เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 167 1 dragon serves

Chapter 167 1 dragon serves

Chapter 167 1 dragon serves


1条龙服务

เป็นความจริง,ในแต่และซอกของมุมโลก,มีความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์เหนือจินตนาการซ่อนอยู่,ทว่าขาดการค้นพบเท่านั้น.

ใครจะคาดคิด,ซูเห่าพบกับแมลงวงแหวนเข้า,หลังจากถอดรหัส,ก็พบว่ามันมียีนแผ่นค่ายกลรูนอยู่ เป็นเบาะแสเงื่อนไขที่สำคัญมาก.

หากไม่เพราะซูเห่ามาถึงโลกนี้โดยบังเอิญ,ถึงจะใช้เวลาล้านปี,สิบล้านปี,ก็คงไม่มีใครรับรู้,วิธีใช้งานแมลงวงแหวนนี้.

ดังนั้น,ความมั่งคั่งมีอยู่ทุกที่! มันรอคอย,ที่จะมีใครเข้าไปลงมือโกยเงินจากมัน!

แน่นอนว่าโกยเงินอาจไม่ชัดเจนนัก,มีเพียงแค่บางคนที่มีความรู้ในการสร้างรายได้เท่านั้น.

เพียงแค่สามวัน,ฐานทดลองใหม่ของซูเห่า,ได้จับหนอนวงแหวนจำนวนมากมา,เขาต้องการแมลงวงแหวน,เพื่อมาใช้ทดลองจำนวนมาก,นับว่าเป็นเรื่องที่เกินจริงเล็กน้อย.

สำหรับซูเห่า,แมลงวงแหวน,ทำให้เขาต้องอุทานว่า“ตั้นเถิง”(น่าอัศจรรย์,เหลือเชื่อมาก ๆ”

แมลงตัวผู้มีอยู่น้อยมาก,ทว่าแมลงตัวเมียของแมลงวงแหวนนั้นมีจำนวนมหาศาล,เมื่อถึงฤดูผสมพันธ์,แมลงวงแหวนตัวผู้ก็จะออกไปสืบพันธ์,อย่างไรก็ตามแมลงตัวเมียมีมากเกินไป,แมลงตัวผู้จึงไม่รู้ว่าควรจะยั่วยวนแบบใหน,เพราะไม่รู้จะเลือกตัวใหน...

ต้องขอบคุณแมลงวงแหวนตัวผู้ที่สามารถทำให้แมลงตัวเมียตกหลุมรักมากมาย,ทำให้กำเนิดลูกขึ้นจำนวนมาก.

ซูเห่าพ่นลมหายใจยาว,ในแหขนาดใหญ่,มีแมลงวงแหวนยี่สิบกว่าตัว,ที่เลือกตัวผู้ตัวเดียวเพื่อให้กำเนิดบุตร,จากนั้นเขาก็นำหนอนวงแหวนตัวหนึ่ง,เข้าไปทดลองเงียบ ๆ.

ซูเห่าที่เข้าไปในพื้นที่พินบอล,มีข้อมูลที่ต้องศึกษาสองอย่าง,หนึ่งคือสายยีนของแมลงวงแหวน,และอีกหนึ่งก็คือรูปแบบของแมลงวงแหวน.

ด้วยการเปรียบเทียบจำนวนมาก,เขาก็พบกับชิ้นส่วนของยีนที่ควบคุมรูปแบบวงแหวน.

ซูเห่าได้เปรียบเทียบยีนของแมลงวงแหวนกับยีนจูเห่าเหรินมีความคล้ายครึ่งถึง 60 คู่,และยังมีฟังก์ชันที่เหมือนกัน,จนอดไม่ได้ที่จะสัมผัสได้ถึงความลึกลับนี้.

ใครจะคาดคิดว่าร่างของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันมาก,ทว่าแก่นของข้อมูลยีนนั้นจะมีความคล้ายคลึงกัน.

ห้าวันหลังจากนั้น,ซูเห่าก็สามารถล๊อกเป้าไปยังชิ้นส่วนยีนที่ควบคุมรูปแบบวงแหวนของมัน,ด้วย“กฎการบวกลบ”

การค้นพบวิธีการดังกล่าวช่วยลดขอบเขตของการวิจัยของซูเห่าลงมาก.

ถึงอย่างนั้น,ยีนควบคุมรูปแบบ,ก็ยังมีหลายแสนคู่,ต้องการแจกแจงทั้งหมด,นับเป็นงานที่ยากมา,ซึ่งเป็นความยากที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น.

มันเป็นความซับซ้อนเหนือจินตนาการ,ทว่าก็มีวิธีการที่ง่ายที่จะจัดการ,เพราะมันมีขั้นตอนที่ซ้ำกันหลายขั้นด้วยกัน.

ขั้นตอนแรก,เปรียบเทียบรูปแบบยีนของแมลงวงแหวน 100 เส้น,แยกชิ้นส่วนยีนทั้งหมดออกมา,และตรวจสอบผลลัพธ์,และบันทึกผล;

ขั้นที่สอง,เปรียบเทียบรูปแบบยีนทุก 100 เส้น,แยกชิ้นส่วนยีนออกมาทีละชิ้น....

ขั้นที่สาม.....คงสภาพรูปแบบยีน,และสุ่มแยกชิ้นส่วนยีนออกมาทีละครึ่ง....

จากนั้นก็ทำการทดลองเช่นนี้ซ้ำ ๆ,รวบรวมข้อมูลการทดลอง,เพื่อคัดกรองยีนที่ไม่แสดงออกและแสดงออกโดยตรง.

จากนั้นเกี่ยวกับโครงสร้างของแมลงวงแหวน,กำหนดพิกัดส่วนที่แสดงออกของยีนและตำแหน่งที่มีผลต่อการแสดงออกของยีน.

จากนั้นหลังจากสะสมข้อมูลจนเพียงพอ,เขาย่อมสามารถสร้างรูปแบบของการแสดงออกของยีนได้อย่างสมบูรณ์.

เมื่อถึงเวลานั้น,เขาต้องการออกแบบอักขระรูนอะไร,ก็สามารถออกแบบออกมาได้.

จากนั้น,หกเดือนผ่านไป,เหล่าแมลงวงแหวนที่รอดชีวิตก็ถูกปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติเมื่อสามเดือนก่อนแล้ว.

ส่วนซูเห่ายังคงถอดรหัสยีน,ซึ่งใกล้จะเสร็จแล้ว.

เขาได้รับผลการทดลองที่เขาต้องการมาแล้ว.

เรื่องแรก,รูแแบบการออกแบบร่วมผสานกันสำเร็จแล้ว;

อย่างที่สอง,ปัญหาการคัดเลือกการแสดงออก,มีวิธีการจัดการที่ง่าย,โดยการเปลี่ยนลำดับหางเสือ,ลำดับยีนที่ไม่แสดงออก,ก็จะเปลี่ยนเป็นลำดับเริ่มต้นใหม่.

เพื่อให้ได้ข้อมูลเพียงพอในส่วนที่สอง,มีแมลงวงแหวนจำนวนมากที่ต้องสละชีพเพื่อวิทยาศาสตร์,เพื่อความก้าวหน้า,ต้องจ่ายไปด้วยชีวิตของพวกมันไม่น้อยเช่นกันจนทำให้ซูเห่าประสบความสำเร็จเล็ก ๆ.

ซูเห่ารู้สึกขอบคุณพวกมันมาก,หากต้องการข้อมูลอีกครั้งหน้า,ค่อยค้นหาพวกมันใหม่.

ในเมื่อถอดรหัสการแสดงออกของรูปแบบยีน,จากนั้นเขาก็เริ่มหันมาทดลองในหนูทดลองต่อไป.

เหตุผลนั้นง่ายมาก,เพื่อยืนยันว่าวิธีดังกล่าวสามารถใช้ในชีวิตอื่นได้,ผลของยีนของแมลงวงแหวนสามารถแสดงออกในสิ่งมีชีวิตที่ต่างออกไปได้หรือไม่?

ความคิดของซูเห่าที่โลดแล่น,ไม่คิดพักกันเลย,ยังคงเปี่ยมล้นด้วยพลังงาน,ที่ต้องการสำรวจสิ่งใหม่ ๆ.

วันถัดมา,หนูทดลองตัวน้อยจำนวนมาก,ก็ถูกนำมาฐานทดลองของซูเห่า.

ดูเหมือนว่าพวกมันจะพึงพอใจกับสถานที่ทดลองใหม่ของเขามาก.

ซูเห่าที่เหยียดมือออกไปคว้าหนูตัวน้อย,ที่กำลังดิ้นไปมาอยู่,สายตาของมันที่จับมองเขาราวกับปิศาจร้าย.

หนูตัวน้อยที่ดิ้นแรงดังแต่ไม่อาจขัดขืนอีกฝ่ายได้,สำหรับพวกมันที่อ่อนแอกระจ้อยร่อย ราวกับว่าได้ถูกกำหนดให้เป็นของเล่นผู้แข็งแกร่งกว่าไปแล้ว.

ซูเห่าที่รวบรวมข้อมูลยีนของหนูตัวน้อย,จากนั้นก็เข้าไปในพื้นที่พินบอล,จากนั้นก็เริ่มออกแบบยีนหนูตัวน้อยด้วยระบบเปรียบเทียบร่วม,พร้อมกับเริ่มควบคุมชิ้นส่วนยีนและออกแบบรูนอักขระ“สว่างจ้า” ใส่เข้าไป.

จากนั้นก็ผลิตน้ำยาปรับแต่งยีนขึ้นมา.

เรื่องดังกล่าวนี้เมื่อซูเห่ามีความเชี่ยวชาญมากขึ้น,เวลาในการเตรียมจึงสั้นลงมาก.

เพียงไม่นาน,ของเหลวปรับแต่งยีน,ก็ถูกฉีดเข้าไปในหนูทดลองโดยสมบูรณ์.

ซูเห่าไม่คาดคิดเลยว่าเป้าหมายของเขาจะก้าวหน้าขนาดนี้,ด้วยการเก็บข้อมูล,เขาจำเป็นต้องตรวจสอบวิเคราะห์โครงสร้างของหนู,สร้างระบบทำงานร่วมและสร้างรูปแบบใหม่ขึ้นเพื่อทำงานร่วมกัน.

เพียงไม่นานหนูตัวน้อยก็ตื่นขึ้นมา,ร่างกายของมันเวลานี้มีรูปแบบบางอย่างปกคลุมไปทั่ว.

หลังจากที่บันทึกเสร็จ,จากนั้นเขาก็นำหนูทดลองตัวที่สองขึ้นเขียงทดลอง.

“บันทึก” “ออกแบบ” “ปรับแต่ง” “ฉีด” “บันทึก.”

เป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไป.

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น,ซูเห่าก็ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบทำงานร่วมในหนูทดลอง.

ผลจากการทดลองซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุดนั่นเอง.

รูปแบบของแมลง,นั้นแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม,กระบวนการปรับแต่ง,นับว่ากินพลังและเวลาของซูเห่ามาก.

อย่างไรก็ตามซูเห่าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องวัตถุดิบ,ตราบเท่าที่ไม่มีศัตรูภายนอกมารบกวน,เขาก็มีเวลาเพียงพอที่จะทำการทดลองจนประสบผล.

ด้วยการวิจัยทดลองแบบไม่พัก,กับพลังร่างกายที่แข็งแกร่งไม่ธรรมดา,ทำให้เขาไม่กังวลว่าตัวเองจะเหนื่อยตาย.

นี่คือความสามารถพิเศษของการวิจัยทดลอง.

ด้วยการทุ่มเทชีวิตจิตใจไปกับการวิจัยทดลอง,ความพลุ้งพ่านของฮอร์โมนและอารมณ์ที่ไม่สงบของสันชาติญาณ,เริ่มถูกเขาระงับ,จิตวิญญาณของเขาที่ราวกับว่าได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ.

สองสามเดือนหลังจากนั้น,ซูเห่าก็ประสบความสำเร็จ,ในการสร้างรูนสว่างจ้าบนร่างของหนูทดลอง.

นี่ก็หมายความว่า,ซูเห่าสามารถใส่รูนอักขระอื่น ๆ ลงไปในยีนได้ตามตรงกลาง,และยังสามารถสืบทอดไปยังลูกหลานของมันได้อีกด้วย.

นี่คือความก้าวหน้าของการวิจัยอย่างหนึ่งเลย.

อย่างไรก็ตามมันยังไม่หยุดเท่านี่,นี่เป็นเพียงแค่ผลสำเร็จเล็ก ๆ เท่านั้น,เป็นเพียงแค่รูปแบบบนผิวของร่างกาย,จำเป็นต้องสร้างรูปแบบเข้าไปในอวัยวะภายในร่างกาย,สามารถปรับแต่งเข้ากับจิงซีในร่างกายให้สมบูรณ์ซะก่อน.

ตราบเท่าที่ซูเห่าสำเร็จการทดลองขั้นสุดท้าย,เขาก็จะสามารถผลิตพลังศักดิ์สิทธิ์โดยกำเนิดขึ้นมาได้.

ทว่าขั้นตอนดังกล่าว,ก็อยู่ไม่ไกลแล้ว.

อย่างไรก็ตามในวันหนึ่ง,กับปรากฏมนุษย์กลายพันธ์มากกว่าสิบคนขึ้น,ในขอบเขตเรดาร์ของซูเห่า,มีมนุษย์กลายพันธ์ขั้นห้า,แม้กระทั่งขั้นหกอีกด้วย.

ซูเห่าที่หยุดการวิจัยทันที,ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย“คนของแก๊งสี่ราชา? พวกเขามาที่เมืองซือหลินทำอะไรกัน?”

จบบทที่ Chapter 167 1 dragon serves

คัดลอกลิงก์แล้ว