เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 70 ignorant/veiled must be beastly

Chapter 70 ignorant/veiled must be beastly

Chapter 70 ignorant/veiled must be beastly


蒙须兽

ซูเห่าที่ไม่ได้อยู่เฉย,เขาอยู่ในป้อมซาซานสามวัน,กำลังคิดถึงปัญหาต่าง ๆ....ใช่แล้ว,เขากำลังหาวิธีเพื่อเร่งรัดการพัฒนางานวิจัยของเขา.

ดังนั้นเขาจึงได้กล่าวลาอู๋หยุนเทียน.

อู๋หยุนเทียนเอ่ย“เซี่ยงหวู่,ครั้งนี้เจ้าจะออกไปนานเท่าไหร่?”

ซูเห่าไม่อาจบอกได้“ช้าก็ไม่กี่เดือน,นานอาจจะปีหรือสองปี.”

อู๋หยุนเทียนที่พยักหน้าเงียบ ๆ,ซูเห่ารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นห่วง,หวังให้เขากลับมาอย่างปลอดภัยนั่นเอง.

ซูเห่าเดินทางมายังเมืองหลิงหยุนก่อน,และตรงไปยังสถาบันยุทธ์หลิงหยุน,พบกับล้านเหล่าหลิวที่ไม่ได้พบกันนาน.

ซูเห่าที่มาหาเหล่าหลิว,เผยยิ้มกว้าง“อาจารย์หลิว!”

ศีรษะของอาจารย์หลิวยังคงสดใสเงาวาวเช่นเดิม,เขาเงยหน้าจ้องมองใบหน้าที่คุ้นตา.

เขาจำได้ทันทีเกี่ยวกับผู้เยาว์ด้านหน้า,ครั้งหนึ่งเด็กคนนี้เคยสร้างปรากฏการณ์ที่เป็นตำนานของสถาบันหลิงหยุนเอาไว้,อู๋เซี่ยงหวู่นั่นเอง.

เหล่าหลิวที่ประหลาดใจดีใจ“เซี่ยงหวู่? สามปีไม่เห็นหน้า,พิธีจบการศึกษาผ่านมาแล้ว,ไม่เห็นเจ้า,ข้ายังพูดถึงเจ้าอยู่เลย.”

ซูเห่าเอ่ยอย่างอักอ่วน,“ในเวลานั้นข้าอยู่ไกลจากนี่,เร่งรีบกลับมาเช่นกัน,แต่ไม่ทันแล้ว,น่าเสียดาย.”

ความจริง,เขาลืมเรื่องนี้จริง ๆ.

จากนั้นซูเห่าก็เอ่ยออกมาว่า“ในอดีตต้องขอบคุณอาจารย์หลิว,ทำให้ข้าก้าวสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้สำเร็จ,หากไม่มีอาจารย์หลิวช่วยในอดีต,เกรงว่าคงอยู่ในขอบเขตจอมยุทธ์ตลอดไป!”

“อะไรนะ?!! เจ้ายกระดับแล้วรึ? แฮก ๆ-” เหล่าหลิวที่สูดหายใจที่เย็นยะเยือบเข้ามา.

ซูเห่าที่นำดาบล้ำค่าออกมา“อาจารย์หลิว,นี่ของขวัญที่ข้านำมาฝากท่าน!”

ซูเห่ารู้ว่าเหล่าหลิวนั้นชอบดาบมาก,ดังนั้นจึงได้เลือกดาบที่แพงที่สุดในเมืองหลิงหยุน,นำมาเป็นของขวัญ.

ก็ไม่รู้ว่ามันดีใหม,แต่มันเป็นของแพงอย่างแน่นอน.

เหล่าหลิวที่รับมา แทบไม่วางเลย,เขาชื่นชมจนพูดไม่ออก.

ซูเห่าที่อธิบายปัญหาที่เขามาหา“อาจารย์หลิวข้ามีปัญหา,ท่านรู้เกี่ยวกับวิธีก้าวจากระดับปรมาจารย์ไปยังขอบเขตบรรพจารย์หรือไม่?”

ใครจะรู้เหล่าหลิวที่ดวงตาเบิกกว้าง,เอ่ยออกมาทันที“วิธีนั้นข้าไม่รู้,ทว่าข้ารู้ช่องทาง.”

ซูเห่าเอ่ยด้วยความสงสัย“ช่องทางอะไร?”

เหล่าหลิวที่ลูบหัวล้าน,เผยยิ้มน่าเกลียด“มีเพียงช่องทางของตระกูลใหญ่เท่านั้นที่จะมีวิธีไปยังขอบเขตบรรพจารย์.”

ซูเห่าที่ขมวดคิ้วไปมา“มีเพียงวิธีเดียวรึ?”

เหล่าหลิวเอ่ย“ใช่! ระดับปรมาจารย์ต้องการเป็นบรรพจารย์นั้น,จะต้องเข้าร่วมเมืองใหญ่เป็นผู้พิทักษ์เมืองแปดปีเต็ม,ถึงจะมีคุณสมบัติได้รับวิธีการยกระดับเป็นขอบเขตบรรพจารย์.”

“แปดปีอย่างงั้นรึ?”ซูเห่าที่เอ่ยเสียงดัง,เป็นเรื่องราวที่น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก.

เหล่าหลิวเอ่ย“แปดปีนี้จะต้องทำงานเต็มเวลา,รับฟังคำสั่งเจ้าเมือง,ทำงานตลอดทั้งแปดปี,ถึงจะมีโอกาสได้รับวิธีเลื่อนระดับ.”

ซูเห่าที่พูดไม่ออก“นอกจากวิธีนี้,ไม่มีวิธีอื่นเลยจริง ๆ รึ?”

เหล่าหลิวเอ่ย“ข้ารู้เพียงวิธีนี้,บรรพจารย์ทั้งหมดที่ข้าเคยเห็น,ล้วนแต่ต้องเป็นผู้พิทักษ์เมืองหลวงแปดปีทั้งนั้น.”

จากนั้นเขาก็มองซูเห่าพร้อมเผยยิ้มขม“ข้าไม่ต้องการเป็นผู้พิทักษ์เมืองหลวง,ดังนั้นข้าจึงมาทำงานเป็นอาจารย์ที่สถาบันแห่งนี้.”

นี่คือการปิดกั้นองค์ความรู้,มีเพียงคนที่พวกเขาควบคุมได้เท่านั้นถึงจะได้รับความรู้ขั้นสูงนี้ไป.

เกี่ยวกับเรื่องนี้,เพื่อความรู้เป็นบรรพจารย์,ให้เขาทำงานเป็นผู้พิทักษ์แปดปี,เขาไม่เต็มใจเป็นอย่างมาก,อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้.

ขณะที่ซูเห่ากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่นั้น,บนกำแพงเมืองก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น.

“ตูมมมมมมมม-”

ซูเห่าและเหล่าหลิวได้ยินเสียงดังกล่าว,พบว่าที่ไกลออกไปปรากฏฝุ่นหินดินทรายที่ลอยคละคลุ้ง,เศษหินที่กระเด็นปลิวว่อน.

“ตูมมมมมมมม-”

ไม่อาจบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น,ทว่าเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องนั้น,กำแพงเมืองกำลังพังทลายลง.

เหล่าหลิวที่พยักหน้าจริงจัง,ทันใดนั้นก็เอ่ยต่อซูเห่า“เจ้ามั่นใจนะว่าเจ้าเป็นปรมาจารย์?”

ซูเห่าพยักหน้ารับ.

เหล่าหลิวจ้องมองเกราะของซูเห่า,และห่อผ้าขนาดใหญ่ด้านหลังเขาก็พยักหน้า”เจ้ารอข้าที่นี่,ข้าจะไปสวมเกราะก่อน,แล้วพวกเราออกไปด้วยกัน.

ซูเห่าที่เปิดเรดาร์สัมผัส,ทันใดนั้นพบว่าที่ขอบเมืองปรากฏจิงซีที่ทรงพลังกำลังพุ่งเข้าชนกำแพงเมือง.

จิงซีที่ทรงพลังมีความหนาแน่นเช่นนี้,ซูเห่าสัมผัสได้เป็นครั้งแรก,ดูเหมือนกว่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าวิหคยักษ์หางขาวดำที่เขาพบก่อนหน้านี้,มั่นใจร้อยเปอเซ็นว่านี่คือขอบเขตบรรพจารย์,นอกจากนี้ยังเป็นบรรพจารย์ขั้นสูงอีกด้วย.

ซูเห่าไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้ใหม,เพราะเขาเคยเผชิญหน้ากับขอบเขตบรรพจารย์เพียงครั้งเดียว,จึงไม่ค่อยมั่นใจนัก.

เพียงไม่นาน,เหล่าหลิวก็กลับมา,สวมเกราะสีเงินสลับทอง,ดูเจิดจรัสส่องประกายเงางาม,เพียงแค่เห็นก็บอกได้แล้วว่า เขาดูแลเกราะรบนี้เป็นอย่างดี.

เหล่าหลิวเอ่ยออกมาทันที“ไป,พวกเราไปดู,หลังจากนี้อย่างใจร้อน,ตามข้ามา.”

ซูเห่าพยักหน้ารับ,“ตกลง!”

ซูเห่าที่วิ่งตามอีกฝ่ายมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ฝุ่นผงลอยคลุ้งทันที.

การโจมตีที่ยังไม่ได้ใหญ่นัก,ทว่าเสียงผู้คนในเมือง,ที่ดังอื้ออึงตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก.

ซูเห่าที่วิ่งตามเหล่าหลิวไปยังจุดเกิดเหตุ.

กำแพงที่พังทลายไปหมด

ผู้คนมากมายที่วิ่งหนี,บางก็กรีดร้อง,ตื่นตกใจ,หวาดผวาดังก้องไปทั่ว.

กำแพงสูงสี่สิบเมตรที่พังลงมา,เศษหินดินทรายที่กระเด็นไปทั่ว,ฝุ่นที่คละคลุ้งปิดบังแสง.

อย่างไรก็ตามภายใต้ฝุ่นที่คลุมเครือนั้น,ยังสามารถมองเห็นสัตว์ร้ายขนาดใหญ่,ที่มีความสูงถึงยี่สิบเมตร.

รูปร่างของมันเหมือนกับปลาหมึก,หัวกลมใหญ่,ร่างกายที่เต็มไปด้วยเกล็ดหนาเหมือนกิเลน,ดูแข็งแกร่งไร้เทียมทาน,ดวงตาสีเขียวส่องสว่าง,มีเขาเหมือนกับแกะที่ห้อยเฉียงลงมา.

ร่างของมันนั้นมีหนวดรยางค์มากมาย,ลอยว่อนไปทั่วอากาศ,หนวดเหล่านี้กำลังพุ่งรัดผู้คน,ก่อนที่จะดึงกลับไปยังร่างของมัน.

เสียงเคี้ยวดัง,พร้อมกับเสียงร้องโอดโอยของผู้คนที่หายไปเป็นระยะ ๆ.

ดูเหมือนว่ามันจะเคลื่อนที่ช้า,อย่างไรก็ตามไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับมันเลย,เพราะว่าหนวดรยางค์มากมายที่เคลื่อนไหว,พุ่งทะลวงควานหาผู้คน ดึงเกี่ยวลากคนเข้าปากของมันได้,ไม่ว่าใครจะอยู่ที่ใหนก็ตาม.

กระทั่งจอมยุทธ์,ที่วิ่งหนี,ยังถูกหนวดดังกล่าวดึงลากไป,โดยที่ไม่อาจต่อต้านได้เลย.

“แย่แล้ว,สัตว์ร้ายขอบเขตบรรพจารย์ได้ผ่านมายังเมืองหลิงหยุนของพวกเราแล้ว!”เหล่าหลิว,ที่กลืนน้ำลายคำโต,เต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ.

ซูเห่าที่จ้องมองสัตว์ร้าย,ขมวดคิ้วไปมา“ข้าเคยเห็นมันในตำรา,นี่คือสัตว์ร้ายเมิ่งสวี(หนวดเยอะ)ขอบเขตบรรพจารย์,ที่ชอบใช้เขาทะลวงกำแพง,จากนั้นก็ใช้หนวดดึงลากกินผู้คนเป็นอาหาร,กินจนอิ่ม,ค่อยจากไป,ใช่สัตว์ร้ายที่บันทึกไว้ในหนังสือหรือไม่?”

เหล่าหลิวพยักหน้ารับ.

ซูเห่าเอ่ยสอบถามออกมาทันที“อาจารย์หลิวรู้จักจุดอ่อนของสัตว์ร้ายเมิ่งสวีตัวนี้ใหม?”

เหล่าหลิวจ้องมองซูเห่า“เซี่ยงหวู่,เจ้าอย่าได้มุทะลุ,ตอนนี้พวกเราไม่อาจเข้าไปหาความตายได้,รอให้ทีมผู้ทักษ์มาก่อน,ให้ผู้บัญชาการขอบเขตบรรพจารย์มาขับไล่มันไป!”

ซูเห่าที่จ้องมองสัตว์ร้ายเมิ่งสวี,พลางฝืนยิ้มออกมา“อาจารย์หลิว,ข้าไม่ใช่คนมุทะลุ,โปรดวางใจ.”

เหล่าหลิวพยักหน้ารับ“พลังป้องกันของสัตว์ร้ายเมิ่งสวีนั้นทรงพลังมาก,กระทั่งขอบเขตบรรพจารย์ก็ไม่อาจทะลวงมันได้,จุดอ่อนของมันมีสองส่วน,ก็คือใต้ร่างกายและดวงตา,ใต้ร่างกายนั้นไม่มีเกล็ดเกราะป้องกัน,สามารถโจมตีตรง ๆ,อย่างไรก็ตาม....”

“สองตำแหน่งนั้นแทบจะไม่เรียกว่าจุดอ่อน,อย่างแรกดวงตาของมันนั้นเล็กมาก,ไม่อาจโจมตีโดยได้ง่าย ๆ,ส่วนใต้ร่างของมันก็มีหนวดมากมายขวางกั้น,ก่อนที่จะได้โจมตีคงถูกปลายหนวดของมันทิ่มทะลวงไปแล้ว,ไม่ต้องบอกว่าหนวดของมันนั้นแหลมคมขนาดใหน ขนาดโลหะยังทะลวงได้,ไม่มีใครสามารถตัดมันขาดง่าย ๆ,นอกจากนี้หนวดของมันยังรวดเร็วมาก,การเข้าใกล้มีแต่กลายเป็นอาหารของมันเท่านั้น.”

“หากสัตว์ร้ายนี้โจมตีเมือง,ปรกติแล้วจัดการอย่างไรกัน?”

เหล่าหลิวที่เอ่ยอย่างเคร่งขรึม”หากเป็นเมืองเล็กที่ไม่มีระดับบรรพชนยุทธ์ปกป้อง,ปรกติแล้วมีแค่สองวิธี,หนึ่งคือร่วมด้วยช่วยกันขับไล่มันออกไป,อีกวิธีก็คือปล่อยให้มันกินจนอิ่มมันก็จะจากไปเอง.

ซูเห่าที่กลายเป็นเงียบ.

สัตว์ร้ายยังคงไล่ล่ากินผู้คนบุกทะลวงจนมาถึงใจกลางเมือง,ผู้คนหนีตายกันด้วยความหวาดผวา,ไม่มีใครช่วยพวกเขาได้,มีแต่ต้องวิ่งหนีให้เร็วกว่าคนอื่นเท่านั้น.

ในเวลาเดียวกัน,ทีมผู้พิทักษ์เมืองก็มาถึง,แต่ละคนสวมเกราะหนา,ร่างกายปิดมิดชิดเห็นแต่ใบหน้า.

แต่ละคนที่เหมือนกับเกราะรบเคลื่อนที่ถือดาบยาว,บางคนถือหอกและค้อนปรากฏขึ้น.

ผู้บัญชาการที่กระจายทีมออกไปสามกลุ่มให้ล้อมรอบสัตว์ร้ายตัวดังกล่าว,ทว่ายังคงรักษาระยะห่าง.

หัวหงอีขอบเขตบรรพจารย์ยุทธ์,นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าทีมอีกสามคนที่เป็นปรมาจารย์ขั้นสูง,แต่ละกลุ่มยังแบ่งแยกทีมออกเป็นอีกห้าทีม.

แต่ละทีมนั้นมีหัวหน้าขอบเขตปรมาจารย์,ทว่าสมาชิกด้านจากนั้นล้วนแต่เป็นจอมยุทธ์ขั้นสูง.

พวกเขามีคนจำนวน 300 กว่าคน,ที่คอยปกป้องพิทักษ์เมืองหลิงหยุน.

ทั้งเมืองหลิงหยุนนั้นมีปรมาจารย์น้อยกว่า 200 คน,ส่วนมากอยู่ในทีมผู้พิทักษ์และคนอื่น ๆ เป็นอาจารย์ในสถาบันและทหารรับจ้างกลุ่มใหญ่.

เหล่าหลิวที่เห็นทีมผู้พิทักษ์ปรากฏ,ก็นำซูเห่ามุ่งหน้าเข้าไปพร้อมกับเอ่ยเสียงดัง“หลิวฉางเล่อ,สถาบันยุทธ์หลิงหยุน น้อมรับคำสั่งผู้พิทักษ์.”

สิ้นเสียงเหล่าหลิว,ก็ได้ยินเสียงจากทิศอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน.”

“โม่เฟิงหัวสถาบันหลิงหยุนน้อมรับคำสั่งผู้พิทักษ์!”

“เฟิงม่านเอ๋อสถาบันยุทธ์หลิงหยุนน้อมรับคำสั่งผู้พิทักษ์!”

“เมิ่งซานกลุ่มทหารรับจ้างเมิ่งซานน้อมรับคำสั่งผู้พิทักษ์!”

“กู่เยว่หลิง หอการค้าหงเหยี่ยนน้อมรับคำสั่งผู้พิทักษ์!”

......

เหล่านักรบต่างก็เข้ามารายงานตัวกัน.

ซูเห่าที่เฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ....เขาจะเข้าไปน้อมรับคำสั่งเหมือนกับคนอื่นหรือไม่?

จบบทที่ Chapter 70 ignorant/veiled must be beastly

คัดลอกลิงก์แล้ว