี่ใหญ่เหว่ยต่อหน้าพวกเขาทรงพลังมาก,กล่าวได้ว่านี่อาจจะเป็นตัวตนในตำนานที่เรียกว่าพระเจ้า หรือไม่?

ซูเห่าที่กวาดตามองทุกคนแล้วเอ่ยออกมาช้า ๆ“หนึ่งปีที่ข้าสัญญาครบแล้ว,ข้าทดลองสำเร็จแล้วเช่นกัน,พวกเจ้าสามารถกลับเมืองฉีหยางได้นับตั้งแต่พรุ่งนี้.”

ได้ยินคำพูดดังกล่าว,ใบหน้าของทั้งแปดเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ,แต่ละคนที่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเสียงเบากับสหายร่วมชะตากรรม.

หลังจากนั้น,ซูเห่าเอ่ยเพิ่ม“ทว่า,ตอนนี้พวกเจ้าแตกต่างจากปีที่แล้วไปแล้ว,ไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป,หลังจากกลับเมืองฉีหยาง,ไม่อนุญาตให้ใช้พลังความแข็งแกร่งเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง,ข้าได้ให้พวกเจ้าได้ท่องจรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์,จงปฏิบัติตามนั้นอย่างเคร่งครัด.”

คนทั้งแปดที่เอ่ยรับ“รับทราบ,พี่ใหญ่เหว่ย!”

ซูเห่าที่เอ่ยเพิ่ม“แน่นอน,หากว่าใครกล้าขัดขืน,ไม่ปฏิบัติตามก็ไม่เป็นไร,เมื่อข้ามอบพลังให้กับพวกเจ้าได้,ข้าก็สามารถเอาคืนได้เช่นกัน.”

จากนั้นซูเห่าเผยยิ้ม“การนำกลับคืนก็เป็นการทดลองอย่างหนึ่งเช่นกัน,ข้าอยากจะทดลองเหมือนกัน.”

ภายในใจของทุกคนที่รู้สึกเย็นยะเยือบ,ไม่กล้ามีคำถามกับพี่ใหญ่เหว่ยอีก.

ซูเห่าที่คิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยออกมาว่า“เร็ว ๆ นี้ ข้าจะออกจากที่นี่,หาสถานที่ใหม่ทดลอง,พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องมาหาข้าที่นี่อีก,เอาล่ะ,แยกย้าย! อาเฉียง,เจ้ามากับข้า.”

คนอื่น ๆ ที่จ้องมองอาเฉียงที่ถูกเรียกเข้าไปในห้องทดลองกับพี่ใหญ่เหว่ย,ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร,นอกจากนี้พวกเขายังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ออกจากที่นี่ในวันพรุ่งนี้.

หนึ่งปี,พวกเขาที่คิดถึงชีวิตในเมืองฉีหยางเป็นอย่างมาก.

ไม่รู้ว่าครอบครัวญาติพี่น้องของพวกเขาในเมืองฉีหยางเป็นอย่างไรบ้าง.

หลังจากอาเฉียงเข้ามาในห้องทดลอง,ซูเห่าก็มอบการ์ดโลหะสองอันให้กับอาเฉียง“นี่คือรูนอักขระ”สายฟ้าขั้นสอง“ขอเพียงเจ้าถ่ายจิงซีเข้าไป,ก็จะปล่อยพลังไฟฟ้าออกมาได้,จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจขยับได้ระยะเวลาหนึ่ง,ส่วนอีกอันคืออักขระ”ม่านพลังขั้นสอง” สามารถใช้ปกป้องชีวิตได้.

หลังจากนี้เจ้าค่อยหาสถานที่ทดสอบมัน,ข้ามอบอักขระทั้งสองให้กับเจ้า,หวังว่าเจ้าจะคอยดูแลคนอื่น ๆ ไม่ให้พวกเขากระทำการไร้เหตุผล,กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,หากใครละเมิดกฎ,ไล่ล่าสังหารคนทั่วไป,เจ้าจงช่วยข้าจัดการพวกเขาซะ!”

อาเฉียงที่รับอักขระมา,พร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย,ใครละเมิดกฏ,ข้าจะสังหารมัน!”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“เอาล่ะ,เจ้าไปเตรียมตัวได้แล้ว,พรุ่งนี้ก็กลับไปพร้อมกับพวกเขา!”

อาเฉียงรับคำ,จากนั้นก็คุกเข่าลง“พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าไม่รู้ว่าจะขอบคุณอย่างไร...”

ซูเห่าเอ่ย“เจ้าเพียงแค่ทำตามหลักการมนุษย์กลายพันธ์,ช่วยข้าจัดการคนที่ละเมิดกฎ,ก็พอแล้ว.”

อาเฉียงที่ลุกขึ้น,พยักหน้ารับ,และออกไป.

ซูเห่าได้สร้างกลุ่มมนุษย์กลายพันธ์ขั้นที่สี่ขึ้นมา,ทว่าไม่คิดจะทำลายพวกเขา,เพราะว่ามันไม่มีความจำเป็น,มนุษย์กลายพันธ์ในโลกนี้มีอยู่มากมาย,หรือกล่าวได้ว่ามีวัตถุดิบมากมายนับไม่ถ้วนนั่นเอง.

ส่วนการให้พวกเขาปฏิบัติตาม,“จรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์”นั้น,บางทีอาจเป็นความพึงพอใจอย่างหนึ่งของเขาเท่านั้น,ซึ่งเขาคาดหวังว่าในวันข้างหน้าพวกเขาอาจจะสร้างความประหลาดใจบางอย่างให้กับเขาได้.

“สำหรับเทคโนโลยีปรับปรุงยีน,การวิวัฒนาการจากขั้นหนึ่งถึงสี่ถือว่าสมบูรณ์,อย่างไรก็ตามการวิวัฒนาการจากขั้นห้าไปขั้นหกและขั้นเจ็ด,ยังมีแค่สมมติฐานเท่านั้น.”

“ปัญหาในเวลานี้,ยังขาดชิ้นส่วนยีนขั้นห้าจำนวนมาก,ทำให้ไม่อาจสร้างชิ้นส่วนยีนที่เชื่อถือได้.”

ซูเห่าครุ่นคิด,จากนั้นก็เข้าไปในพื้นที่พินบอล.

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา,เขาได้ศึกษาทดสอบสมมติฐานมาโดยตลอด.

หนึ่งปีหลังจากนี้,ถึงเวลาเก็บชิ้นส่วนยีนลำดับห้าอย่างเต็มกำลังแล้ว.

ยิ่งปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมากเท่าไหร่,ความไม่แน่นอนที่จะแข็งแกร่งยิ่งมีมากขึ้น.

สำหรับซูเห่า,การแสดงออกของยีนเพื่อสร้างรูนอักขระ,การปรับแต่งยีนเพื่อสร้างรูนธรรมชาตินั่นคือสิ่งที่เขาคาดหวังอย่างหนึ่งเช่นกัน.

คิดได้ดังนี้,ซูเห่าก็เข้าไปในพื้นที่พินบอล,จากนั้นก็เริ่มออกแบบศึกษา,สร้างสมมติฐานความเป็นไปได้ขึ้นมา.

จบบทที่ Chapter 165 The gene evolution technology is successful

คัดลอกลิงก์แล้ว