เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 68 Grand preceptor level

Chapter 68 Grand preceptor level

Chapter 68 Grand preceptor level


太师级

ซูเห่าพบอะไร?

เขาพบว่า,รูปแบบสัตว์ร้ายนั้นไม่ได้เรียบแบน,แต่มีการออกแบบเป็นสามมิติ.

ที่บอกว่าสามมิติ,ไม่ได้หมายว่ารูปลักษณ์เป็นสามมิติ,ทว่าฟังก์ชันของมันเป็นสามมิติ.

รูปแบบสัตว์ร้ายแบ่งออกเป็นพื้นที่ย่อยสามส่วน,แต่ละส่วนเป็นฟังก์ชันที่อยู่กันคนละทิศทาง,เป็นระบบที่ต้องทำงานผสานกัน,ไม่อาจบอกได้จากรูปลักษณ์ของรูปแบบ.

การทำงานของพื้นที่ย่อยจากสามทิศทางนั้นถูกซ่อนเอาไว้ด้านใน,เพื่อให้รูปแบบสัตว์ร้ายทำงานได้อย่างราบรื่น.

ยกตัวอย่าง“ม่านพลัง” “สว่างจ้า” “ความร้อนสูง”  “การสกัด” และอื่น ๆ,พวกมันจะทำงานภายใต้การทำงานผสานกันจากฟังก์ชันทั้งสามที่อยู่ในสามมิติต่างกัน.

ดังนั้นซูเห่าจึงแบ่งพื้นที่ทั้งสามเป็นพื้นที่ย่อยบนจานสลัก,เป็นพื้นที่ X ด้านข้าง พื้นที่ y ตรงกลาง และพื้นที่ z ด้านนอก

เขาได้วางโครงสร้างและส่วนเชื่อมจำนวนมาก,ออกแบบให้กับโครงสร้างมิติทั้งสามเชื่อมต่อกัน,เพื่อให้แผ่นจากสลักทำงานได้ทั้งหมด,มีลูบการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์.

ท้ายที่สุดหลังจากทดสอบและแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่า,จานสลักรุ่นที่หนึ่งก็สำเร็จ.

หลังจากนั้น ซูเห่าได้เลือกรูปแบบสัตว์ร้ายอย่างง่ายที่สุด“สว่างจ้า” โครงสร้างของมันได้ถูกย่อยเป็นรูนอักขระอย่างง่าย,ใส่ลงในจานสลัก,หลังจากปรับแต่งเสร็จสิ้น,ก็สามารถทำงานได้จริง.

ซูเห่าสามารถใช้โครงสร้างรูนอักขระอย่างง่ายที่แยกย่อย ประกอบขึ้นมาใหม่สักวาดรูนอักขระบนจานสลัก,ทำให้รูปแบบสัตว์ร้ายทำงานได้อย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก.

สำหรับซูเห่า เวลานี้,นับว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ.

การใช้รูนอักขระย่อยผสานกับจานสลักสามารถเลียนแบบพลังสัตว์ร้ายได้เป็นครั้งแรก,นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่.

เขาเชื่อว่าวันข้างหน้า,เขาจะสามารถสร้างรูนพื้นฐาน,แยกย่อยและมีความสามารถใช้งานได้อย่างอิสระตามใจชอบ.

อย่างไรก็ตามเขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ครั้งนี้,ทว่าก่อนอื่นจะต้องนำรูนอักขระทั้งหมดปรับแต่งให้สามารถใส่ลงในจานสลักได้ทั้งหมดซะก่อน.

......

เขาได้ทุ่มเทใช้เวลาทั้งหมดกับเรื่องดังกล่าว,วันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว.

ซูเห่ายังคงอยู่ในพื้นที่รกร้าง,ศึกษารูปแบบสัตว์ร้าย,แทบจะลืมวันเวลาไปแล้ว,คิดเพียงแค่ทำเรื่องเล็ก ๆ นี้ให้เสร็จสมบูรณ์,เวลาก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว.

ในปีนี้,ซูเห่ามีอายุ 14 ปี.

ทว่าระหว่างปีนั้น,เขาได้ทำเป้าหมายแรกของเขาสมบูรณ์แล้ว,สามารถใส่รูนอักขระสร้างรูปแบบปรับปรุงใหม่อย่างง่ายลงบนแผ่นสลักได้ทั้งหมดแล้ว.

แผ่นสลักนี้เป็นรุ่นปรับปรุงครั้งที่ห้าแล้ว.

กล่าวได้ว่ารูปแบบสัตว์ร้ายรูปแบบใหม่นี้ไม่ได้ซับซ้อนโหดหินอีกต่อไปแล้ว.

รูปแบบสัตว์ร้ายที่ปรับปรุงใหม่นี้,ไม่ได้ซับซ้อนโหดหินเหมือนกับรูปแบบเดิมที่ต้องให้คนที่มากพรสวรรค์ มีความทรงจำที่พรั่นพรึงถึงจะทำสำเร็จ,เวลานี้ใครก็สามารถจำรูปแบบอย่างง่ายนี้ได้.

หากใช้รูปแบบสัตว์ร้ายอย่างง่ายใหม่ของเขาไม่ว่าจะเป็นใครก็เป็นปรมาจารย์ได้.

สำหรับซูเห่าโครงสร้างอย่างง่ายที่สลักลงบนจานสลักสำเร็จ,ยังสามารถใช้รูนพื้นฐานเหล่านี้มาใช้งานได้ด้วย.

การวาดสลักรูนอักขระรูปแบบใหม่นี้ทำให้การสลักรูนง่ายลงมากกว่าเดิมร้อยเท่า.

กล่าวได้ว่าในวันข้างหน้าจะมีขอบเขตปรมาจารย์เดินอยู่ทั่วทุกหนแห่ง.

“ข้าใช้ความพยายามสร้างพื้นฐานรูนอักขระ,เขียนสลักลงบนจานสลักทำให้ง่ายได้ในที่สุด,อย่างไรก็ตามเวลาก็ผ่านไปเร็วจริง ๆ,พริบตาเดียวก็ผ่านมาสองปีแล้ว,คงต้องกลับป้อมซาซานสักหน่อย.”ซูเห่าที่ดึงจิตสำนึกออกจากพื้นที่พินบอล,ลุกขึ้น,พลางเอ่ยพึมพำ.

ซูเห่าเวลานี้เหมือนกับคนจรจัดเป็นอย่างมาก,ใบหน้าของเขาที่มีผมหยิกหยอยมีเพียงดวงตาที่ดูสะอาด,ส่วนอื่น ๆ นั้นดูไม่ได้เลย,สกปรกไปหมด.

ซูเห่าเก็บข้าวของทั้งหมด,อุปกรณ์เครื่องมือ,ใส่ลงในกระเป๋าเป้.

“ต้องเข้าเมืองใกล้ ๆ ปรับสภาพตัวเองก่อน.”

ซูเห่าที่เข้าไปยังเมืองเล็กที่มีชื่อว่าเมืองซ่วงซือ.

อย่างแรกเขาได้นำรูปแบบสัตว์ร้ายไปแลกเป็นเงิน,จากนั้นก็เลือกโรงแรมที่พักที่ดีที่สุด,ทำความสะอาดร่างกาย,ตัดเผ้าผมหนวดเคราออกไปทั้งหมด,เปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขาใหม่.

สมบูรณ์แบบ!

ผู้เยาว์อายุ 14 ปี,ดูเปี่ยมล้นด้วยความหล่อเหลาสง่างาม,ใบหน้าที่ยังมีร่องรอยของเด็กอยู่,ที่มุมปากมีรอยยิ้มเผยออกมาเล็กน้อย.

ดวงตาของเขาที่ดูสดใสลึกล้ำ,ราวกับว่าสามารถมองเห็นทุกอย่างบนโลก,สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาสูงขึ้นไม่น้อย,เวลานี้สูงขึ้นกว่าสิบเซนติเมตรแล้ว,ตอนนี้มีความสูง 163 ซม.

เกราะสีเงินที่เปล่งประกาย,เป็นที่ต้องตาของคนอื่น ๆ.

หลังจากซื้อทุกอย่างที่เขาต้องการแล้ว,เขาก็เปิดแผนที่ ที่เสี่ยวกวงบันทึกเอาไว้,พร้อมกับมองหาเส้นทาง,ที่จะมุ่งหน้าสู่เมืองหลิงหยุน.

ที่นี่ไกลจากเมืองหลิงหยุนมาก,เท่าที่ซูเห่าประเมิน,หากวิ่งไม่หยุดกลับเมืองหลิงหยุนต้องใช้เวลานับเดือน.

ใครจะรู้ล่ะว่าตลอดดสองปีมานี้เขาสำรวจอย่างไร้ทิศทาง,ออกมาไกลขนาดนี้.

ซูเห่าทำการวิ่งอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าสู่เมืองหลิงหยุน,เดินทางกลางวัน,กลางคืนหาถ้ำพักผ่อน.

สิบวันหลังจากนั้น,ขณะซูเห่ารีบเร่งเดินทาง.

ทันใดนั้นก็ปรากฏจิงซีมหึมาปรากฏขึ้น,ในเรดาร์ของเขา.

“สัตว์ร้ายขอบเขตบรรพจารย์!”ซูเห่าที่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า.

“มารดาเถอะ! วิหคยักษ์ระดับบรรพจารย์!”ซูเห่าที่เร่งความเร็ววิ่งหลีกหนีให้ไกลทันที.

หากแต่บนพื้นที่ราบกว้าง,ไม่มีต้นไม้สักต้น,ไม่ต้องเอ่ยเลยว่าจะหลบเลี่ยงอย่างไร,การวิ่งแทนที่จะหนี กับกลายเป็นการล่อดึงความสนใจของวิหคยักษ์แทน.

สัตว์ร้ายขอบเขตบรรพจารย์ตนนี้,ดูจากปริมาณจิงซีแล้ว,สูงกว่าเขามาก,ไม่ใช่ระดับบรรพจารย์ทั่วไปแล้ว.

ต่อสู้ข้ามขั้นรึ? ซูเห่าไม่คิดจะประมาทเช่นนั้น,เท้าของเขาที่ระเบิดพลัง,วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว.

อย่างไรก็ตามซูเห่าพบว่าจิงซีมหึมานั้นไล่เขามาเรื่อย ๆ,เขาไม่อาจวิ่งสลัดอีกฝ่ายได้เลย.

เขาหันหน้ากลับไปมอง,เป็นวิหกยักษ์หางขาวดำ,จ้าวแห่งท้องฟ้า,ตัวตนระดับบนของห่วงโซ่อาหาร,มีความเร็วน่าหวาดกลัวมาก.

ในเมื่อไม่อาจหนีพ้น......

ซูเห่าที่กัดฟัน,ตัดสินใจในทันที,เขาทิ้งเป้ด้านหลัง,ดึงดาบออกมา,วิ่งซิกแซกไปมา,พร้อมกับสั่งการเสี่ยวกวง“วาดสลักรูนอักขระ”ม่านพลัง“”โก่งตัว“”สว่างจ้า“”สั่นสะเทือน“”กระแทก“ ”แหลมคม“และ”ทะลวง“......”

รูนอักขระที่ถูกวาดขึ้นตัวแล้วตัวเล่า.

ซูเห่าวิ่งไปด้านหน้า,แล้ววาดดาบเตรียมเข้าปะทะกับวิหคยักษ์หางขาวดำ.

มันเคลื่อนที่เข้าใกล้อย่างรวดเร็วเช่นกัน.

วิหคยักษ์หางขาวดำที่หุบปีกลง,ทว่าก็ปีกของมันก็มีความยาวกว่าสิบเมตร,กงเล็บขนาดใหญ่สีเทาดูเงาวับ,ยกขึ้นเล็กน้อย,ตะวัดพุ่งไปด้านหน้า.

ซูเห่าบอกได้ว่าพลังของกงเล็บของมันนั้นมีพลัง“เจาะ”

เขาไม่ปล่อยให้กงเล็บอีกฝ่ายคว้าเขาอย่างแน่นอน,ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องตาย,กลายเป็นอาหารขบเคี้ยวของมันแหงแซะ,แม้แต่อักขระรูน“ม่านพลัง”และเกราะที่เขามี ก็ไม่อาจป้องกันได้

“ม่านพลัง!” ซูเห่าที่ใช้ม่านพลังก่อน.

“โก่งตัว” เริ่ม.

ซูเห่าที่เล็งเป้าไปยังดวงตาของวิหคยักษ์หางขาวดำ.

ในมือของเขาที่ปล่อยแสงสว่างจ้าราวกับดวงตะวัน.

พริบตานั้นวิหคยักษ์หางขาวดำที่สูญเสียการมองเห็นทันที,มันที่สะบัดปีกฝุ่นหินดินทรายที่ลอยคละคลุ้ง,กงเล็บของมันที่เสียตำแหน่งเป้าหมาย.

“กระแทก”เปิดใช้งาน.

ซูเห่าที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ทองฟ้าหลบออกมาด้านข้าง,อ้อมไปด้านหลังของวิหคยักษ์หางขาวดำ.

“สั่นสะเทือน” “แหลมคม” และ“เจาะทะลวง” เปิดใช้งาน.

รัศมีแสงดาบปรากฏขึ้น.

“พรึด!”

โลหิตสาดกระจาย,ปีกด้านซ้ายของมันถูกหั่น,หล่นลงพื้น,ขนและโลหิตฟุ้งกระจาย.

กระดูกของวิหคยักษ์หางขาวดำนั้นแข็งมาก,ทว่าก็ไม่อาจป้องกันดาบในมือของซูเห่าได้.

วิหคยักษ์หางขาวดำที่เสียการทรงตัวไปในทันที,หล่นล่วงลงพื้น,กระแทกก้อนหินและพื้น ฝุ่นควันลอยคลุ้ง.

“กวี๊กกกก-”

วิหคยักษ์หางขาวดำที่ร้องโหยหวน.

นี่คือโอกาสในการสังหารมันแล้ว.

อักขระม่านพลังที่คงอยู่สามวินาทีก็สลายหายไป,ซูเห่าที่ทำการวาดสลักรูนอักขระ“ม่านพลัง” โก่งตัว“และ”แหลมคม“ขึ้นมาใหม่,ก่อนจะใช้”ท่าเท้าเคลื่อนเงา”พุ่งอ้อมไปด้านข้าง,พร้อมกับเล็งไปที่ลำคอของมัน.

วิหคยักษ์หางขาวดำต้องการหลบเลี่ยง,ทว่า...

“พรึด!”

โลหิตสาดกระจาย,หัวขนาดใหญ่ล่วงหล่นลงพื้น.

ร่างกายใหญ่ยักษ์ที่กระตุกอยู่สองสามครั้ง,ก่อนจะหยุดนิ่งไป.

หัวใจของซู่เห่าที่เต้นไปมาอย่างบ้าคลั่ง,ราวกับคนไม่เคยออกกำลังกายออกมาวิ่ง,นี่คือความกลัว,ระดับบรรพจารย์,น่าหวาดกลัวเกินไป.

อย่างไรก็ตามหลังจากสงบใจได้แล้ว,ซูเห่าก็จ้องมองร่างขนาดใหญ่ยักษ์,เอ่ยออกมาอย่างไม่แยแส“ข้าซ่อนตัวจากสัตว์ร้ายระดับบรรพจารย์สองปี,เพื่ออะไร?”

จบบทที่ Chapter 68 Grand preceptor level

คัดลอกลิงก์แล้ว