เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 69 Energy core

Chapter 69 Energy core

Chapter 69 Energy core


能源核心

ซูเห่าจ้องมองศพของวิหคยักษ์หางขาวดำ,ดวงตาเป็นประกาย,เกือบน้ำลายไหล.

ในช่วงสองปีนี้เขาหลีกหนีจากสัตว์ร้ายขอบเขตบรรพจารย์ไม่หยุด,ศึกษาเพียงขอบเขตปรมาจารย์และจอมยุทธ์เท่านั้น,ตอนนี้กับปรากฏสัตว์ร้ายขอบเขตบรรพจารย์ที่ด้านหน้า,ทำให้เขารู้สึกต้องการศึกษารูนอักขระของมันอย่างบ้าคลั่ง,อดไม่ได้เลยที่ต้องการชำแหละร่างของมันเดี๋ยวนี้.

ซูเห่าที่กลับไปเก็บกระเป่าและดึงลากวิหคยักษ์ขาวดำออกไป.

ค้นหาถ้ำที่พักสักแห่ง,เพื่อทำการชำแหละตรวจสอบสัตว์ร้ายขอบเขตบรรพจารย์ นั้นว่าแตกต่างกันกับระดับอื่นอย่างไร.

ส่วนการกลับเมืองหลิงหยุนป้อมซาซาน...เลื่อนไปก่อนสองวัน.

เพียงไม่นานเขาก็พบสถานที่เหมาะสมเป็นถ้ำหินแห่งหนึ่ง.

เดิมที ที่นี่เป็นที่อยู่ของตะกวดทรายเหลือง,ทว่ามันถูกกุดหัวโดยซูเห่าทันที,ที่นี่จึงเป็นฐานที่มั่นของซูเห่าชั่วคราว.

ไม่รั้งรอ,เขาได้นำอุปกรณ์เครื่องมือออกมา,เริ่มถอนขนมันก่อนเป็นอันดับแรก.

หลังจากถอนขนจนหมด,ช่างเป็นตัวตนที่น่าอัปลักษณ์เกินจะกล่าว,ใครจะคิดว่าวิหคไร้ขนตัวน่าเกลียดตนนี้จะเป็นจ้าวแห่งท้องฟ้า?

ซูเห่าเริ่มลงมีดอย่างระมัดระวัง,ตรวจสอบส่วนต่าง ๆ,ไม่ให้พลาดแม้แต่จุดเดียว.

เพียงไม่นาน,ซูเห่าก็พบรูปแบบสัตว์ร้ายของวิหคหางขาวดำ.

รูปแบบสัตว์ร้ายนี้คือ“เจาะ”ซูเห่ามีแล้ว,ทว่าที่เขาประหลาดใจคือ,เขาพบว่ารูปแบบสัตว์ร้ายของมันนั้น,เป็นรูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์.

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบกับรูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์เพียงแค่สังหารแค่ตัวเดียว,ก่อนหน้านี้ไม่มีตัวใหนที่มีรูบแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์เลย,จำเป็นต้องสังหารสัตว์ร้ายเป็นจำนวนมาก,ปะติดปะต่อกันจนได้รูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์.

สิ่งที่ทำให้ซูเห่าประหลาดใจที่สุด,ไม่เพียงแค่รูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์ ยังมีก้อนเนื้อกลม ๆ ก้อนหนึ่งด้วย.

“สิ่งนี้คืออะไร? เป็นไปได้ว่าก้อนเนื้อกลมนี้ คือความลับของการเป็นขอบเขตบรรพจารย์หรือไม่?”ซูเห่าที่สังหารสัตว์ร้ายของเขตปรมาจารย์มากมาย,ไม่เคยพบกับก้อนกลมนี้เลย.

ซูเห่าตัดก้อนเนื้อดังกล่าวด้วยมีดดึงออกมา,ตรวจสอบอย่างระมัดระวัง,ด้วยสัมผัสของเขา พบว่าด้านในนั้นมีปริมาณจิงซีมหึมาซ่อนเอาไว้.

ตรวจสอบอยู่นาน,ทว่ากับไม่พบอะไร.

“ผ่าดู!”ซูเห่าเริ่มลงมีดผ่าก้อนเนื้อดังกล่าว.

เมื่อผ่าออกมาแล้วพบว่าด้านในนั้นมีบางอย่างที่มีขนาดเท่ากับนิ้วโป่ง,เขาที่ใช้มือสัมผัส,พบว่าเป็นลูกปัดสีเหลืองที่อ่อนนุ่มเหมือนขนมเยลลี่.

จากสัมผัสของซูเห่าพบว่า,จิงซีมหึมานั้น,แท้จริงแล้วมาจากลูกปัดกลมนี้เอง.

“แกนพลังงานอย่างงั้นรึ? เป็นไปได้ว่าการยกระดับจากปรมาจารย์เป็นบรรพจารย์คือเจ้านี่?”ซูเห่าที่ขมวดคิ้วเฝ้ามองก้อนกลมอย่างระมัดระวัง.

หลังจากควักลูกปัดสีเหลืองออกมาจากก้อนเนื้อ,ปริมาณจิงซีก็ค่อย ๆ ลดลง,อธิบายได้ว่าจิงซีด้านในเริ่มสลายตัวช้า ๆ,ตามการคาดเดาน่าจะใช้เวลาราว ๆ สองวันจิงซีในลูกปัดนี้ก็จะสลายหายไปหมด.

“ในเมื่อมันจะสลายหายไปในไม่ช้า,ก่อนที่จะหายไปทั้งหมดหมด,ผ่าอีกครั้งดีใหม?”

คิดได้ดังนั้น,ซูเห่าก็เริ่มตัดผ่ามัน.

หากไม่ลงมือชำแหละ,เกรงว่าจะไม่ได้รับประโยชน์อะไร.

หลังจากซูเห่าตัดลูกปัดสีเหลือง,ก็ไม่พบอะไรเลย,ทว่ารู้สึกว่าจิงซีสลายเร็วยิ่งกว่าเดิม.

เพียงไม่นาน,ซูเห่าก็พบว่าจิงซีหายไปทั้งหมดแล้ว,ก่อนเอ่ยพึมพำ“อืม,สลายไปหมดแล้ว!”

หลังจากจัดเก็บ,ทำความสะอาดถ้ำ,ซูเห่าก็ออกเดินทางต่อ.

หลังจากสังหารวิหคยักษ์ไปแล้ว,เขาก็บอกได้ว่าถึงจะมีเรดาร์ก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยแต่อย่างใด.

เพราะมีความเป็นไปได้ว่า เมื่อเขาถูกฝ่ายตรงข้ามล๊อกเป้าแล้ว,ก็ไม่อาจหนีพ้นได้.

อย่างไรก็ตามโชคดีที่ได้พบกับวิหคยักษ์หางขาวดำ,ทำให้ซูเห่าเข้าใจได้ว่า,ขอบเขตบรรพจารย์ไม่ได้น่าหวาดกลัวเกินจินตนาการ,หากใช้วิธีการที่ถูกต้อง,ก็สามารถจัดการอีกฝ่ายได้.

ด้วยการได้ผ่าชำแหละวิหคยักษ์หางขาวดำ,ทำให้ซูเห่าคาดเดาขอบเขตบรรพจารย์ได้ระดับหนึ่ง.

การตัดผ่านระดับจากจอมยุทธ์ไปยังปรมาจารย์คือการยกระดับ“โครงสร้าง” ส่วนยกระดับจากปรมาจารย์ไปยังบรรพจารย์นั้น.

บางทีคงเป็นการตัดผ่านระดับ“พลังงาน” และนอกจากนี้เขายังหาญกล้าคาดเดา,การตัดผ่านระดับจากบรรพจารย์ไปยังขอบเขตบรรพชนนั้น,อาจจะเป็นการตัดผ่าน“ระดับอัตโนมัติเต็มรูปแบบ” ก็ได้,สำหรับซูเห่าเวลานี้ต้องการหาคนสอบถาม,ไม่รู้ว่าจะมีคนบอกได้หรือไม่?

......

20 วันหลังจากนั้น,เขาก็กลับมาถึงป้อมซาซาน.

เวลานี้,อู๋หยุนเทียนไม่อยู่บ้าน.

เขาจึงนั่งอยู่ในลานบ้านนั่งจิบชา,รอคอยอู๋หยุนเทียนกลับมา.

ตอนเย็น,อู๋หยุนเทียนที่ดูเหนื่อยล้าก็กลับมา.

อู๋หยุนเทียนที่เห็นซูเห่าก็ตื่นตะลึง,ก่อนเอ่ยออกมาว่า“เซียงหวู่,เจ้ากลับมาแล้ว.”

ซูเห่าพยักหน้าให้,ผ่านมานานแล้วไม่พบหน้า,เขาก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกมาเช่นกัน.

ผ่านไปนานเหมือนกันทั้งสองฝ่ายที่เงียบ,ก่อนที่ซูเห่าจะเอ่ยออกมาว่า“พ่อ,ข้าชงชาไว้ให้,มาดื่มก่อน!”

อู๋หยุนเทียนพยักหน้ารับ,เข้าไปเก็บเกราะในห้อง,และออกมานั่งตรงข้ามซูเห่า.

ในเวลานี้ซูเห่าที่มองอู๋หยุนเทียนในระยะใกล้ ๆ.

อีกฝ่ายยังเหมือนเดิม,ทว่าเขาพบว่าที่ขอบตาปรากฏรอยตีนกาสองเส้น,ดวงตาที่ดูผันผวน,ไม่แยแสต่อสิ่งใด,ราวกับว่าได้มองผ่านชะตาชีวิตของตัวเองไปแล้ว.

แทบจะไม่รู้ตัว,เขามาอยู่ในโลกใบนี้,ผ่านมาสิบสองปีแล้ว.

ซูเห่าที่สัมผัสได้ถึงจิงซีของอู๋หยุนเทียนที่เพิ่มขึ้นมาก,เวลานี้ได้คาดว่าคงจะทะลวงคอขวดไปจนถึงระดับสูงสุดแล้ว,ดังนั้นจึงเอ่ยถาม“พ่อ,พบคลื่นยกระดับปราณโลหิตแล้วรึ?”

อู๋หยุนเทียนพยักหน้ารับ“ข้าพบเมื่อหนึ่งปีก่อน,ตอนนี้สามารถบังคับเปลี่ยนปราณโลหิตเป็นจิงซีได้ตามเจตจำนง,จิงซีของข้าได้ไปถึงขีดสุดแล้ว.”

ซูเห่าที่เอ่ยถามเพิ่ม“แล้วการสลักรูปแบบสัตว์ร้ายล่ะ?”

อู๋หยุนเทียนกลายเป็นเงียบ,เขาไม่ได้เอ่ย.

ซูเห่าก็เข้าใจในทันที,จากนั้นก็เอ่ยถามออกมาว่า“เพราะว่ารูปแบบสัตว์ร้ายมันซับซ้อนเกินไปรึ?”

อู๋หยุนเทียนจิบน้ำชา,เอ่ยออกมาช้า ๆ“ใช่,ไม่มีวิธีที่จะทำให้ข้าจำมันได้อย่างสมบูรณ์เลย.”

เห็นชัดเจนว่านี่คือปัญหาที่เหล่าจอมยุทธ์ทุกคนต้องเจอ.

ซูเห่าเอ่ย,“พ่อ,ข้ามีวิธีสร้างรูปแบบสัตว์อย่างง่าย,ด้วยการลวดลายสัตว์ร้ายแบบใหม่,ท่านต้องการทดลองใหม?”

จากนั้น,ซูเห่าก็ส่งรูปแบบสัตว์ร้ายพิเศษที่เป็นโครงสร้างอย่างง่ายที่เขาพัฒนาขึ้นมาให้กับอู๋หยุนเทียน.

อู๋หยุนเทียนจ้องมองซูเห่าแปลก ๆ,ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร.

เพราะว่าหลายปีมานี้,เขาได้เห็นการเติบโตของซูเห่า,เขาตระหนักได้ถึงความร้ายกาจ,เข้าใจถึงสิ่งที่อธิบายไม่ได้มากมายที่ซูเห่าทำ,ทุกสิ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่อาจจินตนาการถึงได้,ทำให้เขาไม่ต้องการคิดเรื่องนี้ให้ปวดหัว.

เขาพบว่าความเข้าใจสำนึกคิดต่อโลกของตัวเองเริ่มมีปัญหา.

บางทีโลกที่เขารู้จักและซูเห่ารู้จักนั้นอาจแตกต่างกัน.

ดังนั้น,เขาที่มีอายุเกือบ 40 ปีแล้ว,สิ่งที่ไม่เข้าใจมักจะไม่ถาม,ทว่าเมื่อไม่ถามก็จะไม่เข้าใจ,เช่นนั้นทำไมต้องรู้สึกอักอ่วนด้วย,อู่หยุนเทียนที่จ้องมองรูปแบบสัตว์ร้ายก่อนเอ่ยออกมาว่า“แข็ง!”

ซูเห่าพยักหน้ารับ,รูปแบบสัตว์ร้ายนี้ก็คือ“แข็ง” หลังจากปรับแต่งความเข้ากันได้,เขาก็ส่งมันให้กับอู๋หยุนเทียน“นี่คือแผ่นสลักที่ข้าคิดค้นขึ้นมา,พ่อสามารถทำตามรูปแบบอย่างง่ายตามแผ่นสลักนี้.”

จากนั้นเขาก็เอ่ยอธิบายตำแหน่งทั้งแปดของแผ่นสลัก”รูปแบบสลักนี้มีทั้งหมดแปดโหนด,สลักด้วยรูนอักขระแปดตัว,สามารถสลักลงบนร่างกายได้ดังนี้...ฝไ

จากนั้นเขาก็เริ่มอธิบายรายระเอียดฟังก์ชันต่าง ๆ,เกี่ยวกับระบบกระบวนการทำงานของมัน.

หลังจากอธิบายเสร็จ,อู๋หยุนเทียนที่ขมวดคิ้วไปมา“เซี่ยงหวู่,แผ่นสลักนี้เจ้าเป็นคนคิดค้นขึ้นมาอย่างงั้นรึ?”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“แน่นอน!”

อู๋หยุนเทียนเอ่ย“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำสำเร็จได้อย่างไร,ทว่าไม่ควรให้คนอื่นรู้เรื่องนี้,ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องได้รับอันตรายอย่างแน่นอน.”

ซูเห่าเอ่ยอย่างจริงจัง“ท่านพ่อ,ข้าเข้าใจ! ข้าจะระวัง!”

อู๋หยุนเทียนที่ถอนหายใจ“ในเผ่ามนุษย์เองก็มีการต่อสู้กันอยู่,ความรู้ที่เหนือขอบเขตปรมาจารย์นั้นถูกควบคุมไว้โดยกลุ่มอิทธิพลใหญ่,หากพวกเขารู้ว่าเจ้าสร้างแผ่นสลักรูปแบบสัตว์ร้ายเช่นนี้ขึ้นมาได้,จะทำลายผลประโยชน์ของพวกเขา,คนเหล่านั้นจะต้องสังหารเจ้าแน่.”

ซูเห่าครุ่นคิดถึงปัญหาดังกล่าวทันที,รูนอักขระอย่างง่าย,สามารถที่จะยกระดับให้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้.

อย่างไรก็ตามการทำเช่นนี้ย่อมขัดผลประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ปกครอง,ซึ่งจะทำให้เขาถูกไล่ล่าอย่างไม่ต้องสงสัย.

ซูเห่าไม่มั่นใจเช่นกันว่าจะสามารถต้านทานคนจากตระกูลใหญ่ได้ใหม.

เช่นนั้น,เขาควรทำอย่างไรดี?

ซูเห่ารับรู้ในทันที,ว่าเขารู้เรื่องเกี่ยวกับชนชั้นปกครองน้อยจนเกินไป.

จบบทที่ Chapter 69 Energy core

คัดลอกลิงก์แล้ว